- หน้าแรก
- บอดี้การ์ดสุดแกร่งของท่านประธานหญิง
- บทที่ 9 คุณเป็นผู้ชายจริงหรือเปล่า
บทที่ 9 คุณเป็นผู้ชายจริงหรือเปล่า
บทที่ 9 คุณเป็นผู้ชายจริงหรือเปล่า
"นี่มันเรื่องอะไรกัน?" เย่เฟิงชี้ไปยังกองสัมภาระพะรุงพะรังบนพื้นพลางเอ่ยถาม ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่าเรื่องยุ่งยากกำลังจะเกิดขึ้น หรือว่าหยางหลินคิดจะเกาะติดเขาแจจริงๆ?
หยางหลินกระเด้งตัวลุกจากพื้น สองมือขาวเนียนคว้าหมับเข้าที่แขนของเย่เฟิง ทำหน้าตาออดอ้อนน่าสงสาร "ฉันไม่มีที่ไปแล้ว ขอร้องล่ะ คุณช่วยรับเลี้ยงฉันหน่อยนะ!"
"นี่เธอคิดจะเกาะติดฉันจริงๆ เหรอ? ยัยตัวแสบ เรื่องเมื่อวานฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับเธอเลยนะ!" เย่เฟิงตีหน้าขรึมใส่
"โธ่! เขาว่าผู้ใหญ่ใจกว้างไม่ถือสาเด็กเมื่อวานซืน สุภาพบุรุษย่อมไม่คิดเล็กคิดน้อย คุณเป็นผู้ชายอกสามศอกจะมาคิดบัญชีอะไรกับผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบฉัน เมื่อวานฉันผิดไปแล้ว ฉันขอโทษจริงๆ นะ" หยางหลินพูดจบก็โค้งตัวลงขอขมา "ขอโทษนะค้า!"
เดิมทีมันก็เป็นเพียงกิริยาปกติ แต่ต้องไม่ลืมว่าตอนนี้เป็นฤดูร้อน และที่สำคัญคือเสื้อยืดที่หยางหลินสวมใส่อยู่นั้นคอกว้างเป็นพิเศษ ทันทีที่เธอก้มลง เนินอกอวบอิ่มขาวผ่องคู่หนึ่งก็ปรากฏแก่สายตาของเย่เฟิงอย่างชัดเจน
ภาพวาบหวิวที่ปะทะสายตาทำเอาเลือดลมของเย่เฟิงสูบฉีดพลุ่งพล่าน ร่างกายตอบสนองทันควันจนเป้ากางเกงดันตัวขึ้นมาเป็นรูปกระโจมขนาดย่อม สายตาที่เขามองหยางหลินเริ่มแฝงแววประหลาด แม่สาวน้อยคนนี้อายุยังน้อยแต่ 'ของดี' ไม่น้อยเลยจริงๆ
แม้ปทุมถันคู่นั้นจะถูกห่อหุ้มด้วยชุดชั้นใน แต่เย่เฟิงก็ยังมองเห็นร่องลึกที่อยู่ระหว่างความอวบอิ่มทั้งสองข้างได้อย่างชัดเจน
หยางหลินที่กำลังก้มตัวอยู่เหลือบไปเห็นกระโจมเล็กๆ ที่เป้ากางเกงของเย่เฟิงพอดี เธอหวีดร้องออกมา "กรี๊ด!" สองมือรีบยกขึ้นปิดคอเสื้อตัวเองแน่น ถลึงตามองเย่เฟิงอย่างดุดัน ปากก็ด่าทอด้วยความอับอายระคนโกรธ "ไอ้ลามก! มองอะไรของนาย!"
"มองแล้วมันจะเป็นอะไรไป? เนื้อตัวก็ไม่ได้แหว่งหายไปสักหน่อย" เย่เฟิงเบ้ปากตอบอย่างไม่ยี่หระ
"ไอ้คนหื่นกาม ถ้าขืนนายมองอีก ฉันจะ... ฉันจะ..."
"เธอจะทำไม? เธอจะย้ายออกไปจากที่นี่งั้นสิ?" เย่เฟิงพูดยั่วเย้า
"ฉันไม่ไปหรอก!" หยางหลินตอบกลับอย่างกระฟัดกระเฟียด
"เธอไม่กลัวฉันจะทำมิดีมิร้ายหรือไง..." เย่เฟิงเลิกคิ้ว แสร้งทำหน้าตาหื่นกามใส่
หยางหลินดูออกว่าเย่เฟิงก็แค่เก่งแต่ปาก ถ้าเขาคิดจะทำอะไรจริงๆ คงไม่พยายามไล่เธอตะเพิดไปตั้งแต่แรก ธอจึงรู้สึกวางใจขึ้น ยอมปล่อยมือที่ปิดหน้าอก แล้วยืดอกขึ้นท้าทาย "จะทำก็ทำสิ ใครกลัวใครกัน?"
เนินเนื้อขาวผ่องอวบอิ่มอยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียงแค่ยกมือขึ้นก็สัมผัสได้ เย่เฟิงเริ่มรู้สึกว่าตัวเองชักจะรับมือไม่ไหว ขืนให้เขา 'กิน' หยางหลินจริงๆ เขาก็ทำไม่ลงหรอก ที่พูดไปก็แค่ขู่เท่านั้น
"พอได้แล้ว หลบไปยืนข้างๆ ไป" เย่เฟิงเห็นท่าทางท้าทายของหยางหลินแล้วก็หมดอารมณ์จะแกล้งต่อ
"ฉันไม่ไป!" หยางหลินเข้าใจว่าเย่เฟิงจะไล่เธอ จึงทำปากยื่นแสดงความไม่พอใจ
เย่เฟิงส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มขื่นๆ "แม่คุณเอ๊ย ถ้าเธอไม่หลบ แล้วฉันจะไขกุญแจเปิดประตูได้ยังไง? หรือกะจะยืนตากยุงหน้าห้องกันทั้งคืน?"
เมื่อได้ยินดังนั้น หยางหลินถึงเข้าใจว่าตัวเองตีความผิดไป เธอรีบขยับหลบทางให้ทันที "ค่อยสมเป็นผู้ชายหน่อย!"
เย่เฟิงไขประตูแล้วเดินเข้าห้องไป
ทันทีที่ถึงห้องนั่งเล่น เขาก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนโซฟาแล้วกดรีโมทเปิดทีวีอย่างสบายอารมณ์
"นี่! มาช่วยฉันขนของเข้าไปหน่อยสิ!" เสียงตะโกนของหยางหลินดังมาจากหน้าประตู
เย่เฟิงทำหูทวนลม นอนดูทีวีอย่างทองไม่รู้ร้อน "จะมาอยู่บ้านคนอื่นแท้ๆ ยังจะให้เจ้าของบ้านช่วยขนของอีก มีเหตุผลที่ไหนกัน"
หยางหลินตะโกนเรียกอยู่นานก็ไม่เห็นเงาของเย่เฟิง เธอเริ่มโมโหจนแก้มป่อง จำใจต้องหอบหิ้วสัมภาระพะรุงพะรังเข้ามาเอง แล้วโยนโครมลงบนโซฟา ชี้นิ้วใส่หน้าเย่เฟิงแล้วแว้ดใส่ "เมื่อกี้ฉันเรียกนายไม่ได้ยินหรือไง!"
"เธอเรียกฉันเหรอ? เมื่อกี้ฉันได้ยินแต่เธอเรียก 'นี่' ฉันไม่ได้ชื่อ 'นี่' สักหน่อย" เย่เฟิงเบ้ปากแล้วหันไปดูทีวีต่อ
เห็นท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อนของเขาแล้ว หยางหลินก็ของขึ้นทันที "ตกลงนายใช่ผู้ชายหรือเปล่าเนี่ย? ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย!"
"ฉันจะเป็นผู้ชายหรือไม่เป็น มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย? แต่ถ้าอยากรู้ว่าฉันเป็นผู้ชายไหม เรามาพิสูจน์กันตอนนี้เลยก็ได้นะ!" เย่เฟิงแสยะยิ้มหื่นกาม จ้องมองหน้าอกของหยางหลินตาเป็นมัน ราวกับน้ำลายจะหก
"ว้าย!" หยางหลินร้องเสียงหลง รีบวิ่งหนีเข้าห้องนอนตัวเองแล้วปิดประตูดัง "ปัง!"
เย่เฟิงมองประตูที่ปิดสนิทแล้วหลุดหัวเราะออกมา "ฮ่าๆๆ!" แม่สาวคนนี้ตลกชะมัด แหย่นิดแหย่หน่อยก็ตื่นตูมซะแล้ว
หยางหลินยืนพิงบานประตู หัวใจเต้นโครมคราม ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าจะสงบลงได้ ตอนนั้นเองเธอถึงรู้ตัวว่าถูกเย่เฟิงปั่นหัวเข้าให้อีกแล้ว...
เช้าวันรุ่งขึ้น เย่เฟิงไปถึงบริษัทแต่เช้าตรู่ เสี่ยวหลิวพนักงานต้อนรับเพิ่งมาถึงและกำลังจัดเอกสารอยู่ที่เคาน์เตอร์ เย่เฟิงทักทายเธอสั้นๆ ก่อนเดินตรงไปยังห้องรักษาความปลอดภัย
เมื่อผลักประตูเข้าไป ก็เห็นถังต้งกำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่บนโซฟา ควันโขมงไปทั่วห้อง เย่เฟิงยิ้มทักทาย "อรุณสวัสดิ์ครับผู้กองถัง!"
ถังต้งเงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นเย่เฟิงก็ยิ้มตอบ "มาเช้าเหมือนกันนี่! เป็นไงบ้าง เริ่มงานวันแรกชินหรือยัง? เมื่อวานเจ้าหลิวเจียไม่ได้รังแกนายใช่ไหม?"
"เปล่าครับ เราเข้ากันได้ดีทีเดียว" เย่เฟิงตอบเลี่ยงๆ ในใจนึกขำว่าถ้าผู้กองรู้ว่าหลิวเจียเอาเรื่องจ้าวเสี่ยวหลานมานินทาให้ฟัง คงไม่ถามแบบนี้แน่ "งั้นผมไปเปลี่ยนชุดก่อนนะครับ"
"ได้ เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเดี๋ยวมาเข้าแถวประชุมเช้า" ถังต้งมองตามหลังเย่เฟิงที่เดินเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความพึงพอใจ เขาถูกชะตากับเด็กหนุ่มคนนี้มาก นอกจากจะดูหน่วยก้านดี รูปร่างก็กำยำ พอใส่ชุดรปภ. แล้วดูน่าเกรงขามกว่าลูกน้องคนเดิมๆ ของเขาเป็นกอง
พอเย่เฟิงเปลี่ยนชุดเสร็จ รปภ. คนอื่นๆ ก็ทยอยกันมาถึง ทักทายกันอย่างสนิทสนม ในขณะที่เย่เฟิงยืนเงียบๆ เหมือนคนนอก
ทุกคนสังเกตเห็นเย่เฟิงในชุดเครื่องแบบ รู้ข่าวมาตั้งแต่เมื่อวานว่าจะมีคนใหม่เข้ามา พอเห็นหน้าค่าตาก็เดาได้ทันที เมื่อถึงเวลา ทุกคนก็เข้าแถวรอประชุม
ถังต้งมองนาฬิกาแขวนผนัง ขยี้บุหรี่ที่เหลือครึ่งมวนลงในที่เขี่ยบุหรี่อย่างแรง แล้วลุกขึ้นยืนสั่งเสียงดัง "ทั้งหมดแถวตรง! นับยอด!"
"หนึ่ง... สอง... สาม... สี่... ... สิบห้า!"
ถังต้งกวาดสายตามองพลางขมวดคิ้ว "ใครขาด?" เดิมทีฝ่ายรปภ. มีสิบห้าคน รวมเย่เฟิงที่มาใหม่ต้องเป็นสิบหก แต่นับได้แค่สิบห้า แสดงว่ามีคนหายไป
ทุกคนหันมองซ้ายขวา ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมกระหร่องกระซิบเบาๆ "สงสัยหลิวเจียยังไม่มาครับ"
ทันใดนั้น ประตูห้องรปภ. ก็ถูกผลักเปิดออก หลิวเจียวิ่งหอบแฮกๆ เข้ามา พอเห็นว่าเริ่มประชุมกันแล้วก็หน้าถอดสี ยืนรีๆ รอๆ อยู่หน้าประตู จะเข้าก็ไม่กล้า จะออกก็ไม่ได้
"หลิวเจีย นายสายอีกแล้วนะ?" ถังต้งพูดเสียงเหี้ยม
"ผู้กองครับ พอดีรถติดหนักมาก" หลิวเจียยิ้มเจื่อนแก้ตัว เขารู้นิสัยถังต้งดี ปกติเห็นใจดีชอบเล่นหัว แต่ถ้าใครทำผิดกฎบริษัท แกจัดการเด็ดขาดไม่มีละเว้น
ถังต้งถลึงตาใส่ "ข้ออ้างเยอะนักนะ! คนอื่นเขาไม่เห็นสาย มีแต่นายคนเดียวเนี่ยแหละ เดือนนี้สายไปกี่ครั้งแล้ว? รถติด? คราวที่แล้วก็อ้างแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?"
"ผู้กองครับ วันนี้รถติดจริงๆ ผมไม่ได้โกหกนะ!" หลิวเจียเหงื่อท่วมหน้า เห็นได้ชัดว่าวิ่งมาตลอดทาง
"เลิกพูดมาก วิดพื้นสองร้อยที ถ้าทำไม่ครบ ฉันจะหักโบนัสเดือนนี้ของนายให้หมด!"
"ผู้กองครับ ผม..." ได้ยินคำสั่ง หลิวเจียหน้าซีดเผือด วิดพื้นสองร้อยที? แค่ห้าสิบทีเขาก็แทบตายแล้ว ขืนทำจริงโบนัสเดือนนี้คงปลิวหายไปกับสายลม
เย่เฟิงเห็นสภาพของหลิวเจียแล้วก็ระอาใจ ข้ออ้างฟังไม่ขึ้นจริงๆ แถมดูจากรูปร่างผอมแห้งนั่นแล้ว ไม่มีทางทำไหวแน่ๆ ในฐานะเพื่อนร่วมงานและคนรู้จัก เย่เฟิงไม่อยากเห็นหลิวเจียโดนลงโทษ จึงก้าวออกมาพูด "ผู้กองถังครับ หยวนๆ ให้หน่อยเถอะครับ เขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอก"
เมื่อได้ยินเย่เฟิงออกหน้าแทนหลิวเจีย สีหน้าของรปภ. คนอื่นๆ กลับเต็มไปด้วยแววสะใจ เย่เฟิงยังไม่ทันเข้าใจว่าทำไมทุกคนทำหน้าแบบนั้น ถังต้งก็เปลี่ยนสีหน้าทันที เขาชี้หน้าเย่เฟิง "นาย... ก้าวออกมา!"
"ครับ!" เย่เฟิงยืดอกก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ท่าทางทะมัดทะแมงถูกต้องตามระเบียบเป๊ะจนพวก รปภ. เก่าๆ ยังต้องอาย แม้แต่ถังต้งที่เป็นอดีตทหารยังแอบพยักหน้าชื่นชมในใจว่าเด็กนี่มันใช้ได้
"อยากทำตัวเป็นหัวโจกนักใช่ไหม? ได้ ฉันจัดให้! หลิวเจียกลับเข้าแถว!" เขาหันมาจ้องเขม็งใส่เย่เฟิง "ส่วนนาย วิดพื้นสี่ร้อยที ไม่งั้นฉันจะหักโบนัสเดือนนี้ของนายทั้งหมด!"