- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 2 ดูดเลือดแค่ครั้งเดียว ดันเผลอไปทำพันธสัญญาโลหิตกับจักรพรรดินีที่เกิดใหม่ซะงั้น?
บทที่ 2 ดูดเลือดแค่ครั้งเดียว ดันเผลอไปทำพันธสัญญาโลหิตกับจักรพรรดินีที่เกิดใหม่ซะงั้น?
บทที่ 2 ดูดเลือดแค่ครั้งเดียว ดันเผลอไปทำพันธสัญญาโลหิตกับจักรพรรดินีที่เกิดใหม่ซะงั้น?
บทที่ 2 ดูดเลือดแค่ครั้งเดียว ดันเผลอไปทำพันธสัญญาโลหิตกับจักรพรรดินีที่เกิดใหม่ซะงั้น?
ภายในห้องนอนที่ตกแต่งด้วยโทนสีชมพูอ่อนหวาน
กู่เยว่ซีได้วาดวงเวทพันธสัญญาโลหิตลงบนพื้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว
และณ ใจกลางของวงเวทนั้น มีงูใหญ่ลำตัวยาวหนึ่งเมตรซึ่งมีกายาสีเขียวมรกตสดใสนอนขดตัวอยู่
มันคือ ‘อสรพิษวิญญาณมรกต’ สัตว์อสูรสายเลือดชั้นสูง!
แค่เพียงมันเติบโตเต็มวัย ก็จะกลายเป็นสัตว์อสูรระดับห้าได้ในทันที!
และนี่เอง คือสัตว์อสูรคู่พันธสัญญาตัวแรกที่กู่เยว่ซีคัดสรรมาอย่างดีที่สุดให้กับตนเอง หลังจากที่ได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่!
สำหรับผู้ฝึกสัตว์อสูรแล้ว สัตว์อสูรคู่พันธสัญญาตัวแรกนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
เพราะมันไม่เพียงแต่จะกำหนดความเร็วในการเติบโตของผู้ฝึกสัตว์อสูรเท่านั้น หากแต่ยังสามารถกำหนดขีดจำกัดสูงสุดของคนผู้นั้นได้อีกด้วย!
ท้ายที่สุดแล้ว ก่อนที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับห้า ก็จะไม่สามารถทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวที่สองได้...
ในชาติที่แล้วของกู่เยว่ซี สัตว์อสูรคู่พันธสัญญาตัวแรกของนางเป็นเพียง ‘กระต่ายหูใหญ่’ ที่มีสายเลือดชั้นต่ำ ซึ่งนับเป็นสัตว์อสูรแสนอ่อนแอที่แทบจะไม่มีโอกาสเติบโตไปถึงระดับสามได้เลยด้วยซ้ำ
หากเป็นคนทั่วไปที่ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรเช่นนี้ ก็เท่ากับว่าเส้นทางสายผู้ฝึกสัตว์อสูรของพวกเขาได้จบสิ้นลงโดยสมบูรณ์แล้ว!
แต่ทว่า กู่เยว่ซีกลับอาศัยพรสวรรค์ด้านการอัญเชิญอสูรอันไร้เทียมทานของตนเองอย่างสุดกำลัง
นางใช้เวลาถึงสามปีเต็มในการทำให้กระต่ายหูใหญ่ตัวนั้นวิวัฒนาการถึงสามครั้ง! และในที่สุดก็ผลักดันให้มันเติบโตจนกลายเป็นสัตว์อสูรระดับห้าได้อย่างปาฏิหาริย์!
และนั่นเอง ที่ทำให้นางได้กลายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับห้า และสามารถทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวที่สองได้ในที่สุด...
“ต้องเสียเวลาไปถึงสามปีเต็มๆ…ทุ่มเททั้งเงินทองและพลังกายพลังใจไปกับกระต่ายหูใหญ่เพียงตัวเดียว ตอนนั้น…มันช่างสิ้นเปลืองเกินไปจริงๆ”
“ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่กระต่ายตัวนั้นเติบโตจนถึงระดับห้า มันก็มาถึงขีดจำกัดสูงสุดของมันแล้ว ไม่สามารถก้าวหน้าต่อไปได้แม้แต่ครึ่งก้าว พอข้ากลายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับหก มันก็กลายเป็นตัวถ่วงไปโดยปริยาย ไม่มีพลังต่อสู้ใดๆเหลืออยู่อีกต่อไป!”
“นั่นหมายความว่า...ข้าจะมีสัตว์อสูรคู่พันธสัญญาน้อยกว่าผู้ฝึกสัตว์อสูรในระดับเดียวกันหนึ่งตัวเสมอ! ซึ่งมันส่งผลกระทบต่อพลังการต่อสู้โดยรวมอย่างมหาศาล!”
“ตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับมหันตภัยสวรรค์ในตอนท้าย...เพียงแค่ข้ามีสัตว์อสูรคู่พันธสัญญาระดับแปดเพิ่มขึ้นมาอีกสักตัว ข้าก็คงไม่พลาดท่าจนทนรับอสนีบาตสวรรค์สายสุดท้ายนั่นไม่ไหวหรอก...”
กู่เยว่ซีครุ่นคิดอยู่ในใจเงียบๆใบหน้าที่งดงามเย็นชาของนางเรียบเฉยไร้อารมณ์ มีเพียงแววตาที่จับจ้องไปยังอสรพิษวิญญาณมรกตเท่านั้นที่ฉายประกายร้อนแรงออกมา
สัตว์อสูรสายเลือดชั้นสูง...
พรสวรรค์ด้านการอัญเชิญอสูรอันไร้ผู้ใดเปรียบ...บวกกับสัตว์อสูรคู่พันธสัญญาตัวแรกที่เป็นสายเลือดชั้นสูง แถมยังได้เริ่มฝึกฝนวิถีอัญเชิญอสูรตั้งแต่อายุสิบแปดปี!
กู่เยว่ซีแทบจะจินตนาการไม่ออกเลยว่า ตัวนางในชาตินี้...จะมีอนาคตที่แข็งแกร่งได้มากมายเพียงใด!
มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆพลันไม่คิดฟุ้งซ่านอะไรอีกต่อไป นางรวบรวมสมาธิ ก่อนจะปลุกใช้วงเวทพันธสัญญาโลหิตในทันที!
ในชั่วพริบตา ลำแสงสีขาวสว่างจ้าก็ระเบิดออกมาจากวงเวท ห่อหุ้มร่างของกู่เยว่ซีและอสรพิษวิญญาณมรกตเอาไว้ภายใน
กู่เยว่ซีหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะยกนิ้วขึ้นมากัดที่ปลายนิ้วจนเลือดซิบ แล้วเค้นโลหิตหยดหนึ่งออกมา
ณ บัดนี้...นางเพียงแค่ต้องหยดโลหิตนี้ลงบนตัวของอสรพิษวิญญาณมรกต
และเมื่อนั้น...พันธสัญญาโลหิตระหว่างคนหนึ่งคนกับอสูรหนึ่งตัวก็จะสำเร็จลงอย่างสมบูรณ์!
เมื่อพันธสัญญาโลหิตได้ก่อกำเนิดขึ้นแล้ว...ก็จะมิอาจยกเลิกได้ชั่วนิรันดร์!
“มาเถอะ...สัตว์อสูรคู่พันธสัญญาตัวแรกของข้า...”
กู่เยว่ซีพึมพำกับตัวเองเบาๆขณะจับจ้องหยดโลหิตที่ปลายนิ้วซึ่งกำลังค่อยๆหยดลงมาอย่างช้าๆ
….
หึ่ง...หึ่ง...หึ่ง...งงง~~
ทันใดนั้น มันก็มีเสียงยุงบินแผ่วเบาดังขึ้น
ทว่ากู่เยว่ซีที่กำลังจดจ่ออยู่กับการทำพันธสัญญาโลหิตนั้นกลับไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย
และในขณะเดียวกันนั้นเอง ฉู่เซิงก็ได้ร่อนลงมาเกาะบนเรียวขาขาวเนียนดุจหิมะคู่หนึ่งเป็นที่เรียบร้อย
สภาพของเขาในตอนนี้ที่กำลังหน้ามืดตาลายอย่างรุนแรง ทำให้เขาไม่สามารถคิดวิเคราะห์อะไรได้อีกต่อไปแล้ว
มันเป็นไปตามสัญชาตญาณเกือบจะล้วนๆ...ที่เขาสั่งให้ปากของตัวเองขยายใหญ่และแข็งขึ้น
จากนั้นก็...แทงมันเข้าไปที่ต้นขาของกู่เยว่ซีอย่างแรง!
จ๊วบ...จ๊วบ...จ๊วบ!!
เสียงดูดดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
โลหิตสีแดงสดไหลผ่านปากของมันเข้าสู่ร่างของฉู่เซิง ทำให้ท้องที่เคยแฟบแบนของเขาค่อยๆพองโตและเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ...
[พลังโลหิต +0.03]
[พลังโลหิต +0.05]
[พลังโลหิต +0.03...]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน ฉู่เซิงก็สัมผัสได้ว่าหลังจากที่ได้ดูดเลือดเข้าไป ‘พละกำลัง’ ของตนเองก็กำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว อาการหน้ามืดตาลายและความรู้สึกใกล้ตายเมื่อครู่พลันหายวับไปเป็นปลิดทิ้ง!
ในที่สุดฉู่เซิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเฮือกใหญ่
ให้ตายเถอะ...เกือบจะได้ไปเกิดใหม่รอบสองแล้วมั้ยล่ะ!
ยังโชคดีนะที่ในรัศมีร้อยเมตรนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตให้ดูดเลือดอยู่!
อืม...แถมดูเหมือนว่าจะเป็นหญิงสาวที่หุ่นดีไม่เลวด้วยนี่นา?
ดีเลย ดีเลย!
อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตาลุงตัวเหม็นเหงื่อ
ดูดเลือดแบบนี้สบายใจกว่ากันเยอะ!
ฉู่เซิงรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขาดูดต่อไปอีกสองอึก จนกระทั่งรู้สึกว่าท้องตึงจนดูดไม่ไหวแล้ว นั่นแหละเขาถึงได้ดึงปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง
[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังโลหิต 0.15 หน่วย! พลังโลหิตรวมในปัจจุบันคือ 0.16!]
[คำแนะนำ: เมื่อค่าพลังโลหิตถึง 1 จะสามารถทำการวิวัฒนาการครั้งแรกได้!]
แค่แตะ 1 ก็วิวัฒนาการได้แล้วเหรอ?
ฉู่เซิงประหลาดใจเล็กน้อย ถ้าอย่างนั้น...ดูเหมือนว่าการวิวัฒนาการก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนี่นา
แค่ดูดเลือดอีกสักห้าหกครั้งก็เรียบร้อยแล้วไม่ใช่รึไง?
เยี่ยมมากก!
สงสัยต้องพิจารณาขออาศัยอยู่ที่บ้านสาวน้อยคนนี้ไปก่อนแล้วล่ะ...จะได้แอบดูดเลือดเธอบ่อยๆ...
….
“เอ๊ะ?! พันธสัญญาโลหิตล้มเหลวงั้นรึ?”
ทว่า...ในขณะที่ฉู่เซิงกำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้นเอง เสียงของสตรีที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงก็พลันดังขึ้นในหัวของเขา
ฉู่เซิง: “???”
เสียงบ้าอะไรอีกล่ะเนี่ย?
แถมนี่มันไม่ใช่เสียงของระบบด้วย!
“เป็นไปไม่ได้! พันธสัญญาโลหิตจะล้มเหลวได้อย่างไร? ไหนว่าอัตราความสำเร็จมันคือร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มไม่ใช่รึไง?”
เสียงสตรีคนเดิมดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงเจือไปด้วยความเหลือเชื่อและตกตะลึงอย่างถึงขีดสุด
“ไม่...เดี๋ยวก่อน! พันธสัญญาไม่ได้ล้มเหลว!”
“ข้า...ข้าเหมือนจะทำพันธสัญญาโลหิตกับอะไรบางอย่างไปแล้ว...”
“เเต่พลังจิต…ช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน...”
“ยุง?”
“ไม่ๆๆ! ข้าต้องสัมผัสผิดไปแน่ๆ! เป็นไปได้อย่างไรที่ข้าจะไปทำพันธสัญญากับยุงตัวหนึ่งได้?!”
“ตั้งสติไว้...ค่อยๆใช้สมาธิสัมผัสดูอีกครั้ง...”
“...”
“ไอ้เวรเอ๊ย!!!”
สองคำสุดท้ายนี้...ฉู่เซิงไม่เพียงแต่ได้ยินมันในหัวเท่านั้น แต่โสตประสาทของเขาก็ได้ยินมันเช่นกัน...
เสียงนี่มัน...เหมือนจะเป็นเสียงของหญิงสาวคนที่เขาเพิ่งดูดเลือดไปเมื่อกี๊เลยนี่หว่า?
ฉู่เซิงที่กำลังงงอยู่แล้ว ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
ทำไมจู่ๆเขาถึงได้ยินเสียงในใจของสาวน้อยคนนี้ได้?
แล้วไอ้ ‘พันธสัญญาโลหิต’ ที่ว่านั่นมันคืออะไรกันแน่?
“ยุง...เป็นไปได้อย่างไร...”
แววตาของกู่เยว่ซีเหม่อลอยไปแล้ว
ณ วินาทีนี้ ไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยว่าภายในใจของนางกำลังพังทลายและสิ้นหวังมากเพียงใด!
หลังจากตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ ในที่สุด...นางก็ค่อยๆเข้าใจแล้วว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น...
เมื่อสักครู่นี้...ในเสี้ยววินาทีก่อนที่นางจะทำพันธสัญญาโลหิตกับอสรพิษวิญญาณมรกตสำเร็จ ดันมียุงตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ขาของนางพอดีเป๊ะ แล้วก็ดูดเลือดนางไปหนึ่งอึก!
หยดโลหิตของนาง...ได้สัมผัสกับยุงตัวนั้นก่อนที่จะได้สัมผัสกับอสรพิษวิญญาณมรกต!
และผลก็คือวงเวทพันธสัญญาโลหิตได้ตัดสินไปโดยอัตโนมัติว่า...นางได้ทำพันธสัญญากับยุงตัวนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว!!
ยุง!
มันคือยุง!
สิ่งมีชีวิตที่อยู่จุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร!
ตัวนางผู้เป็นถึงจักรพรรดินีอสูรผู้ยิ่งใหญ่!
เเต่สัตว์อสูรคู่พันธสัญญาตัวแรกหลังจากที่ได้โอกาสเกิดใหม่...กลับกลายเป็นยุงตัวหนึ่งเนี่ยนะ?
ใบหน้าของกู่เยว่ซีซีดเผือดราวกับกระดาษ สติสัมปชัญญะของนางพลันเลื่อนลอยไปชั่วขณะ
ไม่ว่าจะเป็นชาติที่แล้วหรือชาตินี้...นางไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังและมืดมนได้เท่ากับในตอนนี้มาก่อนเลย
นี่สวรรค์กำลังจงใจกลั่นแกล้งนางเล่นอยู่ใช่หรือไม่?
ให้ตายเถอะ...ต่อให้ต้องไปทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรสายเลือดชั้นต่ำ หรือแม้กระทั่งกับสัตว์ธรรมดาทั่วไปสักตัว กู่เยว่ซีก็ยังมั่นใจว่าตนเองสามารถพลิกชะตาฟ้าดิน ปั้นสัตว์ธรรมดาๆให้กลายเป็นสัตว์อสูรระดับห้าได้!
แต่ไอ้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘ยุง’ นี่น่ะ...มันเป็นแค่แมลงที่อยู่ต่ำตมที่สุด...ที่สุดของที่สุดแล้วนะ!
แค่จะให้มันวิวัฒนาการจนกลายเป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่งได้ ก็เรียกได้ว่าเป็นการฝืนชะตาสวรรค์จนแทบเป็นไปไม่ได้แล้ว!
แล้วนี่จะให้ไปถึงระดับห้า?
ปั้นยุงหนึ่งตัวให้กลายเป็นสัตว์อสูรระดับห้างั้นรึ?
แค่เพียงความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว...ในใจของกู่เยว่ซีก็เหลือแต่เพียงความสิ้นหวังอันมืดมิด!
มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง!
“ข้า...ดูเหมือนว่าจะจบสิ้นแล้วจริงๆสินะ?”
ฉู่เซิง: “...”
อืม...ตอนนี้เขาพอจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
มิน่าล่ะ...จู่ๆตัวเองถึงได้ยินเสียงในใจของสาวน้อยคนนี้ขึ้นมา ที่แท้ก็เป็นเพราะอุบัติเหตุสุดพิลึก ทำให้เขาบังเอิญไปทำพันธสัญญาโลหิตกับเธอเข้าสินะ?
ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า...โลกใบนี้คือโลกที่มีผู้ฝึกสัตว์อสูรอยู่?
สาวน้อยคนนี้คือคนที่ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่…เเถมชาติก่อนเคยเป็นถึงจักรพรรดินีอสูร?
แล้วตอนนี้...ข้าก็กลายเป็นสัตว์อสูรในพันธสัญญาของเธอไปแล้ว??
ความคิดในหัวของฉู่เซิงตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด
นี่มันเรื่องบ้าบอคอแตกอะไรกันวะเนี่ย?!
…………….