- หน้าแรก
- จดหมายสื่อรัก พลิกกฎหัวใจแบดบอย
- ตอนที่ 4 - แมวดำวิ่งตัดหน้า
ตอนที่ 4 - แมวดำวิ่งตัดหน้า
ตอนที่ 4 - แมวดำวิ่งตัดหน้า
ตอนที่ 4 - แมวดำวิ่งตัดหน้า
==================================================
เมื่อเช้าวันจันทร์มาถึง จูลี่เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าเรียน ออกจากหอพักพร้อมเมลานี พวกเธอมุ่งหน้าไปยัง 'บลูบล็อก' ตึกนี้ทาสีเทา แต่กลับเรียกว่าบลูบล็อก มันล้อมรอบด้วยกำแพงและมีทางเข้าเพียงทางเดียว แม้ว่าจะตั้งอยู่ภายในวิทยาเขตก็ตาม
เธอเห็นนักศึกษากำลังเดินไปที่ตึก บางคนยืนคุยกับเพื่อนอยู่ข้างนอก
"นี่เพื่อป้องกันนักเรียนโดดเรียนเหรอ?" จูลี่ถามขณะเดินผ่านประตูรั้ว
เมลานีที่ยุ่งอยู่กับการค้นหาของในกระเป๋าหันมาบอกจูลี่ว่า "แค่สามชั่วโมงแรกน่ะ เนื่องจากที่ดินผืนนี้เคยเป็นของพวกท่านลอร์ด ว่ากันว่าตึกนี้เคยถูกใช้เป็นสำนักงานใหญ่สำหรับเรื่องสำคัญเมื่อหลายสิบปีก่อน น่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงมีกำแพงอีกชั้นและเวเทอริสก็มาใช้ต่อ แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดนักศึกษาบางคนจากการโดดเรียนหรอกนะ"
"ฉันเดาว่าตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไมเด็กที่นี่ถึงมีชื่อเสียงเรื่องทำคะแนนสอบได้สูงลิ่ว" จูลี่พึมพำขณะก้าวเข้าไปในตึก
เป็นไปตามคาด สถาปัตยกรรมของตึกนั้นงดงามตระการตา เมื่อผ่านประตูบานกว้างเข้ามา เธอสังเกตเห็นพื้นที่ขนาดใหญ่ และเพดานที่สูงกว่าตึกหลัก มีภาพวาดประดับบนผนังทำให้ที่นี่ดูเหมือนพิพิธภัณฑ์ มีระเบียงทางเดินสองฝั่งซ้ายขวา และด้านหน้ามีบันไดนำไปสู่ชั้นบน
"ห้องเรียนเราอยู่ชั้นบนสุด" เมลานีบอก และจูลี่ก็เดินตามเธอไป
เดินตามเพื่อนใหม่ขึ้นบันไดและผ่านระเบียงทางเดิน ระหว่างทางเธอไม่พลาดที่จะสังเกตสายตาอยากรู้อยากเห็นที่มองมา แต่เธอทำเป็นไม่สนใจ เมื่อพวกเธอเดินเข้าไปในห้องเรียน อาจารย์มารออยู่แล้วและยืนอยู่ที่หน้ากระดาน
เมลานีพยักหน้าให้เธอก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะเหมือนนักศึกษาคนอื่นๆ ที่ทยอยเข้ามา จูลี่ยืนรอเพื่อคุยกับอาจารย์
อาจารย์คนนี้เป็นผู้ชาย ผมสีบลอนด์และมีรอยยิ้มบนริมฝีปากเมื่อมองเธอ "ครูไม่คิดว่าเห็นเธอในคลาสเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนะ"
"หนูเป็นนักเรียนใหม่ค่ะ จูเลียน วินเทอร์ส" จูลี่หยิบกระดาษที่พิมพ์มาจากห้องธุรการส่งให้เขาดู
อาจารย์กวาดตามองกระดาษแผ่นนั้นก่อนส่งคืนให้ เขายิ้มให้เธอและพูดว่า "ผม อลัน ตอร์เรส สอนวิชาคณิตศาสตร์ เธอไปนั่งที่นั่งหน้าโต๊ะมิสทิชเชลล์ได้เลย" เธอเลือกเรียนสายวิทย์ และมหาวิทยาลัยก็เพิ่มคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษในตารางเรียนของเธอ แน่นอนว่าต้องไม่ลืมวิชาพลศึกษา จูลี่คิดในใจ
"ขอบคุณค่ะ" จูลี่ตอบ พร้อมจะเดินออกจากหน้าห้อง แต่ก่อนที่เธอจะก้าวไปข้างหน้าอย่างรีบร้อน มิสเตอร์ตอร์เรสก็ถามขึ้น
"จะไม่แนะนำตัวหน่อยเหรอ? นี่ไม่ใช่วิชาประวัติศาสตร์ แต่เล่าเรื่องตัวเองสักหน่อยก็น่ารักดีนะ" อาจารย์ยิ้ม ในขณะเดียวกัน เสียงกริ่งก็ดังขึ้น และราวกับต้องมนตร์ ทุกอย่างเงียบกริบ
เมื่อสายตาของเธอมองไปที่นักศึกษาที่นั่งประจำที่แล้ว จูลี่สูดหายใจ "ฉัน จูเลียน วินเทอร์ส" เธอพูดซ้ำ หันไปมองอาจารย์ที่รอให้เธอพูดต่อ
"ใช่คนที่ผลักแจ็คสันหรือเปล่า?" เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งหลังห้องตะโกนถาม
"คนนี้เหรอ?" อีกเสียงดังขึ้น "พวก เธอตายแน่" แล้วก็มีเสียงหัวเราะ
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นในห้อง และหน้าของจูลี่ก็แดงระเรื่อ "ดูเหมือนพวกเขาจะรู้จักเธอแล้วนะ ไปนั่งที่ได้" มิสเตอร์ตอร์เรสกล่าว
ในสัปดาห์เดียวกัน วันหนึ่งเธอขออนุญาตออกจากห้องเรียนไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างทาง เธอเดินผ่านห้องเรียนบางห้องที่อาจารย์เริ่มสอนแล้ว ทำให้ระเบียงทางเดินว่างเปล่า ยกเว้นนักศึกษาหนึ่งหรือสองคนที่ถือหนังสือหรือเอกสารเดินผ่าน
เมื่อเดินเข้าห้องน้ำ เธอได้รับการต้อนรับด้วยผนังสีเขียวพาสเทลลายดอกไม้ ให้ความรู้สึกวินเทจ หน้าต่างบานเล็ก และมีห้องส้วมอยู่ตรงข้ามกับกระจกที่ติดอ่างล้างหน้าห้าอ่าง
จูลี่เดินไปที่อ่างล้างหน้า ถลกแขนเสื้อกันหนาวขึ้นก่อนจะเปิดก๊อกและวักน้ำล้างหน้า ดวงตาสีน้ำตาลของเธอมองตอบกลับมาจากกระจก ดึงทิชชู่มาซับหน้า เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กผู้หญิงดังมาจากข้างนอก เธอจึงทิ้งทิชชู่ลงถังและดึงแขนเสื้อลง
เด็กผู้หญิงสี่คนเดินเข้ามาในห้องน้ำ หัวเราะคิกคักกับอะไรบางอย่าง
"เธอน่าจะเห็นหน้าหล่อนนะ" หนึ่งในนั้นหัวเราะขณะเดินเข้ามา "สมน้ำหน้าแล้วที่คิดว่าจะมางัดข้อกับเธอ"
"สมน้ำหน้าที่กล้ามองผู้ชายของฉัน ฉันเตือนหล่อนแล้วแต่ก็ยังกล้าเขียนจดหมายและส่งของขวัญให้เขา" อีกคนพูด ดูเหมือนจะเป็นหัวโจก ในขณะที่อีกสามคนรายล้อมเธอ "ทีนี้หล่อนจะได้รู้ว่าควรเลิกยุ่งกับเขา"
"เป็นไอเดียที่ดีนะที่เขียนในชื่อของหล่อนแล้วส่งให้สเตลล่า แต่ฉันว่าเขาคงฉีกมันทิ้งเองถ้าเขาเจอ" คนแรกพูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง
"นั่นแหล่ะเขาเลย เขาคงขอบคุณความพยายามของฉันที่ช่วยไล่แมลงหวี่แมลงวันให้" คนที่สองหัวเราะ
หนึ่งในนั้นพยักพเยิดหน้าไปทางจูลี่ และจูลี่ก็สังเกตเห็นการกระทำนั้นผ่านกระจก
จูลี่ดูเหมือนคนหัวอ่อนในสายตาคนนอก ด้วยรูปร่างและใบหน้าที่ดูหวาน ใส่แว่นตากรอบกลมและเสื้อกันหนาวที่ปกปิดมิดชิด เธอดูเหมือนคนที่ใครๆ ก็เหยียบย่ำได้
"เธอคงเป็นเด็กใหม่ ชื่ออะไร?" จูลี่กำลังดึงทิชชู่ และเด็กผู้หญิงคนนั้นก็พูดว่า "ฉันคุยกับเธออยู่นะ ยัยเสื้อกันหนาว"
จูลี่หันกลับมา เลิกคิ้วเล็กน้อย "ฉันจูลี่ พวกเธอเป็นใคร?" เธอย้อนถาม
"ฉันเหรอ? ไม่รู้เหรอว่าไม่ควรถามรุ่นพี่แบบนี้? ดูเหมือนจะทำระเบียบการปฏิบัติตัวของน้องใหม่หายสินะ" เด็กผู้หญิงคนนั้นพูดพลางกอดอก
จูลี่จ้องมองเด็กผู้หญิงทั้งสี่คนแล้วถามว่า "พวกเธออยู่ปีไหน?"
"ปีสอง" หนึ่งในนั้นตอบด้วยความมั่นใจเกินร้อย
เมื่อได้ยินดังนั้น จูลี่ก็ยิ้ม แล้วพูดว่า "งั้นฉันว่าพวกเธอคงเลือกเหยื่อผิดคนแล้วล่ะ ฉันอยู่ปีสาม ไว้โชคดีคราวหน้านะ" เธอก้าวไปข้างหน้าแต่ถูกหนึ่งในนั้นขวางทางไว้ "เรายังคุยกันไม่จบ?" จูลี่ถามด้วยน้ำเสียงไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"ถึงจะจริง แต่เราไม่จำเป็นต้องนับถือตามลำดับปีนี่" หัวโจกพูด เห็นได้ชัดว่าเด็กคนนี้มาจากครอบครัวร่ำรวยและคุ้นชินกับการได้ดั่งใจ โดยมีลูกสมุนสามคนคอยตามใจ "เธอมันเด็กใหม่อย่างเห็นได้ชัด และพวกเราอยู่ที่นี่นานกว่าเธอ เธอต่างหากที่ควรตามพวกเรา"
ที่นี่เต็มไปด้วยพวกอันธพาลและคนที่ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า จูลี่คิดในใจ ซึ่งมันก็เกิดขึ้นที่อื่นเหมือนกัน แต่ที่นี่มันสุดขั้ว เหมือนกับมีคนดักรออยู่ทุกมุมตึก พร้อมจะกระโจนใส่คนอื่น
เธอถอนหายใจในใจ
รู้ไหมว่ามันน่าอายแค่ไหนที่ต้องเดินเข้าห้องเรียนตอนที่อาจารย์กำลังสอนอยู่ท่ามกลางสายตาทุกคน? เธอแค่มาล้างหน้าเองนะ
"เธอพูดถูก" จูลี่เห็นด้วยกับเด็กผู้หญิงคนนั้น ที่ดูจะตกใจ "คิดอีกที ฉันจะเข้ากลุ่มพวกเธอได้เมื่อไหร่? จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่เคยอยู่กลุ่มไหนเลย และฉันคิดว่ามันคงเจ๋งมากถ้าได้เป็นส่วนหนึ่ง"
หนึ่งในนั้นจ้องจูลี่ราวกับไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดเรื่องอะไร เด็กใหม่ส่วนใหญ่มักจะหน้าซีดด้วยความกลัวซึ่งช่วยเติมเต็มอีโก้ของพวกชอบรังแก แต่คนนี้กลับพูดเรื่องขอเข้ากลุ่ม
"เฉพาะนักเรียนระดับหัวกะทิเท่านั้นที่จะเข้ากลุ่มเราได้ และเราไม่รับนักเรียนสามัญเข้ากลุ่มง่ายๆ หรอกนะ" อีกคนพูด
บางอย่างผุดขึ้นบนใบหน้าของหัวโจก และเธอก็พูดว่า "ฉันจำได้แล้วว่าเคยเห็นเธอที่ไหน เธอคือคนที่ซี้กับโอลิเวียใช่มั้ย? ฉันชื่อ เอเลนอร์" ทันใดนั้น พฤติกรรมของหล่อนก็เปลี่ยนไป และส่งยิ้มเป็นมิตรให้จูลี่ "เธอน่าจะบอกเราเร็วกว่านี้ว่าเธอสนิทกับกลุ่ม 'เฟมัสไฟว์'"
เฟมัสไฟว์ ห้าสหายผจญภัย หนังสือนั่นน่ะเหรอ? จูลี่ถามในใจ
"เธอลืมคำพูดที่แนนซี่เพิ่งพูดไปได้เลย" เอเลนอร์ยิ้มก่อนเสนอ "รู้อะไรมั้ย? เราน่าจะไปเที่ยวด้วยกันนะ แต่ตอนนี้พวกเรามีเรียน ขอโทษที่มารบกวนนะ"
"ไม่มีปัญหา" จูลี่ตอบ สังเกตว่าเอเลนอร์เปลี่ยนมาทำตัวน่ารักและโบกมือลา จูลี่รีบออกจากห้องน้ำทันที
ที่นี่มันประหลาด จูลี่คิดกับตัวเอง เธอหลบหน้าเจ้าเม่นมาได้ตั้งแต่เสาร์ และการเรียนก็ผ่านไปอย่างสงบ แต่คงพูดแบบเดียวกันไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นนอกห้องเรียนและหอพัก การที่รู้ว่าลูกสมุนของเจ้าเม่นกำลังตามหาตัวเธอทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
เธอกำลังเดินกลับห้องเรียน เดินผ่านระเบียงทางเดิน ทันใดนั้นก็มีใครบางคนกระโดดลงมาจากหน้าต่างห้องเรียนใกล้ๆ มาขวางหน้าเธอ เธอสูดได้กลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นมัสก์และน่าจะแพงระยับ
คนคนนั้นย่อตัวลงตรงหน้าเธอ ใช้เวลาสองสามวินาทีราวกับกำลังผูกเชือกรองเท้าบู๊ต เพราะผมสีดำ เสื้อเชิ้ตสีดำ และกางเกงยีนส์สีดำของเขา จูลี่อดไม่ได้ที่จะเปรียบเขาเป็นแมวดำ บางทีเสือดำอาจจะเหมาะกว่า จูลี่คิดในใจ
เมื่อเขายืนขึ้น ดวงตาของจูลี่เบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่เธอเกือบจะเดินชนเมื่ออาทิตย์ก่อน
ราวกับว่าเขาจำเธอได้ ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย จ้องมองเธออยู่สองวินาที
"ทำไมถึงโดดเรียน?" ความสงสัยของเธอโพล่งออกมาจากปาก
เมื่อเด็กหนุ่มจ้องหน้าเธอ จูลี่ก็นึกขึ้นได้ว่าพวกเธอไม่ได้รู้จักกันถึงขั้นจะมาถามคำถามเหมือนเพื่อน เธอเห็นรอยสักโผล่ออกมาจากเสื้อยืดและสังเกตว่าแขนของเขาเต็มไปด้วยลายสัก
"กลับเข้าห้องเรียนไป" เสียงของเขาทุ้มต่ำ และสายตาของเธอก็ตวัดกลับทันควัน ดูซิว่าใครเป็นคนพูด จูลี่คิดในใจ