เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: สุดยอดความแข็งแกร่ง

บทที่ 21: สุดยอดความแข็งแกร่ง

บทที่ 21: สุดยอดความแข็งแกร่ง


เมื่อเห็นรถออฟโรดที่เสียการควบคุมพุ่งเข้ามาหาตัวทันใดนั้นถังเจิ้นก็รู้สึกว่าหนังศีรษะของตัวเองจะระเบิด  ความรู้สึกวิกฤตเกิดขึ้นในใจและอยากจะกระโดดหลบเพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย

ด้วยความเร็วปฏิกิริยาปัจจุบันเขาสามารถระเบิดพลังอันรุนแรงออกมาทำให้การที่จะหลีกเลี่ยงรถออฟโรดคันนี้ย่อมไม่น่าเป็นปัญหา

แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็สังเกตเห็นว่าที่ด้านหลังรถออฟโรดมีคนสองคนนอนจมกองเลือดอยู่กับพื้นโดยไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย

เขากะว่าจะหลบตามแผน  แต่เสียงกรีดร้องที่ดังทะลวงแก้วหูกลับทำให้เขาต้องระงับแผนกระโดดหลบลงไปในพริบตา

เพราะในข้างหน้าเขาเห็นว่ามีแม่เด็กสาวทั้งสามนางนั้นอยู่ซึ่งเดินแซงเขาไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้  และในระยะสั้น ๆ ขนาดนี้ทั้งสามไม่มีทางหลบรถที่กำลังเสียหลักคันนั้นได้เลย

ถังเจิ้นได้เห็นดวงตาสีแดงเลือดของคนขับรถออฟโรดและท่าทางหวาดกลัวของหญิงสาวที่อยู่ข้างหน้า

เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ตอนนี้หากว่าถังเจิ้นกระโดดหลบล่ะก็แม่สามสาวจะถูกรถนี่ชนปลิวกระเด็นในอีกหนึ่งวินาทีต่อมา

หากในวัยแรกแย้มแบบนี้กลับต้องมาประสบเคราะห์กรรมจนเผลอ ๆ อาจถึงตายมันก็ช่างน่า...  และตอนนี้ก็เป็นไปได้ที่เขาจะยื่นมือออกไปและให้ความช่วยเหลือแก่พวกเธอให้รอดพ้นจากอันตรายนี้ได้!

และดูเหมือนว่าจะไม่จำเป็นต้องคิดอีกต่อไปแล้ว

ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนี้กลับมีความคิดมากมายแล่นผ่านถังเจิ้น  แต่ในที่สุดเขาก็ตะโกนออกมาทันทีพร้อมกับรีบวิ่งจากด้านหลังไปโผล่ตรงหน้าแม่สามสาวด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาดพลางยกมือผลักออกไปด้วย

ในขณะนี้พลังทั้งหมดในร่างกายของเขาถูกระดมขึ้นมาและรวมอยู่ที่ฝ่ามือ

ขีดจำกัดของพลังสุดแรงผู้ใหญ่จะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่มีเงื่อนไข

ตู้ม!

หลังจากเกิดเสียงดังทุก ๆ คนต่างก็ต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้า!

เพราะฉากที่หญิงสาวถูกรถซัดกระเด็นขึ้นฟ้าไม่ปรากฏตามที่ผู้คนทั่วไปคาดคิด  แต่กลับเกิดจุดพลิกผันอย่างน่าอัศจรรย์

ในสายตาของเด็กสาวทั้งสามที่กำลังหวาดกลัวและของผู้คนที่สัญจรไปมาด้วยความตกใจ  ฝ่ามือของถังเจิ้นได้กดแน่นที่หน้ารถออฟโรดเสียการควบคุมและบังคับให้มันต้องหยุด

ยังไม่ทันที่เด็กสาวทั้งสามคนจะรู้ตัวว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นต่อหน้าพวกเธอ

สายตาก็ปรากฏเป็นภาพรถออฟโรดที่อยู่ห่างจากพวกตัวเองทั้งสามนางไปไม่ถึงครึ่งเมตรแล้ว  และยังมองเห็นร่างที่มั่นคงและแข็งแกร่งประดุจขุนเขาอยู่เบื้องหน้าด้วย  เขาคนนี้คือคนที่กระชากพวกเธอทั้งสามกลับออกมาจากเงื้อมมือมัจจุราช!

“โอโหคุณอาโคตรเจ๋งสุด ๆ อะ!”

เด็กผู้หญิงที่สูงที่สุดในบรรดาเด็กผู้หญิงทั้งสามในชุดเสื้อกันหนาวสีเบจเป็นคนแรกที่กรีดร้องอย่างตื่นเต้นและมองถังเจิ้นด้วยความชื่นชม

เมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงสาวสวมเสื้อกันหนาวพูดเด็กสาวอีกสองคนก็ได้สติขึ้นมาบ้าง  ทั้ง ๆ ที่ยังตะลึงอยู่แต่พวกเธอก็ยังมองเขาด้วยความขอบคุณผสมปนเปไปกับความตกใจ

คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็เริ่มฟื้นจากสภาพจากการกลายเป็นหินและกระซิบกระซาบกันด้วยน้ำเสียงตกใจชี้โบ๊ชี้เบ๊อุทานดังลั่น  แต่ละคนต่างด้นเดากันไปว่าเจ้าหนุ่มนี่บังคับรถออฟโรดให้หยุดได้ยังไง

หากเป็นรถออฟโรดที่เบรกในช่วงเวลาคับขันก็คงจะสมเหตุสมผล  แต่น่าเสียดายเพราะเมื่อพิจารณาดูจากสภาพแล้วรถมันไม่ได้หยุดเพราะคนขับเหยียบเบรก

แต่ถ้าเจ้าหนุ่มมันทำสิ่งนี้โดยอาศัยแค่พลังกายล้วน ๆ ล่ะ?  นี่โคตรน่ากลัวแล้วนะเฮ่ย!

แรงกระแทกที่เกิดจากรถออฟโรดที่เสียการควบคุมคันนี้กี่แรงม้าก็ไม่รู้  มันสามารถชนคนธรรมดาอัดเข้ากับกำแพงจนแหลกเป็นเศษเนื้อได้สบาย ๆ หากใช้แค่แรงเปล่า ๆ ในการหยุดมันแปลว่าความแข็งแกร่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะมีไว้ในร่างกายได้

เรื่องแบบนี้มันมีแค่ในหนังในนิยายหรือการ์ตูนเท่านั้นแล่ะ  แต่ตอนนี้กลับได้มาเห็นชนิดต่อหน้าต่อตาจะ ๆ

เมื่อคนเริ่มวิพากษ์วิจารกันหนาหูเข้า  ถังเจิ้นผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มากที่สุดตอนนี้เริ่มตกอยู่ในที่นั่งลำบากซะแล้ว

“เล่นใหญ่เหี้ย ๆ ละกู!”

ถังเจิ้นสบถใส่ตัวเองโดยไม่ได้สังเกตปฏิกิริยาของหญิงสาวที่ได้รับการช่วยเหลือและผู้คนที่เดินผ่านไปมาเลย  เขาได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่นอยู่ในใจ

แล้วจากนั้นแขนเขาก็หมดความรู้สึก  ร่างกายของเขาสั่นระริกจนแทบกระอักเลือดออกมา  เลือดลมในร่างกายตีกันยุ่งไปหมด

อาการบาดเจ็บเก่าที่พึ่งรักษาไปมีทีท่าว่าจะกำเริบ

เขากัดฟันและค่อย ๆ เคลื่อนแขนที่หมดแรงออก  และถังเจิ้นก็ต้องตกใจอย่างหนักเมื่อพบว่ามีรอยฝ่ามือลึกสองรอยประทับบนตัวรถที่เป็นโลหะ!

ฉากตรงหน้านี้ทำให้ถังเจิ้นไม่กล้าอยู่ต่อเพราะกลัวว่าจะถูกคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นตรวจสอบ

ความลับในตัวเขาน่าตกใจเกินกว่าจะให้ใครพบเจอ

เขารีบทิ้งเรื่องราวตรงหน้าทั้งหมดและกะจะหายไปโดยไม่สนถูกผิดใด ๆ ตราบใดที่คนหาตัวเขาไม่เจอก็ทำอะไรเขาไม่ได้

หลังจากตัดสินใจได้แล้วถังเจิ้นก็หันหลังกลับโดยก้มหน้าลงแล้วหนีไปด้วยความเร็วสูงปานสายฟ้าฟาดในทันที

เมื่อเห็นถังเจิ้นวิ่งไปอย่างกับจะหนีเอาชีวิตรอดจากอะไรบางอย่างพวกคนอื่น ๆ ที่ดูอยู่ก็งงงวยกับภาพที่เห็นและด้นเดากันว่าทำไมพ่อผู้กล้าหนุ่มต้องวิ่งหนีด้วยหนอ?

เด็กผู้หญิงสามคนที่อยู่ใกล้รถออฟโรดมากที่สุดเองก็เห็นรอยฝ่ามือในเวลาเดียวกัน  และทั้งสามคนที่รอดชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้ก็มองหน้ากันด้วยความตกใจ  ใบหน้าที่งดงามเต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือจะเชื่อ

เมื่อมองไปที่ถังเจิ้นที่ค่อย ๆ หายไปในฝูงชนทั้งสามสาวก็อยากรู้เรื่องของเขามากเหลือเกิน

ถังเจิ้นวิ่งไปได้ซักพักพอเห็นว่าไม่มีใครสนใจแล้วก็เรียกแท็กซี่

หลังจากปิดประตูรถอย่างเหนื่อยแรงแล้วก็ให้คนขับพากลับบ้านเลย

ถังเจิ้นซึ่งนอนอยู่บนเตียงตอนนี้รู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่แขนและหน้าอก  ราวกับว่ากระดูกหักทุกตารางนิ้ว  ความเจ็บปวดที่เสียดแทงทำให้เขาเหงื่อแตกท่วมไปทั้งตัว

ทว่าเขาก็รู้สึกว่าตัวเองยังโชคดีมาก  ถ้าไม่ใช่เพราะได้ดูดซับลูกปัดสมองเพื่อยกระดับให้สูงขึ้นจนร่างกายกลายพันธุ์แล้วล่ะก็วันนี้เขาจะต้องเป็นหนึ่งในคนที่ถูกรถชนกระเด็นไปกองรวมกับแม่สามสาวนั่น  ซึ่งบทสรุปของเขาคงไม่ตายก็พิการ

เรื่องการช่วยชีวิตเด็กสาวทั้งสามคงไม่ต้องพูดอะไรมาก  เพราะตอนนี้แม้เขาจะบาดเจ็บแต่ก็ไม่รู้สึกเสียใจเลย

หลังจากดื่มครีมไม้เลื้อยพร้อมกับน้ำที่มีรสขมแต่กลับกลิ่นหอมลงไปแล้วถังเจิ้นก็รู้สึกดีขึ้นมาก

เมื่อเวลาผ่านไปความเจ็บปวดทางร่างกายก็ค่อย ๆ บรรเทาลง  และถังเจิ้นที่เหนื่อยล้ามามากแล้วก็ค่อย ๆ หลับไป

เมื่อเขาตื่นขึ้นในเช้าของวันรุ่งขึ้น  และเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าอาการบาดเจ็บที่เคยหนักหนาตอนนี้มันกลับไม่มีอะไรที่ส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันของตัวเองอีกต่อไป

หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าร่างกายไม่มีอะไรที่ผิดปกติถังเจิ้นก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

ในเวลาเดียวกันเขาก็คร่ำครวญอยู่ในใจกับความมหัศจรรย์ของครีมไม้เลื้อย  เพราะอาการบาดเจ็บของเขาเกือบจะหายเป็นปกติในชั่วข้ามคืน  ช่างเป็นยาที่มหัศจรรย์จริง ๆ!

หลังจากถอนหายใจจนคลายความกังวลเสร็จแล้วถังเจิ้นก็นับ ๆ วันดูและพบว่าถึงเวลาที่เขาต้อง ‘จ่ายหนี้’ ตามเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละเดือนแล้ว

เมื่อเอามือถือออกมาเขี่ยหารายชื่อติดต่อก็ตระหนักได้ว่ามือถือมันใช้แบบเดิมไม่ได้แล้วนี่หว่า!

ก็มันกลายพันธุ์ไปแล้วอะ  แล้วมันจะไปโทรออกได้ไง?

“ที่ยุ่ง ๆ ก็เพราะมันแต่ทำไมถึงลืมเรื่องมันไปได้วะเรา”

คิด ๆ แล้วก็รำคาญตัวเองหน่อย ๆ ซึ่งไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุก ๆ ครั้งที่กลับมาถึงไม่เห็นมีใครโทรหาบ้างเลย  ที่แท้สาเหตุก็มาจากไอ้นี่นี่เอง

ในเมื่อมันโทรไม่ได้ก็ต้องออกไปซื้อเครื่องใหม่  จากนั้นเขาก็กด ๆ เบอร์ที่ตัวเองจำได้

“คร้าบอาซุน  ผมเสี่ยวถัง!  ว่างป่าวคร้าบ...  ตอนนี้อาอยู่ไหนอะ...  เคคร้าบไปเด๋วนี้แหล่ะคร้าบ”

หลังจากวางสายแล้วถังเจิ้นก็ขึ้นแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าในท้องถิ่นที่กำลังปรับปรุง

หลังจากลงจากรถและมองไปรอบ ๆ ถังเจิ้นก็พบทางเข้า  เขาเดินหลีกวัสดุตกแต่งที่วางเกลื่อนตรงขึ้นไปยังชั้นสามที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุง

หลังจากค้นหาตามตำแหน่งที่อีกฝ่ายบอกไม่กี่นาทีในที่สุดก็เห็นอาซุนที่ตัวเปื้อนฝุ่นเต็มไปหมด

หลังจากกล่าวสวัสดีเสียงดังอาซุนที่เห็นถังเจิ้นก็เช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วเดินเข้ามาหา

“ว่าไงเสี่ยวถัง!”

อาซุนที่สวมชุดหลวม ๆ ยิ้มให้ถังเจิ้น  แต่รอยย่นบนใบหน้ากลับชัดเจนขึ้น

ถังเจิ้นถอนหายใจในใจ  พ่อบุญธรรมของตนก็ช่างไม่ได้เรื่องซะจริงเชียว  ดันมาโกงเงินที่อาซุนหาด้วยน้ำพักน้ำแรงอย่างยากลำบากซะได้!

อาซุนน่ะเป็นคนดีและเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของครอบครัวด้วย

สมัยที่เขากับน้องยังเล็กนั้นอยู่กันอย่างอดอยากก็ได้อาซุนนี่แหละที่มักจะเรียกให้ไปกินข้าวเย็นด้วยกันอยู่เสมอ  เขาปฏิบัติต่อทั้งสองพี่น้องปานลูกหลานของตัวเองด้วยซ้ำ

ต่อมาพ่อบุญธรรมได้หลอกเอาเงินที่อาซุนเก็บหอมรอมริบจากการไปทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำไป  ตอนลูกสาวแกเข้าเรียนมหาลัยแต่ไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนนี้เล่นเอาแกเกือบเป็นบ้าตาย

เมื่อใดก็ตามที่ถังเจิ้นจ่ายได้เงินเดือนมาเขาก็จะเจียดส่วนหนึ่งไว้จ่ายอาซุนอยู่ตลอด  แต่จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าได้มาเท่าไหร่  สิ่งสำคัญคือขอแค่ได้ช่วยชดเชยความรู้สึกผิดในใจตัวเองลงได้บ้าง

ครั้งนี้เขานำเงินทั้งหมดที่พ่อบุญธรรมติดหนี้แกอยู่มาจ่ายให้หมด

ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้นจู่ ๆ ก็มีหญิงสาวแสนสวยคนหนึ่งขึ้นบันไดมา  เธอแต่งตัวด้วยชุดที่ดูดีมีสไตล์และทันสมัยซึ่งไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมที่ดูเละเทะตรงนี้เลย

ข้างหลังผู้หญิงคนนี้มีผู้ชายกว่าหนึ่งโหลเดินตามมาซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะเป็นหัวหน้าของคนพวกนี้

ถังเจิ้นมองไปที่ผู้หญิงคนนั้นและเห็นว่าเธอกำลังชี้นู่นชี้นี่พร้อมกับพูดคุยอะไรอยู่ส่วนพวกผู้ชายข้าง ๆ ก็ขีด ๆ เขียน ๆ อะไรลงบนสมุดบันทึกเล่มเล็ก ๆ

ฉากนี้ความหัวสูงนี้ทำให้ถังเจิ้นหัวเราะเบา ๆ เพราะดูเหมือนจะได้เห็นผู้หญิงที่เก่งและไม่ยอมแพ้ผู้ชายซะแล้ว

การตกแต่งห้างสรรพสินค้ามีเสียงดังเกินไปทำให้คุยกันไม่ได้ยิน  ดังนั้นอาซุนเลยพาถังเจิ้นไปที่บันใดหนีไฟเพื่อออกจากไซด์งาน  และถังเจิ้นก็รู้สึกเหมือนโลกได้สงบสุขลงอีกครั้ง

เขาหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้อาซุนพร้อมบอกให้อีกฝ่ายนับเงิน

อาซุนผงะไปแป๊บหนึ่งก่อนจะผลักเงินคืนโดยยืนยันว่าไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้

เขารู้ดีว่าถังเจิ้นนั้นยากลำบากขนาดไหนกับการวิ่งหาเงินไปทั่วเพื่อช่วยให้น้องสาวได้เรียนพร้อมปลดหนี้ให้พ่อบุญธรรมไปด้วย

หากไม่ใช่เพราะครอบครัวของตนเองก็ยากลำบากเหมือนกันล่ะก็  ตอนถังเจิ้นคืนเงินเดือนต่อเดือนเขาก็คงจะไม่รับหรอก

“เดิมทีเงินนี้เป็นเงินของอา  ผมแค่เอามาคืนแทนพ่อ  ตอนนี้ผมมีธุรกิจเป็นของตัวเองแล้วแต่ละเดือนหาเงินได้มากมาย  เพราะงั้นอาไม่ต้องห่วงหรอกครับ”

อาซุนรับยอมเงินคืนไปหลังจากที่ถังเจิ้นว่ามาแบบนั้น  แต่เขาก็ยังปฏิเสธค่าขอบคุณที่ถังเจิ้นซึ่งจะให้โดยถือว่าเป็น ‘ดอกเบี้ย’

อาซุนถอนหายใจสองสามเฮือกใหญ่แล้วก็ดุขึ้นประมาณว่าพ่อบุญธรรมของถังเจิ้นนี่ก็ไม่ไหวจริง ๆ ที่ปล่อยให้ลูกสองคน  ให้ถังเจิ้นกับน้องสาวซึ่งทั้งคู่ต่างก็เป็นคนมีเหตุผลต้องทนทุกข์

ถังเจิ้นทำได้เพียงแค่ตอบด้วยรอยยิ้มโดยไม่ได้พูดอะไรอีก

จบบทที่ บทที่ 21: สุดยอดความแข็งแกร่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว