- หน้าแรก
- จดหมายสื่อรัก พลิกกฎหัวใจแบดบอย
- ตอนที่ 16 - ห้องพยาบาล
ตอนที่ 16 - ห้องพยาบาล
ตอนที่ 16 - ห้องพยาบาล
ตอนที่ 16 - ห้องพยาบาล
==================================================
จูลี่จุ่มไม้ถูพื้นลงในถังน้ำ บิดให้หมาด แล้วเดินไปเช็ดจุดที่เลือดหยด พอทำความสะอาดเสร็จ พวกเธอก็เทน้ำทิ้งและเก็บไม้ถูพื้นเข้าตู้ ตลอดเวลาที่อยู่ในห้องล็อกเกอร์ โรมันไม่ได้สนใจจะคุยกับพวกเธออีกเลย
เมื่อถึงเวลาต้องไป เมลานีจับมือจูลี่แล้วเริ่มเดินออกจากห้อง จูลี่เหลือบเห็นโรมันยืนอยู่หน้าล็อกเกอร์ของเขา กำลังหยิบของออกมาก่อนที่พวกเธอจะออกไปเยี่ยมคอนเนอร์ ซึ่งนอนอยู่บนเตียงหลังหนึ่งในห้องพยาบาล
เมื่อไปถึงห้องพยาบาล จูลี่สังเกตเห็นว่าเตียงทุกเตียงเต็มไปด้วยผู้เล่นจากทั้งสองทีมที่บาดเจ็บจากการแข่งขัน
"จูเลียนน์" โอลิเวียทักทายเธอ "ฉันกะแล้วว่าเธอต้องมาเยี่ยมเพื่อน เพื่อนของเธออยู่เตียงที่สามทางขวานะจ๊ะ"
"ขอบคุณค่ะ โอลิเวีย" จูลี่ขอบคุณ แล้วพวกเธอก็เดินไปที่เตียงที่คอนเนอร์นอนอยู่ "เป็นไงบ้างคอนเนอร์?"
"ฉันคิดว่าขาคงแพลงหรือไม่ก็หักไปแล้ว" คอนเนอร์ตอบ "พวกเธอได้ดูจนจบเกมไหม?"
"เปล่า เราไม่ได้อยู่ดูต่อ แต่เราเห็นตอนนายเล่นนะ เราแค่อยากมาเช็คให้แน่ใจว่านายปลอดภัยดี" จูลี่ตอบก่อนถามต่อ "รู้สึกยังไงบ้าง?"
"แวบหนึ่งฉันเห็นภาพชีวิตตัวเองผ่านหน้าไปก่อนจะกระแทกพื้น" คอนเนอร์เกาท้ายทอย "แต่ฉันไม่เป็นไร ไม่มีอะไรที่รักษาไม่ได้"
"ได้ยินแบบนั้นฉันก็โล่งอก" จูลี่ดูผ่อนคลายลง
เมลานีแตะไหล่คอนเนอร์เบาๆ "นายเก่งมากนะที่ยืนหยัดในครึ่งแรกได้" คำชมนั้นทำให้คอนเนอร์ยิ้มกว้าง
สายตาของจูลี่เหลือบไปเห็นสายน้ำเกลือที่เจาะอยู่ที่แขนของคอนเนอร์ ไม่ใช่แค่เขา แต่ผู้เล่นคนอื่นๆ ก็ถูกเจาะสายน้ำเกลือเช่นกัน พวกเขากำลังให้กลูโคสเพื่อเติมพลังงานให้ร่างกายนักศึกษา ชุดอุปกรณ์น้ำเกลือเชื่อมต่อกับจอมอนิเตอร์เพื่อเช็คอัตราการเต้นของหัวใจ แปลกจัง จูลี่คิดในใจ บางทีห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยคนรวยอาจจะทำแบบนี้กัน
"ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่านายเล่นทีมเดียวกับมาเทโอ" เมลานีพูด "พวกเราเป็นห่วงนายแทบแย่ แล้วก็เป็นห่วงตัวเองด้วย"
"ทำไมล่ะ? เกิดอะไรขึ้น?" คอนเนอร์ถาม เมลานีจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนพวกเธอจะมาที่นี่ให้ฟัง "ฉันจำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งถูกหามมาส่งเกือบถึงห้องพยาบาล"
"นายต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหน?" จูลี่ถาม สายตากลับมาสบตาคอนเนอร์
"แค่ถึงพรุ่งนี้เช้า แล้วเราก็กลับได้ ยกเว้นพวกที่บาดเจ็บหนัก" คอนเนอร์บอก มองไปทางเด็กหนุ่มสองคนที่ดูเหมือนจมูกหักในสนาม เมื่อนึกถึงจมูกที่หัก จูลี่ก็คิดขึ้นมาว่า แล้วเจ้าหัวเม่นกับเพื่อนๆ ไม่ต้องมาทำแผลเหรอ? แต่มาที่นี่อาจจะหาเรื่องใส่ตัวเพิ่มก็ได้มั้ง
พวกเธอนั่งคุยกับเขาจนหมดเวลาเยี่ยม หมอพูดขึ้นว่า "หมดเวลาเยี่ยมแล้วค่ะ ผู้ป่วยจะได้พักผ่อน"
"เจอกันพรุ่งนี้นะคอนเนอร์" จูลี่ส่งยิ้มให้ เมลานีโบกมือลา
"พักผ่อนเยอะๆ นะ" เมลานีอวยพรเพื่อน คอนเนอร์พยักหน้า ผู้มาเยี่ยมเริ่มทยอยออกจากห้องพยาบาล ขณะที่จูลี่เดินไปใกล้ทางออก เธอเห็นโอลิเวียกำลังคุยกับคุณหมอด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและขยับปากพูดเบาๆ
เมื่อเดินออกมาข้างนอก ระหว่างทางกลับ เมลานีเปรยขึ้นว่า "เป็นเย็นที่วุ่นวายเนอะ ฉันล่ะกลัวว่าโรมันจะสั่งให้เราทำอะไรที่แย่กว่านั้นซะอีก ฉันหมายถึง เคยมีข่าวลือว่าเขาเคยตบนักศึกษาหญิงปีหนึ่งด้วยนะ"
"ทำไมล่ะ?" จูลี่เลิกคิ้วถาม เมลานียักไหล่
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน หล่อนคงไปทำให้เขาโมโหล่ะมั้ง" เมลานีตอบเสียงเบาเพื่อไม่ให้ใครได้ยิน "เธอเดาอารมณ์เขาไม่ถูกหรอก เดี๋ยวก็ใจเย็น เดี๋ยวก็มีเรื่อง กฎเกี่ยวกับเขาถึงได้เป็นกฎเหล็กที่พวกรุ่นพี่เขียนไว้ไง"
ระหว่างทางออกจากห้องพยาบาล จูลี่เห็นอาจารย์แนะแนวเดินสวนมา เขาเดินผ่านพวกเธอไปโดยไม่สนใจ ราวกับไม่เคยเจอกันในป่า แล้วหายเข้าไปในตึก
เมื่อกลับถึงหอพัก จูลี่เห็นจดหมายฉบับใหม่วางรออยู่ที่หน้าต่าง เธอเดินไปหยิบขึ้นมาอ่าน
'เพื่อนทางจดหมายที่ไม่คาดคิด ฉันเคลือบจดหมายของเธอเรียบร้อย เผื่อจะได้เอาไปแจกจ่ายถ้าเธอคิดลองดีกับฉัน ฉันไม่เห็นเธอที่อัฒจันทร์ตอนครึ่งหลัง ไม่สนใจการแข่งขันเหรอ?'
คนคนนี้เห็นเธอที่งาน? แน่นอนสิ จูลี่คิด นักศึกษาทุกคนไปดูการแข่งขันกันหมด ยิ่งไปกว่านั้น เธอกับเมลานีไปถึงช้ากว่าคนอื่นด้วย
ดูเหมือนเธอคงจะไม่ได้จดหมายคืนเร็วๆ นี้แน่
เธอหยิบสมุดโน้ตออกมา เขียนตอบกลับไปว่า
'เพื่อนของฉัน คอนเนอร์ บาดเจ็บ และฉันต้องการหนีจากใครบางคนที่มานั่งข้างๆ ตอนดูเกม คุณนั่งตรงไหนคะ?'
หลังจากใส่ปรัศนี จูลี่ก็สงสัยว่าคำตอบของคนคนนี้จะช่วยอะไรได้ไหม เธอไม่รู้เลยว่จะเป็นใครได้บ้าง เธอจึงตัดสินใจเพิ่มคำถามไปอีกข้อ 'คุณพักอยู่หอเดียวกับฉันหรือเปล่า?' อาจจะเป็นผู้หญิงแกล้งเธอก็ได้ เพราะใครจะมาเดินป้วนเปี้ยนหน้าต่างหอเธอได้บ่อยขนาดนี้
จูลี่เปลี่ยนชุดนอนแล้วเข้านอน
ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปจากหอพัก ที่ห้องพยาบาล มิสเตอร์เอแวนส์ยืนดูนาฬิกาอยู่ที่ทางเดิน มันเลยเที่ยงคืนแล้ว นักศึกษาต่างเข้านอนกันหมด รวมถึงพวกที่นอนอยู่ในห้องพยาบาลด้วย
แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยเดินออกมาจากห้อง เธอเห็นเขายืนเฝ้าอยู่
"พวกเขาเป็นยังไงบ้าง?" มิสเตอร์เอแวนส์ถาม แววตาเย็นชาแต่มีรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ซึ่งเพียงพอจะทำให้มนุษย์คนไหนก็ตามรู้สึกไม่สบายใจ
"หลับไปแล้วค่ะ" หมอตอบ และได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาจากทางเข้าตึก "พวกเด็กๆ ดีใจมากที่ได้ลงเล่นวันนี้ แม้บางคนจะกระดูกหักหรือข้อเท้าแพลงก็ตาม"
"แน่นอนสิ อิซอลเด วิน-วินกันทั้งสองฝ่าย" มิสเตอร์เอแวนส์ตอบ "พวกเด็กใหม่พวกนั้นอยากเล่น เราก็ปล่อยให้เล่น โดยให้พวกเราถอยออกมาดูห่างๆ ในทางหนึ่ง เราก็สนับสนุนความเท่าเทียมทางความหลากหลาย คุณไม่คิดงั้นเหรอ?"
พวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามา เป็นอาจารย์ใหญ่และผู้ช่วยอาจารย์ที่มาถึง อาจารย์ใหญ่เดินตรงไปที่ประตูห้องพักผู้ป่วย เดินเข้าไปข้างในที่มีนักศึกษานอนหลับอยู่ และจ้องมองพวกเขา
สายน้ำเกลือที่เคยฉีดกลูโคสเข้าสู่ร่างกาย ตอนนี้กำลังดูดเลือดออกจากตัวพวกเขา เลือดปริมาณเล็กน้อยจากแต่ละคน โดยมีการเฝ้าระวังชีพจรเพื่อไม่ให้เอาเลือดออกมากเกินจำเป็น กลูโคสที่ฉีดเข้าไปก่อนหน้านี้ได้ผสมบางอย่างลงไปเพื่อให้แน่ใจว่ามนุษย์พวกนี้จะไม่ตื่นขึ้นมากลางคัน
ดันเต้ปิดประตูแล้วถามว่า "โรมันกับมาเทโออยู่ไหน?"
"คงอยู่ที่หอพักหรือไม่ก็ข้างนอก เว้นแต่คุณจะนัดให้พวกเขามาเจอที่นี่" มิสเตอร์เอแวนส์เปรย มองไปที่สุดทางเดินที่เงียบสงัด
ไม่กี่วินาทีต่อมา โรมันก็ปรากฏตัว และมาเทโอก็ตามมา ทั้งคูิค้อมหัวทำความเคารพเล็กน้อย เมื่อเห็นใบหน้าฟกช้ำของมาเทโอที่กำลังรักษาตัว คิ้วของดันเต้ก็ขมวดมุ่น
"เกิดอะไรขึ้นกับหน้าเธอ?" อาจารย์ใหญ่ถาม
มาเทโอตีหน้าบึ้งตึงขณะยืนต่อหน้าอาจารย์ใหญ่แห่งเวเทอริส "ฝีมือมันครับ! มันหาเรื่องชกผมโดยไม่มีเหตุผล!" เขากัดฟันกรอด
สายตาของอาจารย์ใหญ่เลื่อนไปมองโรมัน โรมันจึงพูดขึ้นว่า "นั่นก็พูดเกินจริงไปหน่อย เขาพยายามจะสร้างปัญหาโดยจะดื่มเลือดตอนที่เรากำลังเก็บเกี่ยวต่างหาก"
"เลือดที่หลั่งมีแค่เลือดของผม-"
ได้ยินดังนั้น ดวงตาหญิงสาวก็หรี่ลง จ้องเขม็งไปที่มาเทโอจนเขาก้มหน้าหลบ มือของเธอพุ่งไปบีบคอเขาและดันกระแทกกำแพงอย่างรวดเร็ว "ลืมกฎระเบียบไปแล้วเหรอ แจ็กสัน?"
มาเทโอดิ้นรนให้หลุดจากมือที่แข็งแกร่งเกินต้านทาน ดันเต้ปล่อยเขาหลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที
"ผมไม่ได้ดูดเลือดสักหยดเดียว" มาเทโอไอโขลกและจับที่คอตัวเอง "มอลเทนอร์ต่างหากที่เข้ามาแส่และก่อเรื่อง!"
ก่อนที่ดันเต้จะหันไปจัดการโรมัน เขาพูดขึ้นก่อนว่า "ผมแค่ทำตามกฎ" มิสเตอร์เอแวนส์ที่ยืนอยู่เลิกคิ้วเหมือนจะถามว่าโรมันเริ่มทำตามกฎตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งที่รู้ดีว่าวันๆ หนึ่งเขาแหกกฎไปกี่ข้อ
ดันเต้จ้องมองพวกเขาก่อนจะพูดว่า "เลือกสมาชิกในทีมให้มันดีกว่านี้ โดยเฉพาะเธอ มาเทโอ เธอเลือกมนุษย์ที่ต้องการเลือดมากกว่าจะเป็นฝ่ายให้เราดูดเลือด จัดการแก้ไขให้เรียบร้อยภายในเย็นพรุ่งนี้ ไม่งั้นฉันจะหาคนอื่นมาทำหน้าที่แทน"
"ฉันจะไปดูขวดเลือดหน่อย ใกล้ถึงเวลาสลับกลับไปเป็นน้ำเกลือแล้ว" หมออิซอลเดพูดแล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง
มาเทโอหันไปหาโรมันแล้วคำราม "ไอ้เวร อย่าคิดว่าฉันจะปล่อยแกไปง่ายๆ นะ" ไม่คิดจะปิดบังความรู้สึกแม้จะอยู่ต่อหน้าอาจารย์แนะแนว
โรมันขยับตัวออกห่างราวกับไม่ได้ยินเสียงมาเทโอ เขาเดินไปหยุดที่หน้าประตูห้องที่หมอเพิ่งเข้าไป มองดูนักศึกษาที่หลับสนิท
มาเทโอลูบคอตัวเอง รู้สึกแสบผิวจากรอยเล็บของมิสด้นเต้ สายตาตวัดมองโรมันด้วยความเกลียดชังและโกรธแค้น
"เธอคิดอะไรอยู่ถึงพยายามจะดูดเลือดมนุษย์วันนี้ มาเทโอ" มิสเตอร์เอแวนส์ถาม เขาพิงผนังด้วยท่าทีสบายๆ
"ผมไม่ได้ทำอะไรยัยนั่น" มาเทโอกลอกตา เบื่อที่จะต้องโดนกล่าวหาลอยๆ แม้ใจจริงเขาอยากจะบดขยี้แม่สาวแว่นนั่นที่สร้างปัญหาและทำลายชื่อเสียงเขา
"ฉันรู้จักพวกเธอทั้งคู่ดี ไม่ต้องมาแอ๊บหรอก" มิสเตอร์เอแวนส์ตอบ สายตามองจากมาเทโอไปที่โรมัน "พวกเธอรู้กฎดีว่าห้ามแตะต้องมนุษย์ในช่วงเวลาเก็บเกี่ยว ส่วนเวลาอื่นจะเล่นเกมล่าเหยื่อยังไงก็ได้ถ้าสะกดจิตไหว คืนนี้เป็นของผู้อาวุโส ไม่ใช่พวกเรา" เขายิ้มสุภาพให้ทั้งคู่
"แค่เล่นสนุกกับผู้หญิงคนเดียวไม่ทำให้คืนนี้เปลี่ยนไปหรอก เธอก็คงจำไม่ได้ด้วยซ้ำ และผมแค่อยากสั่งสอนเธอ" มาเทโอเถียงเสียงฮึดฮัด
"ไอ้ขี้แพ้น่าสมเพช" โรมันพึมพำ แต่ทั้งสองคนที่ยืนอยู่ได้ยินชัดเจน
มาเทโอก้าวเข้ามาจะเอาคืน แต่จังหวะนั้นมิสเตอร์เอแวนส์วางมือบนไหล่เขา "ห้ามสู้กันในห้องพยาบาล และห้ามทำต่อหน้าฉัน มันคงดูไม่งามถ้าอาจารย์อย่างฉันไม่รักษาความสงบเรียบร้อย" มาเทโอสะบัดไหล่ออกจากการจับกุม เขาเดินหนีออกจากห้องพยาบาลไป
"เธอทำหน้าเขาเละเกินไปนะโรม มากกว่าปกติ ไปลงกับเขาเพราะไม่ได้ลงแข่งจนจบเกมหรือไง?" มิสเตอร์เอแวนส์ถาม มองแผ่นหลังของโรมัน
"นั่นไม่ใช่ระดับปกติเหรอครับ?" โรมันตอบเสียงเรียบ ยังคงจ้องมองเข้าไปในห้อง หมออิซอลเดนำกล่องโลหะออกมาและเริ่มบรรจุขวดเลือดลงไปทีละขวด
มิสเตอร์เอแวนส์หัวเราะในลำคอเหมือนขบขัน "เธอคิดว่าฉันอยู่ที่นี่มานานแค่ไหน ถึงจะไม่รู้ว่าระดับเฉลี่ยกับระดับเอาจริงของเธอเป็นยังไง?"
"ก็ไม่นานเท่าไหร่" โรมันตอบ หันกลับมาสบตาชายหนุ่ม "แต่ก็นานพอจะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเริ่มสอดรู้สอดเห็น" มุมปากเขายกยิ้ม
"เธอควรระวังเรื่องความเสียหายที่ก่อไว้หน่อยนะ ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไหร่ที่เธอกำลังเดินอยู่บนน้ำแข็งแผ่นบาง และเมื่อไหร่ที่มันจะแตก" มิสเตอร์เอแวนส์เตือนด้วยรอยยิ้ม
"รับทราบครับ อาจารย์ที่ปรึกษา" โรมันตอบ และเดินออกจากตรงนั้นโดยไม่พูดอะไรอีก
เมื่อล่วงเลยเข้าสู่เที่ยงคืน นักศึกษาต่างหลับใหลในหอพัก มีเพียงรุ่นพี่บางคนที่เดินตรวจตราเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครฝ่าฝืนกฎ ระหว่างทาง โรมันถูกหญิงสาวคนหนึ่งเรียกไว้
"เดินไปไหนมืดๆ ค่ำๆ ป่านนี้ โรมัน? รอให้ฉันส่งไปห้องกักบริเวณหรือไง?" เธอถาม สายตามองสำรวจเรือนร่างเขา
"อาจารย์ใหญ่เรียกพบน่ะครับ" โรมันตอบ
"คราวที่แล้วเธอก็พูดแบบนี้ ทำเอาฉันหน้าแตกแถมโดนมิสเตอร์บอร์เรลล์ทำโทษที่ไม่รอบคอบ" เธอพูด สายตายังคงแทะโลมเขา "นี่โกหกฉันอีกหรือเปล่า?"
โรมันหยุดเดิน "ไม่รู้สิครับ ทำไมคุณไม่ลองไปถามมิสดันเต้ดูล่ะ?" เขายิ้มมุมปากให้เล็กน้อยก่อนเดินผ่านเธอไป
ระหว่างทางไปหอพัก เขาแวะที่หน้าตึกอีกหลัง ไฟปิดหมดแล้วทำให้เดินได้สะดวกโดยไม่เป็นจุดสังเกต เขาเดินมาที่หน้าต่างบานหนึ่ง เห็นจดหมายวางทิ้งไว้ให้เขา
ตอนที่หยิบจดหมาย เขาเห็นเด็กสาวนอนหลับหันหน้ามาทางหน้าต่างพอดี ยัยคนนี้ดูจะชอบหาเรื่องใส่ตัวมากกว่าคนอื่นสินะ โรมันคิดในใจ
เธอถักผมเปียสีน้ำตาล หัวหนุนหมอน หายใจสม่ำเสมอ ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองใบหน้าด้านข้างของเธอ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้แว่นตาบดบัง ขนตายาว รูปร่างบอบบางที่ตอนนี้มีผ้าห่มคลุมอยู่ครึ่งตัว
หยิบจดหมายเสร็จ เขาก็ปิดหน้าต่างให้แล้วหายตัวไป
เมื่อโรมันเดินมาใกล้หอพัก เขาเห็นแม็กซิมัสกับไซมอนที่ยังไม่นอน
"เป็นไงบ้าง?" ไซมอนถามเมื่อเห็นโรมันเดินเข้ามา
"น่าเบื่อเหมือนเดิม แต่ก็สำเร็จ" โรมันตอบ เดินไปหาเพื่อน มองดูพระจันทร์เต็มดวงผ่านหน้าต่าง
"ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะดูดเลือดเวลานี้ไม่ได้ ทั้งที่เราไม่ได้ไปขวางทางใครสักหน่อย พวกผู้อาวุโสก็ไม่อยู่" แม็กซิมัสบ่นพึมพำ
"แล้วเลือดกระป๋องไปไหนหมด?" โรมันถาม แม็กซิมัสยิ้ม
"หมดเกลี้ยง ของกระป๋องจะไปสู้เลือดสดๆ อุ่นๆ จากร่างกายได้ไง นายรู้ดีกว่าใครนี่นา" แม็กซิมัสล้วงกระเป๋ากางเกง "ฉันล่ะแปลกใจที่นายแหกทุกกฎยกเว้นกฎนี้ในช่วงเก็บเกี่ยว"
สายตาของไซมอนมองไปที่มือของโรมัน เห็นจดหมายและผ้าพันแผลที่พันรอบสนับมือ "ฉันไม่ยักรู้ว่านายเจ็บมือจากการแข่ง"
"ไม่ใช่จากการแข่ง" โรมันตอบ แต่ไม่ได้ขยายความให้สายตาอยากรู้อยากเห็นที่มองมา
แม็กซิมัสถามต่อ "แล้วดันเต้ไม่ว่าอะไรเหรอ? นางคงรีบมากสินะถึงไม่สวดยับ" ลิ้นของเขาดุนเหล็กเจาะปากเล่น
"เดือนนี้ของทุกปีเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งและสำคัญ ผู้คนต้องการสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อเปิดทางให้เรา แต่ฉันอยากรู้จังว่าเมื่อไหร่เราจะได้เล่นจริงๆ จังๆ สักที ไม่ใช่แกล้งทำเป็นเล่นระดับเดียวกับพวกเด็กน้อย" ไซมอนเปรย คิ้วขมวดมุ่น พวกเขาต้องออมแรงเอาไว้ สำหรับพวกเด็กใหม่เผ่าพันธุ์เดียวกับพวกเขา นี่คือบททดสอบที่จะไม่ทำตามสัญชาตญาณแต่ต้องรู้จักปรับตัว
"ดันเต้บอกว่าเดือนหน้าเราจัดได้เลย แมตช์ของจริงน่ะ" โรมันบอก รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า นานแล้วที่พวกเขาไม่ได้เล่นกีฬากับเผ่าพันธุ์เดียวกันด้วยพละกำลังที่เท่าเทียม
สักพัก โรมันก็เดินเข้าห้องพัก ปิดประตูด้วยเท้า เดินไปที่ตู้เย็นเล็กในตู้เสื้อผ้า หยิบกระป๋องออกมาเปิดแล้วจิบเลือด
เขาล้มตัวลงนอนบนเตียง หยิบจดหมายขึ้นมาอ่านข้อความสั้นๆ
"ดูเหมือนเธอจะเนื้อหอมนะ ยัยตัวแสบ" โรมันพึมพำ ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิดว่าใครกันที่เธออยากจะหนี แจ็กสันเหรอ? แต่มันก็อยู่ในสนามแถมโผล่มาที่ห้องพักนักกีฬาทีหลัง
ความหงุดหงิดแล่นผ่านใบหน้าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนที่เขาจะหักจมูกพวกมัน
จูเลียนน์ วินเทอร์ส คือเหยื่อของเขา และถ้ามีสิ่งหนึ่งที่โรมัน มอลเทนอร์ไม่ชอบ คือการต้องแบ่งของที่เขาหมายตาไว้กับคนอื่น