เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 - ก้อนกระดาษ

ตอนที่ 14 - ก้อนกระดาษ

ตอนที่ 14 - ก้อนกระดาษ


ตอนที่ 14 - ก้อนกระดาษ

==================================================

จูเลียนเดินเข้าไปในห้องกักบริเวณอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

นี่เป็นสถานที่สุดท้ายที่เธออยากอยู่ และครั้งนี้เธอต้องโทษตัวเองสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เธอควรรู้ว่าคนที่มีจดหมายของลุงเธอจะไม่ส่งจดหมายผ่านเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมา

จูเลียนตกหลุมพรางของเอลีนอร์เข้าเต็มเปา และเธอกัดฟันกรอดเมื่อเห็นเอลีนอร์และเพื่อน ๆ ที่มาถึงห้องแล้ว ราวกับว่าแค่พวกนั้นยังไม่พอ วันนี้มีสมาชิกเพิ่มมาอีกสองคน คนหนึ่งคือเจ้าหัวเม่นกับลูกน้องสองคน และอีกคนคือโรมัน ซึ่งนั่งอยู่ที่มุมหลังสุดของห้อง

เธอมองหาที่นั่งว่างอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะได้ไปจับจอง แต่ขอบคุณการแวะไปแถวห้องที่ปรึกษา ทำให้เหลือที่ว่างเพียงสองที่

ที่หนึ่งอยู่ตรงหน้าโรมันพอดี และอีกที่อยู่ข้างที่นั่งของมาเทโอ ดูเหมือนซาตานจะตัดสินใจด้วยตัวเองที่จะให้เธอตกอยู่ในสถานการณ์นี้ การนั่งข้างเจ้าหัวเม่นเป็นสิ่งที่เธอไม่มีวันทำเด็ดขาด เมื่อพิจารณาจากเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดที่เจอกัน เหมือนกับหลาย ๆ ครั้ง เธอหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปอยู่ในสายตาของเขา แต่เธอก็มาอยู่ที่นี่จนได้วันนี้

อาจารย์คุมห้องกักบริเวณเข้ามาในห้อง โยนหนังสือเล่มใหญ่ลงบนโต๊ะ ทำให้เสียงพูดคุยของนักเรียนเงียบลง

เมื่อเห็นจูเลียนยังยืนอยู่ มิสมาร์ตินก็ถามเธอว่า "เธอตัดสินใจจะยืนตรงนี้ไปตลอดหรือไง? นั่งที่ได้แล้ว"

จูเลียนเริ่มเดิน เท้ารู้สึกหนักอึ้งราวกับเดินในน้ำ เธอเลื่อนเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะของโรมัน ระหว่างทางเธอไม่ได้สบตากับเขา และนั่งลง

"ขอดูหน้าค่าตาคนในห้องนี้หน่อยซิ แหม ๆ ดูเหมือนเราจะมีขาประจำที่ชอบแหกกฎ" มิสมาร์ตินเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "โรมัน มาเทโอ จัสติน ทักเกอร์ เอลีนอร์ และเร็น ดีใจจังที่ได้เจอพวกเธอ ฉันนึกว่าบางคนจะปรับปรุงตัวแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะดัดนิสัยยากเหลือเกินนะ" คำพูดนี้เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากนักเรียนบางคน และมิสมาร์ตินก็ส่งสายตาดุไปให้

"ฉันอยากจะเห็นว่าจะมีกี่คนที่ยังหัวเราะออกหลังจากกักบริเวณวันนี้เสร็จ" อาจารย์เตือน และสายตาของเธอก็ตกมาที่จูเลียน "เธอมาทำอะไรที่นี่? ตัดสินใจจะเป็นขาประจำเหมือนคนอื่นแล้วเหรอ? ช่างเถอะ" หญิงคนนั้นพูดโดยไม่เปิดโอกาสให้จูเลียนได้พูด

จูเลียนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เธอมาอยู่ที่นี่แล้ว และไม่มีประโยชน์ที่จะเถียง ยิ่งเธอผ่านการกักบริเวณนี้ไปได้เร็วเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งได้ออกไปจากที่นี่เร็วเท่านั้น

มิสมาร์ตินสั่ง "ฉันอยากให้พวกเธอเขียนเรียงความหนึ่งพันคำเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ให้มีความคิดสร้างสรรค์และรู้จักหัดเขียนหนังสือซะบ้าง ฉันจะนับทุกคำก่อนจะปล่อยพวกเธอออกจากที่นี่ เวลาเริ่มตั้งแต่ตอนนี้จนกว่าจะเสร็จ"

เช่นเดียวกับเด็กดีที่จูเลียนเป็น เธอหยิบสมุดโน้ตและปากกาออกมา และเริ่มเขียนเรียงความ เธอตัดสินใจเขียนเกี่ยวกับอาคารเรียนต่าง ๆ พยายามไม่บ่นเรื่องกฎประหลาด ๆ ของมหาวิทยาลัยหรือเรื่องที่ได้ยินมาเมื่อคืน

นักเรียนในวันนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกเด็กเกเร และพวกเขาไม่สนใจที่จะหยิบหนังสือออกมาจนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายนาที เมื่อเธอเขียนเสร็จไปหนึ่งหน้า เธอมองไปข้าง ๆ และสังเกตเห็นเอลีนอร์ที่ดูเหมือนพร้อมจะหักปากกาเป็นสองท่อนด้วยความอิจฉา พอจูเลียนมาคิดดูแล้ว เธอก็ตระหนักว่าเอลีนอร์ไม่กล้ามานั่งที่ที่เธอจองไว้

เมื่อจูเลียนเขียนหน้าที่สองเสร็จ เธอมองดูรอบห้อง รวบรวมความกล้า หันกลับไปมองข้างหลังพิจารณาจากความเงียบ อย่างที่คาดไว้ โรมันไม่คิดจะเปิดสมุดด้วยซ้ำ กลับกัน เขาแนบแก้มข้างหนึ่งลงกับโต๊ะ หลับตาหันหน้าเข้าหากำแพงหนีจากนักเรียนคนอื่น

จูเลียนสงสัยว่าโรมันไปทำอะไรในป่าเมื่อคืน เธอสงสัยว่าเขาได้ยินเสียงคนกรีดร้องในป่าด้วยไหม แต่ถึงจะอยากถามแค่ไหน จนถึงตอนนี้ พวกเขาไม่เคยคุยกันจริง ๆ จัง ๆ เลย ท่าทางของเขาบอกชัดเจนว่าเขาไม่อยากให้ใครมายุ่ง

เธอหันตัวนั่งตะแคงข้างเก้าอี้ ยกมือที่ถือปากกาขึ้นจิ้มแขนเขา

โรมันเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตามีร่องรอยของความรำคาญ "อะไร?" เขาถามเสียงแหบพร่า

"ขอโทษที่ปลุกนะ แต่ฉันมีเรื่องอยากถามนายหน่อย" จูเลียนกระซิบ ขณะเอนเก้าอี้ไปด้านหลังเล็กน้อยในท่านั่งตะแคง "เมื่อคืนนายไปทำอะไรในป่า?" เธอถามเสียงเบา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทที่สะท้อนภาพเธอ

"ฉันไม่รู้ว่าเธอพูดเรื่องอะไร" โรมันตอบและฟุบหน้าลงกับโต๊ะอีกครั้ง

จูเลียนขมวดคิ้ว เธอไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน และเก้าอี้ของเธอก็เอนไปด้านหลังอีกนิด

"ฉันเห็นนายยืนอยู่บนกิ่งไม้ นั่นคือเหตุผลที่นายมาอยู่ที่นี่หรือเปล่า?" จูเลียนซักไซ้

"ยุ่งไม่เข้าเรื่องนะ" โรมันพึมพำ และจูเลียนก็เม้มปาก

เธอถามเขาเพราะอยากรู้ว่าเขาได้ยินเสียงใครกรีดร้องในป่าหรือเปล่า "นี่" จูเลียนกระซิบ "แฟนคลับที่รักของนายบางคนทำของที่ไม่สำคัญนักหายในป่า และเมื่อเช้านี้พวกหล่อนก็มาคาดคั้นเอากับฉัน"

"คนเราทำของหายในป่าเยอะแยะ บางทีคนก็ยังหลงป่าเลย อย่าใส่ใจเลย" เขาพูดทั้งที่ยังหลับตาและน้ำเสียงไม่ยี่หระ

จูเลียนสงสัยว่าเขาอยู่ในอารมณ์อยากล้อเล่นกับเธอหรือเปล่า เธออยากคุยเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน ด้วยวิธีนั้น เธอจะได้ไม่ถือว่าแหกกฎของมหาวิทยาลัย

"นายมาที่นี่เพราะอยู่นอกหอหลังห้าทุ่มใช่ไหม?" จูเลียนถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ เธอมั่นใจว่าเขาเป็นคนประเภทที่แหกกฎมากกว่าหนึ่งข้อในวันเดียว

ขณะที่จูเลียนรอคำตอบ เก้าอี้ของเธอก็เอนไปข้างหลังมากเกินไป และกำลังจะล้มกระแทกกับโต๊ะของโรมัน แต่โรมันไวพอที่จะหยุดเก้าอี้ไม่ให้ล้มไปไกลกว่านั้นด้วยการใช้เท้ายันเก้าอี้เธอไว้ การกระตุกวูบของเก้าอี้ทำให้ใจเธอหล่นไปที่ตาตุ่ม

โรมันเงยหน้าขึ้นมองสบตาเธอแล้วถามว่า "เธอไม่มีเรียงความต้องเขียนหรือไง?"

"มี" จูเลียนตอบเสียงอ่อย

"ดี" แล้วเขาก็ผลักเก้าอี้เธอกลับไปตั้งตรงเหมือนเดิมทันที

การที่เขาปล่อยเก้าอี้กะทันหันทำให้เธอสะดุ้ง เธอควรจะคาดหวังปฏิกิริยานี้เพราะเธอไปบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของเขา

หันกลับมาที่สมุดของตัวเอง จูเลียนสงสัยว่าโรมันได้ยินเสียงกรีดร้องหรือไม่ เสียงกรีดร้องนั้นไม่ต่างจากหนังสยองขวัญในยามค่ำคืนเลย ข้อแตกต่างเดียวคือเธอไม่ใช่คนดู แต่เป็นหนึ่งในเหยื่อที่อาจจะเป็นไปได้ คิด ๆ ดูแล้ว เธอนึกขึ้นได้ว่าเห็นเขาอยู่ตรงขอบป่าด้านนอก ซึ่งไกลจากเขตหวงห้าม

จูเลียนอยากได้คำตอบมาก นั่นเป็นเหตุผลที่เธอเป็นฝ่ายเริ่มคุยกับโรมัน เมื่อกี้ตอนที่เธอเอนหลังไป เธอได้กลิ่นน้ำหอมของเขา ดูเหมือนมันกำลังจะกลายเป็นความเคยชินของเธอแล้วสิ จูเลียนคิดในใจ

ขณะที่เธอเขียนหน้าที่สามเกี่ยวกับห้องสมุดเสร็จ ก้อนกระดาษยับยู่ยี่ก็ลอยมากระทบมือเธอ ใครกันนะที่กล้ามารบกวนเธอ? เธอมองไปรอบ ๆ และพบเอลีนอร์จ้องเธออยู่ แล้วมองต่ำลงไปที่กระดาษข้างเก้าอี้เธอ

จ้องมองเด็กผู้หญิงคนนั้นอยู่สองวินาที จูเลียนก้มลงเก็บก้อนกระดาษแล้วคลี่ออกดู

'ยัยขี้โกหก พยายามจะเข้าหาเขาสินะ'

จูเลียนกลอกตา ยัยนี่จริงๆเล้ย เธอคิดในใจ วางกระดาษไว้ข้างๆ แล้วเขียนเรียงความต่อ ขณะที่นักเรียนบางคนยังคงฆ่าเวลา ไม่นานก้อนกระดาษอีกก้อนก็ลอยมาโดนหัวเธอ

'แกตายแน่'

จูเลียนขยากระดาษอย่างรวดเร็ว และปามันกลับไปใส่หัวเอลีนอร์อย่างแม่นยำ ท่ามกลางความตกตะลึงของอีกฝ่าย

ภายในใจ จูเลียนยิ้มกริ่มเมื่อเห็นสีหน้าของเอลีนอร์ตอนที่กระดาษกระแทกหน้า สมน้ำหน้า ทำตัวเป็นเด็กปาประดาษใส่คนอื่น เธอหันกลับไปสนใจสมุดเพื่อเขียนเรียงความให้จบ

เอลีนอร์ที่ไม่เคยชินกับการถูกตอบโต้ ลุกขึ้นยืนเสียงเก้าอี้ครูดพื้นดังลั่น ทำให้นักเรียนบางคนสะดุ้ง

แต่ก่อนที่เธอจะเดินมาหาจูเลียน มิสมาร์ตินก็ปรากฏตัวกลับเข้ามาในห้องและสังเกตเห็นเธอ "ดูเหมือนเธอจะเขียนเรียงความเสร็จแล้วสินะ เอลีนอร์ เอามาส่งสิ"

หน้าของเอลีนอร์บิดเบี้ยว และตอบว่า "หนูยังเขียนไม่เสร็จค่ะ" เธอโกหกเพราะยังไม่ได้เขียนสักคำ

มิสมาร์ตินจ้องมองเด็กสาว เลิกคิ้วข้างหนึ่งแล้วถามว่า "แล้วเธอยืนทำไม?" เอลีนอร์จัดกระโปรงแล้วนั่งลง "รีบเขียนซะ"

ด้วยความเป็นนักเรียนดีเด่น จูเลียนเป็นคนแรกที่เขียนเรียงความเสร็จ เธอเดินไปส่งมิสมาร์ตินพร้อมสะพายกระเป๋าขึ้นไหล่ข้างหนึ่ง อาจารย์อ่านสิ่งที่เธอเขียนและส่งคืนให้ก่อนจะโบกมืออนุญาตให้จูเลียนกลับได้

ก่อนก้าวนออกจากห้อง สายตาของจูเลียนไปหยุดที่โรมัน ซึ่งกลับไปนอนฟุบกับโต๊ะโดยไม่สนใจจะเขียนสักคำ ละสายตาจากเขา เธอเดินจากไป

เธอเดินกลับห้องอย่างอารมณ์ดีเมื่อคิดว่าพวกตัวปัญหาทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ในห้องเดียวภายใต้สายตาของอาจารย์

"ฉันกลัวแทบแย่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในห้องกักบริเวณวันนี้ แต่เธอดูมีความสุขนะ" เมลานีทัก ซึ่งนั่งรอจูเลียนอยู่ที่บันไดหน้าหอพัก

"แปลกนะที่ฉันรู้สึกมีความสุข" จูเลียนตอบ

เมลานีมองเธออย่างสงสัยก่อนจะถามว่า "เธอไปเจอที่ปรึกษามาเหรอ? เขาช่วยไหม?" จูเลียนส่ายหัว เธอนั่งลงข้างเมลานีบนขั้นบันได สัมผัสถึงสายลมอ่อน ๆ รอบตัว

"เปล่า ฉันตัดสินใจจะไปพบวันหลัง มันรอได้" จูเลียนตอบ พลางนึกถึงอาจารย์คนที่เป็นที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัย "มิสเตอร์อีแวนส์หล่อมากเลยนะ แถมยังดูหนุ่มด้วย"

"ใช่ และเขาก็ใจดีมากด้วย เขาเป็นศิษย์เก่าของเวเทอริสน่ะ" เมลานีอธิบาย

"เท่าที่ฉันได้ยินมา เมื่อสองปีก่อนเขาหมั้นแล้วแต่โชคร้าย คู่หมั้นของเขาเสียชีวิตในอุบัติเหตุ น่าเศร้าจริง ๆ ที่คนดี ๆ มักจะเจอแต่ความเจ็บปวด จูเลียน..."

"หืม?" จูเลียนหันไปมองเมลานี

"ฉันรู้ว่ามีบางเรื่องที่เธออาจจะลำบากใจที่จะเล่าให้ใครฟัง แต่มิสเตอร์อีแวนส์เป็นอาจารย์ที่ใจดีที่สุดในมหาวิทยาลัยนี้ ถ้าเธอต้องการคนรับฟังปัญหา ฉันอยู่ตรงนี้เสมอ และคนถัดไปก็น่าจะเป็นเขา" เมลานีกล่าวด้วยความห่วงใย

จูเลียนพยักหน้า รอยยิ้มสดใสปรากฏบนริมฝีปาก เธอสงสัยว่าจำนวนครั้งที่เธอโดนกักบริเวณจนถึงตอนนี้ทำให้เมลานีเครียดกว่าตัวเธอเองหรือเปล่า "ขอบใจนะ เมล"

เธอดีใจที่ได้รู้จักเมลานีตั้งแต่วันแรกที่มามหาวิทยาลัย เพื่อนคนนี้เป็นคนที่เคารพความเป็นส่วนตัวโดยไม่ล้ำเส้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จูเลียนประทับใจ "เธอได้ยินข่าวใหม่ ๆ เรื่องเมื่อวานบ้างไหม?" เธอถามทำเนียน

เมลานีขมวดคิ้ว "ไม่เข้าหูเลยนะ จริง ๆ แล้วเมื่อวานเป็นวันที่สงบสุขจะตาย"

"ไม่มีเรื่องผู้หญิงที่จบลงที่ห้องพยาบาลเหรอ?" จูเลียนถาม

"ฉันไม่รู้เรื่องนั้นหรอก คนเราได้แผลฟกช้ำดำเขียวกันได้ตลอดเวลา ฉันไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่คนจะเอามาคุยกัน" เมลานีตอบ

เมื่อเข้ามาในห้องพัก จูเลียนบอกตัวเองว่าบางทีการตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ อาจจะดีกว่าเป้าหมายใหญ่ ๆ ที่ว่าอยากใช้ชีวิตที่นี่อย่างสงบสุข บางทีเธอควรเริ่มจากการไม่โดนกักบริเวณในวันที่เหลือของอาทิตย์นี้ มันคงไม่ยากเกินไปใช่ไหม?

วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ เธอดื่มน้ำแก้วหนึ่งขณะที่สายตามองไปที่รูปถ่ายที่วางอยู่บนโต๊ะเดียวกัน หยิบรูปขึ้นมา เธอปีนขึ้นไปบนเตียง นั่งพิงผนังขณะจ้องมองรูปนั้น

ในรูปถ่าย จูเลียนยิ้มกว้าง กอดจิมมี่อยู่ เธอกับจิมมี่เติบโตมาด้วยกัน และเธอมีความทรงจำดี ๆ กับมัน พ่อแม่ของเธอมีปัญหากับการที่จิมมี่มาป้วนเปี้ยนใกล้เธอ โดยเฉพาะพ่อ แต่เธอก็ยังใช้เวลากับมันอยู่ดี

ยากที่จะเชื่อว่ามันไม่อยู่แล้ว

"แกเป็นเด็กดีนะ จิมมี่" จูเลียนพูดพลางมองรูปเธอกับสุนัขโกลเด้น รีทรีฟเวอร์

เมื่อเธอหลับตาลงชั่วขณะ เธอเห็นภาพเลือด และเธอก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง

จนถึงตอนนี้ ข้อมูลที่เธอให้คนอื่นเกี่ยวกับตัวเองเป็นความจริงแค่บางส่วน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องโกหกที่แต่งขึ้น จริงอยู่ที่แม่ของเธอเสียไปแล้ว แต่พ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่และอยู่ในคุก คนที่นี่ไม่รู้เรื่องนี้ และเธอเลือกที่จะให้เป็นแบบนั้นต่อไป

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง จูเลียนยังคงอ่านหนังสือเรียนในมือ เมื่อเธอทำปากกาตกลงตรงกลางหนังสือ สายตาของเธอเลื่อนไปมองจดหมายที่วางอยู่ข้างตัว

ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ อาจารย์ก็เข้มงวด แต่จูเลียนอยากรู้ว่าใครเป็นคนกรีดร้องในป่า

ดึงสมุดโน้ตมาตรงหน้า จูเลียนหยิบปากกาที่ทำตกแล้วเขียนลงไป

'ถึง หัวขโมยจดหมาย คุณเป็นใคร?'

ฉีกหน้ากระดาษออกมา พับอย่างประณีตและวางไว้ใกล้หน้าต่าง ทุก ๆ สองนาที จูเลียนจะมองไปที่หน้าต่าง รอให้มีมือโผล่มาหยิบโน้ตไปอย่างเงียบเชียบ แต่ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ตาของเธอก็เริ่มจะปิด

เมื่อจูเลียนเข้าสู่ห้วงนิทรา เธอพบว่าตัวเองกลับไปอยู่ในป่า และครั้งนี้อยู่เพียงลำพัง มันมืดสนิท ไม่มีแสงจันทร์นำทาง หลงทาง เธอเดินต่อไปจนกระทั่งมายืนอยู่หน้าหลุมศพมากมาย

เมื่อท้องฟ้าสว่างและดวงอาทิตย์ขึ้น นาฬิกาปลุกก็ดังขึ้น จูเลียนตื่นพร้อมอาการหาว มองไปที่หน้าต่างด้วยตาข้างเดียว เธอสังเกตว่าจดหมายยังวางอยู่ที่เดิมที่เธอวางไว้เมื่อคืน ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ตอนที่ใส่รองเท้าอยู่ เธอเริ่มลังเลที่จะทิ้งโน้ตให้คนที่ทำให้เธอเดินพล่านไปทั่วโรงเรียน

หยิบมันขึ้นมา เตรียมจะโยนลงถังขยะเมื่อเธอสังเกตเห็นลายมือที่แตกต่าง เธอเปิดอ่าน

'ตอบคำถามมา -_-'

"ช่างเรียกร้องจริง" จูเลียนพึมพำ ชื่นชมความคิดที่ใส่อีโมจิหลังประโยค คำถามเหรอ? อ้อ คนคนนั้นถามคำถามเธอไว้ครั้งที่แล้ว หยิบปากกาขึ้นมา เธอเขียนต่อด้านล่างในโน้ตใบเดิม—

'ฉันได้รับจดหมายที่บอกให้ไปที่ป่า ฉันนึกว่าเป็นคุณ'

ถึงคนคนนี้จะพยายามแกล้งเธอด้วยการเก็บโน้ตพวกนี้ไว้ แต่ในนั้นก็จะมีลายมือของคนคนนั้นด้วย วางกระดาษที่พับไว้ที่หน้าต่าง จูเลียนหยิบกระเป๋าและออกจากห้องไปเรียน กว่าเธอจะกลับมาถึงห้องหลังเลิกเรียน ก็มีจดหมายฉบับใหม่ที่ดูใหม่เอี่ยมรอเธออยู่

'กระตือรือร้นจังนะ ตัดสินใจจะแหกกฎข้อไหนต่อไปล่ะ?'

จูเลียนสัมผัสได้ถึงความเยาะเย้ยที่แฝงอยู่ในประโยคแรกของโน้ต เธอเขียนตอบกลับไป— 'ไม่มี คุณเป็นใครและจะคืนจดหมายให้ฉันเมื่อไหร่?'

เธออยากได้จดหมายคืน และทันทีที่ได้มันมา เธอจะเผามันให้วอดวายเพื่อลบร่องรอยการแหกกฎข้อที่สี่ของเธอ!

ได้ยินเสียงเคาะประตู จูเลียนรีบวางโน้ตไว้ใกล้บานหน้าต่างและเปิดประตู เมลานียืนอยู่ข้างนอก ถือขวดน้ำในมือ

"เร็วเข้า! เดี๋ยวเราจะพลาดที่นั่งแถวกลางนะ!" เมลานีพูดด้วยความตื่นเต้น "เกมจะเริ่มในอีกสามสิบห้านาที" ฝ่ายบริหารตัดสินใจจัดการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมชายสองทีมของมหาวิทยาลัยกลางสัปดาห์ และคอนเนอร์ เพื่อนของพวกเธอก็ได้รับคัดเลือกให้ลงเล่นด้วย

"กลาง?" จูเลียนถาม หยิบผ้าพันคอมาพันรอบคอ

"ใช่ เพราะที่นั่งแถวหน้าคงเต็มไปแล้วตั้งแต่เลิกเรียนเกือบชั่วโมงก่อน" เมลานีอธิบายขณะที่จูเลียนก้าวออกจากห้องและล็อกประตู

หอพักดูร้างผู้คนเพราะสาว ๆ ส่วนใหญ่อยู่ที่อัฒจันทร์หรือไม่ก็มุ่งหน้าไปที่สนาม ขณะที่จูเลียนและเมลานีเดินไปตามทางเดิน เธอเหลือบไปเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่หน้าตึก

"เขากำลังซ่อมแซมอะไรใหม่ในหอพักหรือเปล่า?" เมลานีถาม ไม่ได้สนใจมากนักขณะมองไปข้างหน้า

จูเลียนสังเกตเห็นกระเป๋าเดินทางวางอยู่ท้ายรถ "มีนักเรียนใหม่เข้ามาเรียนเหรอ?" นั่นหมายความว่ามีห้องว่างในตึกแล้วสิ จูเลียนคิดในใจ

"ไม่น่าเป็นไปได้นะเพราะเราเรียนไปไกลแล้ว ฉันสงสัยว่าฝ่ายบริหารจะรับนักเรียนเพิ่มจนกว่าจะปีหน้า" เมลานีตอบ

เมลานีพูดถูก อาจจะไม่ใช่นักเรียนใหม่ จูเลียนคิด บางทีข้าวของของนักเรียนอาจกำลังถูกขนย้าย ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อนักเรียนไม่เรียนต่อหรือเรียนต่อไม่ได้

จบบทที่ ตอนที่ 14 - ก้อนกระดาษ

คัดลอกลิงก์แล้ว