- หน้าแรก
- ระบบสปีดรัน เริ่มต้นที่นายพราน
- บทที่ 31 - ปีศาจ
บทที่ 31 - ปีศาจ
บทที่ 31 - ปีศาจ
บทที่ 31 - ปีศาจ
◉◉◉◉◉
รองหัวหน้าค่ายพยัคฆ์ทมิฬเมื่อเห็นผู้มาเยือนชัดเจน ในใจกลับผ่อนคลายลงเล็กน้อย
ขอเพียงเป็นคน เขาก็ไม่กลัว
หลิวชิงซานและคนอีกสามคนก็เดินตามไป๋ยวนออกมาจากความมืด
เขามองไป๋ยวนที่ยืนอยู่หน้าสุดด้วยสายตาชื่นชม หากไม่ใช่เพราะไป๋ยวน พวกเขาย่อมไม่ทางหาตำแหน่งของโจรภูเขากลุ่มนี้พบ
"โจรชั่ว กล้าฆ่าคนตระกูลหลิวของข้า ตายซะ"
หลิวชิงซานตะคอกเสียงดัง กระบี่อ่อนที่เอวดังแคร๊ง ถูกดึงออกจากฝัก พุ่งเข้าสังหารชายเคราดก
"ที่แท้ก็เป็นคนตระกูลหลิว"
รองหัวหน้าค่ายพยัคฆ์ทมิฬแสยะยิ้มเหี้ยม ยกดาบใหญ่ขึ้นรับ
ดาบและกระบี่ประสานกัน เข้าปะทะกันเป็นกลุ่มก้อน
ทั้งสองล้วนเป็นยอดฝีมือขัดเกลา ชั่วขณะหนึ่งจึงสู้กันอย่างสูสี
ยอดฝีมือตระกูลหลิวที่ติดตามมาก็ชักอาวุธออกมา เลือกคู่ต่อสู้ของตน
สุดท้ายเหลือเพียงชายหนุ่มที่เคยบ่นก่อนหน้านี้ที่ยังไม่มีคู่ต่อสู้ หรือควรกล่าวว่า คู่ต่อสู้ของเขายังไม่ลงมือ
ไป๋ยวนมองชายหนุ่มคนนั้นอย่างเย็นชา
ในเมื่อเลือกที่จะเป็นโจรภูเขา ก็ต้องเตรียมใจที่จะถูกฆ่า
ชายหนุ่มกำดาบสั้นในมือแน่น ตะโกนลั่นราวกับเรียกขวัญกำลังใจ ยกดาบฟันเข้าใส่เด็กหนุ่มตรงหน้า
ขณะที่ห่างจากไป๋ยวนไม่ถึงหนึ่งจั้ง ม่านตาของเขาก็หดเกร็ง
เขาเห็นเพียงดาบเล่มใหญ่จนน่าประหลาดปรากฏขึ้นในมือของเด็กหนุ่มผู้นั้น
ชายหนุ่มเคยเป็นชาวนามาก่อน ย่อมจำได้ว่านั่นคือมีดผ่าฟืน
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทันตั้งตัว แสงดาบสีขาวสว่างก็วาดผ่านสายตาของเขาไป
ศีรษะหลุดจากบ่า สิ้นลมหายใจ
แต้มเสริมแกร่ง +3
รองหัวหน้าค่ายพยัคฆ์ทมิฬที่กำลังต่อสู้กับหลิวชิงซานอยู่ เมื่อเห็นภาพนี้เปลือกตาก็กระตุกอย่างแรง
เขาไม่คิดว่าตระกูลหลิวจะถึงขั้นเชิญยอดฝีมือมาถึงสองคนเพื่อไล่ฆ่าพวกเขา เมื่อคิดถึงจุดนี้ จิตต่อสู้ก็มลายหายสิ้น
รองหัวหน้าค่ายพยัคฆ์ทมิฬฟาดดาบอย่างหนักหน่วงและรุนแรงผลักหลิวชิงซานถอยไป จากนั้นก็ตั้งใจจะมุดเข้าป่าหนีไป
แต่เขายังหนีไปได้ไม่กี่ก้าว
ดาบเล่มใหญ่ที่ส่องประกายสีแดงเข้มอัปมงคลก็ฟาดลงมาบนแผ่นหลังของเขาแล้ว
ดาบนี้เร็วเกินไป เร็วเสียจนเขาไม่มีเวลาหลบ
"อ๊าก"
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น รองหัวหน้าค่ายพยัคฆ์ทมิฬสิ้นใจ ณ ตรงนั้น
แต้มเสริมแกร่ง +16
หลังจากนั้นก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นอีกสามครั้ง ในป่าก็มีศพเพิ่มขึ้นอีกสามศพ
แต้มเสริมแกร่ง +5
แต้มเสริมแกร่ง +6
แต้มเสริมแกร่ง +7
ณ บัดนี้ ค่ายพยัคฆ์ทมิฬล่มสลายอย่างสิ้นเชิง
ไป๋ยวนมองแต้มเสริมแกร่งบนหน้าต่างสถานะอย่างพึงพอใจ โจรภูเขาเหล่านี้ไม่มีผู้ใดที่มือไม่เปื้อนเลือด ฆ่าคนเหล่านี้เขาไม่รู้สึกผิดบาปแม้แต่น้อย
【ชื่อ: ไป๋ยวน】
【อาชีพ: นายพราน นักดาบ นักมวย】
【ทักษะ: ยิงธนู (ชำนาญ) เคล็ดวิชาพยัคฆ์เหิน (เริ่มต้น) เคล็ดวิชาดาบพยัคฆ์โลหิต (เริ่มต้น) เคล็ดวิชาห้าสัตว์ (ชำนาญ)】
【แต้มเสริมแกร่ง: 37】
การต่อสู้ครั้งนี้ เขาได้รับแต้มเสริมแกร่งทั้งหมด "37" แต้ม ประสิทธิภาพนี้สูงกว่าการล่าสัตว์มากนัก
"เพิ่มแต้มให้ข้า"
【ปีที่เจ็ดที่ท่านฝึกฝนการแกะรอย ท่านเชี่ยวชาญนิสัยของสัตว์ป่าส่วนใหญ่แล้ว】
【ปีที่แปดที่ท่านฝึกฝนการแกะรอย วิชาแกะรอยของท่านเหนือกว่านายพรานส่วนใหญ่】
【ปีที่ยี่สิบเจ็ดที่ท่านฝึกฝนการแกะรอย ทักษะการแกะรอยของท่านเข้าสู่ขั้นช่ำชอง】
【ชื่อ: ไป๋ยวน】
【อาชีพ: นายพราน นักดาบ นักมวย】
【ทักษะ: แกะรอย (ชำนาญ) ยิงธนู (ชำนาญ) เคล็ดวิชาพยัคฆ์เหิน (เริ่มต้น) เคล็ดวิชาดาบพยัคฆ์โลหิต (เริ่มต้น) เคล็ดวิชาห้าสัตว์ (ชำนาญ)】
【แต้มเสริมแกร่ง: 0】
ทักษะแกะรอยถูกไป๋ยวนอัปเกรดจนถึงระดับชำนาญ ห่างจากระดับมหกาฬเพียงขั้นเดียว
เมื่อใดที่ทักษะแกะรอยถึงระดับมหกาฬ มันจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่พลิกฟ้าพลิกแผ่นดินได้ การเสียเวลาฝึกยุทธ์ไปบ้างก็ถือว่าคุ้มค่า
การแกะรอยเพิ่มขึ้นอีกขั้น พลังการสังเกตของไป๋ยวนก็แข็งแกร่งขึ้น
ขณะที่องครักษ์ตระกูลหลิวกำลังเตรียมตัดศีรษะโจรภูเขาเพื่อไปรับรางวัลที่ที่ว่าการอำเภอ
ทันใดนั้น
ป่าทึบด้านหลังก็เกิดเสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบา
ทักษะแกะรอยของไป๋ยวนถึงระดับชำนาญแล้ว ผลของมันเริ่มปรากฏ แม้ตรงหน้าจะมืดสนิท เขาก็ยังพอมองเห็นได้ลางๆ
เขาเห็นเพียงในความมืด ตัวเพียงพอนขนสีเหลืองปนเปื้อน สูงเพียงระดับเข่า กำลังยืนสองขาโดยมีกะโหลกศีรษะมนุษย์เทินอยู่บนหัว มองเผินๆ ราวกับเด็กมนุษย์
ที่น่าประหลาดกว่านั้นคือ บนใบหน้าของมันยังมีแววตาหยอกล้ออย่างมนุษย์ ราวกับว่าพวกไป๋ยวนคือเหยื่อ ส่วนมันคือผู้ล่า
"หวงซานเหยีย"
ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวของไป๋ยวนรวดเร็วดั่งสายฟ้า
ในชาติก่อนมีตำนานพื้นบ้านว่าเพียงพอนมีจิตวิญญาณมากที่สุด ง่ายต่อการกลายเป็นปีศาจ ไม่คิดว่าเมื่อข้ามภพมาแล้วจะได้เห็นเพียงพอนที่กลายเป็นปีศาจจริงๆ
ความรู้สึกวิกฤตอย่างรุนแรงก่อตัวขึ้นในใจของไป๋ยวน
สู้ไม่ได้
ในขณะนั้น เพียงพอนตัวนั้นกลับเอ่ยคำพูดมนุษย์ออกมา
"เจ้าดูข้าสิ ว่าเหมือนคนหรือไม่"
เสียงที่ล่องลอยมาอย่างกะทันหันทำให้หลิวชิงซานและคนอีกสี่คนตกใจจนสะดุ้ง
ไป๋ยวนในชาติก่อนชอบอ่านนิยายตำนานพื้นบ้าน เพียงพอนตัวนี้กำลังทวงคำอย่างชัดเจน มันต้องการให้พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตาย
มันอยากกลายเป็นคน
อย่าไปเชื่อเรื่องผีสางเหลวไหลพวกนั้น ไม่ว่าจะตอบอย่างไร สำหรับคนธรรมดาแล้วมีเพียงหนทางตายสถานเดียว ต้องหนีเท่านั้น
"หนี"
ไป๋ยวนตะโกนลั่น หันหลังพุ่งเข้าป่า วิ่งสุดชีวิต
หลิวชิงซานก็ตอบสนองไม่ช้า ทันทีที่ไป๋ยวนหันหลัง เขาก็กระโจนเข้าป่าตามหลังไป๋ยวนไปติดๆ
เขารู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าการตามไป๋ยวนเท่านั้นจึงจะมีโอกาสรอด
องครักษ์ทั้งสามของตระกูลหลิวกลับไม่มีโชคดีเช่นนั้น พวกเขาไม่ใช่นักรบ เพิ่งจะตื่นจากความตกใจ ยังไม่ทันจะได้ขยับตัว ก็เห็นเพียงดวงตาสีน้ำตาลเหลืองคู่หนึ่งที่น่าสะพรึงกลัว เพียงชั่วพริบตาทั้งสามคนก็ล้มลงพร้อมกัน
เพียงพอนกระโดดขึ้นไปบนร่างของทั้งสาม สูดลมหายใจอย่างบ้าคลั่ง
หนึ่งก้านธูปต่อมา บนพื้นก็มีศพแห้งเพิ่มขึ้นสามศพ
ไป๋ยวนไม่ได้หนีอย่างไม่คิดชีวิต
การเดินทางในยามค่ำคืนเป็นทักษะพื้นฐานของนายพรานที่ดีในการแกะรอยเหยื่อ
ด้วยทักษะแกะรอยระดับชำนาญ เขาวิ่งในป่าราวกับเดินบนทางเรียบ
เขากับหลิวชิงซานวิ่งอย่างบ้าคลั่งไม่หยุดพักนานครึ่งชั่วยาม จนกระทั่งเห็นหลังคาบ้านของเมืองทรายขาวจึงได้หยุด
แฮ่ก แฮ่ก
ไป๋ยวนและหลิวชิงซานนอนแผ่หราอยู่บนพื้น หอบหายใจราวกับวัว การวิ่งเต็มสปีดเป็นเวลานานเช่นนี้ แม้แต่ร่างกายของยอดฝีมือก็ยังทนแทบไม่ไหว
"สัตว์ประหลาดนั่นคงไม่ตามมาแล้วกระมัง"
หลิวชิงซานถามไป๋ยวนอย่างไม่แน่ใจ
เขานึกถึงคำพูดของคนเฒ่าคนแก่ในเมือง จึงไม่กล้าเอ่ยชื่อของเพียงพอนตัวนั้นโดยตรง
ไป๋ยวนพยักหน้าอย่างมั่นใจ
"ไม่ตามมาแล้ว"
ที่เขามั่นใจเช่นนี้เป็นเพราะในชาติก่อนเขาเคยเห็นเพียงพอนตัวนี้ในเกมมาแล้ว มันคือบอสตัวสุดท้ายของหมู่บ้านมือใหม่
ขอเพียงเพียงพอนตัวนี้ได้สูดพลังชีวิตคนจนเพียงพอ มันก็จะไม่ไล่ตามคนอื่นอีก องครักษ์ตระกูลหลิวสามคนเพียงพอให้มันอิ่มแล้ว
สีหน้าของหลิวชิงซานย่ำแย่ ตอนที่เขาวิ่งหนี หางตาของเขามองเห็นภาพที่เพียงพอนสูบพลังชีวิตคน
องครักษ์ทั้งสามคนนั้นล้วนเป็นยอดฝีมือที่ตระกูลหลิวตั้งใจฝึกฝนมา ไม่คิดว่าจะมาตายเช่นนี้ ครั้งนี้ถือว่าสูญเสียอย่างหนัก
ไป๋ยวนดวงตาเป็นประกาย ถูมือไปมาอย่างตื่นเต้น
ในชาติก่อน หลังจากที่เคลียร์หมู่บ้านมือใหม่ ล้มเพียงพอนตัวนั้นได้ มันดรอปของดีออกมามากมาย ในนั้นมีสมบัติที่ไป๋ยวนต้องการอย่างยิ่งยวดในตอนนี้ด้วย
หลิวชิงซานสังเกตเห็นความผิดปกติของไป๋ยวน
"ศิษย์น้องไป๋ ท่านคิดอะไรอยู่"
"ข้ากำลังคิดว่าจะเคลียร์ด่านอย่างไร"
"เคลียร์ด่าน"
[จบแล้ว]