- หน้าแรก
- คมดาบเงาสังหาร
- ตอนที่ 2 - แตกหัก
ตอนที่ 2 - แตกหัก
ตอนที่ 2 - แตกหัก
ตอนที่ 2 - แตกหัก
==================================================
"กัปตัน ท่านจะไล่มันไปเมื่อไหร่? ข้าทนไม่ไหวแล้วนะ! ท่านต้องแน่ใจนะว่าข้าจะไม่แตะเหล้าในอีกสองวันข้างหน้า ถ้าข้าเมา ข้าคงเผลอบีบคอมันตายแน่!" ฮานส์ตะโกนด้วยดวงตาแดงก่ำ แม้แต่คนที่แข็งแกร่งอย่างเขาก็ใกล้จะหมดความอดทนกับการกลั่นแกล้งไม่หยุดหย่อนของเลกูน่า
"เอาล่ะๆ ข้ารู้ว่าช่วงนี้เจ้าลำบาก แต่ต้องทนหน่อย ทุกอย่างจะกลับเป็นปกติเมื่อเราถึงบริโซนิส" กัปตันปลอบ
"เราปล่อยมันลงที่นี่ไม่ได้เหรอ?" ฮานส์ขอร้องน้ำตาคลอ
"ไม่ได้สิ เราต้องส่งตัวเขาไปที่บริโซนิส" กัปตันปฏิเสธ
เขาพูดต่อหลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง
"ไม่ต้องห่วง เพราะเราขึ้นฝั่งแล้ว นักโทษจะถูกใส่กุญแจมือ เขาไม่มีโอกาสแกล้งอะไรเจ้าได้อีกแล้ว"
"เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง? ปกติเราขนส่งแต่นักโทษธรรมดาที่ใช้ 'พลังปราณ' ไม่ได้ แต่ครั้งนี้เรากลับมีผู้ใช้พลังปราณระดับ 5 อยู่บนเรือ" ฮานส์บ่น
"นั่นก็แปลว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ใช่นักโทษไงล่ะ" กัปตันให้เหตุผล "เอาล่ะฮานส์ ทนอีกแค่สองวัน พรุ่งนี้เราต้องเดินทางไกล ไปพักผ่อนซะ"
ทันทีที่ฮานส์กระดกเหล้าอีกสองอึก ก่อนที่เหล้ารัมจะลงถึงท้อง เขาก็รู้สึกถึงเสียงโครกครากในท้องอย่างรุนแรงก่อนที่ความเจ็บปวดจะแล่นพล่านไปทั่วลำตัว
กัปตันจ้อมมองเขาด้วยความประหลาดใจขณะที่ฮานส์วิ่งแจ้นออกจากห้องไปเข้าห้องน้ำ แต่เพียงครู่เดียว ฮานส์ก็กลับมา
"เป็นอะไรไป? ลืมเอากระดาษชำระไปเหรอ?" กัปตันถาม
"เปล่าครับ กัปตัน" ฮานส์พูดด้วยสีหน้าซีดเผือดและเร่งรีบ เมินมุขตลกของกัปตัน "ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าข้าตักรัมมาจากถังส่วนกลางของเรือ"
"ถังไหน?" กัปตันถาม เหมือนจะเริ่มเอะใจ
"ถังที่เพิ่งเติมคืนนี้"
สีหน้ากัปตันเปลี่ยนทันที
เขาสั่งการทันที "เรียกลูกเรือทุกคนที่อยู่บนฝั่งมารวมพลที่นี่เดี๋ยวนี้! เอาคนสองคนไปกับเจ้าแล้วไปตรวจดูนักโทษที่คุกในเมืองกับข้า"
"ทราบแล้ว!" ฮานส์ตอบรับโดยไม่ลังเล
แต่ความเจ็บปวดกะทันหันในท้องทำให้เขาตัวงอ ดูเหมือนเขาจะช่วยอะไรไม่ได้มาก
"บ้าเอ๊ย ข้าจะให้ต้นหนรอง ไปแทน เจ้าไปจัดการธุระในห้องน้ำซะ แล้วค่อยตามไปที่คุกเมื่อเสร็จแล้ว" กัปตันสั่งก่อนจะพุ่งตัวออกจากห้อง
......
คืนนั้น เลกูน่านอนไม่หลับพลิกตัวไปมาบนเสื่อหญ้าอย่างหงุดหงิด เขาโดนฮานส์เล่นงานมาพอสมควรในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
'บ้าชะมัด' เขาคิดอย่างไม่พอใจกับผลลัพธ์ของสูตรยาลับ
ไม่เพียงแต่มันจะเร่งการเผาผลาญของฮานส์ แต่มันยังทำให้เขาตื่นตัวและหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ
ยาที่เขาผสมตั้งใจให้เป็นลูกผสมระหว่างยาแก้ปวดกับยาถ่าย ฉากการแก้แค้นในฝันของเขาคือทำให้ฮานส์สลบเหมือด ตบหน้ามันสักฉาดสองฉาดด้วยความหมั่นไส้ แล้วริบทรัพย์สินทั้งหมดในตัวมัน แต่ตรงกันข้ามกับความคาดหวัง ยาสูตรลับสุดยอดของเขากลับไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการ
เมื่อไม่มีอะไรทำ เลกูน่าเริ่มนึกย้อนถึงความพยายามในช่วงที่ผ่านมา
ครั้งแรกคือตอนที่เขาได้รับมอบหมายให้ส่งอาหารให้ฮานส์ แน่นอนว่าเขาไม่พลาดโอกาสที่จะใส่ยาลงในอาหารมากพอที่จะล้มชายฉกรรจ์สองคนได้ อย่างไรก็ตาม ฮานส์เพียงแค่ลูบท้องอย่างสบายใจหลังกินเสร็จแล้วก็ไปนอนโดยไม่มีอาการอะไรให้เห็น
ครั้งที่สอง เขาหาโอกาสใส่ยาปริมาณสำหรับสิบคนลงในถ้วยชาของฮานส์ แม้ฮานส์จะแสดงอาการบ้าง แต่มันไม่ใช่แบบที่เขาตั้งใจ ฮานส์แค่รีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ เลกูน่าระบายอารมณ์ด้วยการโยนกระป๋องอาหารกินเหลือเข้าไปในส้วมหลังจากเฝ้ารอมาครึ่งค่อนวัน ฮานส์ที่ตัวเหม็นหึ่งตอบโต้ด้วยการหาเรื่องด่าเขาและสั่งให้เขาขัดส้วม
สำหรับความพยายามครั้งที่สาม เขาเทยาแก้ปวดทั้งหมดที่เหลือลงในถังเหล้ารัมตอนที่ไม่มีใครดู น่าเสียดายที่กะลาสีถูกห้ามดื่มเหล้าระหว่างการเดินทาง ยาชุดสุดท้ายของเขาจึงเสียเปล่าไป
แม้ยาแก้ปวดจะผสมมาจากยาถ่ายหลายชนิด แต่มันน่าจะมีฤทธิ์แรงพอตัว เขาจำได้ว่าเคยใช้มันล้มผู้ใช้พลังปราณระดับ 4 มาแล้ว ชายผู้น่าสงสารคนนั้นสะลึมสะลือไปทั้งวันและแทบควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ แต่เมื่อใช้กับนักรบระดับ 8 อย่างฮานส์ มันกลับทำหน้าที่เป็นแค่ยาถ่ายธรรมดา
ขณะที่เขาพลิกตัวไปมาพยายามข่มตานอน เขาสังเกตเห็นว่ายามที่เฝ้าหน้ากรงขังล้มลงไปนอนหมดสติกันหมด ดูเหมือนพวกเขาจะได้รับอนุญาตให้พักผ่อนหลังจากการเดินทางอันยาวนานสองสัปดาห์ เนื่องจากบางคนยังต้องเฝ้าเรือ กัปตันจึงอนุญาตให้ยามที่เข้าเวรดื่มเหล้ารัมแรงๆ ได้สองสามอึกเพื่อแก้หนาวและชดเชยการพักผ่อน เหล้าถังเดียวกับที่ผสมยาของเลกูน่านั่นแหละ แม้มันจะไม่ค่อยมีผลกับนักรบระดับ 8 อย่างฮานส์ แต่กะลาสีระดับ 4 และ 5 ที่เฝ้าคุกไม่ได้มีความต้านทานทานสูงขนาดนั้นและทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างอ่อนแรง
เมื่อตระหนักได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น หัวใจของเลกูน่าเริ่มเต้นรัว เขาเทยาที่เหลือทิ้งลงถังเหล้าแค่เพื่อระบายความหงุดหงิด และไม่คาดคิดเลยว่ามันจะมอบโอกาสทองให้เขาเช่นนี้
เขาควานหาลวดเหล็กบางๆ สองเส้นในผมของเขา ในเมื่อเขาซ่อนถุงยาไว้ได้ ลวดสองเส้นนี้ยิ่งไม่ใช่ปัญหา ลวดพวกนี้ตามคำพูดของเขาเอง คือเครื่องมือทำมาหากิน สมัยอยู่ในสลัม แทบทุกแม่กุญแจเคยถูกสะเดาะด้วยเครื่องมือทำมาหากินของเขามาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
เลกูน่าลุกขึ้นนั่งอย่างเบามือและหันไปมองเพื่อนร่วมห้องขังทั้งสามที่หลับสนิท เสียงกรนของพวกมันดังสนั่นจนสวรรค์สะเทือน เป็นหลักฐานว่าหลับลึกแค่ไหน แม้นี่จะเป็นโอกาสหนีคนเดียว แต่เขาก็ใจอ่อนและเดินไปข้างๆ พวกมัน
"เฮ้ย!" เขาเรียกพร้อมกับเตะหนึ่งในนั้นเบาๆ ซึ่งไม่ได้ผลอะไรนอกจากเสียงครางอย่างพึงพอใจของคนที่กำลังหลับ
เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องนั่งยองๆ และตบหน้ามันเบาๆ เพื่อปลุก
"มีอะไรเหรอ ลูกพี่? เดี๋ยวข้าไปเทกระโถนให้พรุ่งนี้" ชายร่างถึกถามอย่างงัวเงีย
"กระโถนบ้าบออะไร? นี่เป็นโอกาสหนีนะ ลอเรย์ ถ้าไม่อยากเป็นทาส ก็รีบปลุกเอมอน กับจิลร็อก เดี๋ยวนี้" เลกูน่าสั่งก่อนจะเริ่มสะเดาะกุญแจด้วยลวด
นักโทษคนนั้นตาสว่างทันทีที่ประมวลผลคำพูดของเลกูน่าได้ เขามองดูสิ่งที่เลกูน่าทำอยู่ก่อนจะรีบปลุกอีกสองคน
ใช้เวลาไม่นานเอมอนและจิลร็อกก็เข้าใจสิ่งที่ลอเรย์บอก พวกเขาหันไปมองเลกูน่า ซึ่งไม่ทำให้ผิดหวังและสะเดาะกุญแจสำเร็จ แล้วเดินไปที่กะลาสีที่หมดสติอยู่ใกล้ๆ เพื่อเอากุญแจมาไขโซ่ตรวนที่ข้อเท้า
"มาเร็ว! ตามข้ามาให้ชิดที่สุด"
แม้เลกูน่าจะเด็ก แต่เขาก็เหนือกว่าทั้งสามคนมากในเรื่องการหลบหนี
"แล้วพวกนั้นล่ะจะทำยังไง ลูกพี่?" เอมอนถามพลางชี้ไปที่ห้องขังอื่น นักโทษข้างในเริ่มตื่นและมองมาที่พวกเขาสี่คนด้วยสายตาเว้าวอน
"ปล่อยพวกมัน ยิ่งหนีกันเยอะ ยิ่งวุ่นวาย ยิ่งวุ่นวาย เรายิ่งหนีง่าย" เลกูน่าบอกก่อนจะโยนกุญแจให้เอมอน
ไม่นานนัก นักโทษทั้งหมดก็ถูกปล่อยออกจากห้องขังและโซ่ตรวน แต่ในจังหวะนั้นเอง เอมอนยกดาบขึ้นเหนือร่างกะลาสีที่หมดสติและเหวี่ยงมันลงไปที่คอ
เคร้ง! เลกูน่าดีดลวดเหล็กเส้นหนึ่งของเขาเพื่อเบี่ยงเบนดาบยาวของนักโทษ เข็มที่อัดแน่นด้วยพลังปราณฝังลึกเข้าไปในกำแพงคุก
"ทำบ้าอะไรของแก?" เลกูน่าถามเสียงเย็น จ้องเขม็งไปที่เอมอน
"ฆ่าพวกกะลาสีไง" เอมอนยิ้ม
"พวกมันหมดสติอยู่และไม่ได้เป็นอันตรายต่อเรา สิ่งที่เราต้องโฟกัสตอนนี้คือการหนี อย่าหาเรื่องใส่ตัวโดยไม่จำเป็น" เลกูน่าสั่งในมาดลูกพี่
"พวกมันจะตามมาเล่นงานเราตอนตื่น ถ้าฆ่าพวกมันตอนนี้จะประหยัดแรงไปได้เยอะ" เอมอนแค่นเสียง
เลกูน่าหรี่ตาลง
"ข้าไม่ยอมให้แกฆ่าพวกเขา" เขาขู่ฟ่อ
เอมอนมองเด็กหนุ่มที่จ้องเขาด้วยสายตาสมเพช
"ข้าจะบอกอะไรให้นะ คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหนแค่เพราะข้าเรียกว่าลูกพี่สักครั้งสองครั้ง? แกทำอะไรได้บ้างนอกจากสู้?"
"สำหรับแก แค่นั้นก็เกินพอแล้ว ข้าแค่ต้องอัดแกจนโงหัวไม่ขึ้น" เลกูน่ากล่าว พลังปราณที่ปั่นป่วนของเขาทำให้เศษหญ้าแห้งในห้องขังปลิวว่อน
"โธ่เอ๊ย อย่าคิดว่าจะทำวางก้ามได้แค่เพราะใช้พลังปราณเป็น คราวก่อนแกแค่ยันพวกเราสามคนไว้ได้เฉยๆ คิดว่าตอนนี้พวกเราจะกลัวแกเหรอตอนที่มีคนมากกว่า? แถมเรายังมีไอ้นี่ด้วย" เอมอนพูดพลางแกว่งดาบยาวในมือ
เลกูน่ารู้สึกถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายลง มีนักโทษเจ็ดถึงแปดคนล้อมเขาไว้ ดาบยาวในมือ พร้อมสายตาที่ไม่เป็นมิตร จิลร็อกก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย แต่ลอเรย์ที่ซื่อกว่ามองเอมอนด้วยความหวาดกลัว
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างแกไม่ควรมาทำซ่างวางมาดผู้นำ แกมันโง่หรือเปล่า? คิดว่าข้าจะรู้เรื่องฮานส์ได้ยังไงถ้าไม่มีเส้นสาย? ไม่สงสัยข้าเลยเหรอตอนที่ข้าให้ข้อมูล? พูดตรงๆ ข้าเบื่อเต็มทนแล้วที่ต้องมานวดให้เด็กโง่อย่างแก" เอมอนพูดพร้อมจ้องเลกูน่าด้วยจิตสังหาร
"แกบ้าไปแล้วเหรอ? การฆ่าคนมีแต่จะทำให้โดนโทษประหาร! ถ้าโดนจับได้อีก แกจะไม่ได้มีชีวิตอยู่แม้แต่ในฐานะทาสด้วยซ้ำ!" เลกูน่าตะโกนหน้าซีด
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!" เอมอนหัวเราะด้วยน้ำเสียงที่ก้ำกึ่งระหว่างคนดีกับคนบ้า "แกแกล้งโง่หรือโง่จริง? ถ้าเราไม่เคยฆ่าใครมาก่อน ทำไมเราถึงถูกเนรเทศ? คิดว่าแกเป็นข้อยกเว้นหรือไง? รู้ไหมว่าทาสกี่คนที่ต้องตายเพราะทำงานหนักบนทวีปแลนซ์? บางคนถูกขายให้พวกออร์คเป็นอาหาร บางคนถูกขายให้ดาร์กเอลฟ์เพื่อควักเครื่องในไปบูชายันต์! ต่อให้แกถูกขายให้มนุษย์ แกก็จะถูกปฏิบัติเหมือนสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่สุด! การฆ่าคนเหรอ... ข้าเลิกสนใจเรื่องพรรค์นั้นไปนานแล้ว!"
"แต่ข้าสน พวกเขาเป็นลูกน้องข้า"
ทันใดนั้น เสียงของกัปตันก็ดังก้องในหูของเหล่านักโทษ