- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 3 จักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่กลับมาเกิดใหม่ทั้งที แต่กลับต้องมามีชีวิตร่วมเป็นร่วมตายกับยุงหนึ่งตัวเนี่ยนะ?
บทที่ 3 จักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่กลับมาเกิดใหม่ทั้งที แต่กลับต้องมามีชีวิตร่วมเป็นร่วมตายกับยุงหนึ่งตัวเนี่ยนะ?
บทที่ 3 จักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่กลับมาเกิดใหม่ทั้งที แต่กลับต้องมามีชีวิตร่วมเป็นร่วมตายกับยุงหนึ่งตัวเนี่ยนะ?
บทที่ 3 จักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่กลับมาเกิดใหม่ทั้งที แต่กลับต้องมามีชีวิตร่วมเป็นร่วมตายกับยุงหนึ่งตัวเนี่ยนะ?
“ยุง...ข้าทำพันธสัญญาโลหิตกับยุงตัวหนึ่ง...”
กู่เยว่ซีทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างสิ้นเรี่ยวแรง
ดวงตาของนางเหม่อลอยว่างเปล่า ใบหน้าที่เคยงดงามหมดจด บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสิ้นหวังราวกับขี้เถ้า
จบสิ้นแล้ว!
ทุกอย่างมันจบสิ้นแล้ว!
ข้าผู้เป็นถึงจักรพรรดินีอสูรผู้ยิ่งใหญ่ อุตส่าห์ได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ทั้งที
เดิมทีมันควรจะเป็นการเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบที่สุด สามารถเหยียบย่ำอัจฉริยะหน้าไหนก็ได้ และหวนคืนสู่จุดสูงสุดได้ในเวลาอันรวดเร็ว!
แต่ดูตอนนี้สิ?
สัตว์อสูรคู่พันธสัญญาตัวแรก...กลับกลายเป็นยุง!
แล้วแบบนี้มันจะไปต่อยังไงได้วะ?!
นี่มันไม่ใช่แค่การเริ่มต้นที่ย่ำแย่ระดับนรกแล้ว แต่มันคือการโดนลบบัญชีเกมทิ้งไปเลยต่างหาก แถมยังไม่ให้โอกาสสร้างตัวละครใหม่อีกด้วย!
แค่เพียงคิดว่าเส้นทางสายผู้ฝึกสัตว์อสูรในอนาคตของตนเองจะต้องผูกติดอยู่กับยุงตัวหนึ่งไปตลอดกาล กู่เยว่ซีก็รู้สึกโลกหมุนเคว้งจนแทบจะหมดสติล้มลงไปตรงนั้น
ความสิ้นหวัง...ความสิ้นหวังอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนได้เข้าครอบงำนางโดยสมบูรณ์
ขนาดในชาติที่แล้ว...วินาทีที่ต้องเผชิญหน้ากับมหันตภัยสวรรค์จนล้มเหลวและดวงวิญญาณแตกสลาย นางยังไม่เคยรู้สึกไร้หนทางได้เท่ากับในตอนนี้เลย!
…..
ฉู่เซิง: “...”
เออ เอาเข้าไป...เปิดฉากมาก็ทำลายสภาพจิตใจของจักรพรรดินีที่เกิดใหม่ซะยับเลย
ใครมันบอกว่ายุงไม่มีประโยชน์กันวะ?
แต่หลังจากที่จมดิ่งอยู่กับความสิ้นหวังนานนับสิบนาที
ในดวงตาที่ว่างเปล่าของกู่เยว่ซี ก็มีแสงสว่างอันริบหรี่ค่อยๆลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่ได้!
ข้าจะยอมแพ้ไม่ได้!
ข้าคือกู่เยว่ซี! คือจักรพรรดินีอสูรที่เคยขึ้นไปสู่จุดสูงสุดมาแล้ว!
ต่อให้สวรรค์จะต้องการทำลายข้า ข้าก็จะขอฝืนชะตากรรมนี้!
แค่ยุงตัวเดียว...มันจะเป็นอุปสรรคขวางทางข้าในการกลับสู่บัลลังก์ได้อย่างไร?!
“ฟู่...”
กู่เยว่ซีสูดหายใจเข้าลึกๆบังคับตัวเองให้สงบลง แล้วเริ่มใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว
เส้นทางสายผู้ฝึกสัตว์อสูร...ก่อนจะถึงระดับห้า ถือว่าจบสิ้นไปแล้วโดยสมบูรณ์
ส่วนเส้นทางสายยุทธ์...ข้าก็ไม่มีพรสวรรค์เลยแม้แต่น้อย...
ในเมื่อเป็นเช่นนี้...ก็เหลือหนทางสุดท้ายเพียงทางเดียวเท่านั้น!
แววตาของกู่เยว่ซีพลันแปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่เด็ดเดี่ยวอย่างถึงที่สุด ถึงกับแฝงไปด้วยประกายแห่งความบ้าคลั่งและความกล้าได้กล้าเสีย!
“เคล็ดวิชาเตาหลอมหมื่นอสูร!”
นางนึกถึงสุดยอดวิชามารต้องห้ามแขนงหนึ่งขึ้นมาได้!
เคล็ดวิชานี้มีความร้ายกาจและอันตรายอย่างยิ่งยวด
วิธีการฝึกฝนของมันก็น่าสยดสยองจนแทบไม่อยากจะเชื่อ
เเละนั่นคือการใช้วิชาลับในการดูดกลืนและหลอมรวมแก่นโลหิตของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง เพื่อช่วงชิงพลังและพรสวรรค์ของสัตว์อสูรตนนั้นมาเป็นของตนเอง!
แต่ทว่า...ราคาที่ต้องจ่ายก็มหาศาลเช่นกัน!
ในระหว่างขั้นตอนการหลอมรวมแก่นโลหิตสัตว์อสูร ผู้ฝึกฝนจะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างที่ไม่อาจจินตนาการได้
และยังมีโอกาสสูงมากที่จะถูกเจตจำนงอันบ้าคลั่งในสายเลือดของสัตว์อสูรเข้าครอบงำ จนค่อยๆกลายร่างเป็น “กึ่งสัตว์” และท้ายที่สุดก็จะสูญเสียสติสัมปชัญญะไปโดยสมบูรณ์ กลายเป็นเพียงอสูรร้ายที่รู้จักแต่การฆ่าฟัน!
หากว่ายังมีหนทางอื่นเหลืออยู่แม้เพียงน้อยนิด กู่เยว่ซีก็คงไม่มีวันเลือกเดินในเส้นทางนอกรีตเช่นนี้เด็ดขาด!
แต่ในตอนนี้...
“พรสวรรค์ด้านยุทธ์ก็ต่ำต้อย เส้นทางผู้ฝึกสัตว์อสูรก็ถูกปิดตาย...”
“ข้ายังมีทางเลือกอื่นอีกงั้นรึ?”
มุมปากของกู่เยว่ซีปรากฏรอยยิ้มอันน่าเวทนาขึ้นมา
….
ฉู่เซิงซึ่งกำลังนอนย่อยเลือดอยู่บนขาของนาง…ย่อมสามารถได้ยินเสียงในใจของเธออย่างชัดเจนผ่านสายใยแห่งจิตวิญญาณ
ให้มันได้อย่างนี้สิ!
ที่แท้ก็ต้องพึ่งพาการดูดเลือดเพื่อแข็งแกร่งขึ้นเหมือนกันสินะ?
ดูท่า...เราสองคนนี่มันเกิดมาเพื่อกันและกันจริงๆ!
ฉู่เซิงร้อง “จึ๊ๆ” ในใจอย่างทึ่งๆและก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมสภาพจิตใจของสาวน้อยคนนี้ บอกได้คำเดียวว่าสมแล้วที่เป็นถึงจักรพรรดินีผู้กลับมาเกิดใหม่
หากเปลี่ยนเป็นคนทั่วไปมาเจอการเริ่มต้นแบบนี้ ป่านนี้คงร้องไห้ฟูมฟายขอลบบัญชีสร้างตัวใหม่ไปแล้ว แต่นางกลับสามารถหาทางออกใหม่ให้กับตัวเองได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้
และในตอนนั้นเอง สายตาของกู่เยว่ซีก็พลันจับจ้องมาที่ร่างของเขา แววตาของนางช่างดูซับซ้อนอย่างยิ่ง
มันมีทั้งความเกลียดชัง...ความจนใจ...และ...รังสีฆ่าฟันจางๆ?
เฮ้ยๆๆ?
เจ๊! อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามนะเว้ย!
….
“เมื่อพันธสัญญาโลหิตได้ก่อกำเนิดขึ้น...ก่อนที่จะสามารถทำพันธสัญญากับอสูรตัวที่สองได้ สัตว์อสูรและผู้ทำพันธสัญญาจะมีชีวิตร่วมกันและตายพร้อมกัน...” กู่เยว่ซีกัดฟันกรอด
นางทบทวนกฎของพันธสัญญาโลหิตในใจ พลันรังสีฆ่าฟันที่เพิ่งผุดขึ้นมาเมื่อครู่ก็สลายไปในทันที
ใช่แล้ว...ตอนนี้นางไม่สามารถฆ่ายุงตัวนี้ได้
หากฆ่ามัน...นางเองก็ต้องตายตามไปด้วย!
ไม่เพียงแต่จะฆ่าไม่ได้ แต่นางยังต้องหาทางปกป้องเจ้ายุงที่อ่อนแอปวกเปียกตัวนี้ให้ดีอีกด้วย!
อย่างน้อยที่สุด...ก็ต้องปกป้องมันไปจนกว่านางจะสามารถทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวที่สองได้!
พอคิดมาถึงตรงนี้ กู่เยว่ซีก็รู้สึกจุกในอกจนแทบจะกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
ข้าผู้เป็นถึงจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่...จะต้องมาตกต่ำถึงขั้นกลายเป็นบอดี้การ์ดให้ยุงเนี่ยนะ?!
จะมีเรื่องไหนที่มันน่าอัปยศไปกว่านี้อีกไหม?!
ในทางกลับกัน เมื่อฉู่เซิงได้ยินเสียงในใจของนางที่บอกว่าจะปกป้องตนเอง เขาก็ถึงกับยิ้มร่าออกมา
โอ้โฮ! แบบนี้มันก็ดีเลยสิ!
อยู่ดีๆก็ได้จักรพรรดินีมาเป็นบอดี้การ์ดฟรีๆแบบนี้ ในอนาคตข้าก็เดินกร่างได้สบายเลยไม่ใช่รึไง?
เจ้ามีหน้าที่ไล่ฆ่าศัตรู ส่วนข้าก็มีหน้าที่ดูดเลือดอยู่ข้างๆแล้วคอยเชียร์ ‘สุดยอดไปเลยเจ๊!’ งั้นสินะ?
ฟินสุดๆไปเลยโว้ย!
“เจ้าอยู่นิ่งๆของเจ้าไปเลยนะ! อย่าบินไปไหนมั่วซั่ว ถ้าเจ้าตายไป ต่อให้กลายเป็นผี ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!” กู่เยว่ซีจ้องเขม็งไปยังยุงที่เกาะอยู่บนต้นขาของตนเอง พร้อมข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ทว่าฉู่เซิงในตอนนี้ไม่มีเวลามาสนใจนางแล้ว
ก็เพราะเมื่อสักครู่นี้เอง เสียงของระบบได้ดังขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง—
[ติ๊ง! ย่อยเลือดเสร็จสิ้น ได้รับแต้มวิวัฒนาการ +0.1!]
ฉู่เซิงรู้สึกได้ทันทีว่าท้องที่เคยป่องกลมของตนเองกลับมาแฟบแบนอีกครั้ง
เขาประหลาดใจกับมันเล็กน้อย
นี่เขาเพิ่งจะดูดเลือดจนอิ่มไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเองนะ ทำไมมันย่อยหมดเร็วจัง?
ความสามารถในการย่อยของยุงมันไม่น่าจะดีขนาดนี้ไม่ใช่เหรอ?
ฉู่เซิงจำได้ดีเลยว่า ในชาติก่อนตอนที่เขาโดนยุงกัดตอนกลางคืน พอวันรุ่งขึ้นมาเจอยุงตัวนั้นอีกที ท้องของมันก็ยังป่องอยู่เลย
แล้วทำไมของข้ามันย่อยเร็วจังวะ?
หรือว่าระบบมันช่วยเพิ่มความสามารถในการย่อยให้ข้า?
แต่ฉู่เซิงก็ขี้เกียจจะคิดให้มากความ ยังไงซะนี่ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร ความเร็วในการย่อยที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ก็หมายความว่าประสิทธิภาพในการได้รับพลังโลหิตและแต้มวิวัฒนาการของเขาก็พุ่งสูงขึ้นเต็มพิกัดเช่นกัน!
ค่าพลังโลหิตแค่ถึง 1 ก็สามารถวิวัฒนาการครั้งแรกได้แล้ว...
ตอนแรกนึกว่าจะต้องใช้เวลาหลายวันเสียอีก แต่ดูทรงแล้ว...วันเดียวก็น่าจะพอ!
และที่สำคัญที่สุดก็คือ!
ตอนนี้เขามี ‘ถุงเลือด’ ประจำตัวที่ปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องคอยบินไปหาเลือดคนอื่นดูดอย่างเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอีกต่อไป!
ยิ่งคิดฉู่เซิงก็ยิ่งดีใจ จากนั้นจึงควบคุมปากของตนเองให้ขยายใหญ่และแข็งขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะแทงเข้าไปที่ต้นขาขาวๆเนียนๆนั่นอีกรอบ!
“หือ?!”
กู่เยว่ซีที่กำลังทบทวนรายละเอียดของเคล็ดวิชา《เตาหลอมหมื่นอสูร》อยู่ จู่ๆก็รู้สึกคันยุบยิบที่ขา จนเกือบจะยกมือขึ้นตบไปตามสัญชาตญาณ
แต่สุดท้ายนางก็ไม่ได้ตบลงไป มือของนางหยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ห่างจากต้นขาเพียงห้าเซนติเมตร
นางจ้องมองยุงตัวนั้นที่กำลังดูดเลือดของนางอีกครั้ง
ขมับของกู่เยว่ซีกระตุก สีหน้าของนางพลันมืดครึ้มลง
นี่มันเพิ่งจะดูดเลือดไปไม่ใช่รึไง?!
ทำไมมันเริ่มดูดอีกแล้วล่ะ?
อ๊าาาาา! น่ารำคาญโว้ยยย!!
อารมณ์ของกู่เยว่ซีที่เพิ่งจะสงบลงได้ไม่นาน ก็ทำท่าจะพังทลายลงอีกครั้ง
ต้องมาทนดูยุงที่ทำลายอนาคตของตัวเองกำลังดูดเลือดอยู่ต่อหน้าต่อตา แถมยังตบมันไม่ได้อีก!
จะมีอะไรที่น่าเจ็บใจไปกว่านี้อีกไหม?
ไม่เพียงแค่นั้น...
หลังจากที่สติแตกไปชั่วครู่ กู่เยว่ซีก็กัดฟันกรอด ก่อนจะโคจรเคล็ดวิชาสายยุทธ์ของตนเอง เค้นพลังโลหิตอันน้อยนิดในร่างกายให้ไหลมารวมกันที่ต้นขา เพื่อให้ยุงตัวนั้นสามารถดูดไปได้!
พลังโลหิตของจอมยุทธ์นั้นมีประโยชน์มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือสามารถยืดอายุขัยได้...เเละนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมสัตว์อสูรถึงชอบกินจอมยุทธ์ทั้งเป็น
กู่เยว่ซีรู้ดีว่าอายุขัยของยุงนั้นสั้นมาก
อย่างมากที่สุดก็ไม่เกินครึ่งเดือน!
ในเมื่อตอนนี้ทั้งสองได้ทำพันธสัญญาโลหิต มีชีวิตร่วมกันและตายพร้อมกันแล้ว หากนางไม่ช่วยยืดอายุขัยให้ยุงตัวนี้ นางเองก็จะอยู่ได้ไม่เกินครึ่งเดือนเช่นกัน!!
หลังจากถูกยุงตัวหนึ่งทำลายอนาคตจนพังพินาศ ไม่เพียงแต่จะฆ่ามันไม่ได้ ยังต้องยอมให้มันดูดทั้งเลือดทั้งพลังโลหิตของตัวเองอีก...
“น่าเจ็บใจ...น่าเจ็บใจนัก...”
กู่เยว่ซีกัดฟันแน่นจนแทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ!
…………………