เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: ความโศกเศร้าของผู้เป็นแม่

บทที่ 16: ความโศกเศร้าของผู้เป็นแม่

บทที่ 16: ความโศกเศร้าของผู้เป็นแม่


พอลกัดฟันกรอด จ้องเขม็งไปที่ราชินี

"ผม— ไม่ทำ"

เสียงกระดูกของเขาหักสะบั้นดังลั่น

ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ยอมทำตามคำสั่งของนาง

ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลก็พลันจางหายไป ราชินีจ้องมองเขา

ความกังวลและความหวาดหวั่นซ่อนลึกอยู่ในดวงตาคู่นั้น

สายตาของนางจับจ้องไปที่ร่างกายที่โชกไปด้วยเลือดของเขา

แต่ใบหน้าของนางยังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์

ประตูห้องโถงถูกเปิดออก

อะมีเลีย พร้อมด้วยองครักษ์ส่วนตัวจำนวนหนึ่ง พุ่งพรวดเข้ามา

"ท่านแม่! เป็นอะไรไหมคะ?! เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น!?"

"อย่าเข้าไปนะพะยะค่ะองค์หญิง! ราชินีเกิดคลุ้มคลั่งเพราะผลของคำสาป!"

เหล่าทหารองครักษ์ขวางเธอไว้

พวกเขาแอบเอามีดจ่อไปที่ด้านหลังของอะมีเลียอย่างเงียบเชียบ เป็นการส่งคำเตือนไปยังราชินีให้หยุดการกระทำ มิฉะนั้นจะต้องเจอกับผลที่ตามมา

ราชินีตระหนักได้ทันทีว่าอะมีเลียไม่ได้ทรยศนาง

...ความโล่งใจสายหนึ่งชะโลมจิตใจของนาง

นางสามารถบดขยี้ทหารพวกนั้นให้แหลกได้เพียงแค่ดีดนิ้ว

แต่...

สายตาของนางวนกลับมาที่พอล

พวกเขาคงฆ่านีโอทิ้ง หรือไม่ก็ขังเขาไว้ที่ไหนสักแห่ง

มีความเป็นไปได้สูงที่นีโอจะตายไปแล้ว ราชินีทรราชไม่เคยเชื่อเรื่องที่เขาบอกว่าเป็นอมตะ นางแค่ขู่เขาในตอนนั้นเพื่อดูปฏิกิริยาเท่านั้น

เมื่อนีโอตายและคลาราหลบหนีไป ก็หมดหนทางที่ราชินีจะรักษาชีวิตตัวเอง

หลังจากนางตาย อะมีเลียจะต้องทนทุกข์ทรมาน

เพราะเธอคือลูกสาวของทรราช

"พวกแกทำบ้าอะไรกัน!?"

พอลตวาดใส่ทหารองครักษ์ที่แอบเอามีดจ่อหลังอะมีเลียโดยที่เธอไม่รู้ตัว

แม้เขาจะต่อต้านความโหดร้ายของราชินี แต่เขารู้ดีว่าอะมีเลียบริสุทธิ์

คำพูดของพอลช่วยเรียกสติของราชินีกลับมา

นางรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรต่อไป

"ออกไปให้พ้น"

นางสะบัดมือเพียงครั้งเดียว สายลมกรรโชกแรงก็ซัดร่างของพวกเขาทุกคนกระเด็นออกจากท้องพระโรง

ประตูบานใหญ่กระแทกปิดไล่หลัง

อะมีเลียตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนแล้วทุบกำปั้นลงบนบานประตู

"ท่านแม่! เปิดประตูสิคะ! เปิด... สิ! ฮึก! ฮึก! ได้โปรดเถอะ!"

น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม

เธอหันไปหาพอลแล้วจับไหล่เขาด้วยมือที่สั่นเทา

"ระ... เราต้องตามหานีโอ เขาช่วยท่านแม่ได้! เราต้องรีบแล้ว!"

พอลเบือนหน้าหนี

อะมีเลียไม่รู้เรื่องความสามารถในการใช้คำสาปของคลารา

ความจริงแล้ว แม้แต่ในกลุ่มกบฏ ก็มีเพียงองครักษ์ส่วนตัวของราชินีเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้หลังจากตัดสินใจก่อกบฏ

เพราะวิชาคำสาปเป็นสิ่งที่สังคมรังเกียจ

ในอดีต ราชินีทรราชสั่งให้คลาราเก็บเรื่องนี้เป็นความลับเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง

โดยที่ไม่รู้อะไรเลย อะมีเลียผู้มืดมนแปดด้านจึงร้องขอความช่วยเหลือจากพวกกบฏ

"เราหานีโอไม่เจอหรอก เขาหายตัวไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน พี่สาวกำลังออกตามหาเขาอยู่" พอลโกหก

"อะไรนะ?"

ความสิ้นหวังในดวงตาของอะมีเลียค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความโกรธ

"พวกกบฏลักพาตัวเขาไปงั้นเหรอ?" เธอถามด้วยความโกรธแค้นที่อัดแน่น

"...ผมก็ไม่รู้ แต่ก่อนที่พี่สาวจะออกไป เธอทิ้งท้ายไว้ว่าการหายตัวไปของเขาดูแปลกๆ เขาไม่น่าจะโดนลักพาตัวได้ง่ายๆ ถ้าเชื่อฟังคำเตือนของพี่สาว"

"พี่บอกว่าเขาเอาแต่เดินเตร็ดเตร่ไปทั่ววัง ราวกับว่า... ราวกับว่าเขาตั้งใจให้ตัวเองถูกลักพาตัวไปอย่างนั้นแหละ"

"...งั้นเหรอ"

สีหน้าของอะมีเลียหมองหม่นลง

เมื่อคิดว่าราชินีอาจจะตามมาเล่นงานพวกเขาได้ทุกเมื่อ พอลจึงเร่งเร้า

"อะมีเลีย เธอต้องหนีไปก่อน ราชินีคลุ้มคลั่งไปแล้ว ฉันกลัวว่านางจะทำร้ายเธอไปด้วย"

"แต่ว่า—"

"อะมีเลีย! เลิกลังเลได้แล้ว! ยอมรับความจริงซะเถอะว่าเราช่วยราชินีไม่ได้แล้ว!"

พอลตะคอก

เขาพูดประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"เธอคืออนาคตของอาณาจักรนี้ ถ้าเธอตาย เราจะสูญเสียทุกอย่าง"

อะมีเลียเข้าใจความหมายของพอล

มหาเวทระดับสะเทือนฟ้าแห่งอาณาจักรเงือก สามารถสืบทอดได้เพียงคราวละสองคนเท่านั้น

ในเมื่อราชินีกำลังจะตาย อะมีเลียจึงเป็นผู้ครอบครองเวทมนตร์คนสุดท้ายที่เหลืออยู่

หากเธอตาย เวทมนตร์ที่คอยปกป้องอาณาจักรจะสาบสูญไปตลอดกาล

"ฉันสัญญา อะมีเลีย ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วย... ท่านแม่ เพราะงั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉัน แล้วรีบไปซะ"

เมื่อได้ยินคำสัญญา อะมีเลียก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้น

...

นรกภูมิ

แผ่นหลังของนีโอทิ้งลงบนหาดทราย

เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่นและมีคราบเลือดแห้งกรังเกาะกรังเต็มตัว

"รู้สึกแย่ชะมัด"

ทั่วทั้งชายหาดเต็มไปด้วยซากศพของกุลวัค

บ้างก็ถูกฟันขาดครึ่ง บ้างก็แหลกสลายเป็นผุยผง และบ้างก็ถูกทุบด้วยกำปั้นจนเละเทะ

เขาเหม่อมองท้องฟ้า

[เวลาคงเหลือ: 00 ชั่วโมง 30 นาที]

นี่เขาเพิ่งสู้ไปแค่ 12 ชั่วโมงเองเหรอ?

"ว้าว... บัดซบ"

เขาจำความรู้สึกเหมือนผ่านมาเป็นวันๆ

"ถ้าความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นนี่เป็นแค่ภาพลวงตา ฉันจะฆ่าตัวตายแม่มเลย" พูดจบเขาก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู

[นีโอ ฮาร์เกรฟส์]

[ระดับ: ผู้ตื่นรู้ ขั้น 5]

[ความบริสุทธิ์ของพลังงานศักดิ์สิทธิ์: ผู้ตื่นรู้ ขั้น 1]

[ค่าสถานะ]

﹂พละกำลัง: 19

﹂ความเร็ว: 21

﹂ความคล่องแคล่ว: 17

﹂ความทนทาน: 14

﹂โชค: 0

[ธาตุ: ความตาย, เงา, ความมืด, ความว่างเปล่า]

﹂เวทมนตร์: สัมผัสมรณะ (Necrotic Touch)

[สายเลือด: จ้าวแห่งความตาย]

﹂ทักษะเฉพาะตัว: ความตาย, อมตะ

[ภารกิจ: ช่วยเหลือราชินี (กำลังดำเนินการ)]

พละกำลังและความทนทานเพิ่มขึ้นมาอย่างละ 3 แต้ม

ถือเป็นการพัฒนาที่ก้าวกระโดดมาก

โดยปกติ เดมิก็อดต้องใช้เวลาฝึกฝนเป็นสัปดาห์กว่าจะเพิ่มค่าสถานะได้สัก 3 แต้ม

นีโอรู้สึกว่าความเร็วในการเติบโตนี้สมเหตุสมผลแล้ว

เพราะความเข้มข้นในการฝึกของเขา ต่างจากคนปกติลิบลับ มันคือระดับ 'ฝันร้าย' ชัดๆ

เขาจำไม่ได้แล้วว่ากระดูกหักไปกี่ท่อนและเกือบโดนตัดหัวไปกี่ครั้ง

ไอ้พวกกุลวัคโรคจิตพวกนี้มันจ้องจะตัดหัวอย่างเดียวเลยหรือไง!

...

ท้องพระโรง

ราชินีทรราชนั่งเหม่อลอยมองไปในความว่างเปล่า

ทุกอย่างมันผิดพลาดตั้งแต่ตรงไหน?

นางไม่เคยสัมผัสความรัก

นางฝึกฝนจนมือเลือดอาบ

นางยืนหยัดต่อสู้กับนานาประเทศที่จ้องจะเอาเปรียบอาณาจักรเงือกเพียงลำพัง

ทำไมสุดท้ายนางถึงกลายเป็น 'นางมารร้าย' ไปได้?

นางเห็นแก่ประเทศชาติมาก่อนความสุขส่วนตัวเสมอไม่ใช่หรือ?

เอาจริงๆ นะ นางไม่สนหรอกเรื่องการกบฏ หรือการที่ใครจะตราหน้าว่า 'ชั่วร้าย' หรือเรียกนางว่าทรราช

มันเป็นผลจากการกระทำที่นางเลือกเอง

นางไม่ปฏิเสธมัน

แต่การที่ต้องมาเห็นลูกๆ ของตัวเองเป็นแกนนำในการก่อกบฏ มันช่างบีบหัวใจเหลือเกิน

นางยกมือขึ้นปิดหน้า

หยดน้ำตาไหลรินผ่านง่ามนิ้ว

มันคือน้ำตาของผู้เป็นแม่

นางแทบจะไม่สามารถคงมาดของทรราชเอาไว้ได้อีกต่อไป

จะให้มาห่วงศักดิ์ศรีอะไรกันอีกหลังจากที่ได้เห็นภาพเหล่านั้น?

เวลาผ่านไป

เอลิซาเบธปาดน้ำตาและลุกขึ้นยืน

นางเดินออกจากท้องพระโรง

ฝีเท้าของนางกลับมาหนักแน่นดั่งราชินี สายตาเย็นชาและมั่นใจดุจทรราช ไม่หลงเหลือภาพของแม่ผู้เปราะบางให้เห็นอีกต่อไป

พระราชวังว่างเปล่า

ราชินีทรราชกลับไปที่ห้องบรรทมของตน

เพื่อพักผ่อน

ตลอดกาล

...

พระราชวังยอดแหลมสีคราม

พอลแบกศพของนีโอตรงดิ่งไปยังที่อยู่ของราชินี

เพื่อภารกิจสำคัญ

นีโอ อะเวกเกนเดมิก็อดผู้นี้สามารถรักษาคำสาปของราชินีได้

เขามีความสามารถ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าอาจมีผู้สนับสนุนที่ทรงพลังหนุนหลังอยู่

หากผู้สนับสนุนของนีโอรู้ว่าเขาถูกพวกกบฏฆ่าตาย พวกเขาคงได้หนีเสือปะจระเข้แน่

พอลวางแผนจะโยนความผิดเรื่องการตายของนีโอไปให้ราชินีทรราช

ด้วยวิธีนี้ พวกกบฏจะรอดพ้นข้อครหา

และพวกเขาอาจจะได้ผูกมิตรกับผู้สนับสนุนของนีโอด้วย

"นางหายไปไหน?" พอลคิด

ราชินีไม่ได้อยู่ในท้องพระโรง

เขาค้นทั่ววังแล้วแต่ก็ไม่เจอ

"ไม่อยู่ในห้องทำงาน ไม่อยู่ในท้องพระคลัง แล้วก็ไม่อยู่ในคลังอาวุธ นางไปมุดหัวอยู่ที่ไหน?"

"อย่าบอกนะว่า...!?"

เขารีบวิ่งไปยังห้องบรรทมของนาง

เมื่อเปิดประตูเข้าไป เขาก็พบนางอยู่ข้างใน

เสียงหัวเราะที่ว่างเปล่าหลุดออกมาจากปากของเขา

"นังสารเลวเอ๊ย..."

จบบทที่ บทที่ 16: ความโศกเศร้าของผู้เป็นแม่

คัดลอกลิงก์แล้ว