- หน้าแรก
- จดหมายสื่อรัก พลิกกฎหัวใจแบดบอย
- ตอนที่ 28 - ตลกร้าย
ตอนที่ 28 - ตลกร้าย
ตอนที่ 28 - ตลกร้าย
ตอนที่ 28 - ตลกร้าย
==================================================
ก่อนจะไปห้องสมุด จูลี่แวะกลับหอพักแล้วหยิบจดหมายที่โจรขโมยจดหมายทิ้งไว้ให้—
'ช้าก่อนแม่ตัวยุ่ง กฎนี้ฉันเป็นคนตั้ง แล้วดูเหมือนเธอจะลืมตอบคำถามฉันข้อหนึ่งนะ เพื่อเป็นการกระตุ้น ฉันมีคำตอบสำหรับคำถามเธอ แต่จงอย่าคิดว่าฉันจะให้ง่ายๆ เคยได้ยินกฎการแลกเปลี่ยนของคนพาลไหม? เธอตอบคำถามฉันโดนห้ามโกหกแม้แต่คำเดียว แล้วฉันจะให้คำตอบเธอ'
จูลี่กัดริมฝีปากล่าง เธอน่าจะรู้นะว่าเขาไม่ยอมตอบง่านๆ หรอก
มองนาฬิกา เห็นเวลาเดินไปเรื่อยๆ แล้วนึกขึ้นได้ว่าสายแล้ว ล็อกประตูห้องแล้วรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปห้องสมุด เมื่อเช้าตอนตื่น เธอลืมสนิทเลยว่าวันนี้มีนัดติวกับโรมัน เพิ่งจะนึกออกเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี่เอง ระหว่างทาง เธอเจอเดนนิสที่กำลังโบกมือให้เพื่อนร่วมห้อง แล้วพอหันมา เขาก็เห็นเธอ
"กำลังจะไปห้องสมุดเหรอ?" เดนนิสถาม สายตามองกระเป๋าเธอ
"อื้อ" จูลี่ตอบพร้อมหอบหายใจ เขายิ้มให้
"ดีใจจัง ฉันก็กำลังจะไปพอดี" เดนนิสบอกแล้วเริ่มเดินข้างๆ เธอ "หนังสือที่ยืมมาครบกำหนดคืนแล้วเหรอ?"
"หือ?" เธอถามงงๆ
"ก็เห็นเธอวิ่งมา" เดนนิสมองไปทางที่จูลี่วิ่งมาแล้วหันกลับมามองเธอ
"อ๋อ เปล่า" จูลี่ยิ้ม เอานิ้วโป้งเกี่ยวสายสะพายกระเป๋า "ฉันมีนัดติวหนังสือกับเพื่อนน่ะ"
เดินมาถึงหน้าทางเข้าห้องสมุด เดนนิสถาม "ติวกับมอลเทนอร์เหรอ?" สีหน้าเขาเคร่งเครียดขึ้นเหมือนไม่ชอบใจที่เธอไปข้องแวะกับโรมัน
ทันใดนั้น โรมันก็โผล่มาจากทางตรงข้าม เขามองจูลี่แล้วมองเลยไปที่เดนนิสที่ยืนข้างเธอ
เดนนิสมองโรมันอย่างรังเกียจ เขาไม่ลืมเรื่องเมื่อสามวันก่อนที่โรงอาหารที่โรมันทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน เขาพูดขึ้น "สงสัยจะเป็นลางซวยที่ไปเรียกชื่อพวกอันธพาลเข้า"
โรมันที่กำลังเคี้ยวหมากฝรั่งอย่างสบายอารมณ์พูดสวน "รู้ใช่มั้ยเขาว่ายังไง ตายยากชะมัด" สายตาเขาจับจ้องที่จูลี่ "ไปเอาหนังสือมา ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าให้รอ หรือลืมไปแล้ว?"
ก่อนจูลี่จะก้าวเท้า เดนนิสยื่นมือมาขวาง โรมันหรี่ตาลงเล็กน้อยแต่สีหน้ายังนิ่ง จูลี่ตกใจ หันมองเดนนิส
"เลิกขู่เธอเพื่อให้ได้ดั่งใจสักที" เดนนิสบอก
"ไม่เป็นไรเดนนิส" จูลี่รีบบอก เดนนิสลดมือลงพร้อมขมวดคิ้ว
โรมันจึงพูดว่า "เจ้าตัวยังไม่มีปัญหา แล้วนายจะแส่ทำไม? แทนที่จะเสนอหน้าช่วยคนอื่น เอาเวลาไปทำเกรดตัวเองให้สูงกว่าฉันก่อนเถอะ" เขาเลิกคิ้ว "แล้วอย่าทำแบบเมื่อกี้อีก ฉันไม่รับประกันว่าแว่นนายจะยังอยู่ดีไหม" พูดจบเขาก็เดินเข้าห้องสมุดไป
จูลี่พูดแก้เก้อ "ไม่ต้องห่วงฉันหรอกเดนนิส เขาแค่ช่วยติววิชานั้นให้"
เดนนิสเม้มปากแล้วบอก "มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ ฉันจะอยู่ที่นี่แหละ" จูลี่พยักหน้าแล้วเดินเข้าตึกไปหยิบหนังสือเรียน เดนนิสที่ยืนอยู่ตรงนั้นพึมพำกับตัวเอง "นึกว่าวันนี้เราจะได้ติวด้วยกันซะอีก"
หยิบหนังสือเสร็จ จูลี่เดินขึ้นบันได ผ่านชั้นหนังสือทางขวา เห็นโรมันนั่งขัดสมาธิรออยู่แล้ว พอเธอเดินเข้าไปในสายตา รังสีความไม่พอใจก็แผ่ออกมา
"ดูโกรธๆ นะ" จูลี่ทัก
เหมือนเอาน้ำมันราดกองไฟ โรมันคลายท่านั่ง ยืดขาออก เข่ากระแทกโต๊ะดังปัง ทำเอาใจจูลี่หล่นวูบ
"ฉลาดนี่" โรมันประชด จูลี่พยายามกลั้นยิ้ม "คิดว่าทำไมฉันถึงโกรธ?"
"พูดยากแฮะ..." เสียงเธอแผ่วปลาย เขาหรี่ตาลง
โรมันกระชากสมุดโน้ตเธอไป เขียนขยุกขยิกแล้วยื่นคืน "ไหนดูซิว่าจะแก้โจทย์ที่เราคุยกันเมื่อสองวันก่อนได้ไหม ให้เวลาห้านาที"
ลึกๆ ในใจ จูลี่รู้ว่าเดี๋ยวโรมันต้องงัดโจทย์มหาหินออกมาจากแจ็กเก็ตหนังแน่ๆ และเขาก็เอาโจทย์ที่ไม่เหมือนที่เคยเรียนมาให้ทำ สงสัยจะโกรธจริงที่เธอมาสาย
ครบห้านาที จูลี่เพิ่งทำไปได้ครึ่งเดียว โรมันวิจารณ์ "ช้าไป"
"แต่ครึ่งที่ทำถูกใช่ไหมคะ?" จูลี่ถามตาเป็นประกาย โรมันเห็นความตื่นเต้นในตานั้น
"ถูก แต่อย่าเพิ่งดีใจไป ทำถูกแค่ครึ่งเดียวแต่ไม่เสร็จก็ไม่มีความหมาย ไม่ได้คะแนนหรอกนะ" โรมันพูดก่อนจะเริ่มสอน จูลี่แอบยิ้มในใจ
หลังสอนเสร็จ โรมันให้โจทย์ยากกว่าในหนังสือเรียนให้จูลี่ทำ ระหว่างนั้นเขาก็หยิบหนังสือมานั่งอ่านฆ่าเวลา
"ทำเสร็จแล้วหรือมองหาคำตอบบนหน้าฉัน?" โรมันถามโดยไม่เงยหน้าจากหนังสือ
"ฉันอยากถามเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานซืนค่ะ" จูลี่เกริ่น
"ทำไม?" เสียงโรมันตอบกลับอย่างไม่แยแส เขาเงยหน้ามองเธอ
"คุณ... ได้บอกอะไรเอลีนอร์ตอนไปเจอหล่อนไหมคะ? เกี่ยวกับฉัน?" เธอถาม เขาผ่อนข้อมือที่ถือหนังสือ โน้มตัวมาข้างหน้า
"ทำไมฉันต้องพูดเรื่องเธอกับยัยนั่น?" เขาถาม เอียงคอ
ก็เพราะเอลีนอร์ไม่ยกพวกถือไม้เบสบอลมาไล่ล่าเธอไง มันเลยทำให้จูลี่สงสัยว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องหรือเปล่า สายตาเขามองกลับมาอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ก็เพราะฉันเป็นคนเอาสมุดไปให้คุณไงคะ"
"ไม่สำคัญพอที่จะทำให้ฉันต้องเอ่ยชื่อเธอหรอก" โรมันตอบอย่างไม่ใส่ใจ
งั้นเธอเดาผิด และเอลีนอร์แค่รักษาสัญญา? แต่โรมันพูดถูก ทำไมเขาต้องพูดถึงเธอตอนกำลังฉีกจดหมายเอลีนอร์ด้วย จูลี่คิด
"ไหนๆ ก็พูดเรื่องนี้แล้ว เธอไปงัดแงะหอพักอื่นมากี่ที่แล้ว?" โรมันถาม เคี้ยวหมากฝรั่ง
"แค่ห้องคุณห้องเดียวค่ะ ฉันจะไปงัดห้องคนอื่นทำไม?" จูลี่ถาม ก้มมองหนังสือ นึกถึงสัมผัสตอนเขาผลักและนิ้วที่โดนข้อมือ
"ไม่รู้สิ เธอตอบฉันมาสิ แทนที่จะเคาะประตู ดันเลือกงัดห้องคนอื่น ข่าวลือแพร่ไปทั่วแล้ว" โรมันเดาะลิ้น ส่ายหน้าอย่างผิดหวัง
หน้าจูลี่แดงแปร๊ด เธอกระซิบ "คุณนั่นแหละเอาไปป่าวประกาศ!"
"ฉัน? ทำไมฉันต้องเอาเรื่องแบบนั้นไปพูด ฉันมีอะไรให้ทำเยอะแยะกว่าเอาเรื่องเธอไปเม้าท์ ลองไปถามเพื่อนรักเอลีนอร์ของเธอดูสิ ยังไงซะเธอก็งัดห้องฉันเพราะหล่อนบอก แล้วคนบ้าที่ไหนเขาตกลงทำเรื่องพรรค์นั้นกัน?" สายตาเขาหรี่ลงเล็กน้อย
"คุณด่าฉันว่าบ้าเพราะฉันเคยด่าคุณว่าบ้ามาก่อนสินะ" จูลี่พึมพำ โรมันจ้องเธอ "ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดี..."
"เกิดเป็นคนอื่นที่จับเธอมัดไว้ในห้องแล้วฆ่าทิ้งล่ะ? ไม่มีใครรู้หรอกนะ" โรมันพูดหน้าตาย
"นั่นมันก็เวอร์ไปไหมคะ?" จูลี่เลิกคิ้ว แต่สีหน้าโรมันไม่เปลี่ยน
"เธอไม่รู้หรอกว่าใครเป็นฆาตกร วินเทอร์ส" เขาพูดเสียงจริงจังทำเอาเธอเริ่มใจคอไม่ดี "นี่แหละเหตุผลที่เธอควรเลือกคบคน ไม่ใช่พวกเกรดรอง มันจะทำให้ไอคิวเธอลด"
จูลี่เม้มปากที่เขาแซะเดนนิส แล้วบอก "พูดงี้เหมือนจะบอกว่า... อยู่กับฉันแล้วไอคิวคุณจะลดงั้นสิ" เพราะเธอไม่ได้ติดท็อปสามสิบสี่สิบของชั้นปี และโรมันดูเหมือนจะครองท็อป
"ดีที่รู้ตัว" โรมันตอบ "เอ้า กลับไปทำโจทย์ต่อได้แล้ว"
จูลี่จ้องเขาอีกสองสามวินาทีก่อนจะก้มหน้ากลับไปมองหนังสือ
นาทีต่อมา โรมันเงยหน้าจากหนังสือมองเด็กสาวที่นั่งตรงข้าม เหมือนเด็กดีที่ตั้งใจเรียน เธอปอยผมข้างๆ ไปมัดเป็นหางม้ายาวปานกลาง แว่นตาปกปิดใบหน้าจิ้มลิ้ม
ถึงจูลี่จะคิดว่าคำพูดโรมันเป็นตลกร้าย แต่มันก็ใกล้เคียงความจริงมาก มนุษย์ที่บุกเข้าหอแวมไพร์ตอนกลางคืน ก็ไม่ต่างอะไรกับของว่างมื้อดึก
พอติวเสร็จ โรมันลุกขึ้นพร้อมจูลี่ คราวนี้เขาไม่รอเหมือนคราวที่แล้ว เดินลิ่วๆ ไปเก็บหนังสือที่ชั้นวาง
จูลี่เดินช้ากว่า เธอมองโรมันยืนอยู่หน้าชั้น เขาตัวสูงพอที่จะหยิบหนังสือชั้นบนสุดได้โดยไม่ต้องใช้บันได เธอเดินผ่านชั้นหนังสือแล้วออกจากห้องสมุด
พอกลับถึงห้อง จูลี่จ้องจดหมายที่ได้จากโจรขโมยจดหมาย มองตัวหนังสือที่เขียนไว้ เธอยังไม่ได้ตอบคำถามสองข้อก่อนหน้านี้ของเขา แต่เธอตัดสินใจจะตอบข้อล่าสุด
สิ่งที่เขาถาม เป็นเรื่องที่เธอไม่เคยคุยกับใครมาก่อน
กำปากกาแน่น วางกระดาษแผ่นใหม่ตรงหน้า จูลี่สูดหายใจลึกก่อนลงมือเขียน—
'ก็ได้ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว...'