- หน้าแรก
- ทะลุมิติโต้วหลัว เส้นทางที่ข้าเลือก ไม่ขอพึ่งถังซาน
- ตอนที่ 7 โลกใบนี้ผิดเพี้ยน และข้าเองก็เช่นกัน
ตอนที่ 7 โลกใบนี้ผิดเพี้ยน และข้าเองก็เช่นกัน
ตอนที่ 7 โลกใบนี้ผิดเพี้ยน และข้าเองก็เช่นกัน
"อึก แค่ก! นี่มันพิษงูงั้นรึ? เป็นไปได้อย่างไร?"
เพียงชั่วอึดใจ ใบหน้าของชายชราชุดแดงก็เปลี่ยนเป็นสีคล้ำ เขารีบดึงกระบี่ดื่มเลือดออกจากหน้าอกของตู๋กูชิงเยว่ทันที ก่อนจะกระอักเลือดคำโตออกมาแล้วทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดที่ออกมานั้นไม่ใช่สีแดงสด แต่กลับดำสนิทและส่งกลิ่นเหม็นเน่า
ตามหลักเหตุผลแล้ว ทักษะวิญญาณพิษงูระดับราชาแห่งวิญญาณไม่ควรระคายผิวปราชญ์วิญญาณอย่างเขาได้ ทว่าชายชราชุดแดงกลับถูกพิษเล่นงานเข้าอย่างจัง และพิษนั้นกำลังแล่นพล่านไปทั่วร่างของเขาแล้ว
เขามองตู๋กูชิงเยว่อย่างไม่อยากเชื่อสายตา ร่างกายของนางดูซูบผอมลงไปถนัดตา และตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นรอยยิ้มบ้าคลั่งที่มุมปากของนาง
"วิญญาณยุทธ์งูพิษปี้หลินนั้นมีพิษร้ายแรง และพิษนี้หลอมรวมอยู่ในเลือดเนื้อของวิญญาณจารย์งูปี้หลิน หัวใจคือจุดที่พิษรุนแรงที่สุด ตระกูลของเราเรียกมันว่า... พิษสวรรค์ปี้หลิน!" ตู๋กูชิงเยว่กุมหน้าอก เดินโซซัดโซเซเข้าหาชายชราชุดแดงทีละก้าว พลางกล่าวด้วยลมหายใจรวริน
"เจ้าคิดจะทำอะไร?"
รูม่านตาของชายชราชุดแดงหดเกร็ง เขาสังเกตเห็นทันทีว่าพลังวิญญาณทั้งหมดในร่างของหญิงสาวผู้นี้กำลังไหลไปรวมกันที่จุดตันเถียน และร่างกายของนางก็กำลังดูดซับพลังวิญญาณบริสุทธิ์จากฟ้าดินอย่างบ้าคลั่ง หรือว่า...
พลังวิญญาณมหาศาลถูกดูดซับเข้ามา ก่อตัวเป็นพายุหมุนโดยมีตู๋กูชิงเยว่เป็นจุดศูนย์กลาง เมื่อเห็นดังนั้น เชียนฉงหลิงก็เข้าใจทันทีว่านางกำลังจะทำอะไร
เกือบจะพร้อมกัน ทั้งสองตะโกนขึ้นว่า "หยุดนะ!"
แต่ตู๋กูชิงเยว่หาได้สนใจเชียนฉงหลิงไม่ นางซัดฝ่ามือใส่ร่างของเชียนฉงหลิงที่กำลังพยายามขยับตัว ส่งร่างของเขากระเด็นออกไป แล้วกล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "ข้าติดค้างชีวิตเจ้าหนึ่งชีวิต ถึงเวลาต้องชดใช้แล้ว"
จากนั้นนางก็หันกลับมา ยิ้มอย่างไร้ความรู้สึก "ตาเฒ่า ตายไปพร้อมกับข้าซะ!"
สิ้นเสียง ร่างของนางก็ระเบิดออกทันที!
ตูม! ตูม!
ราวกับภูเขาไฟนับพันลูกปะทุขึ้นพร้อมกัน ทำลายล้างผืนปฐพี พลังวิญญาณอันบ้าคลั่งก่อตัวเป็นพายุขนาดใหญ่ ถอนรากถอนโคนต้นไม้โบราณจนราบเป็นหน้ากลอง
เมฆรูปดอกเห็ดขนาดมหึมาค่อยๆ ลอยตัวขึ้น โดยมีตู๋กูชิงเยว่เป็นจุดศูนย์กลาง
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ เชียนฉงหลิงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกฝ่ามือของตู๋กูชิงเยว่ซัดกระเด็นออกมา ด้วยระยะห่างขนาดนี้ เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะเข้าไปห้ามปรามนาง
เขาทำได้เพียงจ้องมองเศษผ้าแถบสีเขียวที่ขาดวิ่นลอยละล่องมาแต่ไกล มือของเขาคว้ามันไว้อย่างสัญชาตญาณ...
"ทำไมกัน..."
เสียงกรีดร้องโหยหวนแหลมสูงราวกับสัตว์ร้ายระเบิดออกมาจากปากของเชียนฉงหลิง ในเวลานี้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทะลุมิติ นิ้วทองคำ หรือทายาทแห่งเทพ ล้วนถูกโยนทิ้งไปไว้หลังสมองจนหมดสิ้น
ใช่แล้ว ในฐานะผู้ที่รู้พล็อตเรื่องล่วงหน้าและครอบครองนิ้วทองคำ แม้ภายนอกเขาจะดูเป็นคนจิตใจดี แต่ลึกๆ ในใจเขามักมีความรู้สึกเหนือกว่าผู้อื่นเสมอตามประสาผู้ทะลุมิติ
ในสายตาของเขา คนเหล่านี้เป็นเพียงตัวละครในนิยายที่โลดแล่นอยู่ในหน้าหนังสือ ส่วนเขานั้นคือผู้ที่มีตัวตนอยู่จริง
บวกกับการได้มาเกิดใหม่ในสำนักวิญญาณยุทธ์ที่ทรงอำนาจที่สุดในทวีปโต้วหลัว สืบทอดวิญญาณยุทธ์ระดับเทพเจ้าอย่างทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เมื่อปลุกวิญญาณยุทธ์ตอนอายุหกขวบ มีพลังวิญญาณโดยกำเนิดถึงระดับยี่สิบ (ระดับสิบสองบวกพลังเทพประทาน) อย่างน้อยที่สุดเขาก็การันตีระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ขั้นสูงระดับเก้าสิบหกได้แน่นอน เรียกได้ว่าชีวิตของเขาถูกปูทางไว้หมดแล้ว
ในฐานะหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปโต้วหลัว ราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับเก้าสิบหก พูดง่ายๆ คืออยากทำอะไรก็ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นนางแบบในคลับ เหมาทั้งแม่ทั้งลูก หรือบุปผาคู่ฝาแฝด ไม่มีอะไรที่จินตนาการแล้วทำไม่ได้
ก่อนอายุหกขวบ เขายังคงขยันหมั่นเพียรเผื่อว่าระบบจะเล่นตลก อย่างน้อยก็มีแผนสำรอง เพราะหลังจากปลุกวิญญาณยุทธ์ ชะตากรรมจะถูกกำหนดว่าจะได้เป็นผู้อยู่เหนือคนหรือเป็นแค่สุนัขข้างถนน
ปัจจัยทั้งหมดนี้หล่อหลอมให้เขามีนิสัยเช่นปัจจุบัน แม้จะไม่ถึงกับหยิ่งยโสโอหัง แต่ก็ติดนิสัยเกียจคร้านและใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างแน่นอน
เปรียบเหมือนคุณเคยเป็นคนที่ต้องดิ้นรนหาเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือแม้แต่หาเช้ากินค่ำ แล้ววันหนึ่งจู่ๆ คุณก็กลายเป็นลูกชายคนรองของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ในตระกูลที่มีทรัพย์สินมหาศาลจนใช้ไม่หมด
คุณจะยังขยันทำงาน ทำโอที เป็นทาสบริษัทอยู่อีกหรือ?
คำตอบชัดเจนอยู่แล้วว่า... ไม่!
คุณคงจะบ้าคลั่งไปกับการเสพสุขกับชีวิต รถหรู สาวงาม คฤหาสน์วิวทะเล เรือยอร์ช สปีดโบ๊ท และอื่นๆ อีกมากมาย คุณคงเล่นสนุกตามใจปรารถนา และบางทีเมื่อเบื่อหน่าย อาจจะลองไปทำงานสักสองสามวันเพื่อหาประสบการณ์ชีวิต
คุณไม่มีทางทำงานจริงๆ จังๆ หรอก เพราะถ้าคุณเป็นมหาเศรษฐีอันดับโลกแล้ว คุณจะไปเป็นลูกจ้างคนอื่นทำไม?
แต่ในวินาทีนี้ โลกที่เขาเคยเห็นว่าเป็นเพียงโลกสมมติ กลับตบหน้าเขาฉาดใหญ่ บอกเขาด้วยวิธีที่นองเลือดที่สุดว่า นี่คือโลกแห่งความจริง ที่ซึ่งทุกคนมีเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ
มันบอกเขาว่าโลกนี้ต่างจากดาวสีน้ำเงิน ที่นี่ไม่มีกฎเกณฑ์ใดมาผูกมัด มีเพียงกฎแห่งป่าที่เปลือยเปล่า ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายผู้อ่อนแอ
จริงอยู่ที่ในฐานะทายาทตระกูลเชียนแห่งสำนักวิญญาณยุทธ์ เขามีสถานะสูงส่ง แต่ก็มีคนนับไม่ถ้วนที่อยากให้เขาตาย จักรวรรดิซิงหลัวและเทียนโต่ว สามสำนักบน วิญญาณจารย์ชั่วร้าย ทุกฝ่ายต่างปรารถนาให้สำนักวิญญาณยุทธ์ซึ่งเป็นหนามยอกอกนี้หายไปโดยเร็วที่สุด
ความมืดมิดในจิตใจของเชียนฉงหลิงปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่งในขณะนี้ ความโกรธ ความเกลียดชัง ความกลัว ความสิ้นหวัง ความโหดเหี้ยม ความเสียใจ อารมณ์สุดขั้วนานับประการงอกงามขึ้นอย่างรวดเร็ว
บ้างก็พุ่งเป้าไปที่วิญญาณจารย์ชั่วร้าย บ้างก็โกรธแค้นโลกใบนี้ แต่ที่มากที่สุดคือความเคียดแค้นต่อความไร้น้ำยาของตนเอง
"อ๊าก!!"
เชียนฉงหลิงใช้มือข้างหนึ่งกุมหน้าผากแล้วคำรามลั่น ด้านหลังของเขา วิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์พลันปรากฏขึ้นโดยไร้สัญญาณเตือน
ทันใดนั้น เส้นผมสีทองของเขา ตั้งแต่โคนจรดปลาย ก็ถูกย้อมด้วยสีดำสนิทอย่างรวดเร็ว ในพริบตาเดียว ผมทองสลวยก็กลายเป็นสีดำมืด
ทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งแสงสว่างและความบริสุทธิ์ ในวินาทีถัดมา กลิ่นอายทั้งหมดกลับกลายเป็นความโหดเหี้ยมและกระหายเลือด ปีกของมันเริ่มจางลง แสงสีทองหลุดลอกออก แทนที่ด้วยของเหลวสีดำที่พวยพุ่งออกมาปกคลุมปีกทั้งคู่จนมิด
สาเหตุของการสำแดงวิญญาณยุทธ์มีหลักๆ อยู่สองประการ หนึ่งคือการสืบทอดทางสายเลือด และอีกหนึ่งคือภาพสะท้อนจากจิตใจ เป็นรูปลักษณ์ภายนอกของพลังทางจิตวิญญาณ
หากปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก วิญญาณยุทธ์ของบุคคลมักจะสอดคล้องกับบุคลิกของเจ้าของ นี่คือสาเหตุที่การกลายพันธุ์ของวิญญาณยุทธ์เกิดขึ้นในมิติโต้วหลัว
ร่างของน้ำเต้าโลหิต อีแร้ง และศพเดินดิน ที่ได้ยินเสียงระเบิด ในที่สุดก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเชียนฉงหลิง
น้ำเต้าโลหิตมองดูร่างที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีดำ ซึ่งแผ่กลิ่นอายโหดเหี้ยมและกระหายเลือดออกมาไม่ไกลนัก เขาขมวดคิ้วและพึมพำว่า "นี่มันตัวอะไรกัน?"
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ร่างของเชียนฉงหลิงก็กลายเป็นภาพติดตา พุ่งเข้าสังหารน้ำเต้าโลหิต เขากางนิ้วมือออก คว้าหมับเข้าที่หน้าผากของอีกฝ่าย และด้วยแรงเพียงแค่นิ้วมือ เขายกร่างนั้นลอยขึ้นจากพื้นหนึ่งฟุต จากนั้น...
"ปัง!"
กะโหลกศีรษะถูกบีบจนแตกละเอียด!
"ข้าเคยอยากรู้ว่าโครงสร้างสมองของพวกเจ้าวิญญาณจารย์ชั่วร้ายเหมือนกับคนปกติหรือไม่ แต่ข้าลืมไปว่า... ข้ายังไม่เคยเห็นโครงสร้างสมองของคนปกติเลย"
"เหอะ พวกเจ้าคงเคยเห็นมาแล้วสินะ บอกข้าหน่อยได้ไหม?"
อีแร้งและศพเดินดินยืนเงียบกริบ เผชิญหน้ากับเชียนฉงหลิงราวกับเจอศัตรูตัวฉกาจ ร่างของเขาวูบไหวหายไปอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงประโยคที่ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
"งั้นมาดูโครงสร้างร่างกายของพวกเจ้าวิญญาณจารย์ชั่วร้ายกันอีกสักหน่อย เรื่องนี้... ข้าถนัด!"