- หน้าแรก
- จดหมายสื่อรัก พลิกกฎหัวใจแบดบอย
- ตอนที่ 19 - ชั้นเรียนแวมไพร์
ตอนที่ 19 - ชั้นเรียนแวมไพร์
ตอนที่ 19 - ชั้นเรียนแวมไพร์
ตอนที่ 19 - ชั้นเรียนแวมไพร์
==================================================
สองสามชั่วโมงก่อนหน้านี้...
แม้ว่ารายวิชาที่มหาวิทยาลัยเวเทอริสเปิดสอนสำหรับมนุษย์และแวมไพร์จะดูไม่แตกต่างกัน แต่มีบางวิชาที่จัดขึ้นเฉพาะสำหรับแวมไพร์เท่านั้น ซึ่งเป็นวิชาที่มนุษย์ไม่รู้เรื่องรู้ราว ตอนนี้ มิสเตอร์สตวาร์สกีกำลังสอนอยู่
"มันสำคัญมากที่พวกเธอต้องเรียนรู้การควบคุมและซ่อนตัวตนจากมนุษย์ อย่าให้พวกเขารู้ว่าพวกเธอเป็นใคร และถ้าพวกเขารู้ ก็จงสะกดจิตพวกเขาซะ" เสียงแหบแห้งของมิสเตอร์สตวาร์สกีนึกถึงต้นไม้ที่ตากแดดนานเกินไปจนใกล้ตาย เขาเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่เก่าแก่ที่สุดของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ "มนุษย์จะรู้เรื่องของเราไม่ได้ นี่เป็นปีสุดท้ายของพวกเธอ และเมื่อจบการศึกษา พวกเธอจะต้องก้าวออกไปสู่โลกภายนอก..." เสียงของเขาขาดหายไป
"มิสเตอร์มอลเทนอร์?" มิสเตอร์สตวาร์สกีเรียกโรมัน โรมันเงยหน้าขึ้นจากสมุดโน้ต "เธอได้ฟังสิ่งที่ครูพูดบ้างหรือเปล่า?"
ด้วยความสามารถในการได้ยินที่ดีเยี่ยม ต่อให้เขาเอาสำลีอุดหู เขาก็ยังได้ยินตาแก่นี่พูดอยู่ดี โรมันคิดในใจ
"ให้พึ่งพาเผ่าพันธุ์เดียวกันที่ทำงานในโรงพยาบาลเพื่อหาถุงเลือด และอย่าดูดเลือดมนุษย์เพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุ้นให้เกิดความสงสัย" เขาพูดทวนคำพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแบบเดียวกับที่มิสเตอร์สตวาร์สกีใช้
"เขาจะเป็นคนแรกที่ดูดเลือดน่ะสิ" นักศึกษาคนหนึ่งที่นั่งหน้าห้องหัวเราะคิกคัก "คนแบบเขา น่าจะจับขังไว้ในคุกใต้ดิน"
สายตาของโรมันละจากอาจารย์ไปมองเด็กหนุ่มคนนั้น คนที่เขาไม่คิดจะจำชื่อด้วยซ้ำแม้จะอยู่มาหลายปี
เขาโน้มตัวไปข้างหน้า วางมือบนโต๊ะแล้วพูดว่า "นายพูดถูก นายคงจะเป็นศพแรกที่ฉันจะดูดเลือดจนหมดตัว"
เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจ "นายฆ่าฉันไม่ได้หรอก" แม้จะทำปากเก่ง แต่เขาก็ดูประหม่าเล็กน้อย
โรมันยิ้มเยาะ "เจอกันหลังเลิกเรียนไหมล่ะ บางทีเราอาจจะมาเช็คกันว่าฉันจะส่งนายลงหลุมได้หรือเปล่า"
"แวมไพร์หนุ่มๆ นี่ห้าวหาญกันจังนะ" อาจารย์ชราเปรย
นักศึกษาอีกคนถามขึ้น "เคยมีมนุษย์ที่สะกดจิตไม่ได้บ้างไหมครับ?"
"มนุษย์มีจิตใจที่เปราะบาง การสะกดจิตเป็นความสามารถที่แวมไพร์ต้องฝึกฝน ไม่ใช่สิ่งที่เรามีมาแต่กำเนิด ไม่มีมนุษย์คนไหนที่มีภูมิคุ้มกันต่อการสะกดจิต ถ้ามันไม่ได้ผล แสดงว่าความสามารถของเธออ่อนหัดเอง" มิสเตอร์สตวาร์สกีอธิบายพลางมองไปที่นักศึกษา
"แล้วถ้ามันไม่ได้ผลจริงๆ ล่ะครับ?" มีคำถามตามมาอีก
มิสเตอร์สตวาร์สกีจ้องมองคนถามก่อนจะยิ้มบางๆ "เราก็จะฆ่ามนุษย์คนนั้นทิ้ง แต่ต้องหลังจากที่มีหลักฐานที่เหมาะสมเสนอต่อผู้อาวุโสแล้วเท่านั้น ความลับของแวมไพร์ที่ซ่อนมานานหลายปีจะถูกเปิดเผยไม่ได้"
ก่อนที่อาจารย์จะพูดอะไรต่อ เสียงออดก็ดังขึ้นบอกเวลาเลิกเรียน อาจารย์เดินออกไป นักศึกษาบางส่วนก็ทยอยออกไปพัก โรมันตัดสินใจไปเดินเล่นที่ระเบียงทางเดิน เขาเมินเฉยต่อสายตาของคนอื่น และทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นเด็กสาวคนนั้น เธอถือขวดน้ำพลางมองซ้ายมองขวา ทันทีที่สบตาเขา ตาเธอก็เบิกกว้าง แล้วรีบหันหลังกลับเดินจ้ำอ้าวไปอีกทางทันที
เขาหรี่ตามองปฏิกิริยานั้น แล้วเอียงคอสงสัย
จูเลียนน์ วินเทอร์ส ไม่ยอมตอบจดหมายเขา ผู้หญิงส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัยแทบจะรอส่งจดหมายหาเขาไม่ไหว แต่ยัยนี่กลับเมินเฉยซะงั้น
ปัจจุบัน... ที่ห้องพัก โรมันนอนแผ่หลากางขาอยู่บนเตียง มือประสานรองท้ายทอย จ้องมองเพดานพลางนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
ริมฝีปากเขาบิดเป็นรอยยิ้มขบขันเมื่อนึกถึงตอนที่เธอขอให้เขาช่วยเพื่อหลบเลี่ยงการโดนกักบริเวณ นี่สินะที่เขาเรียกกันว่า หนีเสือปะจระเข้ แต่มันก็ทำให้เขาตกที่นั่งลำบากเหมือนกัน ในห้องแคบๆ นั้น เขาเห็นดวงตาตื่นตระหนกของเธอจ้องมองที่ประตู
โรมันได้กลิ่นเลือดจางๆ และอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอกัดกระพุ้งแก้มแก้เครียดหรือเปล่า
ใจจริงเขาอยากเห็นเด็กดีแหกกฎมากกว่านี้ แต่เขาตัดสินใจปล่อยเจ้าลูกกวางตื่นตูมไปสำหรับวันนี้ เขายังมีเวลาอีกทั้งปีที่จะหาความบันเทิงใส่ตัว
โรมันลุกจากเตียง เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดตู้เย็นเล็กดูและพบว่ามันว่างเปล่า กรามเขาขบเข้าหากัน ลิ้นดุนเขี้ยวที่เริ่มโผล่ออกมา เมื่อเทียบกับแวมไพร์ตนอื่น ความกระหายของเขารุนแรงกว่า และบ่อยครั้งที่มันทำให้เขาสงสัยว่าเป็นเพราะเขาไม่เหมือนคนพวกนั้นหรือเปล่า
เขากำลังสวมรองเท้าเตรียมจะออกจากห้องตอนที่ได้ยินเสียงฝีเท้าจากข้างนอก ไม่ถึงวินาทีเขาก็ได้ยินเสียงแม็กซิมัส
"ขอฉันดูหน่อยว่าเขาอยู่ไหม โรม?" แล้วก็ตามด้วยเสียงเคาะประตู
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ในห้องตรงข้าม และสงสัยว่าเพื่อนเขาพาผู้หญิงมาที่หอหรือเปล่า แม็กซิมัสถามว่า "พวกเราว่าจะติวหนังสือและทำการบ้านกัน นายจะมาร่วมวงไหม?"
โรมันจ้องประตูเหมือนเห็นทะลุไปถึงแม็กซิมัส "นายกับไซมอนเริ่มทำแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่? ฉันมีอย่างอื่นต้องทำ"
ตอนนี้เขาต้องการเลือดเพราะของเขาหมดเกลี้ยง ยิ่งเวลาผ่านไป ความกระหายยิ่งทวีความรุนแรง และเขาอยากจะฝังเขี้ยวลงไปในอะไรสักอย่าง
โรมันดึงประตูปิดล็อกกุญแจ แล้วหันไปเห็นเพื่อนยังยืนยิ้มแป้นอยู่
"มีอะไรหรือเปล่า?" เขาถามแม็กซิมัส
"ไม่เข้าไปดูแขกของเราหน่อยเหรอ? ฉันคัดเลือกมาเองเลยนะ เผื่อจะได้ดื่มในอนาคต" แม็กซิมัสฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
"ฉันไม่สนใจคนที่นายจะดื่มหรือจะเอาด้วยหรอกนะ" โรมันตอบพร้อมสายตาตำหนิ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เดินไปที่หน้าประตูห้องตรงข้าม
สายตาเขาปะทะกับไซมอนก่อน แล้วจึงเลื่อนไปมองคนที่นั่งข้างๆ
ตอนที่จูลี่ได้ยินเสียงปิดประตู เธอคิดว่าโรมันปิดประตูขังตัวเองอยู่ในห้อง แต่ไม่คิดว่าเขาจะปิดประตูเพื่อออกมาข้างนอก ความทรงจำที่ต้องติดอยู่ในห้องแคบๆ กับเขายังสดใหม่
"พวกนี้มาทำอะไรที่นี่?" โรมันถาม น้ำเสียงเจือความไม่พอใจเหมือนสองสาวไม่ควรมาอยู่ที่นี่
ไซมอนที่นั่งข้างจูลี่ยิ้ม "แม็กซิมัสคิดว่าคงจะสนุกดีถ้าได้ช่วยกันทำการบ้าน การเรียนกลุ่มมักจะได้ผลดีเสมอนะ"
สายตาโรมันละจากใบหน้าจูลี่ที่ดูเหมือนกระต่ายตื่นตูมที่ถูกสุนัขจิ้งจอกต้อนจนมุม แล้วหันไปมองไซมอน
ผู้หญิงที่มักได้รับเชิญมาที่หอมักจะเป็นพวกที่พวกเขาจะนอนด้วยหรือดูดเลือดเล่นเป็นของว่างก่อนจะสะกดจิตส่งกลับไป ตอนนี้เขาไม่สบอารมณ์ที่เหยื่อที่เขาหมายตาไว้ดันถูกเพื่อนตัวเองชิงตัดหน้า
เมื่อสังเกตเห็นแววตาหงุดหงิดที่มักฉายชัดในดวงตาโรมัน จูลี่มั่นใจว่าเขาต้องการไล่พวกเธอไปให้เร็วที่สุด นี่แหละโอกาส!
"งั้นพวกเราขอตัวนะคะ" จูลี่พูด เตรียมคว้ากระเป๋าจะออกจากหอพักชายพร้อมเมลานี แต่โรมันยกมือขึ้นกระดิกนิ้วสองนิ้วเหมือนสั่งให้เธอนั่งลง
"พวกเธอเริ่มทำการบ้านไปก่อน เดี๋ยวฉันมา ขอเวลาห้านาที" โรมันสั่ง แล้วเดินออกจากหอพักไปที่ไหนสักแห่ง
ไม่กี่นาทีต่อมา จูลี่ก็นั่งอยู่ไม่ไกลจากไซมอนและเมลานี ส่วนฝั่งตรงข้ามคือแม็กซิมัส ทุกคนดูเหมือนจะก้มหน้าก้มตาเขียนหนังสือ ทำการบ้าน หรือจดโน้ต แต่โรมัน มอลเทนอร์ กลับไม่ได้นั่งพื้นเหมือนคนอื่น เขานั่งบนเตียง เหยียดขายาวไขว้กัน หลังพิงกำแพงโดยมีหนังสืออยู่ในมือ
ผ่านไปสักพัก จูลี่รู้สึกถึงสายตาเขาจับจ้องมา แต่เธอไม่กล้าเงยหน้ามองทันที
พอเธอเงยหน้ามอง เขากลับก้มหน้าอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ ทำให้เธอสงสัยว่าสัญชาตญาณเรดาร์ของเธอพังหรือเปล่า...
ไซมอนเห็นจูลี่หยุดจดและจ้องมองพื้น จึงถามว่า "ติดตรงไหนหรือเปล่า?"
จูลี่ส่ายหน้า ไซมอนยิ้มให้ เธอเขียนอะไรบางอย่างลงในสมุดก่อนกระซิบถามเมลานี
"เมล เราทำถึงตรงนี้หรือยัง?"
เมลานีชะโงกมาดูข้อความที่จูลี่เขียน 'เธอคิดว่าเราจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยตอนไหน?'
เพื่อนของเธอตอบว่า "ยัง ยังไม่ถึง" แล้วเม้มปาก "ไหนขอดูซิว่าถึงตรงไหนแล้ว" เธอเปิดข้ามไปสองสามหน้าแล้วเขียนตอบ "ตรงนี้"
จูลี่อ่าน 'อีกสักชั่วโมงค่อยออกไปกันเถอะ'
จูลี่ปิตสมุดเพราะไม่อยากให้พวกรุ่นพี่มาเห็นข้อความถ้าเกิดนึกอยากจะดูขึ้นมา เธอตัดสินใจเพ่งสมาธิไปที่หนังสือเรียนตรงหน้า และเริ่มขีดเขียนลงบนสมุดเบาๆ
ไซมอนที่อยู่ข้างๆ ชะโงกมาดูแล้วพูดว่า "ผมจำอันนี้ได้" แล้วเสริมว่า "ลายมือคุณสวยจัง จูลี่"
"เอ่อ ขอบคุณค่ะ" จูลี่ตอบ มองดูลายมือตัวเขียนของตัวเอง ทั้งเธอและไซมอนต่างยิ้มให้กัน เมื่อเธอสบตาโรมันที่มองมา เธอกระแอมไอแล้วก้มกลับไปมองหนังสือ
"ตื่นเต้นเหรอครับ?" ไซมอนถาม สายตาทุกคนจับจ้องมาที่เขา สงสัยว่าเขาพูดเรื่องอะไร
"ตื่นเต้น?" จูลี่ทวนคำ
รุ่นพี่ผมแดงกล่าวว่า "ใช่ คุณกำลังจะกลับบ้านวันอาทิตย์นี้ไม่ใช่เหรอ? คงจะกังวลเรื่องจดหมายรายงานผลการเรียนประจำเดือนสินะ"
"ค่ะ" จูลี่พยักหน้า แต่มากกว่าความกังวลเรื่องการกักบริเวณและเกรด คือเธอไม่แน่ใจว่าป้าของเธอจะต้อนรับเธอแบบไหน "แล้วพวกคุณล่ะคะ จะกลับไปเยี่ยมครอบครัวด้วยหรือเปล่า?" เธอถามกลับ สายตามองไปที่สามหนุ่ม และคนสุดท้ายคือโรมัน
"ที่นี่คือบ้าน" โรมันตอบ จ้องตาเธอนิ่งนานจนเธอต้องหลบตา เธอสงสัยว่าเขาคงไม่ถูกกับที่บ้าน ถึงได้ชอบอยู่ที่มหาวิทยาลัยมากกว่า
"จริง" แม็กซิมัสพยักหน้าอย่างไม่ยี่หระขณะเขียนหนังสือต่อ "ทุกคนอยู่ที่นี่กันหมด"
ไซมอนยิ้มก่อนพูดว่า "ผมจะกลับไปเยี่ยมที่บ้านครับ"
จูลี่พยักหน้า แต่ก่อนจะก้มลงมองหนังสือ เธอสังเกตเห็นสายตาพิฆาตที่โรมันส่งให้ไซมอน นั่นมันเรื่องอะไรกัน?
ระหว่างนั้น แม็กซิมัสตัดสินใจออกไปหาขนมจากโรงอาหารมาให้พวกเขากิน ส่วนเมลานีก็ไปให้ไซมอนช่วยอธิบายบทเรียนที่สงสัย ซึ่งเขาก็ใจดีอธิบายให้ฟัง
ในขณะเดียวกัน จูลี่กำลังเหม่อลอยจ้องมองหน้ากระดาษหนังสือ ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงโรมันดังขึ้นข้างหู
"ดูเหมือนเธอจะมี ปัญหากับหน้านี้นะ"