- หน้าแรก
- เคล็ดวิชานิพพานอมตะ
- บทที่ 18 คนแคระสีเขียว
บทที่ 18 คนแคระสีเขียว
บทที่ 18 คนแคระสีเขียว
ด้วยสัญชาตญาณการปกป้องลูกน้อย สัตว์อสูรที่มีเกล็ดคล้ายตัวนิ่มตัวนี้ก็พุ่งออกไปทันที
กู้หยวนจ้องตากับมันเป็นเวลาครึ่งวินาที จากนั้นร่างของกู้หยวนก็พุ่งขึ้นไปด้านบนอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่สัตว์อสูรเกล็ดตัวนั้นได้สติ มันก็ไล่ตามออกไปทันที
ซี่ ซี่ ซี่...
มันส่งเสียงคำรามเบาๆ ออกมาจากปาก
เมื่อเคลื่อนที่อยู่ใต้ดิน เห็นได้ชัดว่าความเร็วของสัตว์อสูรเกล็ดตัวนั้นเร็วกว่า
โชคดีที่กู้หยวนมุดดินไม่ลึกนัก ในขณะที่กู้หยวนเพิ่งจะพ้นจากพื้นดิน สัตว์อสูรเกล็ดตัวนั้นก็ตามออกมาติดๆ
โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ยันต์เพลิงสุราถูกกู้หยวนโยนออกมา
พื้นดินลุกเป็นไฟในทันที
เปลวไฟลุกลามไปบนพื้นดิน หญ้าแห้งและใบไม้แห้งก็ถูกจุดติดในทันที
ส่วนกู้หยวนก็รีบหยิบกระบี่บินออกมา แล้วเหินร่างขึ้นไปในอากาศ
สัตว์อสูรเกล็ดตัวนั้นดูเหมือนจะห่วงลูกน้อยที่อยู่ใต้ดินมากกว่า จึงไม่ได้ไล่ตามต่อ
หลังจากส่งเสียงซี่ๆ สองสามครั้ง มันมองดูเปลวไฟที่ลุกไหม้บนพื้นดิน แล้วมุดกลับลงไปใต้ดินอีกครั้ง
“นี่มันที่บ้าอะไรกัน ใต้ดินก็ยังมีสัตว์อสูรอีก”
หัวใจของกู้หยวนยังคงเต้นรัวไม่หยุด
อีกเพียงนิดเดียว กรงเล็บของสัตว์อสูรตนนั้นก็จะข่วนโดนตัวเขาแล้ว
เหินกระบี่บินอยู่บนอากาศ กู้หยวนไม่กล้าบินนานเกินไป การเหินกระบี่บินสำหรับเขาแล้วสิ้นเปลืองพลังงานมากเกินไป
มองดูป่าเขาที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา กู้หยวนจำใจต้องลงจอดบนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
หลังจากที่กู้หยวนฟื้นฟูพลังปราณบนต้นไม้ได้เล็กน้อย เขาก็สังเกตการณ์อยู่นานจึงกลับลงมาบนพื้นดิน
“นี่มันซวยเกินไปแล้ว”
สองวันติดต่อกัน กู้หยวนไม่เห็นเงาคนเลย
แสดงว่าการที่ตนเองถูกส่งมาที่นี่เป็นเรื่องบังเอิญโดยสิ้นเชิง
ในตอนนี้กู้หยวนคิดถึงนิกายชางเสวียนอย่างสุดซึ้ง
หากย้อนกลับไปได้ แม้จะทำให้หูอี้ไม่พอใจ เขาก็ไม่ยอมมาที่นี่
ตอนนี้พูดอะไรก็สายไปแล้ว
ในดวงตาของกู้หยวนปรากฏแววตาที่แน่วแน่
“ต้องหาทางออกจากที่นี่ให้ได้”
หลีกเลี่ยงบริเวณที่สัตว์อสูรเกล็ดปรากฏตัวเมื่อครู่ กู้หยวนมุดลงไปใต้ดินอีกครั้ง ครั้งนี้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาลดลงมาก ในขณะเดียวกันเขาก็ตั้งใจสังเกตสภาพแวดล้อมใต้ดิน เพื่อหลีกเลี่ยงการเจอสัตว์อสูรใต้ดินอีก
หลังจากเดินทางอยู่นาน พลังปราณของกู้หยวนก็ใกล้จะหมดอีกครั้ง
เขาจำต้องกลับขึ้นมาบนพื้นดิน
ทันทีที่ขึ้นมาบนพื้นดิน กู้หยวนก็ตกตะลึง
เมื่อมองไป ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ไหม้เกรียมไปหมด ราวกับถูกไฟป่าครั้งใหญ่
แต่รอบด้านกลับเขียวชอุ่ม มีเพียงที่ที่กู้หยวนอยู่เท่านั้นที่เป็นพื้นที่ไหม้เกรียม ไม่เหมือนร่องรอยที่ถูกไฟไหม้เลย
มองดูตอไม้ที่กลายเป็นถ่านดำอยู่ตรงหน้า กู้หยวนเดินเข้าไป
ตอไม้ถ่านนี้ใหญ่มาก กว้างขนาดสามคนโอบ หากจัดการสักหน่อย ก็พอจะเป็นที่พักพิงชั่วคราวได้
กู้หยวนใช้กระบี่ขุดคุ้ยอยู่ครู่หนึ่ง ตอไม้นี้ผุพังไปแล้ว ถูกกระบี่บินเจาะเป็นโพรงได้อย่างง่ายดาย
กู้หยวนนำเศษตอไม้ที่ไหม้เกรียมมาวางไว้ที่ทางเข้า แล้วตัวเองก็มุดเข้าไป
ฟ้าใกล้จะมืดอีกแล้ว การอยู่ข้างนอกไม่มีความปลอดภัยเลย
แม้โพรงไม้เล็กๆ นี้จะดูเรียบง่ายไปหน่อย แต่ก็ทำให้กู้หยวนรู้สึกปลอดภัยได้บ้าง
ยามค่ำคืน กู้หยวนที่กำลังฝึกฝนอยู่ในโพรงไม้ มองลอดช่องว่างของทางเข้าที่ตนเองปิดไว้ เห็นแสงสีเขียววาบหนึ่งอยู่ด้านนอก
เขารีบระวังตัวขึ้นมาทันที
ในมือถือกนะบี่บิน สายตาจ้องเขม็งไปที่ทางเข้าโพรงไม้ หากมีอะไรผิดปกติ เขาจะแทงกระบี่ออกไปทันที
แสงสีเขียวนั้นวนเวียนอยู่หน้าตอไม้ครู่หนึ่งแล้วก็หายไป
ในขณะที่กู้หยวนเพิ่งจะถอนหายใจอย่างโล่งอก เปลือกไม้ที่ไหม้เกรียมซึ่งปิดบังโพรงไม้อยู่ด้านนอกก็ถูกกระชากออกอย่างแรง
โดยไม่ลังเล กู้หยวนแทงกระบี่ออกไป
เห็นเพียงกระบี่ยาวในมือแทงทะลุร่างสีเขียวร่างหนึ่ง แต่กลับไม่สร้างความเสียหายใดๆ ให้กับมันเลย
“เป็นคนนี่นา!”
“เจ้าเป็นคนของนิกายเสวียนเทียนรึ?”
คนแคระสีเขียวไม่สนใจกระบี่ยาวที่แทงทะลุร่างกายเลยแม้แต่น้อย กลับดูดีใจอย่างมาก
ในตอนนี้กู้หยวนจึงได้เห็นร่างของแสงสีเขียวนั้นอย่างชัดเจน
นั่นคือคนแคระจิ๋วสีเขียว
ดวงตาของมันเป็นสีเขียวมรกตราวกับอัญมณี มีหูใหญ่สองข้าง ใบหน้าเล็กๆ สีชมพูอ่อน ทั้งตัวเป็นสีเขียวราวกับตุ๊กตาขนนุ่ม
ในตอนนี้กระบี่ยาวในมือของกู้หยวนกำลังแทงทะลุร่างกายของมันอยู่ แต่กลับไม่สร้างความเสียหายให้มันเลยแม้แต่น้อย
เมื่อใช้จิตเทวะสำรวจ กู้หยวนก็ไม่รู้สึกถึงพลังใดๆ จากตัวมันเลย
ในใจของกู้หยวนพลันเย็นวาบ โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย หลังจากเก็บกระบี่ยาวกลับมา เขาก็ใช้วิชาท่องปฐพีทันทีเพื่อต้องการมุดลงดินหนีเอาชีวิตรอด
แต่วิชาท่องปฐพีที่ใช้ได้ผลเสมอมากลับไม่สามารถใช้ได้ในโพรงไม้นี้
“ตอไม้นี้มีบางอย่างผิดปกติ” กู้หยวนตระหนักได้ถึงเรื่องนี้
หนีก็ไม่ได้ ตอนนี้ยังถูกขังอยู่ในโพรงไม้ กู้หยวนเห็นว่ามันพูดได้ ดูเหมือนจะสื่อสารกันได้ เขาจึงถามด้วยสีหน้าระแวดระวังว่า “เจ้าคือตัวอะไร?”
คนแคระสีเขียวไม่ตอบคำถามของกู้หยวน ดวงตาสีเขียวมรกตของมันเบิกกว้าง “ข้าถามเจ้าก่อน เจ้าเป็นคนของนิกายเสวียนเทียนหรือไม่ ป่าแห่งการทดสอบนี้เปิดอีกครั้งแล้วใช่หรือไม่?”
กู้หยวนส่ายหน้า “ข้าน้อยเป็นศิษย์นิกายชางเสวียน ไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ใด หลังจากเข้ามาในแดนลับแห่งนี้ก็พลัดหลงกับสหาย จึงได้มาตกอยู่ที่นี่”
“แดนลับ?”
“นิกายชางเสวียน?”
ในดวงตาของคนแคระสีเขียวปรากฏแววสงสัย
ไม่รอมันพูดต่อ ก็มีเสียงคำรามของสัตว์ดังมาจากที่ไกลๆ
“เป็นเจ้าตัวนั้นอีกแล้ว น่ารังเกียจจริงๆ”
บนใบหน้าของคนแคระสีเขียวปรากฏแววสิ้นหวัง วินาทีต่อมามันก็พุ่งเข้าไปในโพรงไม้ “หลีกไปหน่อย นี่คือเขตของข้า”
เมื่อเห็นมันบินเข้าไปในโพรงไม้โดยตรง แถมยังนำเศษตอไม้ที่ไหม้เกรียมซึ่งปิดทางเข้าอยู่กลับมาปิดไว้อย่างเดิม กู้หยวนก็กำกระบี่ในมือพลางมองมันอย่างระแวดระวัง
“เดิมทีที่นี่ปลอดภัยมาก ทั้งหมดถูกเจ้าทำลายหมดแล้ว”
คนแคระสีเขียวมองกู้หยวนอย่างโมโห
คนแคระสีเขียวตัวนี้ เมื่อครู่ตอนที่กู้หยวนใช้กระบี่แทงมัน เห็นได้ชัดว่ามันเป็นภาพลวงตา แต่เมื่อครู่มันกลับสามารถหยิบเศษตอไม้ที่ไหม้เกรียมขึ้นมาได้ แสดงว่ามันมีตัวตนจริง กู้หยวนไม่เข้าใจว่าสิ่งนี้คืออะไรกันแน่
การอยู่ร่วมกับมันในโพรงไม้เดียวกันย่อมมีอันตราย กู้หยวนจึงค่อยๆ ขยับตัวไปยังทางเข้าโพรงไม้โดยไม่รู้ตัว เตรียมพร้อมที่จะพุ่งออกไปใช้วิชาท่องปฐพีหนีเอาชีวิตรอดในตอนที่มันไม่ทันตั้งตัว
คนแคระสีเขียวดูเหมือนจะมองความคิดของกู้หยวนออก จึงเตือนว่า “เจ้าตัวข้างนอกนั่นเป็นสัตว์อสูรระดับสองขั้นสมบูรณ์ ขอเพียงเจ้าออกจากที่หลบภัยที่ร่างต้นของข้าทิ้งไว้นี้ก็จะถูกมันพบเข้า ด้วยพลังของเจ้า การจะหนีรอดนั้นยากมาก”
เมื่อเห็นว่าคนแคระสีเขียวนี้ดูเหมือนจะไม่มีเจตนาร้ายต่อตนเอง เมื่อครู่ใช้กระบี่แทงมัน มันก็ไม่โกรธ สายตาของกู้หยวนจึงมองไปที่มัน “ที่นี่คือป่าแห่งการทดสอบที่เจ้าพูดถึงรึ?”
“ถูกต้อง ที่นี่คือส่วนลึกของป่าแห่งการทดสอบ ด้วยพลังของเจ้า การวิ่งเพ่นพ่านที่นี่ก็เท่ากับหาที่ตาย”
“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าจะออกจากที่นี่ได้อย่างไร?” กู้หยวนลองถาม
คนแคระสีเขียวพยักหน้า “เจ้าเป็นผู้ฝึกตน การจะออกจากที่นี่ไม่ใช่เรื่องยาก”
บนใบหน้าของกู้หยวนปรากฏแววขอโทษ “ขออภัย เมื่อครู่ข้าไม่ได้ตั้งใจจะใช้กระบี่แทงเจ้า หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ พอจะบอกเส้นทางออกจากที่นี่ให้ข้าได้หรือไม่ ข้าจะขอบคุณอย่างยิ่ง”
ในดวงตาของคนแคระสีเขียวปรากฏแววครุ่นคิด แล้วกล่าวว่า “อยากให้ข้าช่วยเจ้าออกจากที่นี่ก็ได้ แต่เจ้าต้องตอบคำถามข้าสองสามข้อ”