- หน้าแรก
- จดหมายสื่อรัก พลิกกฎหัวใจแบดบอย
- ตอนที่ 29 - เปลวไฟที่ลุกโชน
ตอนที่ 29 - เปลวไฟที่ลุกโชน
ตอนที่ 29 - เปลวไฟที่ลุกโชน
ตอนที่ 29 - เปลวไฟที่ลุกโชน
==================================================
จูลี่เขียนไปได้แค่บรรทัดเดียวก็ตัดสินใจขีดฆ่าทิ้ง เปลี่ยนหน้ากระดาษแผ่นใหม่แล้วเขียน—
'ฉันจะเชื่อใจคุณได้ยังไง ในเมื่อฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณเลย ถ้าคุณจะเก็บความลับนี้ไว้กับตัวหรือเอาไปป่าวประกาศให้นักเรียนคนอื่นรู้เพื่อประโยชน์ของคุณ? ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณเลย แถมคุณยังเป็นต่อเพราะถือจดหมายของฉันไว้'
แม้จะง่ายที่จะเล่าเรื่องให้คนแปลกหน้าฟัง แต่ขณะเดียวกัน เธอก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโจรขโมยจดหมายคนนี้เลย ยังมีความกังวลว่าเรื่องนี้จะถูกเผยแพร่ออกไป
เมื่อได้รับคำตอบ จดหมายเขียนว่า—
'ดีที่รู้ว่าเธอไม่ได้โง่เหมือนนักเรียนคนอื่นในเวเทอริส ความกังวลของเธอสมเหตุสมผล และเพราะเห็นแก่สิ่งนั้น ฉันจะคืนจดหมายครึ่งหน้าที่ฉันเก็บไว้ให้ พร้อมกันนี้ นี่คือคำตอบสำหรับคำถามข้อหนึ่งของเธอ หอพักที่เธออยู่ตอนนี้ ฉันเคยอยู่ที่นั่น'
"เคยเป็นหอชายมาก่อนเหรอ?" จูลี่ถามตัวเอง แล้วสังเกตเห็นเศษจดหมายที่แนบมาด้วย
หยิบขึ้นมาดู เธอเห็นลายมือตัวเอง มันคือจดหมายของเธอจริงๆ ที่หวังว่าจะส่งถึงลุงโทมัส หรือพูดให้ถูกคือครึ่งล่างของจดหมาย เจ้าเล่ห์ชะมัด จูลี่คิด ข้อมูลสำคัญๆ มันอยู่ในครึ่งแรกต่างหาก!
แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกสนใจอย่างมากเมื่อคิดถึงคนคนนี้ที่บอกว่าเคยอยู่ในห้องที่เธออยู่ตอนนี้ ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเขียนสิ่งที่เขาอยากรู้—
'ถ้าคุณเจอฉันเมื่อปีก่อน คุณคงจะเจอกับฉันในเวอร์ชันที่ต่างออกไป ฉันเคยพูดน้อยกว่านี้ ไม่พูดมากเหมือนตอนนี้ เหมือนกับที่อื่นๆ นักเรียนที่นั่นมีหลายประเภท บางคนก็นิสัยดี แต่ส่วนใหญ่แย่ ฉันเคยเรียนได้เกรดดี มีเพื่อนดีๆ บ้าง อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่ฉันคิดจนกระทั่งพวกเขาหันหลังให้ ฉันไม่รู้ว่าอะไรเป็นจุดเริ่มต้น แต่ไม่นานฉันก็กลายเป็นเป้าหมายโปรดในการถูกรังแก
ถ้าจะให้เทียบ เอลีนอร์ ผู้หญิงที่อยู่หอเดียวกับฉันเทียบพวกนั้นไม่ติดเลย หรืออาจจะเป็นเพราะฉันไม่ยอมให้เอลีนอร์เล่นงานฉันก็ได้
มันเริ่มจากการที่ผู้หญิงเปรียบเทียบกันเอง แล้วเพื่อนก็แอบเปรียบเทียบกับคนอื่นจนกลายเป็นคู่แข่ง เพื่อนฉัน นาตาลี วันหนึ่งเธอกลายเป็นคนดัง แล้วเธอก็ตัดขาดจากฉันก่อนจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเราบางคนให้กลายเป็นนรก ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเธอจะเปลี่ยนเป็นคนละคนได้ขนาดนี้...'
จูลี่ละสายตาจากสมุด จ้องมองกำแพงตรงหน้า นึกถึงความรู้สึกตอนที่ตกเป็นเป้าของคนที่เคยเป็นเพื่อน
วันนั้นเป็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน จูลี่กำลังเก็บหนังสือใส่ตู้ล็อกเกอร์ จู่ๆ ก็มีใครบางคนผลักหัวเธอกระแทกกับล็อกเกอร์ข้างๆ ด้วยความเจ็บ เธอหันไปเจอนาตาลียืนอยู่ มองเธอด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
"พูดเรื่องอะไรน่ะ?" จูลี่ถามอย่างงุนงง เธอจับหน้าผากแล้วเห็นเลือดติดมือมา
"คอร์บินบอกว่าเขาจะไม่ไปเดตกับฉัน เพราะเขามีนัดกับเธอ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอเริ่มคุยกับเขา?"
"คอร์บิน? ฉันไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำนะนาตาลี เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว" จูลี่ปิดล็อกเกอร์ เธออยากกลับบ้านเต็มแก่และไม่อยากมีเรื่อง เธอเริ่มเดินหนี แต่มีคนขัดขาทำให้เธอล้มลงกับพื้น
"เป็นบ้าอะไรของเธอ?" จูลี่ไม่เคยขึ้นเสียงมาก่อน เธอลุกขึ้นยืนท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ นาตาลี นาตาลีที่ชินกับธรรมชาติอันเรียบร้อยของจูลี่ไม่นึกว่าเธอจะเถียงกลับ
"เธอนั่นแหละ เธอเป็นตัวรกหูรกตาของที่นี่ ยิ่งเห็นหน้าเธอ ฉันยิ่งเกลียด" นาตาลีพูด หันไปบอกเพื่อน "ลากนังนี่ไปห้องฉายหนัง"
ก่อนจูลี่จะหนีทัน ของแข็งบางอย่างก็ฟาดเข้าที่หัว ทำให้เธอสลบไปชั่วครู่ พอฟื้นขึ้นมา เธอก็พบว่าถูกมัดติดกับเก้าอี้ในห้องมืดที่มีแค่เครื่องฉายหนังทำงานอยู่
นาตาลีเดินมายืนตรงหน้าด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
เป็นครั้งแรกที่จูลี่ตระหนักว่าเพื่อนของเธอเปลี่ยนไปได้เลวร้ายขนาดไหนในเวลาไม่กี่เดือน เธออ้าปากกรีดร้องเพื่อเรียกความสนใจจากนักเรียนหรือครู
เพื่อนคนหนึ่งรีบยัดผ้าเข้าปากเธอ อีกคนเอาผ้าเช็ดหน้ามามัดปากทับแล้วผูกเงื่อนไว้ด้านหลังหัว โชคดีของจูลี่ที่มีคนได้ยินเสียงกรีดร้องและเคาะประตู
"เกิดอะไรขึ้นข้างใน?" เสียงผู้ชายดังมาจากข้างนอก
นาตาลีถลึงตาใส่จูลี่แล้วบอก "เดี๋ยวฉันคุยเอง" เธอเดินไปเปิดประตู จูลี่ใจเต้นระรัว พยายามส่งเสียง
"ทำอะไรกัน? นี่ไม่ใช่ที่ซ้อมละครนะ แล้วอย่าส่งเสียงดัง" ครูพูด
"ขอโทษค่ะ มิสเตอร์ซีมัวร์ พอดีห้องว่างอื่นมีคนเต็มหมดแล้ว ขอพวกหนูใช้ห้องนี้สักพักนะคะ สัญญาว่าจะไม่ดื้อค่ะ" นาตาลียิ้มหวานให้ครูที่ยืนอยู่หน้าห้อง
"โอเค" ครูรับคำแล้วเดินจากไป จูลี่ตาเบิกกว้าง ไม่เข้าใจว่าทำไมครูถึงไปโดยไม่ถามอะไรสักคำ หรือเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
"พยายามจะทำตัวฉลาดที่สุดเสมอเลยนะจูลส์?" นาตาลีถาม เดินกลับมาหาจูลี่ที่อยู่ด้านหลังห้อง จูลี่จ้องมอง "ตั้งแต่เด็กๆ เธอก็เป็นแบบนี้ ทำตัวเหนือกว่าฉัน พยายามทำเหมือนสวยกว่าฉัน แต่รู้ความจริงไหม? เธอมันก็แค่อ่อนแอ ดูสภาพตอนนี้สิ"
จูลี่พยายามแก้มัด แต่เชือกมัดแน่นติดกับที่วางแขน เธอไม่เข้าใจว่าโดนตีหัวทีเดียวทำไมถึงสลบได้
นาตาลียิ้มแล้วพูดว่า "เธอพูดถูก คอร์บินไม่ได้พูดอะไรหรอก ฉันแค่แต่งเรื่องขึ้นมา ถ้าเธอไม่เสนอหน้าอัปลักษณ์ๆ มาให้ฉันเห็น ฉันคงไม่ทำอะไรเธอ แก้มัดมือซ้ายนาง"" เธอสั่งสมุน ""เธอควรจะฟังฉัน วันนี้ฉันจะให้ของขวัญนะจูลส์" หันไปหาเพื่อนคนอื่น เธอถาม "เอาใบมีดมาหรือเปล่า?"
จูลี่ตาโต ส่ายหน้าไปมาพร้อมส่งเสียงอู้อี้
"ไม่เจ็บมากหรอก แล้วฉันจะระวังไม่ให้กรีดลึกเกินไป" นาตาลีสัญญาด้วยรอยยิ้มที่ยังค้างอยู่บนหน้า เหมือนคนที่จูลี่เคยรู้จักในฐานะเพื่อนได้ตายจากไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่นาตาลีต้องการคือทำร้ายเธอ
กลับมาที่ปัจจุบัน ในห้องพัก จูลี่นั่งบนเตียงเขียนรายละเอียดต่อ—
'เลือดออกไม่เยอะ แต่ฉันจำควาเจ็บปวดตอนที่นาตาลีกรีดใบมีดคมกริบบนข้อมือฉันได้ ปากฉันถูกปิด และเธอยืนยิ้มให้ฉัน ฉันสลบไป และพอตื่นขึ้นมา ฉันก็อยู่คนเดียวในห้อง อาทิตย์นั้นพ่อแม่ฉันไปเยี่ยมญาติ พอกลับมา แผลที่หน้าผากก็หายแล้ว และฉันก็ซ่อนแผลเป็นไว้ไม่ให้พวกเขาเห็น
ไม่ใช่ว่าฉันไม่พยายามจะพูดกับครู แต่นั่นยิ่งทำให้ฉันเดือดร้อนกว่าเดิม จู่ๆ ฉันก็ถูกขังในห้องแคบๆ โดยนักเรียนที่ไม่รู้จัก ไม่เคยคุยด้วย โดนปาของใส่ โดนขัดขา พวกนั้นฟังและทำตามที่นาตาลีบอก เหมือนคนทั้งโรงเรียนกลายเป็นศัตรูกับฉัน เธอไม่เล่นแรงแบบนั้นอีกเพราะฉันระวังตัวมากขึ้นหลังจากเหตุการณ์นั้น
ตอนนั้นแหละที่ฉันตัดสินใจใส่แว่น หวังว่ามันจะเปลี่ยนวิธีที่คนอื่นมองฉัน มันช่วยได้นิดหน่อย แต่บางครั้งแค่นิดหน่อยก็พอให้หายใจได้
แค่นี้แหละ ตาคุณตอบคำถามฉันบ้าง'
จูลี่จบท้ายด้วยจุดฟูลสต็อป พอได้เขียนระบายออกมา เหมือนปีศาจบางตัวในใจได้ถูกปลดปล่อย
ลุกจากเตียง เธอเริ่มเตรียมตัวไปเรียน
ตอนบ่ายขณะเดินกับเมลานีนอกตึกเรียน จูลี่สังเกตเห็นโรมันมองเธอจากที่เขายืนอยู่ แม้สบตากัน เขาก็ไม่หลบสายตา แปลกที่เขาดูคุ้นเคยตอนสอนหนังสือ แต่กลับดูห่างเหินในตอนนี้ เมลานีถามอะไรบางอย่าง เธอถึงละสายตาจากเขา
ไซมอนที่มักอยู่กับโรมันสังเกตเห็นเขาจ้องเด็กมนุษย์
"นายจะทำให้นางกลัวนะ ถ้าจ้องแบบนั้น" ไซมอนทัก มองกลับไปที่โรมันที่ไม่คิดจะละสายตาแม้จะโดนทัก
โรมันเล่นไม้จิ้มฟันหักๆ ในปากแล้วถาม "พวกโร้คเพิ่มจำนวนเร็วแค่ไหน?"
ไซมอนทำหน้าครุ่นคิดก่อนตอบ "ไม่เยอะเท่าไหร่ในช่วงปีหลังๆ ส่วนใหญ่โดนกำจัดไปหมดแล้ว จะได้ไม่เป็นภัยต่อความลับพวกเรา" แล้วเขาก็ถาม "นายดูใช้เวลากับนางเยอะนะช่วงนี้"
โรมันหยิบจดหมายล่าสุดที่ได้รับจากจูลี่ออกมา ม้วนเป็นแท่งเล็กๆ "งั้นเหรอ?" เพราะเท่าที่ผ่านมา พวกเขาอยู่ด้วยกันในห้องสมุดแค่สองครั้ง "ฉันว่าไม่น่าจะนับนะ"
"นายไม่เคยมีลูกศิษย์มาก่อน มันเลยทำให้พวกนั้นสงสัย ไม่ใช่ว่านายไม่ช่วยคนอื่น แต่เพราะนายไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน" ไซมอนฮึมฮำ ยิ้มเจ้าเล่ห์
หยิบไฟแช็กออกมา โรมันจุดไฟเผาจดหมายที่ม้วนไว้ มันเริ่มไหม้จากปลายข้างหนึ่งไปอีกข้าง เขามองดูความลับที่เขียนถึงเขาถูกเปลวไฟกลืนกิน ทำลายหลักฐาน
"นึกว่านายวิเคราะห์เสร็จแล้วซะอีก" โรมันหันมามองไซมอนด้วยสีหน้าเนือยๆ
"อือฮึ" ไซมอนพยักหน้า "บางครั้งความอยากรู้อยากเห็นที่ลุกโชนก็เผาไหม้คนได้ ระวังหน่อย โรม" พอโรมันเริ่มเดิน เขาก็ทำหน้างง "จะไปไหน?"
"ไปหาดันเต้" โรมันตอบ
เขาเดินตรงไปยังตึกอำนวยการที่ตั้งของห้องทำงานครูใหญ่
ถึงหน้าห้อง โรมันผลักประตูเข้าไปเห็นดันเต้นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน
"ลมอะไรหอบมาล่ะ โรม?" มิสดันเต้ถาม มองเขาอย่างสงสัย
"ครั้งสุดท้ายที่กวาดล้างพวกโร้คคือเมื่อไหร่?" โรมันถาม เดินมายืนหน้าโต๊ะ
การกวาดล้างคือวิธีเดียวที่จะกำจัดแวมไพร์ที่ไม่อยู่ในสารบบและทำผิดกฎ แวมไพร์นอกรีตมักถูกสร้างขึ้นเพื่อก่อความวินาศ
"น่าจะห้าปีก่อน" มิสดันเต้ตอบ "เจออะไรเหรอ?"
"มีโร้คที่น่าจะเปลี่ยนมนุษย์คนหนึ่งให้กลายเป็นแวมไพร์ นักเรียนนี่แหละ" โรมันตอบ มิสดันเต้หรี่ตาลงกับข้อมูลนี้
หญิงสาวกล่าว "ฉันให้พวกเธอไปไล่ล่าโร้คไม่ได้เพราะติดโปรโตคอล ยังไม่นับเรื่องที่พวกอาวุโสจะมา และฉันอยากให้พวกเธอปลอดภัย ถ้าเธอรู้ว่าคนคนนั้นอยู่ที่ไหน บอกเอโนค แล้วเขาจะจัดการเอง"
"ได้ยินมาแล้ว" โรมันพูด แววตาเข้มขึ้นเมื่อเอ่ยถึงพวกอาวุโส แต่สีหน้ายังนิ่งสนิท
ดันเต้พยักหน้า เธอกล่าว "กระบวนการถ่ายเลือดเร็วกว่าที่เราคาดไว้ และมันเหลือแค่เวลาเท่านั้นก่อนจะสมบูรณ์ อีกอย่าง ฉันดีใจที่ได้ยินว่าเธอไม่ไปกวนมิสซิสฮิลล์เรื่องย้ายมนุษย์ออกจากห้องเธอไปห้องที่เพิ่งว่าง" เธอดูประทับใจในตัวเขา
มุมปากโรมันยกขึ้น "จะให้พูดไงได้ ผมไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ เลยเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่า"
"โดโนแวนต้องภูมิใจแน่เมื่อเจอเธอ" มิสดันเต้เอ่ยชื่อหนึ่งในอาวุโส เธอหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นจิบ "โชคดีที่ไม่มีคนตายเพิ่มหลังจากรายล่าสุด ญาติของเด็กคนนั้นมาที่นี่ และอีแวนส์ก็จัดการปิดข่าวเรียบร้อย การตายแต่ละครั้งสร้างความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งมันจะส่งผลกระทบออกไปนอกเวเทอริส"
ห่างออกไปจากห้องครูใหญ่ จูลี่กับเมลานีเดินเล่นรอบๆ และข้างนอกหอพัก จูลี่เดินไปที่หน้าต่างห้องตัวเอง เธอลองดันหน้าต่าง พยายามจะเปิด
"ทำอะไรน่ะ?" เมลานีถาม สงสัยว่าจูลี่ทำอะไร
"ฉันสงสัยว่ามีวิธีเปิดหน้าต่างหรือเปล่าน่ะ" จูลี่พึมพำ ลองทุกมุมแล้วแต่หน้าต่างก็ยังล็อกแน่น
ปกติเวลานี้ เธอจะได้รับจดหมายตอบกลับจากโจรขโมยจดหมายแล้ว แต่วันนี้ดูเหมือนเขาจะมาช้า หรืออาจเป็นเพราะเธอยืนอยู่หน้าต่างห้องตัวเองพอดี