- หน้าแรก
- บอดี้การ์ดสุดแกร่งของท่านประธานหญิง
- บทที่ 19 หยางหยิง แม่สาวก้อนน้ำแข็ง
บทที่ 19 หยางหยิง แม่สาวก้อนน้ำแข็ง
บทที่ 19 หยางหยิง แม่สาวก้อนน้ำแข็ง
เย่เฟิงคว้ากระดาษทิชชูมาอุดจมูกอย่างลวกๆ ก่อนจะง่วนอยู่กับการหั่นผักต่อ ผ่านไปไม่กี่นาที หยางหลินก็เดินออกมาจากห้องนอน เธอถอดชุดนอนผ้าไหมออกเปลี่ยนเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นเย่เฟิงกำลังยุ่งอยู่หน้าเตา เธอก็ย่องเข้ามาเงียบๆ แย่งมีดปังตอไปจากมือเขา แล้วสั่งเสียงแข็งด้วยสีหน้าเรียบเฉย "พอได้แล้ว ออกไปเถอะ! ที่เหลือฉันจัดการเอง"
เย่เฟิงมองหยางหลินอย่างไม่ค่อยมั่นใจ "เธอแน่ใจนะว่าทำได้?" คุณหนูตระกูลใหญ่อย่างเธอให้ออกงานสังคมคงไม่มีปัญหา แต่ให้เข้าครัวจับมีดทำกับข้าวเนี่ยนะ เย่เฟิงสงสัยตะหงิดๆ ว่าแม่สาวน้อยคนนี้จะไหวแน่เหรอ
"พูดมากน่า! ระดับฉันนี่งานบ้านงานเรือนครบเครื่อง วันนี้จะแสดงฝีมือปลายจวักขั้นเทพให้ดูเป็นขวัญตา!" พูดจบเธอก็โบกมือไล่เย่เฟิงราวกับไล่แมลงวัน ก่อนจะปิดประตูครัวดังปัง ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงลึกลับ "ห้ามแอบดูนะ!"
"เชอะ! ใครเขาอยากจะดูล่ะ" เย่เฟิงโบกมือปัดอย่างรำคาญแล้วเดินกลับไปทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น กดรีโมตเปิดทีวีดูการ์ตูนอย่างสบายอารมณ์ ปกติแล้วผู้ใหญ่ไม่ค่อยมีใครสนใจดูอะไรแบบนี้ แต่เย่เฟิงกลับดูอย่างออกรสออกชาติ
นับตั้งแต่ชีวิตพลิกผันเมื่อแปดปีก่อน เย่เฟิงก็ไม่เคยได้ดูการ์ตูนอีกเลย คำว่า 'การ์ตูน' เลือนหายไปจากพจนานุกรมชีวิตของเขาอย่างสมบูรณ์
ด้านหยางหลินที่อยู่ในครัว เมื่อได้ยินเสียงทีวีดังมาจากห้องนั่งเล่นก็ลอบถอนหายใจพลางลูบอกด้วยความโล่งอก เธอละกลัวจริงๆ ว่าเย่เฟิงจะตามเข้ามาดู เพราะความจริงแล้วเธอไม่เคยทำอาหารเลยสักครั้ง ที่คุยโวไปเมื่อกี้ก็แค่ไม่อยากโดนดูถูกเท่านั้นเอง
พอก้มมองบรรดาหม้อไหกระทะชามตรงหน้า หยางหลินก็เริ่มปวดหัวตึบ ไม่รู้จะเริ่มจับต้นชนปลายตรงไหน แต่ไม่นานเธอก็ยิ้มออกเมื่อนึกถึงตัวช่วยสำคัญ มือบางล้วงสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋า สำหรับวัยรุ่นยุคนี้ 'มีปัญหาปรึกษาอินเทอร์เน็ต' คือสัจธรรม
โดยเฉพาะสาวรุ่นใหม่อย่างหยางหลิน เธอกวาดตามองวัตถุดิบในครัว แล้วรีบกดค้นหาสูตรอาหารในมือถือทันที...
เย่เฟิงนั่งดูทีวีอยู่นานก็ไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆ ในครัว จึงเริ่มสงสัย ยัยเด็กนั่นทำอะไรอยู่? เงียบผิดปกติ ไม่ใช่ว่ากำลังทำอาหารหรอกเหรอ หรือว่าจะทำไม่เป็นจริงๆ? ขณะที่กำลังจะลุกไปดู เสียงกระทบกันเบาๆ ของจานชามก็ดังลอดออกมาจากในครัว
ทันใดนั้น เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น เย่เฟิงมองไปที่ประตูด้วยความแปลกใจ "เวลานี้ใครมา? เราไม่น่าจะมีคนรู้จักที่นี่นี่นา"
เขาลุกไปเปิดประตู พบชายร่างผอมเกร็งยืนอยู่ ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น กวนฮุย บอดี้การ์ดของหยางเฉิงซิง พ่อของหยางหลินนั่นเอง กวนฮุยกำลังจะกดกริ่งซ้ำพอดี เมื่อเห็นประตูเปิดออกกะทันหันก็ชะงักไปเล็กน้อย
"มาทำไม? คราวที่แล้วโดนอัดยังไม่เข็ด จะมาเอาคืนหรือไง?" เย่เฟิงถามเสียงขุ่น
ดวงตาของกวนฮุยลุกโชนด้วยความโกรธ แต่จำต้องข่มอารมณ์ไว้ พยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติ "วันนี้ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง แต่คุณหนูของพวกเราต้องการพบแก!"
"คุณหนูของพวกนาย?" เย่เฟิงเหลือบมองไปทางห้องครัวด้วยความงงงวย หยางหลินก็อยู่ในครัวนี่ แล้วจะมีคุณหนูที่ไหนอีก? จังหวะนั้นเอง กวนฮุยก็ถูกใครบางคนผลักให้พ้นทาง หญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเย่เฟิง
"ฉันเองที่ต้องการพบนาย" หญิงสาวกล่าวเสียงเรียบ ราวกับเย่เฟิงไม่ได้อยู่ในสายตา
เย่เฟิงพิจารณาผู้มาเยือนตั้งแต่หัวจรดเท้า หญิงสาวรวบผมหางม้ายาวสลวย แต่งหน้าบางๆ ใบหน้าสวยเฉี่ยวหมดจดชวนตะลึง
ติดอยู่แค่อย่างเดียวคือสีหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ให้ความรู้สึกเข้าถึงยากและชวนให้อึดอัด
"แม่นางคนนี้? ฉันไม่ยักจะรู้จักเธอนะ"
พูดจบเย่เฟิงก็ทำท่าจะปิดประตูใส่ แต่ทันใดนั้น เท้าขวาของสาวงามเมืองน้ำแข็งก็ยื่นมาขัดประตูไว้ "จะไม่เชิญแขกเข้าไปนั่งหน่อยเหรอ? นายต้อนรับสาวสวยด้วยวิธีนี้หรือไง?" น้ำเสียงของเธอเป็นเชิงคำสั่งที่ยากจะปฏิเสธ
ผู้หญิงคนนี้มากับกวนฮุย ย่อมต้องมาเรื่องหยางหลินแน่ๆ แต่เขารับปากหยางหลินไว้แล้ว วิธีที่ดีที่สุดคือไล่ตะเพิดไปซะ
เย่เฟิงเปลี่ยนสีหน้า แสร้งพูดจายียวน "สวยก็สวยอยู่หรอก แต่เย็นชาไปหน่อย พึ่งออกมาจากโรงน้ำแข็งหรือไง? ที่นี่ไม่ต้อนรับ!"
"นายแน่ใจนะ?" หญิงสาวปรายตามองเย่เฟิงอย่างเย็นชา ก่อนจะเอ่ยปาก "ระวังจะเสียใจทีหลัง!"
"เสียใจ? คนอย่างเย่เฟิงสะกดคำว่าเสียใจไม่เป็น!" เย่เฟิงเกลียดผู้หญิงประเภทนี้ที่สุด ปั้นหน้ายักษ์ใส่คนอื่นตลอดเวลา
"ก็ได้! งั้นคุยกันหน้าประตูนี่แหละ" สาวสวยจอมเย็นชาปัดผมหน้าม้าเล็กน้อย "แนะนำตัวก่อน ฉันชื่อ หยางหยิง เป็นพี่สาวของหยางหลิน ที่มาวันนี้เพื่อจะคุยเรื่องน้องสาวของฉัน"
"เธอเป็นพี่สาวแท้ๆ ของหยางหลินเหรอ?" เย่เฟิงประหลาดใจ น้องสาวแก่นแก้วแสนซน แต่พี่สาวกลับเป็นก้อนน้ำแข็งเดินได้ นิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่พอดูดีๆ เครื่องหน้าก็คล้ายกันอยู่หลายส่วน
"ถูกต้อง ฉันเป็นพี่สาวแท้ๆ ของหยางหลิน" หยางหยิงตอบสั้นๆ
"ในเมื่อเป็นพี่สาวหยางหลิน งั้นก็เชิญเข้ามาคุยข้างในเถอะ" เย่เฟิงเริ่มเชื่อถือ อีกอย่างคุยเรื่องนี้หน้าประตูก็คงไม่สะดวกนัก เขาจึงเปิดประตูผายมือเชิญหยางหยิงเข้ามา
กวนฮุยทำท่าจะเดินตามเข้ามาด้วย แต่ถูกเย่เฟิงขวางไว้ "ฉันเชิญคุณผู้หญิงคนนี้เข้าบ้าน ส่วนแกมาจากไหนก็ไสหัวไปที่นั่น!"
"แกวอนหาที่ตาย!" กวนฮุยโกรธจนเส้นเลือดปูดโป่ง เตรียมจะพุ่งเข้าใส่ การถูกหยามหน้าซึ่งหน้าแบบนี้ คนหยิ่งทระนงอย่างกวนฮุยทนไม่ได้
"หาที่ตาย? ฉันว่าคนที่จะตายน่ะไม่ใช่ฉัน แต่เป็นแกมากกว่า คราวที่แล้วยังเจ็บไม่พอ อยากโดนจับโยนออกไปอีกรอบหรือไง?" เย่เฟิงยิ้มเยาะ
พูดยังไม่ทันขาดคำ ไฟโทสะของกวนฮุยก็ลุกพรึ่บพร้อมปะทะ ทว่าหยางหยิงที่เดินเข้าไปแล้วก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "กวนฮุย คุณกลับไปก่อน ช่วงนี้สถานการณ์ไม่ดี คุณพ่อขาดคนดูแลไม่ได้"
แม้กวนฮุยจะโกรธจัด แต่เขารู้ดีว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของไอ้หนุ่มที่ชื่อเย่เฟิงนี่ เมื่อหยางหยิงเปิดทางลงให้ เขาจึงรีบรับไว้ "ครับคุณหนูใหญ่! ผมจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้" พูดจบก็ถลึงตาใส่เย่เฟิงอย่างอาฆาตแล้วหันหลังเดินจากไป
เย่เฟิงปิดประตูแล้วเดินตามเข้าไปในห้องนั่งเล่น เห็นหยางหยิงนั่งรออยู่บนโซฟา จ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา "นั่งลงสิ เราจะได้คุยกันดีๆ"
เย่เฟิงรู้สึกแปลกๆ ราวกับนี่ไม่ใช่บ้านของเขา แต่เป็นอาณาเขตของราชินีน้ำแข็งคนนี้ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ใส่ใจนัก ทิ้งตัวลงนอนเอกเขนกบนโซฟาแล้วไขว่ห้าง "ว่ามาสิ จะคุยเรื่องอะไร?"
หยางหยิงกวาดตามองสำรวจเย่เฟิงอย่างละเอียด "ได้ข่าวว่าคราวที่แล้วนายล้มกวนฮุยได้ง่ายๆ เลยสินะ?"
เย่เฟิงยักไหล่ ตอบอย่างไม่ยี่หระ "นั่นไม่ใช่ประเด็นหรอกมั้ง อย่าอ้อมค้อมเลย เข้าเรื่องเถอะ"
"ดี! งั้นฉันจะพูดตรงๆ ฉันมารับน้องสาวกลับบ้าน!" หยางหยิงตีหน้าขรึม กล่าวเสียงแข็ง
"จะมารับตัวกลับ? ที่นี่ใช่ที่ที่อยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไปง่ายๆ งั้นเหรอ? อยากได้คนคืน ก็เอาเงินมาแลก!" เย่เฟิงตอบหน้าตาย
"เงินไม่มี และถึงมีฉันก็ไม่ให้!"
"ไม่มี? งั้นก็เสียใจด้วย เชิญกลับทางเดิมได้เลย" เย่เฟิงลุกขึ้นทำท่าผายมือเชิญออก
หยางหยิงลุกพรวดขึ้นจากโซฟา จ้องหน้าเย่เฟิงด้วยแววตาอำมหิต "นี่นายรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่? นี่มันเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์นะ ถ้านายยอมคืนน้องสาวฉันมาดีๆ ฉันจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่ถ้าไม่... นายเตรียมตัวไปสำนึกผิดในคุกได้เลย!"
"ขู่ฉัน? ฉันไม่ได้โตมาเพราะโดนขู่นะ" เย่เฟิงหัวเราะร่า ผู้หญิงคนนี้วางท่าข่มคนอื่นไม่พอ ยังกล้ามาขู่เขาถึงถิ่น ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย
"งั้นก็ตกลงกันไม่ได้สินะ?" หยางหยิงหักนิ้วมือดังกรอบแกรบ
เย่เฟิงเริ่มฉุนขึ้นมาบ้าง "ทำไม? ขู่ไม่สำเร็จเลยจะใช้กำลังเหรอ? ปกติฉันไม่ตีผู้หญิงหรอกนะ แต่ถ้าเธอยังงี่เง่าไม่เลิกแบบนี้ อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน"
คนอย่างหยางหยิงไม่เคยถูกใครหยามขนาดนี้ โดยเฉพาะน้ำเสียงดูถูกผู้หญิงของเย่เฟิงทำให้เธอลืมจุดประสงค์ที่มาในวันนี้ไปเสียสนิท ตอนนี้เธออยากจะสั่งสอนผู้ชายปากดีตรงหน้าให้หลาบจำ!
หยางหยิงตวัดขาเตะเข้าที่หน้าอกของเย่เฟิงเต็มแรงจนเกิดเสียงแหวกอากาศ
ปัง!
ลูกเตะนี้อัดเข้ากลางอกเย่เฟิงเข้าอย่างจัง แต่เขากลับยืนนิ่งไม่สะเทือนแม้แต่น้อย ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าของเธอ "ผู้หญิงก็คือผู้หญิง แรงเท่ามดกัด"
"นาย!" หยางหยิงพยายามกระชากขาแต่ก็ไม่ขยับ เธอจึงหมุนตัวกลางอากาศ ใช้ขาอีกข้างตวัดเตะใส่เย่เฟิง
เย่เฟิงเริ่มหมดความอดทน แม่คนนี้ท้าทายเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิดว่าเขาไม่กล้าทำร้ายผู้หญิงจริงๆ หรือไง?
มือที่จับข้อเท้าขวาของหยางหยิงกระตุกดึงเข้าหาตัวอย่างแรง ทำให้ลูกเตะซ้ายของเธอพลาดเป้าเสียหลัก จากนั้นเขาก็รวบตัวเธอเข้ามา ล็อกคอหนีบไว้ใต้รักแร้ แล้วฟาดฝ่ามือลงบนบั้นท้ายของเธอเต็มแรง
"เพียะ! เพียะ!"
"นังตัวดี! คิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรเหรอ? อยากซ่านักใช่ไหม! นี่แน่ะๆ!"