- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 4 พลังโลหิตทะลุ 1! การวิวัฒนาการครั้งแรกเริ่มขึ้น!
บทที่ 4 พลังโลหิตทะลุ 1! การวิวัฒนาการครั้งแรกเริ่มขึ้น!
บทที่ 4 พลังโลหิตทะลุ 1! การวิวัฒนาการครั้งแรกเริ่มขึ้น!
บทที่ 4 พลังโลหิตทะลุ 1! การวิวัฒนาการครั้งแรกเริ่มขึ้น!
ฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนขาของนางไม่สนใจหรอกว่าในใจของเธอจะอัดอั้นตันใจแค่ไหน
เขารู้แค่ว่า...พลังโลหิตของจักรพรรดินีผู้เกิดใหม่คนนี้...รสชาติมันสุดยอดไปเลย!
[พลังโลหิต +0.08]
[พลังโลหิต +0.09]
[พลังโลหิต +0.12...]
[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังโลหิต 0.48 หน่วย! พลังโลหิตรวมในปัจจุบันคือ 0.64!]
[ติ๊ง! โลหิตที่โฮสต์ดูดซับมีความเข้มข้นของพลังโลหิตสูง...อายุขัย +6 ชั่วโมง!]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัวของฉู่เซิงไม่หยุด ทำให้เขารู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที!
ครั้งนี้ดูดพลังโลหิตได้มากกว่าครั้งที่แล้วถึงสามเท่า!
แถมยัง…อายุขัยก็เพิ่มขึ้นด้วย!
ฉู่เซิงรีบเปิดหน้าต่างสถานะของตัวเองขึ้นมาดู
[โฮสต์: ฉู่เซิง]
[เผ่าพันธุ์: ยุงลายบ้าน]
[อายุขัย: 6 วัน 6 ชั่วโมง]
[พลังโลหิต: 0.64]
[แต้มวิวัฒนาการ: 0.1]
[ระดับ: ไม่มี]
[ทักษะ: ปากยุงตัวเมีย Lv.1, แกะรอยโลหิต Lv.1, มิติแมลง Lv.1]
….
มันเพิ่มขึ้นจริงๆ!
ถึงแม้จะเพิ่มขึ้นมาแค่หกชั่วโมง แต่สำหรับเขาที่มีอายุขัยรวมแค่หกวันแล้ว นี่นับเป็นข่าวดีอย่างมหาศาล!
นั่นหมายความว่า...ขอแค่เขายังคงดูดพลังโลหิตของจักรพรรดินีคนนี้ต่อไป เขาก็จะสามารถยืดอายุขัยของตัวเองไปได้เรื่อยๆและหลุดพ้นจากชะตากรรมที่จะต้องตายในเวลาอันสั้นได้!
“ดี! ดีมาก! คราวนี้เป็น ‘ถุงเลือด’ ของจริงแล้วสินะ แถมยัง ‘เพิ่มเลือด’ ให้ได้อีกด้วย!”
ฉู่เซิงดึงปากออกมาอย่างพึงพอใจ ท้องของเขากลับมาป่องกลมอีกครั้ง
ตอนนี้พลังโลหิตรวมมี 0.64 แล้ว แค่รอให้ย่อยมื้อนี้เสร็จ แล้วดูดอีกสักสองครั้งให้ครบ 1 แต้ม…ก็จะสามารถวิวัฒนาการครั้งแรกได้แล้ว!
ถึงตอนนั้น...ตัวเขาจะกลายเป็นอะไรกันนะ?
...
ด้านข้าง
กู่เยว่ซีก็บังคับให้อารมณ์ของตนเองกลับมาสงบลงอีกครั้ง
ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว จะมานั่งโทษโชคชะตาไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือการรีบยกระดับความแข็งแกร่งของตนเอง!
“เคล็ดวิชาเตาหลอมหมื่นอสูร...”
“ขั้นตอนแรกในการฝึกฝนเคล็ดวิชานี้...จำเป็นต้องใช้แก่นโลหิตของสัตว์อสูรสายเลือดชั้นสูงขึ้นไปเป็นตัวจุดชนวน เพื่อเปิด ‘เตาหลอม’...”
“แก่นโลหิตของสัตว์อสูรสายเลือดชั้นสูงงั้นรึ?”
สายตาของกู่เยว่ซีค่อยๆเคลื่อนไปจับจ้องยังอสรพิษวิญญาณมรกตที่ยังคงนอนอยู่ในวงเวทด้วยใบหน้างุนงง
อสรพิษวิญญาณมรกต: “...???”
ฟ่อ? (มองอะไร?)
“ข้าขอโทษนะ...”
กู่เยว่ซีพึมพำกับตัวเอง ทันใดนั้นในแววตาของนางก็ปรากฏทั้งจิตสังหารและความรู้สึกผิดขึ้นมาพร้อมๆกัน
“ฟ่อออ—!”
อสรพิษวิญญาณมรกตดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเยือกเย็นที่ไม่คิดจะปิดบังนั้น ร่างอสรพิษสีเขียวมรกตพลันเกร็งตัวขึ้นทันที หัวรูปสามเหลี่ยมของมันชูสูงขึ้น พร้อมกับส่งเสียงขู่ฟ่อเพื่อเป็นการเตือน
เดิมทีมันคือคู่หูในอนาคตที่กู่เยว่ซีเตรียมไว้สำหรับตนเอง คือศิลาฤกษ์บนเส้นทางสู่การกลับไปเป็นจักรพรรดินีของนาง
แต่ในตอนนี้ ในสายตาของกู่เยว่ซี มันไม่ได้เป็นสัตว์อสูรคู่พันธสัญญาในอนาคตอีกต่อไป
หากแต่เป็นเพียง ‘วัตถุดิบ’ ที่จำเป็นสำหรับการฝึกฝนเคล็ดวิชา《เตาหลอมหมื่นอสูร》เท่านั้น!
“ขอโทษด้วยนะ” กู่เยว่ซีกล่าวเสียงเบา ราวกับกำลังพูดกับอสรพิษวิญญาณมรกต และในขณะเดียวกันก็ราวกับกำลังพูดกับตัวเอง
“ถ้าจะโทษ...ก็โทษที่โชคชะตาของเจ้าและข้า...ที่มันไม่ดีพอๆกัน”
ทันทีที่สิ้นเสียง นางก็เคลื่อนไหว!
แม้ว่าจะเป็นเพียงจอมยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นต้น แต่ด้วยประสบการณ์การต่อสู้และสายตาอันเฉียบคมจากชาติก่อนที่เป็นถึงจักรพรรดินี ทำให้การเคลื่อนไหวของนางรวดเร็วราวกับสายฟ้า!
นางไม่ได้เลือกที่จะเข้าปะทะกับอสรพิษวิญญาณมรกตตรงๆ หากแต่วูบร่างหนึ่ง พลันปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของมันราวกับภูตพราย
อสรพิษวิญญาณมรกตก็ตอบสนองได้รวดเร็วอย่างยิ่ง มันสะบัดหางฟาดเข้ามาดังแส้ แหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว!
แต่ทว่า กู่เยว่ซีกลับราวกับคาดการณ์ทิศทางการโจมตีของมันไว้ได้ล่วงหน้าแล้ว
นางย่อตัวลงอย่างคล่องแคล่ว หลบการโจมตีถึงฆาตนั้นไปได้อย่างพอดิบพอดี
ในขณะเดียวกัน ในมือของนางก็ปรากฏกริชที่ส่องประกายเย็นเยียบขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ เเละมันคืออุปกรณ์ที่นางเตรียมไว้สำหรับพิธีกรรมพันธสัญญาโลหิต แต่ในตอนนี้มันกลับกลายเป็นอาวุธสังหารไปเสียแล้ว
“คนโบราณว่าตีงูต้องตีเจ็ดนิ้ว แต่จุดตายของอสรพิษวิญญาณมรกต อยู่ที่ตำแหน่งสามนิ้วใต้ลำคอ ตรงนั้นคือที่ตั้งของแก่นอสูรแรกเริ่ม และยังเป็นจุดที่พลังป้องกันอ่อนแอที่สุดทั่วทั้งร่าง!”
กู่เยว่ซีทบทวนในใจ ก่อนจะพลิกข้อมือ
กริชในมือก็กลายเป็นเส้นแสงสีเงิน พุ่งเข้าแทงจุดตายของอสรพิษวิญญาณมรกตอย่างแม่นยำ!
ฉึก!
เสียงของมีคมแทงทะลุเนื้อดังขึ้น
“ฟ่อออ—!”
อสรพิษวิญญาณมรกตกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน ร่างมหึมาของมันบิดเร่า ดิ้นทุรนทุรายไปมา จนข้าวของในห้องล้มระเนระนาด
แต่เมื่อโจมตีสำเร็จ กู่เยว่ซีก็รีบถอยฉากออกมาทันที…นางยืนมองการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของมันด้วยสายตาเย็นชา
ไม่กี่นาทีต่อมา การเคลื่อนไหวของอสรพิษวิญญาณมรกตก็ค่อยๆหยุดลง ลมหายใจของมันดับสิ้นไปโดยสมบูรณ์
ฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนขาของกู่เยว่ซีเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจน จนหัวใจดวงน้อยๆของยุงแทบจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ
“ให้ตายเถอะ...ยัยนี่มันโหดจริงๆ!”
วินาทีที่แล้วยังเป็นคู่หูที่จะร่วมชีวิตกันอยู่เลย วินาทีต่อมากลับลงมือสังหารได้อย่างไร้ความปรานี!
ความเด็ดขาดและเหี้ยมโหดเช่นนี้...สมแล้วที่เป็นจักรพรรดินี!
กู่เยว่ซีไม่สนใจสภาพห้องที่เละเทะ นางเดินไปที่ซากของอสรพิษวิญญาณมรกต ยื่นฝ่ามือขาวเนียนออกไป ทาบลงบนบาดแผลของซากอสรพิษ
“เตาหลอมหมื่นอสูร...เปิด!”
นางหลับตาลง พึมพำคาถาในลำคอ ก่อนจะเริ่มโคจรเคล็ดวิชามารต้องห้ามแขนงนั้น
พลันเกิดแรงดูดไร้สภาพขึ้นจากฝ่ามือของนาง แก่นโลหิตที่บริสุทธิ์ที่สุดในร่างของอสรพิษวิญญาณมรกตเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสายเลือดเส้นแล้วเส้นเล่า ไหลไปตามแขนของนาง ก่อนจะหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของนางอย่างไม่ขาดสาย!
“อึ่ก...อ๊า!”
ในชั่วพริบตา ความเจ็บปวดอย่างสุดแสนจะพรรณนาก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง!
ใบหน้าที่งดงามของกู่เยว่ซีพลันซีดขาวราวกับกระดาษ เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ร่างอรชรของนางสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม
นี่ไม่ใช่เพียงความเจ็บปวดทางกายเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าก็คือ เจตจำนงอันดุร้ายและกระหายเลือดของอสรพิษวิญญาณมรกตกำลังไหลบ่าเข้าสู่ห้วงสมุทรแห่งจิตสำนึกของนางไปพร้อมกับสายเลือดนั้น มันถาโถมเข้าใส่สติสัมปชัญญะของนางอย่างบ้าคลั่ง!
บนผิวของนาง ถึงกับปรากฏเกล็ดงูสีเขียวมรกตเล็กละเอียดขึ้นมาเป็นหย่อมๆอีกทั้งในดวงตาของนางก็เริ่มปรากฏเค้าลางของนัยน์ตาแนวตั้งขึ้นมา!
นี่คือ...ลางบอกเหตุของการ ‘กลายร่างเป็นสัตว์’!
“สยบให้ข้า...!” กู่เยว่ซีกัดฟันกรอด
นางอาศัยเจตจำนงอันแข็งแกร่งจากชาติก่อนที่เคยเป็นถึงจักรพรรดินี รักษาความสงบในใจไว้อย่างสุดกำลัง ก่อนจะบังคับหลอมรวมแก่นโลหิตอสูรที่บ้าคลั่งนั้นอย่างดื้อรั้น
ผ่านสายใยแห่งพันธสัญญาโลหิต ฉู่เซิงเองก็สามารถสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดมหาศาลที่นางกำลังเผชิญอยู่ได้อย่างเลือนราง จนอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาเบาๆ
“จึ๊ๆ...ใจเด็ดจริงๆยัยนี่...ขนาดกับตัวเองยังโหดได้ขนาดนี้”
….
หลังจากเวลาผ่านไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง กู่เยว่ซีจึงค่อยๆลืมตาขึ้น พร้อมกับผ่อนลมหายใจขุ่นมัวออกมาเฮือกใหญ่
เกล็ดงูบนผิวของนางหายไปแล้ว แววตาของนางก็กลับมาสดใสเช่นเดิม
นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังโลหิตในร่างของตนเองแข็งแกร่งขึ้นอีกขั้นหนึ่งแล้ว อีกไม่ไกลก็จะก้าวสู่ระดับหนึ่งขั้นกลาง
แต่ทว่า บนใบหน้าของนางกลับไม่มีความยินดีปรากฏอยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม คิ้วของนางกลับขมวดเข้าหากันแน่น
“ช้าเกินไป...” นางพึมพำกับตัวเอง
แค่การหลอมรวมอสรพิษวิญญาณมรกตที่ยังไม่โตเต็มวัยเพียงตัวเดียว ก็ต้องใช้เวลานานถึงเพียงนี้ แถมยังเกือบจะถูกเจตจำนงแห่งอสูรเข้าครอบงำอีก
หากจะคิดใช้วิธีนี้เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว ก็คงไม่ต่างอะไรกับการฝันกลางวัน
“ดูท่า...คงจำเป็นต้องมี ‘โอสถพิทักษ์ชีพจร’ มาช่วยเสียแล้ว”
โอสถพิทักษ์ชีพจร...คือโอสถล้ำค่าหายากชนิดหนึ่ง
โดยปกติแล้ว มันคือสิ่งที่เหล่าจอมยุทธ์ระดับห้าใช้ในยามที่ต้องทะลวงสู่คอขวดระดับหก เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นชีพจรของตนเองถูกพลังงานอันบ้าคลั่งซัดจนแหลกสลาย
ดังนั้น หากนางมีโอสถพิทักษ์ชีพจรคอยคุ้มครองร่างกายในขณะที่ใช้เคล็ดวิชา《เตาหลอมหมื่นอสูร》มันก็ไม่เพียงแต่จะช่วยเร่งความเร็วในการหลอมรวมแก่นโลหิตอสูรให้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเท่านั้น
หากแต่ยังสามารถต้านทานการรุกรานของเจตจำนงแห่งอสูรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดการ ‘กลายร่างเป็นสัตว์’ ให้เหลือน้อยที่สุด!
แต่ปัญหาก็คือ...
“เงิน...”
…………