- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 1012 : จรวดยังเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอ | บทที่ 1013 : ติดปีกให้กับจรวด
บทที่ 1012 : จรวดยังเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอ | บทที่ 1013 : ติดปีกให้กับจรวด
บทที่ 1012 : จรวดยังเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอ | บทที่ 1013 : ติดปีกให้กับจรวด
บทที่ 1012 : จรวดยังเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอ
สำหรับนักศึกษาปริญญาเอกเหล่านี้ แรงกดดันในการใช้ชีวิตถือว่ามหาศาลมาก กว่าจะสอบเข้าเรียนปริญญาเอกได้ อายุก็ปาเข้าไป 26-27 ปีขึ้นไปกันหมดแล้ว เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30 ปี สำหรับพวกเขาแล้ว อายุช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต โดยเฉพาะคนที่มีความสามารถด้านเทคนิค และยังเป็นเทคนิคด้านจรวดและดาวเทียมอวกาศแบบนี้
การพัฒนาด้านการบินและอวกาศเชิงพาณิชย์ในประเทศยังค่อนข้างล่าช้า หลังจากเรียนจบ คนส่วนใหญ่ก็มักจะเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งค่าตอบแทนก็ยังถือว่าค่อนข้างน้อย
แน่นอนว่านั่นเป็นเรื่องหลังจากเรียนจบไปแล้ว แต่ในระหว่างเรียนปริญญาเอกตอนนี้ แม้จะมีเงินอุดหนุนและทุนการศึกษาจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับการที่หลายคนแต่งงานมีลูกแล้ว รวมถึงภาระทางสังคมต่างๆ ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาก็ยังถือว่าค่อนข้างขัดสน
เมื่อมาเจอกับมื้อเย็นฟรีแบบกะทันหัน โดยเฉพาะอาหารที่หรูหราขนาดนี้ ทุกคนจึงอดไม่ได้ที่จะควบคุมตัวเองไม่อยู่
ส่วนทางด้านเฉินจื้อหงนั้น เขารู้สถานการณ์ของลูกศิษย์ตัวเองดี จึงไม่ได้เอ่ยปากห้ามปรามอะไร
เมื่อเทียบกับคนหนุ่มสาวที่กินอย่างตะกละตะกลาม เฉินจื้อหงทานอาหารอย่างช้าๆ และเรียบร้อย อู๋ฮ่าวเองก็นั่งทานเป็นเพื่อนด้วย
"เสี่ยวอู๋ จุดประสงค์หลักที่เรามาครั้งนี้คือเพื่อสังเกตการณ์การปล่อยจรวดของพวกคุณ ครั้งที่แล้วไม่ได้มาเป็นสักขีพยานในการปล่อยและกู้คืนจรวดแบบนำกลับมาใช้ใหม่ได้ครั้งแรกของพวกคุณ พูดตามตรงว่าน่าเสียดายมาก"
"แต่ครั้งนี้ก็ดีเหมือนกัน ในที่สุดพวกเราก็ได้เห็นโฉมหน้าของจรวดขนส่งต้นทุนต่ำพิเศษนี้กับตาตัวเองเสียที"
เฉินจื้อหงเช็ดปาก แล้วหันไปพูดกับอู๋ฮ่าวว่า "จรวดขนส่งต้นทุนต่ำพิเศษ อันที่จริงพวกเราวิจัยเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว แต่การควบคุมต้นทุนการผลิตจรวดเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและยากมาก"
"การจะลดต้นทุน ก็ทำได้แค่ลงลึกไปที่วัสดุและเทคนิค แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างจรวดขนส่ง สิ่งที่ต้องการความเข้มงวดที่สุดก็คือวัสดุและเทคนิคนี่แหละ"
"ดังนั้น นี่จึงเป็นปัญหาที่ขัดแย้งกันเอง จะลดต้นทุนอย่างไรโดยที่ยังรับประกันความน่าเชื่อถือของจรวดขนส่งได้ นี่คือโจทย์ยากที่อยู่ตรงหน้านักวิจัยเทคนิคจรวดจำนวนมาก"
"และเห็นได้ชัดว่าในด้านนี้ พวกคุณได้ก้าวล้ำนำหน้าทุกคนไปแล้ว"
เฉินจื้อหงกล่าวชมก่อนประโยคหนึ่ง แล้วถามต่อทันทีว่า "ตอนแรกคุณคิดอย่างไร และคุณสร้างสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ได้อย่างไร?"
เมื่อได้ยินคำถามของเฉินจื้อหง นักศึกษาปริญญาเอกและผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ที่ติดตามมาด้วยก็หยุดจังหวะการทานอาหาร และเริ่มตั้งใจฟังอย่างจริงจัง
อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแล้วส่ายหน้า "จริงๆ แล้วไม่ได้คิดอะไรเยอะขนาดนั้นครับ ตอนที่เราเริ่มโครงการ เราแค่คิดว่าจะทำยังไงให้ประหยัดเงินที่สุด"
"ในแง่หนึ่ง เราเป็นบริษัทเอกชน ไม่มีเงินทุนมหาศาลมาสนับสนุน ดังนั้นจึงต้องคิดคำนวณอย่างละเอียดรอบคอบ ใช้เงินน้อยที่สุดเพื่อทำงานให้ได้มากที่สุด"
"ในอีกแง่หนึ่ง ในเมื่อเราจะทำธุรกิจอวกาศภาคเอกชน เราก็ต้องยึดตลาดเป็นหลัก ผลิตภัณฑ์ที่เราวิจัยออกมาจะต้องมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดสูงมาก"
"แล้วความสามารถในการแข่งขันของจรวดขนส่งอยู่ที่ไหนบ้าง? ความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย ขีดความสามารถในการบรรทุก และอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญที่สุดก็คือต้นทุน"
"สี่ปัจจัยแรกจริงๆ แล้วไม่ได้แตกต่างกันมากนัก สิ่งเดียวที่จะสร้างระยะห่างและส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดมากที่สุดก็คือต้นทุน"
"หากเราสามารถควบคุมต้นทุนการวิจัยและผลิตจรวดได้ ก็หมายความว่าเราจะชนะในการแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันในตลาดด้วยราคาค่าส่งที่ถูกกว่ามาก และได้รับคำสั่งซื้อ"
"และด้วยแนวคิดนี้ เราจึงเริ่มงานวิจัยและพัฒนาจรวดทั้งสองรุ่น"
"ถ้าอย่างนั้นจะลดต้นทุนการขนส่งของจรวดได้อย่างไร ก็มีทางแก้แค่สามวิธี อย่างแรก จรวดที่บรรทุกน้ำหนักได้มาก สามารถขนส่งน้ำหนักได้เยอะขึ้น แบบนี้ต้นทุนเฉลี่ยต่อกิโลกรัมก็จะลดลง เพียงแต่เมื่อขีดความสามารถในการบรรทุกเพิ่มขึ้น ต้นทุนจรวดก็จะสูงตามไปด้วย แถมเทคโนโลยีจรวดบรรทุกหนักก็ค่อนข้างสูง ยังไม่เหมาะกับเราในตอนนี้"
"ดังนั้นเราจึงกำหนดเป้าหมายไปที่แนวทางแก้ไขอีกสองแบบ อย่างแรกคือลดต้นทุนการผลิตและการปล่อยจรวด ในเมื่อจรวดทั่วไปใช้แล้วทิ้ง ไม่สามารถกู้คืนมาใช้ใหม่ได้ ทำไมเราต้องสร้างจรวดให้ดีเลิศขนาดนั้นล่ะครับ ขอแค่ใช้งานได้ก็พอแล้ว"
"ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การพ่นสีตัวจรวด ถ้าพ่นแบบปกติก็ต้องใช้เงินเป็นแสน แต่เราตัดงบตรงนี้ออกไปเลย ถึงจะดูน่าเกลียดไปหน่อยก็เถอะ"
"แน่นอนว่า เรายังสามารถขายพื้นที่บนตัวจรวดเป็นพื้นที่โฆษณาได้ด้วย อย่างเช่นครั้งนี้ เราขายพื้นที่เพ้นท์ลายบนตัวจรวดให้กับบริษัทอีคอมเมิร์ซเจ้าหนึ่งในราคากว่าล้านหยวน นี่ก็เท่ากับว่าได้ทุนคืนมาส่วนหนึ่งล่วงหน้าแล้ว"
เมื่อได้ฟังอู๋ฮ่าวพูดเช่นนี้ เฉินจื้อหงและลูกศิษย์ปริญญาเอกรวมถึงคนอื่นๆ ต่างก็เบิกตากว้าง ในใจเหมือนมีม้าวิ่งพล่าน บ่นอุบในใจกันเป็นแถว
จรวดยังเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอ นี่มันงกเกินไปแล้ว สมกับที่เป็นพ่อค้าจริงๆ ไม่มีพ่อค้าคนไหนไม่เจ้าเล่ห์
"และด้วยแนวคิดนี้ เราประหยัดในสิ่งที่ประหยัดได้ บวกกับเชื้อเพลิงเหลวผสมชนิดใหม่ที่เราใช้ เมื่อรวมๆ กันแล้ว ต้นทุนการผลิตและการปล่อยจรวดของเราจึงถูกกว่าจรวดทั่วไปเกินครึ่ง แบบนี้เราก็มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่แข็งแกร่งแล้วครับ"
"อย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะ หน่วยงานและบริษัทเอกชนตั้งหลายแห่งถึงยอมมอบคำสั่งซื้อให้พวกคุณ ที่แท้ก็ถูกกว่าเยอะขนาดนี้" เฉินจื้อหงเข้าใจแจ่มแจ้ง แต่ก็ถามต่อทันทีว่า "แล้วความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือล่ะ พวกคุณรับประกันอย่างไรในกรณีที่ลดต้นทุนขนาดนี้?"
"สองสิ่งนี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับต้นทุนของจรวดครับ มีผลกระทบบ้าง แต่ไม่ได้มหาศาลอย่างที่เราจินตนาการ อันที่จริง ในจุดที่ต้องใช้วัสดุอย่างเต็มที่ เราก็ทุ่มไม่อั้นเหมือนกัน"
พูดพลาง อู๋ฮ่าวก็ซดน้ำซุปร้อนๆ หนึ่งคำแล้วยิ้ม "อีกด้านหนึ่ง เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการที่เราสนับสนุนนวัตกรรมด้วยครับ เราสนับสนุนให้ทุกคนกล้าที่จะคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัย ฝ่ายผลิต หรือพนักงานส่วนอื่นๆ ขอแค่เสนอข้อเสนอแนะ แผนงาน หรือสิ่งประดิษฐ์คิดค้น หรือแม้แต่แนวคิดที่เป็นไปได้ ก็จะได้รับรางวัลตอบแทนอย่างงามตามความเหมาะสม ตั้งแต่หลักพัน หลักหมื่น หลักแสน ไปจนถึงหลักล้าน"
"ช่างเทคนิคอาวุโสในโรงงานผลิตของเราคนหนึ่ง อาศัยเทคนิคกระบวนการและสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องนับสิบรายการ ได้รับเงินรางวัลจากบริษัทไปเกือบสิบล้านหยวนแล้ว และทุกปีเรายังจ่ายค่าลิขสิทธิ์การใช้งานให้เขาอีกด้วย"
"ด้วยเงินรางวัลก้อนนี้ เขาซื้อวิลล่าและสร้างครอบครัวที่เมืองอันซี ก้าวขึ้นสู่ชนชั้นนำได้สำเร็จ"
"ตัวอย่างที่คล้ายกันยังมีอีกมาก พนักงานหนุ่มสาวในบริษัทหลายคนก็ได้รับค่าตอบแทนที่สูงมากจากการคิดค้นนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง"
"ดังนั้นพนักงานหลายคนจึงรวยมาก คุณจะเห็นรถหรูรถสปอร์ตในบริษัทเรา คนขับไม่จำเป็นต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทหรอกครับ ส่วนใหญ่เป็นพนักงานทั้งนั้น"
-------------------------------------------------------
บทที่ 1013 : ติดปีกให้กับจรวด
"...ก็เพราะว่ามีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมมากมายขนาดนี้แหละครับ ที่ทำให้บริษัทของพวกเรามีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในการวิจัยเทคโนโลยีและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง"
อู๋ฮ่าวพูดไปมากมายขนาดนี้ อันที่จริงก็มีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ยอมเปลืองน้ำลายมากขนาดนี้หรอก ด้านหนึ่งเป็นเพราะเฉินจื้อหงเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงและบารมีสูงส่งในวงการเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งเป็นเรื่องที่สมควรแก่การเคารพนับถือของอู๋ฮ่าว
แต่อีกด้านหนึ่ง เขาได้วางเป้าหมายไปที่เหล่านักศึกษาระดับปริญญาเอกหกเจ็ดคนที่เฉินจื้อหงพามาด้วยในครั้งนี้ คนเหล่านี้ล้วนเป็นบุคลากรชั้นสูงในวงการเทคโนโลยีอวกาศ เรียกได้ว่าเป็นของล้ำค่าเลยทีเดียว
จุดประสงค์ที่เขาพูดรายละเอียดเหล่านี้ก็เพื่อหวังว่าจะสามารถดึงดูดใจคนเหล่านี้ได้ ไม่ต้องพูดถึงจำนวนมาก แค่ดึงตัวมาได้สักคนก็นับว่าคุ้มค่ากับน้ำลายที่เสียไปแล้ว
"ฮ่าๆๆ ผมจะบอกให้นะเสี่ยวอู๋ คุณนี่มีเจตนาแอบแฝงจริงๆ (เมาเหล้าแต่ใจไม่ได้อยู่ที่เหล้า) พวกเขากลุ่มนี้คุณอย่าได้คิดวางแผนอะไรเลย กว่าประเทศชาติจะปั้นขึ้นมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ย่อมต้องหวังให้พวกเขาไปแสดงความสามารถในตำแหน่งสำคัญๆ อยู่แล้ว คุณน่ะอย่ามาขุดกำแพง (แย่งตัว) กันเสียให้ยากเลย" เฉินจื้อหงใช้นิ้วชี้ไปที่เขาแล้วหัวเราะ
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินจื้อหง เหล่านักศึกษาปริญญาเอกของเขาก็หันมองไปทางอู๋ฮ่าว และพากันเผยรอยยิ้มออกมา แต่ว่าแต่ละคนกำลังคิดอะไรอยู่นั้น ก็ไม่อาจรู้ได้
ทว่าสำหรับอู๋ฮ่าวแล้ว จุดประสงค์ของเขาได้บรรลุแล้ว ตอนนี้เมล็ดพันธุ์ได้ถูกหว่านลงไปแล้ว ก็แค่รอเวลาให้มันออกดอกออกผล
แต่ก่อนที่มันจะงอกงาม ก็ยังต้องหมั่นใส่ปุ๋ยและเร่งมืออีกสักหน่อย
"เรื่องนี้พวกเรานิยมอิสระในการไปมาหาสู่กันไม่ใช่เหรอครับ พวกเราควรเคารพการตัดสินใจของพวกเขาเองนะครับ" พูดจบ อู๋ฮ่าวก็หันไปยิ้มให้กับเหล่านักศึกษาปริญญาเอกกลุ่มนี้: "สำหรับบุคลากรที่มีคุณภาพสูงอย่างพวกคุณ เรายินดีต้อนรับเสมอครับ ในด้านการดึงดูดบุคลากรคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทของเราหรือทางท้องถิ่นเมืองอันซี ต่างก็มีนโยบายสวัสดิการที่ดีเยี่ยมมากมาย ถ้าพวกคุณสนใจก็สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ประตูของเราเปิดกว้างต้อนรับพวกคุณเสมอครับ!"
"ขอบคุณครับประธานอู๋!" เหล่านักศึกษาปริญญาเอกรีบกล่าวขอบคุณทันที ในจำนวนนั้นมีคนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นอาจารย์ที่ปรึกษาของตัวเองยืนอยู่ตรงนี้ จึงไม่กล้าพูดอะไรมาก
แน่นอนว่าฉากนี้เฉินจื้อหงเองก็สังเกตเห็น เขาจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น: "เอาเถอะ ดูท่าการมาของผมรอบนี้จะ 'เสียทั้งฮูหยินและเสียทั้งไพร่พล' (เสียทั้งขึ้นทั้งล่อง) จริงๆ ช่างเถอะๆ ฝนจะตก คนจะไป ก็ปล่อยพวกเขาไปเถอะ"
หึๆ อู๋ฮ่าวเห็นดังนั้นจึงยิ้มและพูดปลอบใจว่า: "เรื่องนี้คุณเฉินครับ กิจการอวกาศภาคเอกชนของเราก็ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของกิจการอวกาศแห่งชาตินะครับ ถึงแม้จะเริ่มต้นช้าและยังค่อนข้างอ่อนแอ แต่ผมเชื่อว่าอนาคตการพัฒนาของมันกว้างไกลมาก
และถ้ามองในระยะยาว การพัฒนาธุรกิจอวกาศเชิงพาณิชย์และภาคเอกชน เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ การมีเงินทุนและบุคลากรเข้ามามากขึ้น จะช่วยส่งเสริมการพัฒนากิจการอวกาศของประเทศเรา เพื่อพาประเทศเราก้าวจากการเป็นประเทศที่มีขนาดกิจการอวกาศใหญ่ ไปสู่การเป็นมหาอำนาจทางอวกาศอย่างแท้จริง
สำหรับอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ ตัวผมเองมองโลกในแง่ดีมาก และได้วางแผนการพัฒนาระยะยาวเอาไว้แล้วครับ
ในความเป็นจริง เราจะไม่จำกัดอยู่แค่ในด้านจรวดขนส่งเท่านั้น ในอนาคตเราจะรุกเข้าสู่ด้านเทคโนโลยีอวกาศอื่นๆ ด้วย เช่น ดาวเทียมสื่อสาร ดาวเทียมถ่ายภาพความละเอียดสูง และดาวเทียมเพื่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
นอกจากด้านดาวเทียมแล้ว เรายังกำลังวิจัยเกี่ยวกับยานอวกาศอย่างจริงจัง ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เราก็จะทำการปล่อยยานอวกาศทดลองที่เราวิจัยและพัฒนาขึ้นเอง
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เป้าหมายระยะกลางและระยะยาวของเราคือการสำรวจและพัฒนาทรัพยากรบนดวงจันทร์และดาวอังคาร รวมถึงทรัพยากรแร่ธาตุในแถบดาวเคราะห์น้อยรอบๆ ด้วยครับ"
"โอ้?" คราวนี้ไม่ใช่แค่เฉินจื้อหง แต่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็เผยสีหน้าสนใจใคร่รู้
"นึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะมีความปณิธานแบบนี้ ตรงจุดนี้คล้ายกับอีลอน มัสก์ของต่างประเทศคนนั้นเลยนะ เขาบอกว่าจะส่งคนไปดาวอังคารไม่ใช่เหรอ" เฉินจื้อหงพูดหยอกล้อพร้อมรอยยิ้ม
ส่วนอู๋ฮ่าวก็ไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด กลับยิ้มและส่ายหน้า: "ไม่ครับ ผมกับเขาไม่เหมือนกัน อย่างน้อยเป้าหมายและวิธีการก็ไม่เหมือนกัน
ผมยอมรับครับว่าในด้านจรวดขนส่ง เราได้เรียนรู้และอ้างอิงจากเขาบ้าง แต่เราก็ก้าวเดินในเส้นทางการพัฒนาที่เป็นของตัวเอง
ยกตัวอย่างเช่น จรวดขนส่งที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ของพวกเรา ในตอนแรกทีมวิจัยของเราคิดจะลอกแบบจรวดฟอลคอน (Falcon) ของพวกเขามาพัฒนาต่อ แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและวัสดุ ทำให้ความคืบหน้าช้ามาก
ส่วนตัวผม ก็เลยเสนอความคิดเห็นหรือมุมมองของผมเองออกไป
ทำไมเราต้องยึดติดกับเทคโนโลยีการกู้คืนแบบของพวกเขาด้วย เราสามารถหาหนทางอื่นได้ไหม เพราะยังไงขอแค่สามารถนำจรวดลงจอดได้อย่างปลอดภัย แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ก็พอแล้ว
ดังนั้นเราจึงริเริ่มใช้วิธีการผสมผสานระหว่างร่มชูชีพและเครื่องยนต์เพื่อทำการลงจอดตัวถังจรวดท่อนที่หนึ่ง
ถึงแม้การเพิ่มร่มชูชีพจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นหลายร้อยกิโลกรัม แต่ก็ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงไปได้ส่วนใหญ่ และระยะเวลาการทำงานรวมถึงความหนักหน่วงในการทำงานของเครื่องยนต์ก็จะลดลงไปมาก ซึ่งเป็นผลดีต่อการยืดอายุการใช้งานของตัวถังจรวดท่อนที่หนึ่งที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ส่งผลให้ต้นทุนลดต่ำลงไปอีก
อันที่จริง ตอนนี้เรากำลังวิจัยเทคโนโลยีการกู้คืนตัวถังจรวดท่อนที่หนึ่งแบบใหม่ และเทคโนโลยีการกู้คืนจรวดท่อนที่สองก็มีความคืบหน้าแบบก้าวกระโดดแล้วเช่นกันครับ"
"โอ้?" ดวงตาของเฉินจื้อหงเป็นประกายขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบถามต่อ: "เทคโนโลยีการกู้คืนตัวถังจรวดท่อนที่สอง นี่มันยากกว่าการกู้คืนท่อนที่หนึ่งมากเลยนะ มันต้องผ่านชั้นบรรยากาศไปกลับ แถมระยะทางยังไกล ความยากในการกู้คืนสูงมาก ต้นทุนก็สูงด้วย
เป็นไงครับ ใช้วิธีร่มชูชีพเหมือนกันเหรอ?"
อู๋ฮ่าวส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม: "ไม่ครับ ถ้าใช้ร่มชูชีพอีกมันจะไม่คุ้มค่า อย่างแรกคือร่มชูชีพหนักเกินไป จะกระทบต่อความสามารถในการบรรทุกของจรวด ซึ่งได้ไม่คุ้มเสีย อย่างที่สองคือจุดตกของร่มชูชีพค่อนข้างควบคุมยากและคงที่ ทำให้ไม่สามารถปล่อยจากพื้นที่ในแผ่นดินใหญ่ได้ ส่วนทางทะเลการกู้คืนก็ค่อนข้างลำบาก
ดังนั้นเราจึงวางแผนที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ แต่จะเรียกว่าใหม่ก็ไม่เชิง ก็คือการเรียนรู้วิธีการกลับสู่โลกและการลงจอดแบบกระสวยอวกาศ โดยการติดปีกให้กับตัวถังจรวดท่อนที่สองครับ"
"ติดปีก?"
ทุกคนต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาในตอนแรก จากนั้นดวงตาก็เริ่มเป็นประกายขึ้นมา
เฉินจื้อหงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมองไปที่อู๋ฮ่าวพร้อมพยักหน้า: "ในทางทฤษฎีแล้ว แผนการนี้มีความเป็นไปได้ แต่ว่ามันเกี่ยวข้องกับปัญหาทางเทคนิคมากมาย และมีความยากสูงมาก"
อู๋ฮ่าวพยักหน้ารับ: "ถูกต้องครับ ความยากทางเทคนิคสูงมาก แต่ในด้านนี้พวกเรามีความคืบหน้าแบบก้าวกระโดดแล้ว เพียงแต่ถ้าจะนำมาใช้งานจริง เกรงว่ายังต้องใช้เวลาอีกสักพัก"
"พอคุณพูดแบบนี้ ผมยิ่งคาดหวังมากขึ้นไปอีก ถ้าเทคโนโลยีนี้วิจัยสำเร็จ มันจะช่วยลดต้นทุนการปล่อยจรวดลงไปได้อีกมาก เป็นการเปิดยุคอวกาศให้กับมนุษยชาติ และสร้างความเป็นไปได้ในการเดินทางไปกลับอวกาศในระดับมหาภาค"
พูดถึงตรงนี้ เฉินจื้อหงก็หันไปยิ้มให้กับทุกคน: "ในอนาคต การท่องเที่ยวอวกาศจะไม่ใช่กิจกรรมเฉพาะสำหรับนักบินอวกาศหรือพวกมหาเศรษฐีอีกต่อไป คนธรรมดาอย่างพวกเราแค่จ่ายเงินนิดหน่อยก็สามารถไปได้แล้ว"
ฮ่าๆๆๆ...
ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างพากันหัวเราะเมื่อได้ยินคำพูดของเขา แต่ว่า 'เงินนิดหน่อย' ที่เขาพูดถึงนั้นจะเป็นจำนวนเท่าไหร่กันนะ ทุกคนต่างก็อดเดากันเล่นๆ ในใจไม่ได้