- หน้าแรก
- เหยียบมิด พิชิตฝัน ระบบเอฟวันราชันย์แห่งความเร็ว
- บทที่ 9: ระบบที่เพิ่งค้นพบ (3)
บทที่ 9: ระบบที่เพิ่งค้นพบ (3)
บทที่ 9: ระบบที่เพิ่งค้นพบ (3)
หลังจากการออกกำลังกายยามเช้าสิ้นสุดลง ลูก้าที่เหนื่อยล้าก็ตัดสินใจตามใจตัวเองเล็กน้อยด้วยการซื้อช็อกโกแลตบาร์แท่งใหญ่ก่อนกลับบ้าน
แม่ของเขาตกตะลึง ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าลูกชายของเธอจะเป็นฝ่ายไปยิม ซึ่งเป็นสถานที่แออัดเช่นนั้น หลังจากทักทายกัน ลูก้าก็ไปอาบน้ำเย็นฉ่ำในห้องน้ำ ละอองน้ำเย็นราวกับเกสรดอกแดนดิไลออนนับพันที่โปรยปรายลงมา ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดของเขา
เมื่อเขาแต่งตัวเสร็จ ก็โบกมือลาแม่ที่กำลังมุ่งหน้าไปทำงานที่ร้านอาหาร
ลูก้าแกะของสดที่เพิ่งซื้อมาใหม่ เขาตรงไปที่ครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าสุดประหลาดที่ระบบของเขากำหนดไว้ให้ มันเป็นการจับคู่ที่แปลกประหลาดและค่อนข้างแพง... เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยนึกภาพตัวเองกินมันมาก่อน
บนจานของเขาประกอบไปด้วยไข่คนฟูฟ่อง, ข้าวโอ๊ตหนึ่งถ้วยผสมกับถั่ว และเนื้อสัตว์ไร้มันสไลซ์วางอยู่ข้างๆ
[การผสมผสานระหว่างโปรตีนไร้มัน, คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยช้า และไขมันที่จำเป็นนี้ จะช่วยให้ร่างกายของท่านสามารถคงทนต่อแรงกดดันทางกายภาพที่รุนแรงหลังพวงมาลัยได้ ทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองและความอึดของท่านยังคงเฉียบคมระหว่างการแข่งขัน]
[สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของท่านอย่างมีนัยสำคัญ โฮสต์... อาหารนี้จะช่วยให้ท่านรักษาระดับพลังงานให้สูงและเร่งการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ เพียงจำไว้ว่า... ความสม่ำเสมอในการรับประทานอาหารนี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด]
ลูก้าลงมือนั่งกิน เขาใช้ช้อนและส้อมตักอาหารเข้าปากอย่างกระตือรือร้น
เขาส่งช้อนเข้าปากและเริ่มเคี้ยว ลิ้มรสชาติที่ผสมผสานกันอย่างเอร็ดอร่อยของไข่และถั่ว ความสมดุลของรสชาติทำให้เขาเคี้ยวไม่หยุด ทำให้อาหารมื้อนี้เพลิดเพลินอย่างน่าประหลาดใจ แม้ว่าหน้าตาของมันจะดูไม่ธรรมดาก็ตาม
โซเฟียซึ่งกำลังเตรียมตัวไปโรงเรียน เดินผ่านมาพอดี เธอหยุดกึกเมื่อเห็นจานของลูก้า สายตาของเธอสลับไปมาระหว่างอาหารกับใบหน้าของเขาก่อนจะโพล่งออกมา
“พี่กินบ้าอะไรน่ะ?!”
“ฉันกำลังไดเอต” ลูก้าตอบทั้งที่อาหารยังเต็มปาก
โซเฟียมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตาขณะสะพายกระเป๋าเป้ขึ้นไหล่
“พี่ตดกระจายแน่... เชื่อดิ” เธอพูด “ช่างเถอะ ฉันไปโรงเรียนล่ะ”
“กินอะไรรึยัง?” ลูก้าถาม เคี้ยวช้าๆ
“กินแล้ว”
ลูก้าพยักหน้า เหลือบไปด้านข้างที่ซึ่งช็อกโกแลตบาร์แท่งใหญ่วางอยู่ เขาหยิบมันขึ้นมายื่นให้เธอ
“อ่ะ เอาไปด้วยสิ”
ใบหน้าของโซเฟียสว่างวาบ เธอคว้าขนมไปพร้อมรอยยิ้มกว้าง
“ขอบคุณ!” เธอร้องเสียงแหลม หมุนตัวเหมือนนักบัลเลต์ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ประตู
“แล้วก็... ต้องตรงไปโรงเรียนเลยนะ... คนเดียวด้วย” ลูก้าย้ำเสียงหนักแน่น
“ไม่ต้องห่วงน่า ฉันไปคนเดียวอยู่แล้ว!” เสียงร่าเริงของโซเฟียดังกลับมาขณะที่เธอหายลับไปจากห้องครัว
ลูก้าเงี่ยหูฟังจนกระทั่งเสียงประตูปิดและล็อกเรียบร้อย เขาจึงก้มหน้าก้มตากินอาหารเช้าต่อ
“แปลกใจนะที่คุณไม่แนะนำน้ำส้ม คู่นี้น่าจะเข้ากับมื้อนี้ได้ดี” ลูก้าพูดกับระบบของเขา
[แน่นอน โฮสต์ แต่เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ทางการเงินในปัจจุบันของท่าน... ข้าจำได้ว่าได้บอกท่านไปแล้ว ว่าข้าจะจัดหารายการที่จำเป็นและราคาไม่แพงให้]
ลูก้าจัดการอาหารมื้อนั้นจนหมดและดื่มน้ำตามหนึ่งแก้วใหญ่ เป็นอันเสร็จสิ้นกิจวัตรประจำวันสำหรับวันนี้ เขารู้สึกถึงคลื่นความรู้สึก ‘เป็นผู้ใหญ่’ ที่ถาโถมเข้ามา เมื่อตระหนักว่าเขาจะต้องทำสิ่งนี้ซ้ำๆ ทุกวัน
เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมาแวบหนึ่ง คิดว่าระบบคงจะไม่มารบกวนเขาอีก... จนกว่าจะมีการแจ้งเตือน ‘เควสต์รายวัน’ ที่อาจจะโผล่มาในวันนี้
ด้วยแผนการที่แน่วแน่ในใจ ลูก้าออกจากบ้านและโบกแท็กซี่ไปยัง ‘สตาเดเวน เซอร์กิต’ เขามีเป้าหมายและแผนการที่ชัดเจน: เพื่อคว้าสัญญานักแข่งฟอร์มูลาวันอย่างเป็นทางการให้จงได้
เมื่อมาถึง เขาคาดไว้แล้วว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องสร้างปัญหาให้เขาแน่ๆ แต่ลูก้าก็บอกให้พวกเขาไปแจ้งผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการหรือเลขานุการของเขาว่าเขาคือใคร
และก็เป็นไปตามคาด... เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกลับมาและรีบเชิญให้เขาเข้าไปด้านในทันที
ลูก้ากล่าวขอบคุณก่อนจะเดินลัดเลาะไปตามอาคารที่ดูสะอาดตาและน่าประทับใจของสนามแข่ง ‘สตาเดเวน เซอร์กิต’ เป็นสนามแข่งขนาดเล็ก และไม่ได้ล้ำสมัยเหมือนสนามดังๆ ที่ลูก้ารู้จักและใฝ่ฝันมาตลอดว่าอยากจะซิ่งรถข้ามผ่านธงตาหมากรุกที่โบกสะบัดนั้น
เขาเดินขึ้นบันไดเข้าไปในอาคาร เดินไปตามโถงทางเดินก่อนจะพบกับเลขานุการสาวคนเดิมอีกครั้ง
“ว่าไงจ๊ะ พ่อหนุ่มรูปหล่อ” เธอทักทายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ดูเหมือนเธอจะสบายดีนะ... ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสอะไร” เธอพูดรัวเร็ว แทบไม่เปิดโอกาสให้ลูก้าได้พูด
“แล้วมาที่นี่ทำไมเนี่ย? นี่ยังไม่ถึง 24 ชั่วโมงดีเลย เธอควรจะพักผ่อนนะ”
ลูก้ากระแอมในลำคอ เขามีชื่อเสียงในเรื่องน้ำเสียงที่แหบและทุ้มลึก ซึ่งมันทุ้มเกินกว่าเด็กอายุเท่าเขา และหลายคนก็บอกว่ามันไม่เข้ากับหน้าตาเขาเลย
“ผมมาขอคุยกับคุณแวนซ์ครับ ผมจะได้รับเกียรตินั้นไหมครับ? พอจะเป็นไปได้รึเปล่า?”
เขาร้องขออย่างจริงจัง
สีหน้าของเลขานุการสาวดูเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง คิ้วของเธอขมวดเล็กน้อย เธอพยักหน้าช้าๆ เลียริมฝีปากก่อนจะลุกขึ้นยืน
“ได้สิ ตามฉันมา”
...เมื่อรู้ถึงปัญหาที่กำลังคุกรุ่นอยู่ระหว่างสหพันธ์ FIA, ฝ่ายบริหารของสนามแข่ง และครอบครัวของลูก้า... เธอจึงไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาบอกว่าต้องรีบพาเขาเข้าไปทันที ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม
เธอนำไปเคาะประตูบานใหญ่ที่น่าเกรงขามของห้องคุณแวนซ์ และเสียงห้วนๆ ของเขาก็ตะโกนอนุญาตให้เลขานุการเข้ามา
สิ่งที่น่าประหลาดใจสำหรับลูก้าก็คือ... ซาร่า กลับยื่นมือมาจับมือของเขาไว้เบาๆ โดยไม่มีเหตุผลชัดเจนขณะที่พวกเขาเดินเข้าไปในห้องทำงาน
“ท่านคะ... หนุ่มน้อยลูก้ามาขอพบค่ะ” เธอประกาศ
ทันใดนั้น ลูก้าและแวนซ์ก็สบตากัน ชายคนนั้นดูตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัดที่เห็นเขา
ที่ด้านข้างของห้อง คุณมัลโลว์กำลังนั่งไขว่ห้างก้มหน้าเลื่อนดูโทรศัพท์ เขาก็ชะงักและเงยหน้าขึ้นเช่นกัน
“ไอ้หนู? น่าประหลาดใจสุดๆ” คุณมัลโลว์เอ่ยขึ้นก่อนที่แวนซ์จะทันได้พูดอะไร
คุณแวนซ์จ้องเขม็งมาที่ลูก้า ลูกตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ร่างของเด็กหนุ่ม จนลูก้าต้องเป็นฝ่ายเบือนสายตาหนีและหันไปมองรอบๆ ห้องทำงานแทน
ห้องทำงานนี้ดูไม่เป็นทางการนัก แต่ก็ยังมีโต๊ะทำงานตัวหนึ่งที่มีเก้าอี้รับรองสองตัววางอยู่ด้านหน้า และเก้าอี้ผู้บริหารด้านหลัง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ห้องนี้ดูแปลกตาคือ ‘ที่นั่งยาวสไตล์อัฒจันทร์’ ที่ยึดติดกับผนังสีฟ้าอ่อน ซึ่งเป็นจุดที่คุณมัลโลว์นั่งอยู่นั่นเอง
“เธอออกไปได้แล้ว ซาร่า” คุณแวนซ์พูดพลางโบกมือไล่ ใบหน้าของเขายังคงเคร่งขรึม
ซาร่าปล่อยมือจากลูก้า เธอยิ้มอบอุ่นให้เขาก่อนจะออกจากห้องไปและปิดประตูลงเบาๆ
“ว่าไง?” คุณแวนซ์ถาม กางแขนออก
“ถ้าแกคิดว่ายังอยากกลับมาเป็นมาร์แชลล่ะก็... ฉันแนะนำให้แกไปบำบัดจิตเถอะ”
ตลกตายล่ะ ลูก้ากระแอมในลำคออีกครั้ง ก่อนจะตอบกลับอย่างหนักแน่น
“ขอโทษครับ แต่ผมไม่ได้มาที่นี่ด้วยความตั้งใจนั้น ผมอยากจะหารือ... ในหัวข้อที่สำคัญกว่านั้นครับ”
มัลโลว์ลดขาลง วางแขนบนหน้าขาและโน้มตัวมาข้างหน้า
“เรื่องอะไรล่ะ? ว่ามาสิไอ้หนู นั่งก่อน” เขาให้กำลังใจ
คุณแวนซ์ตวัดสายตาขวางใส่คุณมัลโลว์ เหมือนไม่พอใจที่อีกฝ่ายชวนให้ลูก้านั่ง อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้คัดค้าน และลูก้าก็ถือโอกาสนั้นทรุดตัวลงนั่งเพื่อความสบายของตัวเอง
คุณแวนซ์ขบกรามแน่น ขยับขากรรไกรเล็กน้อย ก่อนจะถาม
“ฉันจะมีเรื่องอะไรมาคุยกับ เด็ก อย่างแก ที่มันจะเป็นประโยชน์กับฉันได้? แกควรจะกลับไปพักฟื้นจากอุบัติเหตุ... หรือไม่ก็ไปช่วยแม่แกเรื่องฟ้องร้องโน่นไม่ใช่รึไง?”
“เรื่องการฟ้องร้องนั่นแหละครับ” ลูก้าพูดสวนขึ้นทันที
“นั่นคือเหตุผลที่ผมมาที่นี่ และผมเชื่อว่าข้อเสนอของผม... จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องครับ”