เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20: ครีมมหัศจรรย์

บทที่ 20: ครีมมหัศจรรย์

บทที่ 20: ครีมมหัศจรรย์


ความเร็วในการฟื้นตัวของบาดแผลของถังเจิ้นนั้นน่าทึ่งจริง ๆ สถานการณ์ผิดปกติเช่นนี้บอกเลยว่ายากที่จะไม่ดึงดูดความสนใจ

พวกมู่หรงจื่อเหยียนเองก็เห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับบาดแผลของถังเจิ้นเหมือนกัน  คนเหล่านั้นได้มองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งมู่หรงจื่อเหยียนกับเฉียนหลงต่างก็เห็นความตกอกตกใจและความงุนงงของอีกฝ่าย  เห็นได้ชัดวาชาวพื้นเมืองทั้งสองเองก็พึ่งจะเคยเห็นฉากอัศจรรย์เช่นนี้เป็นครั้งแรก

มู่หรงจื่อเหยียนมองบาดแผลของถังเจิ้นอีกรอบก่อนจะพูดด้วยใบหน้ามึน ๆ “ถึงครีมไม้เลื้อยจะมีค่าและมีผลในการรักษาบาดแผลที่น่าอัศจรรย์ก็เถอะ  แต่มันไม่ได้มีผลในทันทีเหมือนกับยาพลังเทพในตำนานหรอกนะ”

เฉียนหลงที่อยู่ข้าง ๆ พยักหน้าเห็นด้วย  เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็ไม่เคยเห็นการรักษาบาดแผลที่รวดเร็วเช่นนี้มาก่อน

“ยาพลังเทพ?”

ถังเจิ้นที่กำลังโฟกัสกับความน่าอัศจรรย์ของครีมไม้เลื้อยเงยหน้าขึ้นมาถาม “ยาพลังเทพคืออะไร?  มันมีผลเหมือนกับครีมนี่งั้นเหรอ!”

มู่หรงจื่อเหยียนพยักหน้า “ยาพลังเทพเป็นยามหัศจรรย์ที่จะมีกันในโหลวเฉิง  ปรุงโดยเภสัชกรที่มีชื่อเสียง  ยาพลังเทพมีสรรพคุณวิเศษมากมาย  บางชนิดสามารถล้างพิษ  บางชนิดสามารถเพิ่มพลังต่อสู้  และบางชนิดสามารถรักษาบาดแผลได้  ว่ากันว่าขอแค่อาการบาดเจ็บไม่ถึงแก่ชีวิตแค่ดื่มยาพลังเทพนั่นเข้าไปจะสามารถฟื้นตัวได้ในเวลาเพียงไม่นาน”

เมื่อเห็นถังเจิ้นฟังอย่างตั้งใจมู่หรงจื่อเหยียนก็บึนปากของเธอเล็กน้อย “ถึงผลของยาพลังเทพจะดี  แต่ราคาก็สูงจนน่ากลัวมาก  พ่อฉันได้มาขวดหนึ่งจากงานประมูลโหลวเฉิงแห่งอื่น  เห็นพ่อบอกว่าต้องใช้ลูกปัดสมองเลเวลห้าตั้งร้อยเม็ด  เท่ากับลูกปัดสมองเลเวลหนึ่งตั้งล้านเม็ดแหน่ะ!”

ถังเจิ้นไม่เพียงแค่พูดไม่ออกเมื่อได้ยินราคาหรอก  ในใจยังสบถคำหยาบด้วย  ลูกปัดสมองเลเวลหนึ่จำนวนหนึ่งล้านเม็ดคือสิบล้านเหรียญทองในมือถือ!

แบบนี้จ้าวเมืองโหลวเฉิงที่ขายยาพลังเทพพวกนั้นก็ร่ำรวยสุด ๆ ไปเลยสิ!

ขณะที่ถังเจิ้นแอบอิจฉามู่หรงจื่อเหยียนก็เล่าข่าวลือบางอย่างเกี่ยวกับยาพลังเทพที่เธอเคยได้ยินมา  ในระหว่างนั้นเธอยังบอกถังเจิ้นว่าครีมไม้เลื้อยสามารถดื่มพร้อมกับน้ำได้ด้วยซึ่งมันใช้ในการรักษาอาการบาดเจ็บภายในได้อย่างทรงประสิทธิภาพ

เมื่อมู่หรงจื่อเหยียนบอกมาแบบนั้นถังเจิ้นเลยไม่รอช้าลองดื่มชิ้นเล็ก ๆ ลงไปโดยไม่ลังเล

ตอนนี้เขาสงสัยสรรพคุณของครีมตัวนี้อย่างมากและแทบรอดูผลอันมหัศจรรย์ของมันไม่ไหวแล้ว

ซึ่งผลการทดลองทำให้เขาพอใจมาก  อาการเจ็บหน้าอกที่แต่เดิมเหมือนโดนเหยียบแผลจนเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลาบัดนี้ได้บรรเทาลงไปมากในทันที  และยามที่หายใจก็ไม่มีอาการปวดอย่างหนักมากวนแล้ว

ในเวลาเดียวกันถังเจิ้นรู้กลับสึกว่าดูเหมือนจะมีอากาศไหลเวียนอยู่ในอกของตน  ตามด้วยความรู้สึกชา ๆ แล้วก็เกิดอาการคันยิบ ๆ จนอยากกรีดมันออกไปเพราะรำคาญมาก

หลังจากนั้นไม่นานถังเจิ้นก็ไออย่างรุนแรงและกระอักลิ่มเลือดสีดำออกมาจากปาก

อาการผิดปกติของร่างกายถังเจิ้นเจิ้นทำให้พวกมู่หรงจื่อเหยียนดูตกใจ  แต่ตัวเขาเองกลับดูตื่นเต้นอย่างมาก  เพราะครีมนี้เหมือนทำให้เขามองเห็นถนนแห่งชีวิตของตนที่ปูไปด้วยทองคำ!

ครีมที่มีค่าของโลกนี้เมื่อใช้กับถังเจิ้นซึ่งเป็นคนที่มาจากอีกโลกหนึ่งได้แสดงผลลัพธ์ที่สุดแสนจะน่าอัศจรรย์ขึ้น  ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะได้ผลที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้เมื่อใช้กับชาวโลกคนอื่นหรือไม่

ถ้าได้ผลจริงก็เป็นเส้นทางที่เสริมดวงของแท้!

ทว่าแม้จะไม่ได้ผลอะไรกับคนที่โลกเดิมก็ตาม  แต่การสำรองครีมนี้ไว้ใช้ยามฉุกเฉินก็เป็นการทำประกันชีวิตที่ค่อนข้างมั่นคงพอสมควร

ถังเจิ้นตัดสินใจว่าจะให้ความสนใจกับข่าวใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวกับไม้เลื้อยชนิดนี้ให้มากขึ้นในอนาคต  หากเขาพบมันเมื่อไหร่จะรีบคว้ามาไว้ในครอบครองอย่างแน่นอนไม่ว่าจะต้องจ่ายราคาเท่าไหร่ก็ตาม

การผจญภัยต่างโลก  สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรกคือความปลอดภัยในชีวิต!

เมื่อไต่ถามสองคนนี้เรื่องไม้เลื้อยดังกล่าวแต่ละคนก็บอกแค่ว่ามันงอกและเติบโตอยู่ในหุบเขาที่เข้าไปไม่ได้  เพราะที่เหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วมันจะมีแต่มอนสเตอร์ดุร้ายน่ากลัวมากมายเข้าไปทำรัง

หากต้องการเข้าไปรวบรวมวัตถุดิบปรุงยาในสถานที่ประเภทนี้แปลว่าต้องแบกรับความเสี่ยงที่สูงมาก  ขนาดโหลวเฉิงบางแห่งที่มีเภสัชกรอาศัยอยู่ยังรับซื้อในราคาสูงชะลูด

มีทีมสำรวจผู้พเนจรเข้าไปหาอยู่บ่อยครั้งอยู่เหมือนกัน  แต่เบื้องหลังผลประโยชน์อันมากมายมหาศาลนั้นก็มีความเสี่ยงอันมหาศาลซ่อนอยู่เป็นเรื่องธรรมดา  ซึ่งก็มีบ้างที่ทีมสำรวจผู้พเนจรทั้งทีมโดนมอนสเตอร์กวาดล้างจนหมดสิ้นจนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ราคาของวัตถุดิบปรุงยาสูงชะลูดอย่างที่บอก

ครีมในมือของมู่หรงจื่อเหยียนถูกผู้ใต้บังคับบัญชาของพ่อเธอนำออกมาตอนที่หนีจากโหลวเฉิง  แปลว่าเจ้าของเดิมคือพ่อของมู่หรงจื่อเหยียนซึ่งเป็นเจ้าเมือง

ในขณะที่พูด ๆ อยู่มู่หรงจื่อเหยียนก็ช่วยเฉียนหลงและต้าสยงทายาไปด้วย  จากนั้นก็ค่อย ๆ พันผ้าพันแผลให้ทั้งคู่อย่างระมัดระวัง

หลังจากทำแผลให้เฉียนหลงและต้าสยงแล้วชายทั้งสามคนก็ทรุดลงบนเตียงพร้อม ๆ กันและจ้องมองกันและกัน

ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ  แต่เมื่อพวกเขานอนลงบนเตียงแล้วความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้าก็ประดังประเดเข้ามา  จากนั้นไม่นานพวกเขาก็ผล็อยหลับไป

พวกเขานอนกันดึกมาก  เมื่อถังเจิ้นตื่นนอนก็ปาเข้าไปตอนบ่ายแล้ว

เฉียนหลงกับต้าสยงก็ตื่นขึ้นเช่นกัน  หลังจากซัดโจ๊กเนื้อ 2 ชามที่มู่หรงจื่อเหยียนทำให้เสร็จแล้วถังเจิ้นก็ยืดเส้นยืดสายบิดขี้เกียจอย่างสบาย ๆ ด้วยสีหน้าพึงพอใจ

เมื่อเห็นต้าสยงยกกะละมังใบเล็กขึ้นซดโจ๊กถังเจิ้นก็ยิ้มออกมาแล้วหันไปพูดกับเฉียนหลงว่า “เมื่อกี้ฉันคิดเรื่องนี้ดูแล้ว  การแก้แค้นไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ  ปล่อยพวกมันเต้นแร้งเต้นกาไปก่อน  รอให้อาการบาดเจ็บหายดีค่อยไปจัดการก็ยังไม่สาย”

หลังจากที่เฉียนหลงได้ยินคำพูดนั้นใบหน้าของเขาก็มีร่องรอยของความไม่เต็มใจ  แต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็วโดยนั่งฟังคำพูดของถังเจิ้นต่อไปอย่างเงียบ ๆ

ถังเจิ้นสังเกตเห็นการแสดงออกที่เฉียนหลงทำโดยเข้าใจอีกฝ่ายเหมือนกันว่าคงแทบระงับความแค้นในใจไว้ไม่อยู่  แต่เขาไม่ได้อธิบายเหตุผลต่อและบอกเรื่องอื่นแทน “ฉันวางแผนที่จะขายของซักชุดนึง  แต่นายก็รู้ว่าฉันไม่คุ้นเคยกับที่นี่เลยต้องขอพึ่งนายละ”

“แล้วก็ตอนขายนายไปหาจ้างคนที่ไว้ใจได้มาหน่อย  ส่วนเรื่องอุปกรณ์สวมใส่เด๋วฉันจัดให้เอง”

ถังเจิ้นหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นก็ถอนหายใจออกยาว ๆ และกล่าวต่อว่า “ฟู่  กำลังคนของเราน้อยเกินไปเพราะงั้นเวลาสู้เลยเสียเปรียบแบบนี้  ถ้าเราสร้างโหลวเฉิงได้แล้วยังไงก็ต้องมีการรับสมัครกำลังพลเพิ่มอยู่แล้ว  เป็นเรื่องที่ขึ้นอยูกับเวลาเท่านั้น”

เฉียนหลงเอนกายลงบนเตียงพลางพยักหน้าเงียบ ๆ

แม้ว่าการแสดงออกของเขาจะดูสงบแต่กลับรู้สึกโกรธและระงับมันไว้ในใจ  หากถังเจิ้นไม่ตัดสินใจกลับไปที่ที่เกิดเหตุในภายหลังล่ะก็เกรงว่าเขาอาจจะหาทางแก้แค้นไอ้หน้าหนวดตั้งแต่ตอนนี้เลยก็เป็นได้

ต้าสยงนั้นทึ่มทื่อเฉย ๆ กับเรื่องนี้  แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บเช่นกันแต่เขาก็เล่นกับเด็กหญิงตัวน้อยอย่างมีความสุขด้วยของเล่นที่ถังเจิ้นนำมาให้  เมื่อเห็นมือเท้าที่หยาบกร้านของเขาแสดงท่าทางระมัดระวังเก้ ๆ กัง ๆ แล้วช่างเป็นภาพที่ชวนอารมณ์ดีจริง ๆ

หลังจากพูดเสร็จถังเจิ้นนอนหงายลงบนเตียงทำท่าเหม่อ ๆ ราวกับจ้องมองเพดานอย่างงุนงง  แต่จริง ๆ แล้วกำลังดูดซับลูกปัดสมองเลเวล 2 ที่ต้าสยงเก็บมาได้อยู่  และเป็นอย่างที่กะเอาไว้คือลูกปัดสมองของมอนสเตอร์เลเวล 2 นี้ 2 เม็ดแลกเป็นเหรียญทองในมือถือได้ 200 เหรียญ  อัตราแลกเปลี่ยนคือ 1 ต่อ 100

เมื่อเห็นอัตราการแลกเปลี่ยนนี้ถังเจิ้นรู้สึกเหมือนอกหักทันที  และความเกลียดชังที่เขามีต่อไอ้หน้าหนวดก็เพิ่มขึ้นไปอีก  สำหรับถังเจิ้นตอนนี้เหรียญทองคือประกับภัย  มันช่วยให้เขาซื้อความปลอดภัยและความแข็งแกร่งที่มากขึ้นได้  และการสูญเสียมันไปก็ไม่ต่างจากเอามีดมากรีดใจ

เมื่อรวมกับความรู้สึกอัปยศอดสูที่เขาได้รับก่อนหน้านี้กระหน่ำซ้ำเติมเข้ามา  ความเกลียดชังที่เขามีต่อไอ้หน้าหนวดก็ไม่น้อยไปกว่าเฉียนหลง

การพักฟื้นเป็นวัน ๆ นั้นน่าเบื่อ  แต่ก็ยังโชคดีที่ครีมไม้เลื้อยของมู่หรงจื่อเหยียนให้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ทำให้ถังเจิ้นสามารถเดินได้อย่างอิสระในเวลาเพียงสามวัน

เช้าตรู่วันนี้เขาออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์นอกถ้ำอยู่พักหนึ่ง  จากนั้นก็บอกให้มู่หรงจื่อเหยียนดูแลผู้บาดเจ็บขณะที่เขาจัดแจงอุปกรณ์ของตนให้เรียบร้อยและออกจากที่พักไปอย่างสบาย ๆ

ครึ่งชั่วโมงต่อมาถังเจิ้นก็เคลื่อนย้ายกลับไปที่บ้านของตน

เพื่อกำจัดความรู้ที่ติดมาด้วยจากการต่อสู้แลกชีวิตถังเจิ้นเลยอาบน้ำล้างตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่  เสร็จแล้วก็ทำความสะอาดบ้านแล้วค่อยออกจากบ้านอย่างสบายอารมณ์

เขานั่งรถไปยังสถานที่ใกล้ ๆ ชานเมือง  จำได้ว่าเมื่อก่อนเคยผ่านที่นี่และเห็นว่ามีร้านตีเหล็กอยู่หลายร้านที่บริเวณนี้

หลังจากลงจากรถเขาก็เดินไปรอบ ๆ และเลือก ๆ มาร้านหนึ่ง

ในขณะนี้ที่ร้านตีเหล็กไม่มีลูกค้าอยู่  มีแต่ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำหนวดเคราดกหนานั่งดกเบียร์ยกตีนเป็ดขึ้นมาแกล้มอยู่ที่โต๊ะ  เมื่อเขาเห็นถังเจิ้นเข้ามาก็เลยเอามือเช็ดปากและพูดเสียงดังลั่น

“ว่าไงน้องมาทำไรเรอะ!”

“อยากได้มีดอันใหญ่ ๆ ซักร้อยเล่มจากแหนบรถยนต์อะทำได้ปะพี่”

ถังเจิ้นถามกลับ

“จะเอามีดพวกนี้ไปทำไรอะ?”

ชายคนนั้นมองไปที่ถังเจิ้นอย่างระแวดระวัง

“พอดีกะว่าจะเปิดร้านในเถาเป่าขายมีดขายดาบ  พี่รู้จักการขายของออนไลน์อยู่ใช่ปะ?”

แม้ถังเจิ้นไม่รู้สึกว่าอีกฝ่ายจะดึงเชงอะไรแต่ก็ยังอธิบายอย่างตั้งใจ

ชายคนเลยลุกขึ้นกระดกเบียร์อึกสุดท้ายแล้วพยักหน้า “คนอื่นอาจไม่รับงานน้องแต่พี่อะรับชัวร์  แต่ ๆ ๆ ราคาไม่ถูกนา  แน่ใจนะว่าจะเอาอะ!”

“งั้นก็คุยเรื่องราคากันก่อน!”

หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายเจรจาต่อรองราคาแล้วถังเจิ้นออร์เดอร์ของและหมายเหตุว่าขอเป็นอย่างเร็วที่สุด

อีกทั้งยังบอกเถ้าแก่ด้วยว่าถ้าของที่ทำคุณภาพดีล่ะก็ออร์เดอร์ทั้งหมดในอนาคตจะให้แกคนเดียวไปเลย

หลังจากที่จ่ายมัดจำส่วนหนึ่งและตกลงเวลารับคร่าว ๆ แล้วถังเจิ้นก็ออกจากร้านตีเหล็ก

หลังจากคุยงานกันอยู่นานถังเจิ้นรู้สึกหิวขึ้นมาเล็กน้อยดังนั้นเขาจึงเดินสุ่ม ๆ ไปเจอเข้ากับร้านเล็ก ๆ ที่ขายหม่าล่าทั่ง  เขาเข้าไปสั่งอาหารแล้วไปนั่งรอที่โต๊ะ

เวลานี้เป็นช่วงเที่ยงทำให้ร้านอาหารมีคนพลุกพล่าน  และโต๊ะในร้านแม้จะมีหลายสิบโต๊ะแต่ก็ถูกลูกค้านั่งจนเต็มอย่างรวดเร็วซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว

บนโต๊ะที่ถังเจิ้นนั่งมีเด็กผู้หญิงสามคนที่ดูเหมือนเด็กนักเรียนกำลังคุยกันในเรื่องที่ตัวเองสนใจ

ในตอนนี้การได้ยินของถังเจิ้นเฉียบคมมาก  หูของเขาเลยเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยในเรื่องต่าง ๆ นานา และเมื่อฟังหัวข้อเรื่องแฟชั่นที่พวกเธอคุยกันเขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองแก่แล้วขึ้นมาหน่อย ๆ ทั้งที่ความจริงแล้วเขาพึ่งจะอายุยี่สิบต้น ๆ เท่านั้นแท้ ๆ!

หลังจากที่รู้สึกแอบแก่อยู่ในใจเสร็จแล้วหม่าล่าทั่งก็มาเสิร์ฟ  ถังเจิ้นก็หยิบตะเกียบมาพุ้ยกินฝังตัวเองลงในมื้ออาหาร

เพราะความหิวถังเจิ้นเลยรีบกินจนเสร็จอย่างรวดเร็ว  เช็ดปาก  และลุกขึ้นจากไป

ในเวลาเดียวกันกับที่เขาออกไปจากร้าน  เด็กผู้หญิงสามคนที่โต๊ะเดียวกันก็กินเสร็จและออกจากร้านไปตาม ๆ กัน

ถังเจิ้นกำลังเดินคิดนู่นนั่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย  และในขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าเล็กน้อยเพื่อเริ่มข้ามถนนกลับได้ยินเสียงอู้อี้ตามด้วยเสียงกรีดแหลมเสียดแทงแก้วหูดังขึ้น

เมื่อหันหน้าไปดูตามเสียงเขาก็เห็นรถออฟโรดคันหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างกับวัวบ้า!

จบบทที่ บทที่ 20: ครีมมหัศจรรย์

คัดลอกลิงก์แล้ว