เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19: การต่อสู้นองเลือดและความอัปยศอดสู

บทที่ 19: การต่อสู้นองเลือดและความอัปยศอดสู

บทที่ 19: การต่อสู้นองเลือดและความอัปยศอดสู


กูลที่โดนกระสุนเจาะทะลุหัวกรีดร้องดังลั่นลงไปดิ้นพราด ๆ กับพื้นทันที  จากนั้นมันก็ชักกระตุกไม่หยุดอยู่แบบนั้น

ถังเจิ้นที่เห็นสภาพของมันก็รู้สึกสะใจมาก ๆ เพราะกระสุนปืนพกยังสามารถเจาะทะลุร่างของมอนสเตอร์เลเวล 2 ได้นั่นเอง

เรื่องนี้ทำให้เขาสบายใจขึ้นเยอะ

แล้วในตอนนี้เขาก็มีความคิดมากมายแวบเข้ามาในหัว  ว่าถ้าจะมีวิธีไหนมั้ยที่จะสามารถหาอาวุธปืนจำนวนมากเอามารุมยิงถล่มใส่ฝูงมอนสเตอร์เลเวล 2 เพื่อฟาร์มลูกปัดสมองของพวกมัน  แล้วถ้ามีล่ะต้องใช้เงินเท่าไหร่?

คิดไปพลางลั่นไกไปอีกนัดอย่างไม่ลังเล

แต่ก็น่าเสียดายที่คราวนี้ยิงโดนหน้าอกมันทำให้มันไม่ตาย  ซึ่งไอ้กูลตัวที่โดนยิงอกก็แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดกดดันออกมาอย่างสุดขีดและเร่งความเร็วการเคลื่อนที่มากกว่าเดิมอีกเล็กน้อย

เมื่อเห็นว่ามอนสเตอร์มันรีบร้อนพุ่งเข้ามาล้ำหน้าตัวอื่น ๆ เฉียนหลงปล่อยสายธนูทำให้ลูกดอกเจาะเข้าหัวของมันจัง ๆ ตายสนิท

ความเร็วในจู่โจมของพวกกูลนั้นเร็วมาก  หลังจากที่พวกมันตายไปสองตัวไอ้พวกที่เหลือทั้งหมดก็เข้าปะทะกับคนทั้งสามอย่างพอดิบพอดี!

“ไอ้ห่าเอ๊ย!  อยากตายมากมึงก็เข้ามา!”

ถังเจิ้นสบถก่นด่าด้วยความโกรธเก็บปืนลงอย่างรวดเร็วแล้วตวัดดาบฟันใส่ไอ้ตัวที่ฉีกปากยื่นเข้ามาใกล้ที่สุดด้วยแววตาอันบ้าคลั่ง

เขาเงื้อดาบฟาดใส่มันอย่างเต็มแรงไปฉับหนึ่งทำให้ร่างของมันขาดครึ่งซ้ายขวา

เลือดเหม็นชวนอ้วกยิ่งกว่าสาดกระเซ็นมาโดนเนื้อหนังของเขาทำให้รู้สึกแสบร้อนระคายเคืองและอึดอัดมาก

เลือดมันจะมีพิษไม่มีพิษตอนนี้ไม่มีเวลามาคิดแล้ว  เพราะสถานการณ์ตรงหน้าไม่ใช่สถานการณ์ที่จะเสียสมาธิได้เด็ดขาด  ไอ้เรื่องพวกนั้นเอาไว้รอดไปได้ก่อนค่อยว่ากัน

หลังจากฆ่ามอนสเตอร์ไปตัวหนึ่งถังเจิ้นยังไม่ทันจะชักดาบกลับไปตั้งท่าก็โดนอุ้งเท้าของอีกตัวตะปบกเข้ากลางหลัง  ปฏิกิริยาแรกของร่างกายคือสะดุ้งตกใจ  ต่อมาทัศนวิสัยก็กลายเป็นมืดลงพร้อมกับร่างที่บินออกไปประกอบด้วยรสหวานผสมกลิ่นคาวของเลือดตนเองที่พุ่งออกจากปาก

“ตุ้บ!”

ร่างของถังเจิ้นกระแทกกับพื้นอย่างแรงโดยมีเลือดพุ่งออกจากปากคำหนึ่ง

“ย้ากกกกกกกกกก  ต้าสยงจะฆ่าแกกกกกกกก...!”

เสียงคำรามที่ซื่อ ๆ ตรงไปตรงมาผสมกับความโกรธดังขึ้น  แต่เป็นของต้าสยงที่เมื่อเห็นถังเจิ้นบาดเจ็บก็ระเบิดอารมณ์ขึ้นมาทันที

ดวงตาที่เบิกกว้างของเขาถลึงกว้าวเพราะความโกรธจัดมือไม้กวัดแกว่งฟาดโล่และกระบองยักษ์อย่างรุนแรงทุบไอ้พวกกูลจนเละเป็นเศษเนื้อ

เจ้าหมอนี่มันทรงพลังสมกับรูปลักษณ์อันน่าสยองจริง ๆ เวลาลงมือครั้งนี้ดูเหมือนเครื่องบดเนื้อที่เดินได้  เมื่อกระโจนเข้าใส่ฝูงพวกกูลเลเวล 2 ก็ยังคงดูไม่ต่างจากเสือกระโจนเข้าเล้าไก่  จัดการทุบตีขยี้ชนจนพวกมันกรีดร้องเสียงหลง  บางตัวโดนฟาดกระเด็นไปไกล  บางตัวถูกชนจนตัวแตกไปเลยก็มี

เสียงเนื้อบดปลิวว่อนตกพื้นรวมกับเสียงคำรามดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า!

ต้าสยงที่โดนพวกมันกัดนั้นกลับไม่เป็นอะไรเลย  ไม่รู้ทำไมไอ้เนื้อขาว ๆ ท่าทางนุ่มนิ่มนี่มันถึงได้แข็งนัก

กูลที่เข้าถึงตัวเขาได้ก็ถูกกระบองหวดเข้าให้

กระนั้นวิธีการต่อสู้ของต้าสยงก็ยังคงมีข้อบกพร่อง  เพราะหมอนี่อาละวาดไม่สนอะไรเลยอย่างกับคนบ้า  ขนาดเฉียนหลงที่อยู่ใกล้ ๆ ยังเกือบโดนกระบองฟาดเอาหลังจากตัดหัวกูลได้ตัวหนึ่งจนต้องหอบแฮก ๆ ออกไปสู้กับพวกตัวที่อยู่นอกวงแทน

แม้ว่าถังเจิ้นนั้นยังมึน ๆ จากแรงกระแทก  แต่ก็ยังพอจะเห็นการแสดงของต้าสยงอยู่และแอบปรบมือให้อีกฝ่ายในใจ  ขณะเดียวกันเขาก็หยิบปืนออกมาลั่นไกใส่ไอ้กูลตัวที่อยู่เดี่ยว ๆ

เสียงกรีดร้อง  เสียงต่อสู้  และเลือดเนื้อที่ปลิวว่อน  ฉากแบบนี้ที่จะอยู่หรือตายตัดสินกันในพริบตาเดียวทำให้เลือดในกายของถังเจิ้นเกิดเดือดพล่านขึ้นมา

การต่อสู้เริ่มต้นอย่างกะทันหันและจบลงอย่างรวดเร็ว

ยามที่กูลตัวสุดท้ายตกตายตอนนี้ทั้งสามต่างโชกไปด้วยเลือดเหม็น ๆ ขนาดต้าสยงที่หนังหนาซะปานนั้นยังโดนเลือดของพวกมันกัดจนได้แผล

ตอนนี้คนทั้งสามม่อยกระรอกจริง ๆ ไม่เหลือแรงที่จะไปแงะลูกปัดสมองอย่างกระตือรือร้นเหมือนที่เคยทำมาก่อน

ไม่ไกลจากถังเจิ้นเฉียนหลงค่อย ๆ คุกเข่าลงกับพื้นโดยใช้ดาบยันตัวไว้พร้อมกับหอบอย่างหนัก  ทั้วตัวโชกเลือดไปหมด  ที่หน้าอกมีแผลน่ากลัวยาวกว่าหนึ่งฟุต

รอยแผลเหวอะมากเนื่องจากถูกกูลตัวหนึ่งลอบตะปบเอาทีเผลอ

เมื่อเห็นฉากนี้ถังเจิ้นก็หัวเราะไม่ออก  เขาพยายามลุกขึ้นแต่ก็ลุกไม่ไหวเหมือนกัน

“ต้าสยงไปเก็บลูกปัดสมองของกูลพวกนี้แล้วกลับบ้านกัน” ถังเจิ้นพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง

หลังจากได้ยินที่ถังเจิ้นบอกต้าสยงก็ถัดตูดไปไกล้ ๆ ศพของกูลตัวหนึ่งแล้วใช้กำปั้นทุบหัวมันด้วยความโมโห

จากนั้นก็หยิบเอาลูกปัดสมองเลเวล 2 ออกมาทีละเม็ด ๆ และเมื่อกำลังจะระเบิดหัวตัวที่สามเฉียนหลงก็เปลร่ยนสีหน้าแล้วมองกวาดออกไปอย่างกระสับกระส่ายและยันตัวขึ้นจากพื้นพร้อมน้าวสายธนูเล็งไปยังที่หนึ่งที่อยู่ไม่ไกล

“ใครวะ!!”

หัวใจของถังเจิ้นบีบรัดตัวอย่างรุนแรงเมื่อเห็นฉากนี้ ‘ห่าอะไรอีกวะ?’

เขาประทับปืนเล็งด้วยแรงทั้งหมดที่เหลือแล้วยิงใส่ออกไปพร้อมกับเข่าที่อ่อนยวบลง

‘ปั้ง!’

ถังเจิ้นยิงปืนไปมั่ว ๆ กระสุนก็พุ่งฝ่าความมืดไปกระทบกับพื้นหินอ่อนจนเกิดประกายไฟแลบออกมา

หลังจากเสียงปืนดังขึ้นก็มีเสียงอุทานแผ่วเบาในความมืด  จากนั้นสถานการณ์ก็ตกอยู่ในความเงียบ

อย่างไรก็ตามถังเจิ้นและคนอื่น ๆ ได้เปลี่ยนสีหน้า  เพราะการโยนหินถามทางเมื่อกี๊มีปฏิกิริยาตอบกลับมาอย่างชัดเจน  คือมีคนแอบซุ่มดูพวกเขาอยู่ในความมืด

ตอนนี้ใจของถังเจิ้นสั่นสะท้าน  ถ้าเป็นตอนปกติล่ะก็เขาจะไม่กลัวสถานการณ์แบบนี้เลย  ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เพราะทั้งสามคนต่างก็หมดแรงและบาดเจ็บสาหัส  ถ้าอีกฝ่ายมีเจตนาชั่วร้ายล่ะก็ชีวิตของทั้งสามจะตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง!

ด้วยความเครียดทำให้สายตาของถังเจิ้นเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ

ตัวเขาเองนั้นสามารถหนีได้ทุกเมื่อแน่นอน  แต่เฉียนหลงกับต้าสยงล่ะ  ใช้คนที่เขาควรทิ้งไว้ข้างหลังงั้นเหรอ?

แน่นอนว่าถังเจิ้นทำไม่ได้ดังนั้นจึงได้แต่กัดฟันรอดูสถานการณ์ไปก่อน

ตึก ๆ ๆ ๆ

มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นทีละก้าว  แต่ละครั้งที่ดังขึ้นมันราวกับค้อนหนักที่ทุบใส่หน้าอกของถังเจิ้น  พร้อมกับคนกลุ่มหนึ่งที่ค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นมาจากความมืดทิศที่เขาจ้องมองอยู่

พวกมันถืออาวุธครบมือด้วยใบหน้าถมึงทึงมองมายังพวกเขาด้วยสีหน้าที่ไม่มีปราณี  เมื่อเห็นตัวคนที่เป็นผู้นำถังเจิ้นก็หรีตาลงเล็กน้อย  เพราะไอ้นี่คือไอ้หนวดเคราที่พึ่งเจอกันนั่นเอง

ไอ้หนวดเครามันเหลือบมองซากศพของมอนสเตอร์ที่กระจายเกลือนด้วยแววตาที่ฉายประกายความโลภ  จากนั้นก็หันมามองพวกเขาทั้งสาม

หลังจากจ้องมองทั้งสามคนอย่างเย็นชาครู่หนึ่งมันก็พิจารณาปืนพกในมือของถังเจิ้นอย่างถี่ถ้วน  จากนั้นจึงชี้ไปทางซากศพแล้วบอกว่า “ตัดใจกับลูกปัดสมองนี่ซะแล้วไสหัวไป!”

ถังเจิ้นผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นก็พูดประชดประชัน “แม่งปากดีชิบหาย  อยากได้ลูกปัดสมองมากแล้วไม่ไปหาเองวะ!”

เขาเห็นว่าไอ้หนวดนี่มันกลัวความแข็งแกร่งของพวกเขาทั้งสาม  ดังนั้นเลยคิดจะใช้สมองสู้กันมากกว่าใช้กำลัง  แต่ถังเจิ้นใช่คนที่จะถูกจูงจมูกง่าย ๆ ซะที่ไหน  ถ้าเกิดเขายอมให้ล่ะก็ไม่แน่ไอ้หนวดมันอาจคิดว่าเขาป๊อดแล้วเข้ามาจู่โจมจริง ๆ ก็เป็นได้

“เฮอะ!  ไม่รู้จะด่าพวกมึงยังไงเลยว่ะ!  พวกมึงสามตัวบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ยังจะสู้อีกเอ่อ?  แทนที่จะคว้าโอกาสเอาชีวิตรอด”

ในน้ำเสียงของไอ้หนวดเคราแฝงด้วยเจตนาฆ่า  และนักธนูสามคนในทีมนี้ก็น้าวสายธนูเล็งมา  เห็นได้ชัดว่านี่คือภัยพิบัติโดยแท้

ถังเจิ้นกัดฟันกรอด ๆ อย่างไม่เต็มใจ  หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเขาก็กวักมือเป็นสัญญาณให้เฉียนหลงกับต้าสยงถอยกลับมาพร้อม ๆ กับที่ตัวเองยกปากกระบอกปืนเล็งใส่ฝ่ายตรงข้ามไปด้วย

ไอ้หนวดเครายังเป็นคนที่มีความรู้  มันรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในมือของถังเจิ้นเป็นอาวุธปืน  ดังนั้นมันเลยไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม

นี่เป็นเหตุผลที่ว่าแม้พวกมันอยากจะเก็บพวกถังเจิ้นแล้วเอาลูกปัดสมองเลเวล 2 กลับบ้านโดยไม่ทิ้งปัญหาไว้เบื้องหลังก็ตาม  แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะถ้าทำไม่รู้ต้องเสียหายเพราะลูกปืนไปมากเท่าไหร่

ทั้งสามเอนตัวเข้าหากันและถอยกลับอย่างช้า ๆ ซึ่งสามารถถอยร่นไปจนถึงทางเข้าอาคารได้ในเวลาอันสั้น

เมื่อเขาเดินไปที่จัตุรัสในที่สุดถังเจิ้นก็ทนอาการบาดเจ็บไม่ไหวและกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

“อาการบาดเจ็บภายนอกไม่ร้ายแรง  แต่ดูเหมือนนายจะได้รับบาดเจ็บภายในนะ  ตอนนี้รู้สึกเป็นไงมั่ง?” เฉียนหลงตรวจสอบอาการบาดเจ็บของถังเจิ้นและถามคำถาม

“ไม่เป็นไร  ไม่ตายง่าย ๆ หรอก” ถังเจิ้นถ่มน้ำลายลงพื้นแล้วหยิบขวดน้ำออกมาจิบจากนั้นก็สำลักและไอออกมาสองสามที

เขาโกรธจัดจนขว้างขวดน้ำลงพื้นอย่างแรงและสบถอย่างโมโหว่า “ไอ้เชี่ยหนวดนั่น  กูนี่อยากเอากระสุนยัดปากแม่งจริง ๆ”

เมื่อเห็นสีหน้าโกรธของถังเจิ้นเฉียนหลงหรี่ตาแล้วบอกเบา ๆ ว่า “เรื่องนี้...  ลืมมันไปเถอะ”

แต่ถังเจิ้นแสดงรอยยิ้มเหี้ยมโหดออกมาเมื่อได้ยินคำนั้น  เขาหันหน้ากลับไปมองซากอาคารด้านหลังแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ในเมื่อพวกมึงวอนกันนักคราวหลังก็อย่าหาว่ากูไร้ยางอายล่ะ...  ถึงลูกปัดสมองเลเวลสองมันจะมีค่า  แต่พวกมึงก็ต้องมีชีวิตรอดกลับไปใช้ด้วยไอ้พวกเหี้ย!”

ต่อให้จะสบถก่นด่าอะไรออกมามากเพียงใดความโกรธในใจมันก็ยากที่จะสงบลงได้อยู่ดี  ดังนั้นระหว่างทางกลับสีหน้าของถังเจิ้นจึงถมึงทึงไปตลอดทาง

เหตุการณ์ในวันนี้จะกลายเป็นความทรงจำบัดซบไปอีกยาวนาน  และเขาก็ได้ตระหนักแล้วว่าไม่ว่าจะอยู่ที่โลกไหนก็ตามก็ยังมีสัจธรรมบางอย่างที่เหมือนกันอยู่

ผู้อ่อนแอย่อมตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง  ถ้าไม่แข็งแกร่งพอก็มีแต่จะถูกรังแกจนตาย  ทำได้เพียงกล้ำกลืนความแค้นลงท้องไปเท่านั้น

ถังเจิ้นแอบสาบานอยู่ในใจว่าเรื่องบัดซบแบบนี้จะเกิดขึ้นแค่ครั้งนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น  หากมีอีกล่ะก็ฝ่ายตรงข้ามต้องจ่ายค่าเสียหายราคาแพง!

เนื่องจากทั้งสามคนได้รับบาดเจ็บการเดินทางกลับจึงใช้เวลานานและลำบากมาก  โชคดีที่ไม่พบมอนสเตอร์ระหว่างทาง  ไม่อย่างนั้นทั้งสามอาจมีเสียชีวิต

หลังจากกลับมาที่ถ้ำมู่หรงจื่อเหยียนก็ตกใจกับสภาพโชกเลือดของทั้งสามคนและรีบเข้าไปช่วยประคองและไต่ถามด้วยความเป็นห่วง  จากนั้นเธอก็รีบไปคุ้ย ๆ อะไรอยู่ตรงมุมห้อง  เจอเป็นก้อนสีดำ ๆ ซึ่งเธอเอามาละลายกับน้ำแล้วไปทาลงบนบาดแผลบนร่างกายของถังเจิ้น

ถังเจิ้นตกตะลึงรีบผลักเธอออกไปอย่างรวดเร็วแล้วรีบถามว่า “เดี๋ยวก่อนจื่อเหยียน  ไอ้นี่มันอะไรของเธอเนี่ย?”

มู่หรงจื่อเหยียนมอง ‘โคลน’ สีดำในมือของตนและอธิบายให้ถังเจิ้นฟัง “นี่เป็นครีมที่ทำจากเถาไม้เลื้อยแห้งละลายน้ำ  มีผลมหัศจรรย์ช่วยในการรักษาบาดแผล!”

ถังเจิ้นได้ยินคำตอบก็มองที่ ‘ครีม’ อย่างระแวดระวัง  และเห็นว่าครีมดังกล่าวมีความโปรงใสและมีกลิ่นหอมแปลก ๆ ด้วย

เขาลองแตะครีมดังกล่าวมาป้ายแผลตนเองดูก่อนเล็กน้อย  และต้องประหลาดใจกับอาการเย็น ๆ ซ่าน ๆ ตรงบาดแผล  และเมื่อมองดูดี ๆ จะเห็นว่าแผลค่อย ๆ หายอย่างช้า ๆ แต่ก็ทันตาเห็น

‘เด๋ว...  ไม้ม้าง...  ตาฝาด...  เชี่ย...  ครีมนี่โคตรเจ๋ง!’

ถังเจิ้นจ้องมองที่บาดแผลอย่างตั้งใจและตะลึงไปเลย

จบบทที่ บทที่ 19: การต่อสู้นองเลือดและความอัปยศอดสู

คัดลอกลิงก์แล้ว