- หน้าแรก
- บอดี้การ์ดสุดแกร่งของท่านประธานหญิง
- บทที่ 18 คิดสังหารสามี
บทที่ 18 คิดสังหารสามี
บทที่ 18 คิดสังหารสามี
หวังเปียวล้วงบุหรี่จงฮวาซองหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง ดึงออกมามวนหนึ่งแล้วคาบไว้ที่มุมปาก ลูกน้องผมทองข้างกายรีบจุดไฟให้อย่างรู้ในที ก่อนจะถอยไปยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ด้านหลังอย่างนอบน้อม หวังเปียวอัดควันเข้าปอดลึกๆ แล้วค่อยๆ พ่นควันเป็นวงกลมออกมา
เขามองเย่เฟิงด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา เอ่ยถามเนิบนาบว่า "แกคือเย่เฟิง รปภ.หน้าล็อบบี้ของบริษัทซิงฉิงมีเดียใช่ไหม?"
เย่เฟิงปรายตามองเรียบเฉย ขยับเท้าเล็กน้อยเพื่อบังร่างของหยางหลินเอาไว้ด้านหลัง "ใช่!"
"ใช่ก็ดี!" หวังเปียวมองเย่เฟิงพลางคิดในใจว่า 'ไอ้หมอนี่ก็งั้นๆ กล้าไปแหย่หนวดเสืออย่างฟางชิงหยวน คงเป็นพวกเด็กเมื่อวานซืนไม่รู้เรื่องรู้ราว' จากนั้นเขาทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น ขยี้ด้วยปลายเท้าอย่างแรง หันหลังกลับแล้วสั่งเสียงเรียบ "หักแขนหักขามันซะ แล้วโยนลงคลองจิงหางให้ปลากิน"
สิ้นเสียงคำสั่ง ลูกสมุนเจ็ดแปดคนด้านหลังหวังเปียวก็เงื้อท่อนเหล็กฟาดใส่ศีรษะเย่เฟิงทันที...
เสียงท่อนไม้กระทบเนื้อและเสียงร้องโหยหวน "โอ๊ย!" "อ๊าก!" "ช่วยด้วย!" ดังระงมขึ้นจากด้านหลังหวังเปียว เพียงไม่กี่นาทีเสียงร้องก็เงียบหายไป หวังเปียวคิดในใจว่า 'เสร็จเร็วจังแฮะ' เขาหมดความสนใจ ส่ายหัวเบาๆ "ไปกันเถอะ!" แล้วก้าวเท้าเดินต่อโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองผลงาน
ทันใดนั้น เขารู้สึกถึงมือหนักๆ วางลงบนไหล่ หวังเปียวเริ่มหงุดหงิด ลูกน้องพวกนี้ชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว กล้ามาแตะไหล่เขาเชียวรึ เขาในแก๊งซิงหลงก็ถือว่าเป็นคนมีระดับ นอกจากหัวหน้าแก๊งแล้วไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ เขาตีหน้ายักษ์เตรียมหันไปตวาด
แต่พอหันกลับไป เขาก็ต้องตะลึงงัน ใบหน้าที่เย็นชาปรากฏอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเย่เฟิงคนนั้น "แก..."
"คิดจะไปง่ายๆ แบบนี้เหรอ?" เย่เฟิงวางมือบนไหล่หวังเปียว จ้องตาเขม็งแล้วถามเสียงเย็น
"ทะ... ทำไมแกไม่เป็นอะไรเลย? แล้วพวกมันล่ะ?" หวังเปียวถามด้วยความตกใจ
"หมายถึงพวกนั้นน่ะเหรอ? ก็นอนกองกันอยู่ตรงนั้นไง!" เย่เฟิงบุ้ยใบ้ไปทางด้านข้าง ตอบอย่างไม่ยี่หระ
ตอนนั้นเองหวังเปียวถึงสังเกตเห็นลูกน้องของตนนอนเกลื่อนกลาดหมดสภาพ เลือดเปรอะเปื้อนไปทั่วตัว สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา "แกทำอะไรพวกมัน?"
"ทำอะไรน่ะเหรอ?" เย่เฟิงยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาด "ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก แค่หักแขนหักขา แล้วก็ถอดกรามออก จัดการพวกมันเสร็จแล้ว ต่อไปก็ตาแกแล้วล่ะ"
รอยยิ้มเห็นฟันขาวของเย่เฟิงทำให้หวังเปียวรู้สึกเหมือนถูกสัตว์ร้ายจ้องจะขย้ำ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ปกติให้เขาจัดการคนเจ็ดแปดคนเขาก็พอไหว แต่การจัดการได้รวดเร็วขนาดนี้มันเหนือมนุษย์เกินไปแล้ว
ยิ่งลูกน้องมีอาวุธครบมือ การรับมือไม่ง่ายแน่ หวังเปียวเริ่มใจฝ่อ "แก... แกต้องการอะไร?"
เย่เฟิงตบหน้าหวังเปียวเบาๆ แล้วยิ้ม "ฉันก็ไม่ต้องการอะไรหรอก! แกบอกว่าจะหักแขนหักขาฉัน แล้วโยนลงคลองจิงหางให้ปลากินไม่ใช่เหรอ?"
เหงื่อเย็นไหลพรากเต็มหน้าผากหวังเปียว เขาอยู่วงการนี้มานาน รู้ดีว่าเมื่อจนตรอกต้องยอมก้มหัว สีหน้าเปลี่ยนเป็นประจบสอพลอทันที
"ลูกพี่ เข้าใจผิดแล้ว นี่มันเรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้น! ผมล้อเล่นน่ะ! แฮะๆ! แฮะๆ!" เขาปาดเหงื่อพลางหัวเราะแห้งๆ
"เข้าใจผิด? อ๋อ เข้าใจแล้ว!" เย่เฟิงพยักหน้า ก่อนจะคว้าแขนหวังเปียวบิดอย่างแรง กร๊อบ! กร๊อบ! เสียงกระดูกหักดังสนั่นสองครั้ง "อ๊าก!" หวังเปียวร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดจนฟันกระทบกันกึกๆ
เย่เฟิงไม่สนใจเสียงร้อง เขาถีบหวังเปียวล้มคว่ำ แล้วเดินเข้าไปหา ปากก็พร่ำพูดล้อเลียน "อุ๊ย! ลูกพี่ เข้าใจผิด! เข้าใจผิดจริงๆ นะ!"
แต่เท้ากลับไม่หยุด กระทืบลงไปที่หัวเข่าหวังเปียวอย่างแรง กร๊อบ! กร๊อบ! เสียงกระดูกแตกดังขึ้นอีกสองครั้งพร้อมเสียงกรีดร้องโหยหวน เย่เฟิงย่อตัวลงตบหน้าอันอวบอูมของหวังเปียวเบาๆ แล้วยิ้ม "แกบอกจะหักแขนหักขาฉันแล้วโยนลงคลอง แต่ฉันเป็นคนใจดี แค่หักแขนหักขาก็พอแล้ว เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปก่อนนะ!"
เขาดึงแขนหยางหลินที่ยืนอึ้งอยู่ให้เดินตามไป โดยไม่สนใจสายตาอาฆาตแค้นที่จ้องมองมาจากด้านหลัง
เหตุการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาทีทำเอาหยางหลินตกตะลึง ตอนแรกที่โดนล้อม เธอกลัวจนตัวสั่น
แม้พ่อของเธอจะเคยส่งบอดี้การ์ดมาจับตัวกลับไป แต่พวกนั้นไม่กล้าทำร้ายเธอจริงๆ ผิดกับพวกนักเลงข้างถนนพวกนี้ที่ลงมือไม่ยั้งเผลอๆ อาจถึงเลือดตกยางออก
แต่ใครจะคิดว่านักเลงพวกนี้กลับถูกเย่เฟิงจัดการจนหมอบกระแตภายในพริบตา แม้แต่หัวหน้าแก๊งที่ดูวางก้ามใหญ่โตก็ยังไม่กล้าหือต่อหน้าเย่เฟิงสักนิด ทำให้หยางหลินยิ่งรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้น่าค้นหามากขึ้นไปอีก
ผ่านไปครู่ใหญ่ หยางหลินก็ร้องออกมา "เย่เฟิง นายเก่งชะมัดเลย!" เธอกอดแขนเย่เฟิงแน่น ทำหน้าเพ้อฝัน
เย่เฟิงสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มที่เบียดเสียดกับท่อนแขน 'ว้าว! เด้งสู้มือดีจัง!' หัวใจเขาเต้นรัว ความรู้สึกนี้มันช่างยอดเยี่ยม
กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวหยางหลินลอยมาแตะจมูก ทำให้เขารู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกันใหญ่
เขาเผลอทำหน้าฟิน แขนก็แอบขยับถูไถไปมาเนียนๆ ในอ้อมกอดของเธอ
หยางหลินรู้สึกถึงความผิดปกติ หน้าแดงแปร๊ด รีบปล่อยแขนเย่เฟิงแล้วแหวใส่ "ไอ้ลามก!"
"ยัยบ้า นี่เธอเป็นคนเข้าหาก่อนเองนะ?" เย่เฟิงพูดไม่ออก ยัยเด็กนี่ชักจะเอาใหญ่แล้ว
"ยังจะพูดอีก!" หยางหลินตวาดแว้ด ยื่นมือไปหยิกเอวเย่เฟิงเต็มแรง
เย่เฟิงทำหน้าเหยเก ร้องโอดโอย "เจ็บ! เจ็บ! คิดจะฆ่าผัวตัวเองหรือไง!" พูดจบก็รีบวิ่งหนี
หยางหลินกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ ตะโกนไล่หลัง "เย่เฟิง ไอ้คนบ้า! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
แต่เพราะในมือถือถุงกับข้าวพะรุงพะรัง ทำให้วิ่งตามไม่ทัน
สองหนุ่มสาววิ่งไล่จับกันไปตามถนน แต่งแต้มสีสันให้เมืองหยางเฉิงในฤดูร้อนดูสดใสขึ้น...
จากการวิ่งไล่จับกันมาตลอดทาง พอถึงบ้านทั้งคู่ก็เหงื่อท่วมตัว หยางหลินก้มดมเสื้อตัวเอง กลิ่นเหงื่อเปรี้ยวๆ ลอยมาเตะจมูก เธอทำจมูกย่น หน้าเปลี่ยนสี รีบคว้าชุดใหม่วิ่งเข้าห้องน้ำทันที
เย่เฟิงมองท่าทางลุกลี้ลุกลนของหยางหลินแล้วยิ้มขำ สำหรับเขา กลิ่นเหงื่อแค่นี้เรื่องเล็ก เขาเคยเจอมาหนักกว่านี้เป็นร้อยเป็นพันเท่า นี่มันแค่เรื่องขี้ปะติ๋ว
แต่สำหรับคุณหนูอย่างหยางหลิน มันคงเป็นเรื่องที่ทนไม่ได้
ตอนแรกหยางหลินบอกว่าจะทำอาหารมื้อใหญ่เลี้ยงตอบแทนเขา แต่ตอนนี้ดันหนีไปอาบน้ำ เขาเลยต้องลงมือเอง ช่วยไม่ได้ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน! เย่เฟิงบ่นพึมพำก่อนส่ายหน้าหิ้วถุงกับข้าวเข้าครัวไป
เสียงน้ำไหลซู่ซ่าจากห้องน้ำ ประสานกับเสียงหั่นผักเป็นจังหวะจากในครัว กลายเป็นท่วงทำนองที่ทำให้ห้องอันเงียบเหงาดูมีชีวิตชีวาขึ้น
พอหยางหลินอาบน้ำเสร็จได้ยินเสียงหั่นผัก นึกขึ้นได้ว่าสัญญาว่าจะทำอาหารให้เย่เฟิง แต่กลายเป็นเขาต้องมาทำเอง เธอหน้าแดงด้วยความละอาย รีบวิ่งออกมาทั้งชุดนอนตะโกนว่า "มาๆ ฉันทำเอง! ฉันทำเอง!"
เย่เฟิงที่กำลังตั้งสมาธิสับซี่โครงหมู ได้ยินเสียงหยางหลินก็วางมีดปัง ปาดเหงื่อที่หน้าผาก หันมาจะพูดด้วย แต่พอเห็นสภาพของหยางหลิน เขาก็ถึงกับชะงักค้าง
หยางหลินอยู่ในชุดนอนผ้าไหมบางเบา เนินเนื้ออวบอิ่มชูชัน แค่นั้นเย่เฟิงคงไม่เสียอาการเท่าไหร่ แต่ที่เด็ดคือบนเนินเนื้อนั้นมีจุดนูนสองจุดดันผ้าออกมาท้าสายตา กระตุ้นต่อมฮอร์โมนจนหัวใจเขาเต้นรัวเร็ว
หยางหลินยังไม่รู้ตัวว่าโป๊ เดินยิ้มร่าเข้ามาจะแย่งงานเย่เฟิง ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นเลือดกำเดาไหลออกมาจากจมูกของเขา
"นายเป็นอะไรน่ะ? อยู่ดีๆ ทำไมเลือดกำเดาไหล?" หยางหลินถามด้วยความแปลกใจ พลางยื่นมือไปจะเช็ดให้ จังหวะนั้นชุดนอนผ้าไหมก็ขยับตามการเคลื่อนไหว ทำให้จุดนูนสองจุดนั้นเด่นชัดขึ้นไปอีก
เย่เฟิงเห็นภาพนั้น เลือดกำเดายิ่งไหลทะลักจนคุมไม่อยู่ แต่เขากลับไม่รู้สึกตัว สายตาจับจ้องอยู่ที่จุดนูนเล็กๆ สองจุดนั้นตาไม่กระพริบ เป้ากางเกงเริ่มตุงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
หยางหลินมองเย่เฟิงอย่างงงๆ หมอนี่เลือดกำเดาไหลแล้วไม่รู้ตัวหรือไง? แต่พอเห็นสายตาเขาที่มองต่ำลงมา เธอก็มองตามแล้วพบว่าชุดนอนผ้าไหมของตัวเองดันเห็นจุดนูนชัดเจน เธอรีบยกมือกอดอก หน้าแดงแปร๊ด "มองอะไรยะ!"
พูดจบก็รีบวิ่งหนีเข้าห้องไปอย่างไม่คิดชีวิต เมื่อกี้รีบวิ่งออกมาเพราะได้ยินเสียงทำกับข้าว เลยลืมใส่ชั้นใน กลายเป็นกำไรสายตาให้เย่เฟิงไปเต็มๆ
เย่เฟิงมองตามหลังหยางหลินที่วิ่งหนีไปอย่างตื่นตระหนก เพิ่งจะได้สติกลับมา เอามือบีบจมูกตัวเอง บ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด "ขายขี้หน้าชะมัดเลยเรา!"