เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 พลังโลหิตทะลุ 1! การวิวัฒนาการครั้งแรกเริ่มขึ้น!

บทที่ 4 พลังโลหิตทะลุ 1! การวิวัฒนาการครั้งแรกเริ่มขึ้น!

บทที่ 4 พลังโลหิตทะลุ 1! การวิวัฒนาการครั้งแรกเริ่มขึ้น!


บทที่ 4 พลังโลหิตทะลุ 1! การวิวัฒนาการครั้งแรกเริ่มขึ้น!

ฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนขาของนางไม่สนใจหรอกว่าในใจของเธอจะอัดอั้นตันใจแค่ไหน

เขารู้แค่ว่า...พลังโลหิตของจักรพรรดินีผู้เกิดใหม่คนนี้...รสชาติมันสุดยอดไปเลย!

[พลังโลหิต +0.08]

[พลังโลหิต +0.09]

[พลังโลหิต +0.12...]

[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังโลหิต 0.48 หน่วย! พลังโลหิตรวมในปัจจุบันคือ 0.64!]

[ติ๊ง! โลหิตที่โฮสต์ดูดซับมีความเข้มข้นของพลังโลหิตสูง...อายุขัย +6 ชั่วโมง!]

เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัวของฉู่เซิงไม่หยุด ทำให้เขารู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที!

ครั้งนี้ดูดพลังโลหิตได้มากกว่าครั้งที่แล้วถึงสามเท่า!

แถมยัง…อายุขัยก็เพิ่มขึ้นด้วย!

ฉู่เซิงรีบเปิดหน้าต่างสถานะของตัวเองขึ้นมาดู

[โฮสต์: ฉู่เซิง]

[เผ่าพันธุ์: ยุงลายบ้าน]

[อายุขัย: 6 วัน 6 ชั่วโมง]

[พลังโลหิต: 0.64]

[แต้มวิวัฒนาการ: 0.1]

[ระดับ: ไม่มี]

[ทักษะ: ปากยุงตัวเมีย Lv.1, แกะรอยโลหิต Lv.1, มิติแมลง Lv.1]

….

มันเพิ่มขึ้นจริงๆ!

ถึงแม้จะเพิ่มขึ้นมาแค่หกชั่วโมง แต่สำหรับเขาที่มีอายุขัยรวมแค่หกวันแล้ว นี่นับเป็นข่าวดีอย่างมหาศาล!

นั่นหมายความว่า...ขอแค่เขายังคงดูดพลังโลหิตของจักรพรรดินีคนนี้ต่อไป เขาก็จะสามารถยืดอายุขัยของตัวเองไปได้เรื่อยๆและหลุดพ้นจากชะตากรรมที่จะต้องตายในเวลาอันสั้นได้!

“ดี! ดีมาก! คราวนี้เป็น ‘ถุงเลือด’ ของจริงแล้วสินะ แถมยัง ‘เพิ่มเลือด’ ให้ได้อีกด้วย!”

ฉู่เซิงดึงปากออกมาอย่างพึงพอใจ ท้องของเขากลับมาป่องกลมอีกครั้ง

ตอนนี้พลังโลหิตรวมมี 0.64 แล้ว แค่รอให้ย่อยมื้อนี้เสร็จ แล้วดูดอีกสักสองครั้งให้ครบ 1 แต้ม…ก็จะสามารถวิวัฒนาการครั้งแรกได้แล้ว!

ถึงตอนนั้น...ตัวเขาจะกลายเป็นอะไรกันนะ?

...

ด้านข้าง

กู่เยว่ซีก็บังคับให้อารมณ์ของตนเองกลับมาสงบลงอีกครั้ง

ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว จะมานั่งโทษโชคชะตาไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร

สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือการรีบยกระดับความแข็งแกร่งของตนเอง!

“เคล็ดวิชาเตาหลอมหมื่นอสูร...”

“ขั้นตอนแรกในการฝึกฝนเคล็ดวิชานี้...จำเป็นต้องใช้แก่นโลหิตของสัตว์อสูรสายเลือดชั้นสูงขึ้นไปเป็นตัวจุดชนวน เพื่อเปิด ‘เตาหลอม’...”

“แก่นโลหิตของสัตว์อสูรสายเลือดชั้นสูงงั้นรึ?”

สายตาของกู่เยว่ซีค่อยๆเคลื่อนไปจับจ้องยังอสรพิษวิญญาณมรกตที่ยังคงนอนอยู่ในวงเวทด้วยใบหน้างุนงง

อสรพิษวิญญาณมรกต: “...???”

ฟ่อ? (มองอะไร?)

“ข้าขอโทษนะ...”

กู่เยว่ซีพึมพำกับตัวเอง ทันใดนั้นในแววตาของนางก็ปรากฏทั้งจิตสังหารและความรู้สึกผิดขึ้นมาพร้อมๆกัน

“ฟ่อออ—!”

อสรพิษวิญญาณมรกตดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเยือกเย็นที่ไม่คิดจะปิดบังนั้น ร่างอสรพิษสีเขียวมรกตพลันเกร็งตัวขึ้นทันที หัวรูปสามเหลี่ยมของมันชูสูงขึ้น พร้อมกับส่งเสียงขู่ฟ่อเพื่อเป็นการเตือน

เดิมทีมันคือคู่หูในอนาคตที่กู่เยว่ซีเตรียมไว้สำหรับตนเอง คือศิลาฤกษ์บนเส้นทางสู่การกลับไปเป็นจักรพรรดินีของนาง

แต่ในตอนนี้ ในสายตาของกู่เยว่ซี มันไม่ได้เป็นสัตว์อสูรคู่พันธสัญญาในอนาคตอีกต่อไป

หากแต่เป็นเพียง ‘วัตถุดิบ’ ที่จำเป็นสำหรับการฝึกฝนเคล็ดวิชา《เตาหลอมหมื่นอสูร》เท่านั้น!

“ขอโทษด้วยนะ” กู่เยว่ซีกล่าวเสียงเบา ราวกับกำลังพูดกับอสรพิษวิญญาณมรกต และในขณะเดียวกันก็ราวกับกำลังพูดกับตัวเอง

“ถ้าจะโทษ...ก็โทษที่โชคชะตาของเจ้าและข้า...ที่มันไม่ดีพอๆกัน”

ทันทีที่สิ้นเสียง นางก็เคลื่อนไหว!

แม้ว่าจะเป็นเพียงจอมยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นต้น แต่ด้วยประสบการณ์การต่อสู้และสายตาอันเฉียบคมจากชาติก่อนที่เป็นถึงจักรพรรดินี ทำให้การเคลื่อนไหวของนางรวดเร็วราวกับสายฟ้า!

นางไม่ได้เลือกที่จะเข้าปะทะกับอสรพิษวิญญาณมรกตตรงๆ หากแต่วูบร่างหนึ่ง พลันปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของมันราวกับภูตพราย

อสรพิษวิญญาณมรกตก็ตอบสนองได้รวดเร็วอย่างยิ่ง มันสะบัดหางฟาดเข้ามาดังแส้ แหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว!

แต่ทว่า กู่เยว่ซีกลับราวกับคาดการณ์ทิศทางการโจมตีของมันไว้ได้ล่วงหน้าแล้ว

นางย่อตัวลงอย่างคล่องแคล่ว หลบการโจมตีถึงฆาตนั้นไปได้อย่างพอดิบพอดี

ในขณะเดียวกัน ในมือของนางก็ปรากฏกริชที่ส่องประกายเย็นเยียบขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ เเละมันคืออุปกรณ์ที่นางเตรียมไว้สำหรับพิธีกรรมพันธสัญญาโลหิต แต่ในตอนนี้มันกลับกลายเป็นอาวุธสังหารไปเสียแล้ว

“คนโบราณว่าตีงูต้องตีเจ็ดนิ้ว แต่จุดตายของอสรพิษวิญญาณมรกต อยู่ที่ตำแหน่งสามนิ้วใต้ลำคอ ตรงนั้นคือที่ตั้งของแก่นอสูรแรกเริ่ม และยังเป็นจุดที่พลังป้องกันอ่อนแอที่สุดทั่วทั้งร่าง!”

กู่เยว่ซีทบทวนในใจ ก่อนจะพลิกข้อมือ

กริชในมือก็กลายเป็นเส้นแสงสีเงิน พุ่งเข้าแทงจุดตายของอสรพิษวิญญาณมรกตอย่างแม่นยำ!

ฉึก!

เสียงของมีคมแทงทะลุเนื้อดังขึ้น

“ฟ่อออ—!”

อสรพิษวิญญาณมรกตกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน ร่างมหึมาของมันบิดเร่า ดิ้นทุรนทุรายไปมา จนข้าวของในห้องล้มระเนระนาด

แต่เมื่อโจมตีสำเร็จ กู่เยว่ซีก็รีบถอยฉากออกมาทันที…นางยืนมองการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของมันด้วยสายตาเย็นชา

ไม่กี่นาทีต่อมา การเคลื่อนไหวของอสรพิษวิญญาณมรกตก็ค่อยๆหยุดลง ลมหายใจของมันดับสิ้นไปโดยสมบูรณ์

ฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนขาของกู่เยว่ซีเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจน จนหัวใจดวงน้อยๆของยุงแทบจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ

“ให้ตายเถอะ...ยัยนี่มันโหดจริงๆ!”

วินาทีที่แล้วยังเป็นคู่หูที่จะร่วมชีวิตกันอยู่เลย วินาทีต่อมากลับลงมือสังหารได้อย่างไร้ความปรานี!

ความเด็ดขาดและเหี้ยมโหดเช่นนี้...สมแล้วที่เป็นจักรพรรดินี!

กู่เยว่ซีไม่สนใจสภาพห้องที่เละเทะ นางเดินไปที่ซากของอสรพิษวิญญาณมรกต ยื่นฝ่ามือขาวเนียนออกไป ทาบลงบนบาดแผลของซากอสรพิษ

“เตาหลอมหมื่นอสูร...เปิด!”

นางหลับตาลง พึมพำคาถาในลำคอ ก่อนจะเริ่มโคจรเคล็ดวิชามารต้องห้ามแขนงนั้น

พลันเกิดแรงดูดไร้สภาพขึ้นจากฝ่ามือของนาง แก่นโลหิตที่บริสุทธิ์ที่สุดในร่างของอสรพิษวิญญาณมรกตเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสายเลือดเส้นแล้วเส้นเล่า ไหลไปตามแขนของนาง ก่อนจะหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของนางอย่างไม่ขาดสาย!

“อึ่ก...อ๊า!”

ในชั่วพริบตา ความเจ็บปวดอย่างสุดแสนจะพรรณนาก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง!

ใบหน้าที่งดงามของกู่เยว่ซีพลันซีดขาวราวกับกระดาษ เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ร่างอรชรของนางสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม

นี่ไม่ใช่เพียงความเจ็บปวดทางกายเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าก็คือ เจตจำนงอันดุร้ายและกระหายเลือดของอสรพิษวิญญาณมรกตกำลังไหลบ่าเข้าสู่ห้วงสมุทรแห่งจิตสำนึกของนางไปพร้อมกับสายเลือดนั้น มันถาโถมเข้าใส่สติสัมปชัญญะของนางอย่างบ้าคลั่ง!

บนผิวของนาง ถึงกับปรากฏเกล็ดงูสีเขียวมรกตเล็กละเอียดขึ้นมาเป็นหย่อมๆอีกทั้งในดวงตาของนางก็เริ่มปรากฏเค้าลางของนัยน์ตาแนวตั้งขึ้นมา!

นี่คือ...ลางบอกเหตุของการ ‘กลายร่างเป็นสัตว์’!

“สยบให้ข้า...!” กู่เยว่ซีกัดฟันกรอด

นางอาศัยเจตจำนงอันแข็งแกร่งจากชาติก่อนที่เคยเป็นถึงจักรพรรดินี รักษาความสงบในใจไว้อย่างสุดกำลัง ก่อนจะบังคับหลอมรวมแก่นโลหิตอสูรที่บ้าคลั่งนั้นอย่างดื้อรั้น

ผ่านสายใยแห่งพันธสัญญาโลหิต ฉู่เซิงเองก็สามารถสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดมหาศาลที่นางกำลังเผชิญอยู่ได้อย่างเลือนราง จนอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาเบาๆ

“จึ๊ๆ...ใจเด็ดจริงๆยัยนี่...ขนาดกับตัวเองยังโหดได้ขนาดนี้”

….

หลังจากเวลาผ่านไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง กู่เยว่ซีจึงค่อยๆลืมตาขึ้น พร้อมกับผ่อนลมหายใจขุ่นมัวออกมาเฮือกใหญ่

เกล็ดงูบนผิวของนางหายไปแล้ว แววตาของนางก็กลับมาสดใสเช่นเดิม

นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังโลหิตในร่างของตนเองแข็งแกร่งขึ้นอีกขั้นหนึ่งแล้ว อีกไม่ไกลก็จะก้าวสู่ระดับหนึ่งขั้นกลาง

แต่ทว่า บนใบหน้าของนางกลับไม่มีความยินดีปรากฏอยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม คิ้วของนางกลับขมวดเข้าหากันแน่น

“ช้าเกินไป...” นางพึมพำกับตัวเอง

แค่การหลอมรวมอสรพิษวิญญาณมรกตที่ยังไม่โตเต็มวัยเพียงตัวเดียว ก็ต้องใช้เวลานานถึงเพียงนี้ แถมยังเกือบจะถูกเจตจำนงแห่งอสูรเข้าครอบงำอีก

หากจะคิดใช้วิธีนี้เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว ก็คงไม่ต่างอะไรกับการฝันกลางวัน

“ดูท่า...คงจำเป็นต้องมี ‘โอสถพิทักษ์ชีพจร’ มาช่วยเสียแล้ว”

โอสถพิทักษ์ชีพจร...คือโอสถล้ำค่าหายากชนิดหนึ่ง

โดยปกติแล้ว มันคือสิ่งที่เหล่าจอมยุทธ์ระดับห้าใช้ในยามที่ต้องทะลวงสู่คอขวดระดับหก เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นชีพจรของตนเองถูกพลังงานอันบ้าคลั่งซัดจนแหลกสลาย

ดังนั้น หากนางมีโอสถพิทักษ์ชีพจรคอยคุ้มครองร่างกายในขณะที่ใช้เคล็ดวิชา《เตาหลอมหมื่นอสูร》มันก็ไม่เพียงแต่จะช่วยเร่งความเร็วในการหลอมรวมแก่นโลหิตอสูรให้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเท่านั้น

หากแต่ยังสามารถต้านทานการรุกรานของเจตจำนงแห่งอสูรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดการ ‘กลายร่างเป็นสัตว์’ ให้เหลือน้อยที่สุด!

แต่ปัญหาก็คือ...

“เงิน...”

…………

จบบทที่ บทที่ 4 พลังโลหิตทะลุ 1! การวิวัฒนาการครั้งแรกเริ่มขึ้น!

คัดลอกลิงก์แล้ว