- หน้าแรก
- จดหมายสื่อรัก พลิกกฎหัวใจแบดบอย
- ตอนที่ 3 - คนดี คนเลว และคนชั่ว
ตอนที่ 3 - คนดี คนเลว และคนชั่ว
ตอนที่ 3 - คนดี คนเลว และคนชั่ว
ตอนที่ 3 - คนดี คนเลว และคนชั่ว
==================================================
ยกกระเป๋าเดินทางขึ้นวางบนเตียง เธอเริ่มจัดของเข้าที่ หอพักที่นี่ดูดีกว่าที่เธอคาดไว้มาก ทำให้เธอสงสัยว่าทุกห้องในตึกนี้จะมีตู้เสื้อผ้าและลิ้นชักให้ครบครันแบบนี้หรือเปล่า บางทีอาจจะมีก็ได้ จูลี่คิดในใจ เพราะที่นี่เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียง มหาวิทยาลัยที่มีผู้สมัครนับหมื่นคน แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ผ่านการคัดเลือก
เสื้อผ้าของเธอถูกเก็บเข้าตู้ และหนังสือก็วางกองอยู่ที่มุมโต๊ะ เธอหยิบกรอบรูปจากกระเป๋าขึ้นมาวางบนโต๊ะ
หลังจากผ่านไปเกือบสามชั่วโมง ก็มีคนมาเคาะประตูห้อง เมื่อเปิดออก เธอก็พบเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
"เอ่อ หวัดดี ฉันอยู่ห้องข้างๆ คิดว่าจะมาทักทายหน่อย ฉันชื่อ เมลานี เดวิส" เมื่อเทียบกับการแต่งตัวฉูดฉาดของโอลิเวียแล้ว เด็กคนนี้ดูเรียบง่ายกว่ามาก เธอมีผมสีน้ำตาลและรอยยิ้มที่เป็นมิตร
"จูเลียน วินเทอร์ส" จูลี่แนะนำตัว
"ต้องการให้ช่วยอะไรไหม? ฉันทำการบ้านเสร็จแล้ว คิดว่าเธออาจจะอยากให้ช่วยพาเดินดูรอบๆ" เมลานีเสนอด้วยความหวังดี เมื่อจูลี่หันกลับไป เด็กสาวก็พูดต่อ "เธอจัดของเร็วมาก ตอนฉันมาที่นี่ครั้งแรก ฉันใช้เวลาเกือบอาทิตย์กว่าจะจัดการข้าวของเสร็จ"
"ฉันก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้วเหมือนกัน จะเข้ามาข้างในก่อนไหม?" จูลี่เชิญอย่างสุภาพ เพราะคงเสียมารยาทถ้าให้เธอยืนอยู่ข้างนอก
เมลานีพยักหน้าและก้าวเข้ามา "ฉันไม่เคยคิดเลยว่าห้องนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นหอพัก"
เมื่อได้ยินดังนั้น จูลี่จึงถามว่า "นี่เคยเป็นห้องภารโรงเหรอ?" เมื่อพิจารณาจากที่เธอมาถึงล่าช้า จูลี่ก็ไม่แปลกใจเลย
เมลานีส่ายหน้า "ไม่หรอก ห้องนี้ถูกล็อกไว้ตลอด เท่าที่ฉันจำได้ตั้งแต่าย้ายมาที่นี่นะ"
"อ๋อ" จูลี่ตอบ รู้สึกดีใจลึกๆ ที่มีความเป็นส่วนตัว "เธออยู่ปีไหนเหรอ?"
"ปีสาม" คำตอบของเมลานีทำให้ดวงตาของจูลี่เป็นประกาย "เธอด้วยเหรอ? สงสัยเราคงได้เรียนบางวิชาด้วยกันแน่เลย"
จูลี่ยิ้ม ดีใจที่รู้ว่าจะได้เห็นหน้าใครสักคนที่เป็นมิตรในห้องเรียน และเธอคงไม่รู้สึกเหมือนคนนอก แผนเดิมที่จะทำตัวเงียบๆ หายวับไปพร้อมกับรอยร้าวบนแว่นตา และเธอก็รู้สึกกังวลลึกๆ ว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
"ที่นี่แปลกจริงๆ นะ ฉันไปรับตารางเรียน แล้วก็เจอนักเลงสองคนตีกันกลางโถงทางเดิน น่ากลัวชะมัด" ประโยคท้ายๆ เธอพูดเบาๆ ราวกับกลัวใครจะได้ยิน
"เสียใจที่ได้ยินนะ เดี๋ยวเธอก็ชิน มีแค่พวกรุ่นพี่ไม่กี่คนหรอกที่ชอบมีเรื่องกันนอกตึก แต่ไม่ค่อยทำต่อหน้าอาจารย์เท่าไหร่ ตอนแรกฉันก็กลัวเหมือนกัน ฉันกับเพื่อน คอนเนอร์ เราพยายามอยู่ห่างๆ ไว้" เมลานีพูด แล้วเธอก็มองไปที่กรอบรูปที่จูลี่วางไว้บนโต๊ะ
จูลี่ถามว่า "เธอคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้าฉันจะขอยืมสมุดจดมาตามงานที่ขาดไป?"
"ได้สิ เดี๋ยวฉันไปเอามาให้ ฉันทำงานส่วนใหญ่เสร็จแล้วและคงยไม่ใช้มันสุดสัปดาห์นี้" เมลานีเสนอและเดินออกจากห้องไปหยิบสมุดจด
จูลี่รู้สึกขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของเมลานี และเมื่อไม่มีอะไรทำ เธอจึงใช้เวลาไปกับการอ่านสมุดจดของเมลานี หลังมื้อเย็น เธอพยายามโทรหาลุงเพื่อบอกว่าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แต่ห้องของเธอสัญญาณแย่มาก ไม่ใช่แค่ห้องเธอ แต่ทั้งตึกเลยที่มีสัญญาณเครือข่ายแย่
จูลี่เดินออกจากหอพัก กอดอกตัวเองเพราะอุณหภูมิลดต่ำลงกว่าตอนเย็น เดินห่างออกมาจากตึก เธอก้มมองโทรศัพท์พลางแตะๆ ที่ด้านข้าง
"โอ้ พระเจ้า! ฉันน่าจะรู้นะว่าที่นี่สัญญาณห่วย" จูลี่บ่นพึมพำกับตัวเอง
ชูโทรศัพท์ขึ้นฟ้า เธอพยายามหาสัญญาณแต่ก็ไร้ผล ทางเลือกที่มีไม่กี่ทางคือเดินไปที่ประตูทางเข้าที่มียามน่าขนลุกเฝ้าอยู่ หรือไม่ก็ปีนต้นไม้สูงๆ สักต้น
ไม่ไกลจากจุดที่เธอยืนอยู่ บนต้นไม้ต้นหนึ่ง เด็กหนุ่มที่จูลี่เจอเมื่อตอนกลางวันหน้าตึกหลักกำลังห้อยหัวลงมาจากกิ่งไม้
รอยยิ้มกว้างปรากฏบนริมฝีปากของเขาขณะมองดูเด็กใหม่กระโดดหยองแหยง "ดูเหมือนจะมีคนไม่อ่านกฎของที่นี่แฮะ ฉันไม่รู้ว่าดันเต้คิดอะไรอยู่ถึงรับนักเรียนใหม่มาตอนนี้ ทั้งที่ยัยนั่นไม่ใช่เด็กปีหนึ่งด้วยซ้ำ"
เด็กสาวยังคงเดินไปรอบๆ พร้อมชูมือขึ้นฟ้า
"โอลิเวียบอกฉันว่าพวกเขาให้ห้องว่างเดียวในหอพักนั้นกับเธอ" แม็กซิมัสพูดขณะมองดูสิ่งต่างๆ กลับหัว ร่างกายของเขาแกว่งไปมาเล็กน้อย เขาเห็นเด็กสาวยอมแพ้และเดินกลับเข้าตึกไปในที่สุด "หลับไปรึยัง โรม?" เขาถาม
แม็กซิมัสพลิกตัวกลับขึ้นมานั่งบนกิ่งไม้และหันไปมองเพื่อน
"คงหลับไปนานแล้วถ้านายไม่มากวน ไปหาต้นไม้อื่นเกาะไป๊" เด็กหนุ่มผมดำพูด
รอยยิ้มบนริมฝีปากของแม็กซิมัสกว้างขึ้น "ก็อยากอยู่นะ แต่ต้นนี้ดูแข็-" วินาทีต่อมา เด็กหนุ่มผมดำวางมือลงบนกิ่งไม้ที่แม็กซิมัสนั่งอยู่ และกิ่งไม้นั้นก็หักลง แม็กซิมัสลงสู่พื้นด้วยเท้าอย่างสวยงาม "โอเคๆ ไปก็ได้" แล้วเขาก็เดินจากไป
คนที่อยู่บนต้นไม้หันหน้าไปมองทางหอพักหญิง
กลับมาที่หอพักหญิง จูลี่จ้องมองข้อความที่ส่งไม่ผ่านถึงลุงเพราะปัญหาสัญญาณ เธอโยนโทรศัพท์ลงข้างตัว โชคดีที่ลุงเพิ่งมาส่งเธอวันนี้ เขาคงเดาได้ว่าเธอกำลังยุ่งกับการจัดของ
วันรุ่งขึ้น จูลี่พยายามตามงานพื้นฐานของวิชาที่ขาดไปจนถึงมื้อเที่ยง ทั้งเธอและเมลานีเดินไปที่โรงอาหารรวมของมหาวิทยาลัย มันตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของตึกหนึ่งในหลายๆ ตึกที่เวเทอริสเป็นเจ้าของ ชั้นนั้นมีหน้าต่างบานใหญ่และที่นั่งสำหรับนักศึกษาและบุคลากร
ระหว่างทาง จูลี่รู้สึกถึงสายตาของผู้คน และเธอก็ดันแว่นตาให้ชิดใบหน้ามากขึ้น
"ฉันคิดไปเองหรือเปล่า หรือเธอเองก็รู้สึกว่ามีคนมองเรา" จูลี่กระซิบถามเมลานีขณะที่พวกเธอเข้าแถวรอเหมือนคนอื่นๆ เธอสร้างวีรกรรมอะไรไว้ที่ห้องธุรการนักหนา คนถึงจำเธอได้ขนาดนี้?
"พวกเขาคงสงสัยหลังจากเกิดเรื่องหนะ" เมลานีตอบขณะยืนอยู่ข้างหลังเธอ จูลี่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้ฟังแล้ว และเด็กสาวก็แสดงความเห็นใจ
"นักเรียนที่นี่ชอบจ้องจัง" จูลี่พึมพำ ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเมื่อแถวขยับ ไม่ใช่ว่าที่เดิมที่เธอเรียนไม่มีคนขี้สงสัย แต่นี่มันชัดเจนกว่า "แม้แต่เมื่อวาน ตอนฉันเดินเข้าชั้นหอพัก"
"อ้อ เรื่องนั้น" เมลานีเลิกคิ้ว "ฉันคิดว่าพวกเราส่วนใหญ่แปลกใจที่เห็นโอลิเวียเดินมาส่งเธอถึงหน้าห้อง ทุกคนรู้ว่าโอลิเวียไม่เคยโผล่มาที่ตึกเราเลย นั่นน่าจะเป็นครั้งแรกที่เธอเข้ามาในหอพักเรา ฉันว่าพวกรู้หญิงคงสงสัยว่าเธอเป็นญาติฝ่ายไหนของโอลิเวียหรือเปล่า" เมลานีอธิบาย
"ดูเหมือนเธอจะป๊อปปูลาร์นะ" จูลี่ตอบ และเมลานีก็พยักหน้า
"ไม่ใช่แค่เธอ แต่ทั้งกลุ่มเลยแหละ หลายคนอยากเข้าไปตีสนิทกับพวกเขา" เมลานีตอบ
จูลี่พยักหน้าเข้าใจแล้วว่าทำไมคนธรรมดาและเด็กใหม่อย่างเธอถึงถูกเพ่งเล็งเมื่อได้รับความช่วยเหลือจากคนดังของมหาวิทยาลัย
เมื่อนักศึกษาข้างหน้าได้อาหาร ก็ถึงคิวของเธอ และถ้ามีสิ่งหนึ่งที่เธอต้องยกย่อง ไม่ใช่บรรยากาศหรือสถาปัตยกรรม หรือพื้นที่กว้างขวางของมหาวิทยาลัย แต่เป็นความหลากหลายของอาหารที่มีให้เลือก อาหารในโรงอาหารสมคำร่ำลือของมหาวิทยาลัย และจูลี่ก็ยอมรับจากใจจริง
"เมล!" มีคนเรียกจากโต๊ะหนึ่ง จูลี่เห็นเด็กหนุ่มผอมบางผมหยิกสีน้ำตาล ซึ่งดูเหมือนจะจองที่ไว้ให้พวกเธอ
"ฉันกังวลแทบแย่ว่าจะต้องรอโต๊ะว่าง" เมลานีพูดเมื่อไปถึงโต๊ะ "จูลี่ นี่คอนเนอร์ เพื่อนฉันตั้งแต่ก่อนเราเข้าเวเทอริส เราเรียนประถมมาด้วยกัน คอนเนอร์ นี่จูเลียน เด็กใหม่ที่เพิ่งมาเมื่อวานและอยู่ห้องข้างๆ ฉัน"
"คอนเนอร์ ลี" เด็กหนุ่มผมหยิกแนะนำตัว "ยินดีต้อนรับสู่มหาวิทยาลัย"
"จูเลียน วินเทอร์ส ขอบคุณค่ะ" จูลี่ขอบคุณเขาพร้อมรอยยิ้ม เธอนั่งลงข้างเมลานีและคอนเนอร์นั่งอยู่ตรงข้าม
"ฉันแปลกใจที่มหาวิทยาลัยยังรับนักศึกษาช้าขนาดนี้" คอนเนอร์ออกความเห็น สายตามองจูลี่ด้วยความสงสัย "คนรู้จักแถวบ้านฉันสมัครมาช่วงเดียวกับฉันและเมล ทั้งที่เกรดหมอนั่นดีกว่าพวกเรา ฉันนึกว่าเขาจะติดซะอีก แต่เขาก็ได้จดหมายปฏิเสธเพราะเลยกำหนดเวลา ถึงแม้จดหมายจะส่งไปถึงก็ตาม"
"พวกเขาอาจจะหยุดรับแล้วก็ได้" เมลานีพูดพลางเริ่มตักบะหมี่กิน
คอนเนอร์โบกช้อนไปมา "ฉันว่าเพราะเขาสมัครช้ามากกว่า" แล้วเขาก็หันมาหาจูลี่ "แล้วอะไรพาเธอมาที่นี่ล่ะ จูเลียน? เหมือนพวกเราไหม เป็นความฝันที่จะได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง หรือเข้าได้เพราะเส้นสาย?"
"สองเดือนก่อน ฉันย้ายมาอยู่บ้านลุง" เธอพูดตามที่ซ้อมไว้ในใจหลายรอบ "แล้วก็ตัดสินใจสมัครที่นี่พร้อมกับที่อื่นๆ ฉันแค่โชคดีที่เขาตอบรับน่ะ" จูลี่ตอบ และคอนเนอร์ก็พยักหน้า
เธอถามต่อ "พวกเธอเรียนที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว?"
"สามปี พวกนักเรียนที่มาจากตระกูลชนชั้นสูงเรียนที่นี่มาห้าถึงหกปีแล้ว เทียบกับพวกเรานักเรียนธรรมดาที่เพิ่งมาเริ่มทีหลัง แต่นั่นก็เพราะพวกเราส่วนใหญ่สอบเข้าไม่ได้" เมลานีอธิบาย และจูลี่ก็ขัดขึ้น
"ฉันไม่ยักรู้ว่านักเรียนที่นี่แบ่งเป็นสองกลุ่มด้วย" จูลี่พูดสิ่งที่คิด
"เธอจะแปลกใจกับหลายๆ อย่างที่นี่แหละ" เมลานีหัวเราะเบาๆ
"สองกลุ่มมันผิดนะ" คอนเนอร์พูดขณะหยิบกระป๋องเป๊ปซี่ขึ้นจิบ "แต่เรามี 'คนดี', 'คนเลว' และ 'คนชั่ว'"
"ฉันไม่คิดว่าเคยได้ยินเวอร์ชันนี้มาก่อนแฮะ" จูลี่โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยด้วยความสนใจ "คนเลวกับคนชั่วมมันไม่เหมือนกันเหรอ?"
เมลานีส่ายหน้าให้กับคำพูดของคอนเนอร์ แต่ก็ไม่ได้ห้ามเขาอธิบายต่อขณะที่เธอกินข้าว
คอนเนอร์อธิบาย "คนดีคือนักเรียนที่นี่ ที่ยุ่งแต่เรื่องของตัวเองและตั้งใจเรียน ทุกคนต้องเรียนเพราะถ้าเกรดไม่ถึงเกณฑ์ก็จะไม่ได้เลื่อนชั้น แต่จะถูกเชิญออกตอนสิ้นปี พวกคนดีพยายามจะไม่หาเรื่องใส่ตัว แต่มักจะโดนหาเรื่อง ส่วนคนเลว คือพวกที่ชอบต่อยตีและสร้างปัญหาให้พวกคนดี และสุดท้ายคือพวกคนชั่ว หรือพวกอันธพาล พวกนี้จะทำให้ชีวิตของเธอเหมือนตกนรกโดยที่ไม่ใครรู้ บางคนวิวัฒนาการเหมือนโปเกมอน และการวิวัฒนาการนั้นไม่เคยย้อนกลับ"
"ดูเหมือนฉันจะสมัครเข้ามาในที่ที่ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเลยสินะ" จูลี่พึมพำ โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยทุกที่ก็มีคนประเภทนั้น แต่ที่นี่ดูจะมีขั้วอำนาจที่เลวร้ายที่สุดสองขั้ว เธอคิดในใจ
จูลี่อดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับคำพูดของเขา และในขณะเดียวกัน เมื่อเธอมองไปรอบๆ โรงอาหาร เธอก็สงสัยว่ากลุ่มไหนที่เธอควรหลีกเลี่ยง
"ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นแบบนั้นหรอก จูลี่" เมลานีให้ความมั่นใจ "แค่ไม่กี่คนเท่านั้นแหละ ส่วนใหญ่ที่นี่เป็นคนดี อย่าไปขู่ให้เธอกลัวสิ" เธอดุคอนเนอร์เบาๆ
จูลี่ดีใจที่ได้นั่งกับพวกเขา และถึงแม้เธอจะเพิ่งรู้จักเมลานีแค่วันเดียว และคอนเนอร์แค่ไม่กี่นาที แต่เธอก็เห็นภาพตัวเองใช้เวลาอีกสองปีข้างหน้ากับพวกเขา ขณะที่กินข้าวและคุยกัน เธอได้รู้ว่าคอนเนอร์เลือกเรียนศิลปะเป็นวิชาเอก
เธอกำลังกินคำสุดท้ายจนเกลี้ยงจาน เมื่อเธอเห็นเด็กหนุ่มสามคนเดินเข้ามาในโรงอาหาร ทันทีที่เห็นเด็กหนุ่มผมโมฮอว์กตรงกลาง ตาของเธอก็เบิกกว้างและรีบก้มหน้าลง
เรื่องนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก เพราะไม่ได้เรียนคนละมหาวิทยาลัย สักวันก็ต้องเจอกัน แต่เธอรู้สึกว่าเจอวันหลังดีกว่าตอนนี้ อย่างน้อยความทรงจำเรื่องน่าอายของเขาก็คงจางลงไปบ้าง และอารมณ์โกรธของเขาก็คงลดลงตาม
ขณะที่เธอยังก้มหน้าอยู่ เมลานีสังเกตเห็นและขมวดคิ้ว "เป็นอะไรหรือเปล่า?"
จูลี่ค่อยๆ ยกมือขึ้นชี้ไปที่เด็กหนุ่มที่กำลังเดินไปที่โต๊ะใกล้ๆ กับที่พวกเธอนั่งอยู่ "น่าจะนะ" จูลี่กระซิบ วางช้อนลงบนโต๊ะ "ผู้ชายคนนั้นชื่ออะไรนะ? คนที่ทำทรงผมเม่นน่ะ?"
ทั้งคอนเนอร์และเมลานีหันไปมองทางที่จูลี่พยักพเยิดหน้า
คอนเนอร์เริ่มหัวเราะกับคำอธิบายของจูลี่ ไหล่ของเขาสั่น "นั่น มาเตโอ แจ็คสัน เปรียบได้ดีนี่ เม่น" เขาแค่นหัวเราะ
"ชู่ว เดี๋ยวก็ซวยหรอกถ้าเขาได้ยิน" เมลานีจุ๊ปากใส่คอนเนอร์ที่ยังคงหัวเราะอยู่ "จูลี่มีเรื่องกับเขาเมื่อวานน่ะ"
"ฟังดูไม่ดีเลยนะ" คอนเนอร์กระแอม "เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเพิ่งหักนิ้วเด็กปีหนึ่งไปเอง"
"ขอบใจสำหรับข้อมูลนะ มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย" จูลี่พูด สถานการณ์ไม่ได้ดีขึ้นสักนิด
เมลานีพูดว่า "ฉันไม่คิดว่าเขาจะทำร้ายเด็กใหม่หรอก โดยเฉพาะผู้หญิง"
ทันใดนั้น จูลี่และนักเรียนคนอื่นๆ ที่นั่งใกล้โต๊ะของมาเตโอก็ได้ยินเขาขูรุ่นน้อง
"แก! มองอะไรวะ?" มาเตโอดูโกรธจัด
"เดี๋ยวเราจะตามหาตัวยัยนั่นแล้วลากมาให้นายเอง แมท ยัยนั่นซ่อนตัวไม่ได้ตลอดหรอก" เพื่อนคนหนึ่งของเขาพูด
มาเตโอตบโต๊ะดังปัง "ถ้าบอร์เรลไม่เข้ามาขัดจังหวะ ฉันหักแขนยัยนั่นไปแล้ว" เขากัดฟันกรอด "จูเลียน วินเทอร์ส ยัยนั่นเตรียมตัววิ่งหนีหรือไม่ก็ไสหัวไปจากมหาวิทยาลัยนี้ซะ"
"ล้มแรงแค่ไหนเนี่ย?" เมลานีกระซิบถาม
ดูเหมือนเธอจะไปเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของเขาเข้าแล้ว จูลี่คิดในใจ "เดี๋ยวเจอกันนะ ฉันจะไปจดงานต่อให้เสร็จ" เธอยิ้มให้พวกเขา ซึ่งตอบกลับด้วยสายตาเป็นห่วงปนสงสาร
เธอเปลี่ยนมาใส่แว่นสำรองแล้ว และตอนนี้เธอก็ไม่อยากทำมันพังอีก ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยสู้คนในอดีต แต่เธอเรียนรู้ว่าเลือกทางที่สงบดีกว่าถ้าหลีกเลี่ยงได้ โชคดีที่มาเตโอนั่งหันหลังให้โต๊ะของพวกเธอ และเธอเห็นหน้าเขาเพียงบางส่วน รีบลุกจากโต๊ะ เธอเดินจ้ำอ้าวไปทางประตูโรงอาหาร
ขณะที่จูลี่รีบเร่งเดินผ่านประตู เธอเกือบจะชนเข้ากับใครคนหนึ่งถ้าเธอไม่หยุดตัวเองไว้ทัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็มายืนประจันหน้ากับเด็กหนุ่มผมดำที่มีเรื่องชกต่อยเมื่อวาน
ด้วยความตกใจ จูลี่เผลอหลุดเสียงอุทานออกมาเบาๆ
แต่บางอย่างบอกจูลี่ว่าเขาหยุดเดินเพื่อไม่ให้เธอชนเขา
โดยไม่รู้ตัว เธอก้าวถอยหลัง ยืดคอขึ้นสบตาสีดำสนิทของเขา เพราะผมยุ่งๆ ที่ตกลงมาปรกหน้าผาก ทำให้เกิดเงาพาดผ่านใบหน้า จมูกโด่งเป็นสัน โหนกแก้มสูง ยืนอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ลมหายใจ เธอได้กลิ่นน้ำหอมของเขา
ว้าว กลิ่นหอมจัง จูลี่คิด ยี่ห้ออะไรนะ? เมื่อรู้สึกตัวว่าเขากำลังจ้องมองเธอด้วยความรำคาญใจเล็กน้อย เธอจึงรีบขอโทษ
"ขอโทษค่ะ" พูดเสียงแผ่ว
"ไม่เจ็บนี่" เขาตอบ และเมื่อเธอไม่ขยับ เขาก็ถามว่า "จะหลบไหม?"
จูลี่รีบก้าวหลบฉาก วิ่งหนีจากตรงนั้นมุ่งหน้ากลับหอพักเพื่อจำศีลเป็นฤาษีในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า