- หน้าแรก
- โคนัน ภารกิจทวงคืนเชอร์รี่ ของตาแก่ในร่างหนุ่ม
- บทที่ 11 โคนัน เธอไม่รู้สึกอายบ้างหรือไง?
บทที่ 11 โคนัน เธอไม่รู้สึกอายบ้างหรือไง?
บทที่ 11 โคนัน เธอไม่รู้สึกอายบ้างหรือไง?
เรื่องวุ่นวายที่โตเกียวทาวเวอร์จบลงแล้ว คนร้ายตัวจริงถูกตำรวจรวบตัวได้ องค์กรทำลาย SD การ์ดสำเร็จ ส่วนไอริชก็ถูกบลูซีนสังหารปิดปาก ทุกอย่างดูเหมือนจะลงเอยด้วยดีและสมบูรณ์แบบ ยกเว้นก็แต่ยินที่ดูจะไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก
คืนนั้น หลังจากบลูซีนจากไป ยินขับเฮลิคอปเตอร์วนเวียนรอบโตเกียวทาวเวอร์อยู่หลายรอบ แต่กลับไม่พบร่องรอยของคนอื่นตามที่บลูซีนบอกไว้เลยแม้แต่เงา
ยินไม่ได้สงสัยว่าบลูซีนโกหก เขาเพียงคิดว่าอีกฝ่ายทิ้งงานก่อนเวลาอันควรต่างหาก จึงเปิดโอกาสให้พวกหนูสกปรกบนหอคอยหนีรอดไปได้
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงกระหน่ำโทรหาบลูซีนไม่หยุด แต่ผลลัพธ์คือไม่มีใครรับสาย ซ้ำร้าย สิ่งที่ทำให้เขาหัวเสียที่สุดคือข้อความสั้นๆ ที่บลูซีนส่งกลับมาหลังจากนั้น
เดตอยู่ ห้ามรบกวน มีอะไรค่อยคุยทีหลัง
เยี่ยม… เยี่ยมยอดจริงๆ สมกับเป็นคนของรีเกล ไร้กฎระเบียบสิ้นดี พวกแกเห็นกฎวินัยขององค์กรเป็นอะไรกันห๊ะ แทบจะอกแตกตายอยู่แล้ว
เอาน่า เจ้ายิน ใจเย็นๆ ก่อนสิ
ภายในบาร์ ชิราคาวะ คิโยชิยิ้มพลางรินเหล้ายินใส่แก้วให้ยิน ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ ว่ายังไงซะปัญหาก็ถูกจัดการเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอ แค่คนนอกไม่กี่คนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า หนีได้ก็ปล่อยให้หนีไปเถอะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสักหน่อย
ยินแค่นเสียงเหอะอย่างเย็นชา ไม่ได้โต้ตอบอะไร
แม้จะยังหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่สิ่งที่รีเกลพูดก็ถูก บลูซีนจัดการภารกิจของตัวเองเสร็จสมบูรณ์แล้วจึงจากไป สรุปแล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น วิกฤตขององค์กรในครั้งนี้ก็ถือว่าผ่านพ้นไปได้อย่างปลอดภัย
ยินเปลี่ยนเรื่องทันที เรื่องเบอร์เบินกับคีร์ นายกับรัมจะเอายังไงกับสองคนนั้น
เขาหมายถึงสิ่งที่ชิราคาวะเคยเปรยไว้ในคืนแรกที่เจอกันว่า เบอร์เบินและคีร์มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นสายลับ ตอนนั้นยินยอมระงับสัญชาตญาณนักล่าเอาไว้เพราะเห็นแก่หน้าชิราคาวะ อีกทั้งองค์กรยังต้องรับมือกับวิกฤต SD การ์ด แต่ตอนนี้เมื่อภัยคุกคามภายนอกถูกกำจัดไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องตรวจสอบหนอนบ่อนไส้ภายในเสียที
อ้อ เรื่องนั้นน่ะเหรอ
ชิราคาวะรินน้ำอัดลมให้ตัวเอง พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม รัมเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว คาดว่าคงใช้เวลาอีกไม่กี่วัน รออีกหน่อยเถอะ วางใจได้เลย รับรองว่าตอนจบจะต้องถูกใจนายแน่ เจ้ายิน
ราวกับต้องการยืนยันคำพูด จู่ๆ โทรศัพท์มือถือของเขาก็สั่นเตือน มีข้อความจากเบอร์แปลกส่งเข้ามา เนื้อความระบุเพียงชื่อสั้นๆ
คูราโซ
รันจัง งานเลี้ยงรุ่นของพี่โซโนโกะ เราตามมาด้วยแบบนี้จะดีเหรอ
ท่ามกลางป่าไม้เขียวชอุ่ม โมริ รัน คาราสึมะ อิง และโคนันกำลังเดินเคียงไหล่กันไปตามทาง โดยมีรันกับอิงเดินขนาบข้าง ส่วนโคนันเดินอยู่ตรงกลาง
เมื่อคืนนี้ รันได้รับโทรศัพท์จากซึซึกิ โซโนโกะ เชิญให้มาร่วมงานเลี้ยงรุ่นของพี่สาว ซึซึกิ อายาโกะ เดิมทีรันตั้งใจจะปฏิเสธ แต่ทนลูกตื๊อของเพื่อนซี้ไม่ไหว อีกทั้งอายาโกะยังช่วยพูดโน้มน้าวทางโทรศัพท์ สุดท้ายเธอจึงต้องตอบตกลง และแน่นอน รันผู้ไม่เคยฉายเดี่ยวก็หิ้วอิงกับโคนันติดสอยห้อยตามมาด้วย
ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ฉันบอกพี่อายาโกะไว้เรียบร้อยแล้ว รันยิ้มหวานตอบอิงที่ยังมีสีหน้ากังวล
อิงเพิ่งย้ายมาญี่ปุ่นได้ไม่นาน แม้จะเริ่มสนิทสนมกับโซโนโกะที่เป็นเพื่อนร่วมห้องแล้ว แต่เธอก็ยังไม่เคยรู้จักมักจี่กับพี่สาวของโซโนโกะมาก่อน
จะว่าไป รันเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เธอยกนิ้วชี้แตะที่ปลายคาง แล้วพูดต่ออย่างไม่แน่ใจนักว่าเมื่อไม่นานมานี้ เหมือนพี่อายาโกะจะเพิ่งเปลี่ยนคู่หมั้นใหม่ด้วยนะ เอ๋ โคนันหลุดเสียงประหลาดใจทันที เพราะเขารู้จักซึซึกิ อายาโกะดี เธอคือคุณหนูใหญ่แห่งซึซึกิกรุ๊ป ผู้มีนิสัยอ่อนโยนเรียบร้อย แตกต่างจากน้องสาวอย่างโซโนโกะราวฟ้ากับเหว ถ้าจำไม่ผิด คู่หมั้นของเธอควรจะเป็นโทมิซาวะ ยูโซ ลูกชายคนที่สามของโทมิซาวะกรุ๊ปไม่ใช่เหรอ
สองคนนั้นหมั้นกันมาตั้งนานแล้ว จู่ๆ ทำไมถึงเปลี่ยนคน หรือว่าซึซึกิกรุ๊ปกับโทมิซาวะกรุ๊ปจะมีปัญหาขัดแย้งทางธุรกิจกัน
เหตุผลลึกๆ ฉันก็ไม่ค่อยรู้หรอกนะ รันส่ายหน้าเบาๆ แค่เคยได้ยินโซโนโกะเล่าว่าคู่หมั้นคนใหม่เหมือนจะเคยช่วยชีวิตพี่อายาโกะเอาไว้ ทั้งสองคนก็เลยสนิทสนมกัน แต่เห็นว่าเขาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเมื่อไม่กี่วันนี้เอง ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เจอเขาในงานเลี้ยงครั้งนี้ก็ได้นะ
หา… โคนันได้แต่ทอดถอนใจ แค่ได้ยินคำว่าผู้มีพระคุณกับอดีตคู่หมั้น พล็อตละครรักวัยรุ่นน้ำเน่าสุดซึ้งก็ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ ถึงเขาจะไม่ใช่ลูกหลานมหาเศรษฐี แต่ก็พอเดาได้ว่าการแต่งงานระหว่างตระกูลใหญ่มักมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง การที่ซึซึกิ อายาโกะกล้าขัดขืนการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ แถมยังทำสำเร็จอีกด้วย ก็นับว่าน่าชื่นชมอยู่เหมือนกัน
ทั้งสามคนเดินคุยกันไปเรื่อยๆ จนเข้าใกล้บ้านพักตากอากาศที่เป็นสถานที่จัดงาน บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในทำเลค่อนข้างพิเศษ เพราะมันอยู่อีกฟากหนึ่งของหุบเขา และมีสะพานแขวนไม้เก่าๆ เป็นเส้นทางเชื่อมต่อเพียงเส้นทางเดียว
ถ้าตัดสายสะพานแขวนนี้ขาด คนในบ้านพักก็คงถูกขังตายอยู่ที่นั่นสินะ ความคิดน่ากลัวผุดขึ้นมาในหัวของอิงโดยไม่รู้ตัว
ฮู่ว ถึงสักที อยู่ข้างหน้านี่เอง เอ๊ะ ตรงกลางสะพานเหมือนมีคนอยู่ด้วย คงไม่ได้จะไปบ้านพักเหมือนกันหรอกนะ
รันชี้ไปข้างหน้า อีกสองคนมองตามไป เห็นร่างของบุคคลลึกลับสวมชุดคลุมยาวสีดำปกปิดร่างกายมิดชิดยืนอยู่กลางสะพาน ดูเหมือนอีกฝ่ายจะได้ยินเสียง จึงหันกลับมามอง
เพียงแค่แวบเดียวที่หันมา ทั้งสามคนก็ยืนตะลึงจนตัวแข็ง ใบหน้าของบุคคลลึกลับถูกพันด้วยผ้าพันแผลจนมิดชิด ดูน่าสยดสยอง เขาจ้องพวกเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วข้ามสะพาน แล้วหายลับเข้าไปในป่ารอบๆ บ้านพัก
คนคนนั้นคงไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยงหรอกเนอะ รันยิ้มเจื่อนๆ
คงไม่หรอก… มั้ง อิงกับโคนันฝืนยิ้มแห้งๆ ออกมา
ยินดีต้อนรับจ้า
เมื่อทั้งสามมาถึงหน้าบ้านพักและกดกริ่ง คนที่มาเปิดประตูก็คือหญิงสาวผมสั้นคาดผมเปิดหน้าผาก ซึซึกิ โซโนโกะ เพื่อนสนิทของรัน
โธ่เอ๊ย พอเห็นรัน โซโนโกะก็เท้าเอวทำท่าแกล้งโมโหทันที อุตส่าห์เชิญมาทั้งที ทำไมมาช้านักล่ะยะรัน
ขอโทษทีจ้ะโซโนโกะ พอดีหลงทางนิดหน่อย รันตอบด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
ให้ตายสิ โซโนโกะไม่ได้โกรธจริงจัง เธอเลื่อนสายตาไปทางอิง ก่อนจะรีบปรี่เข้าไปจับมือเพื่อนใหม่ด้วยความดีใจ อิงจังก็มาด้วยเหรอ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เธอมาเที่ยวบ้านฉัน ไม่ต้องเกร็งนะ ทุกคนคุยง่ายทั้งนั้น
อื้อ อิงพยักหน้ารับสั้นๆ
แต่เมื่อโซโนโกะเหลือบไปเห็นเด็กแว่นตัวกะเปี๊ยกที่ดูเกะกะสายตา ใบหน้ายิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นเอือมระอาทันที รัน เธอกระเตงเด็กนี่มาด้วยอีกแล้วเหรอ โคนัน ตามติดพี่รันต้อยๆ แบบนี้ เธอไม่รู้จักอายบ้างหรือไงยะ
แหะๆ โคนันหัวเราะแห้ง แกล้งทำตัวไร้เดียงสากลบเกลื่อน แต่ในใจก็อดบ่นไม่ได้ ไม่ต้องให้เธอมาสั่งสอนฉันหรอกน่า
จริงๆ เลย พกเด็กมาด้วยแบบนี้ รันก็หาแฟนไม่ได้กันพอดีสิ
หาแฟน
สิ้นคำพูดของโซโนโกะ ทั้งสามคนก็ตะโกนออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย