- หน้าแรก
- มัจจุราชใบสั่งเลือด
- บทที่ 46 - ปืนบ้าอะไรเนี่ย
บทที่ 46 - ปืนบ้าอะไรเนี่ย
บทที่ 46 - ปืนบ้าอะไรเนี่ย
บทที่ 46 - ปืนบ้าอะไรเนี่ย
ผู้สมัครรายแรกหน้าตาออกไปทางชาวอเมริกาใต้ ผิวคล้ำ ดูแวบแรกก็เหมือนคนสุขภาพดีทั่วไป
มิลตันพยักหน้าเบาๆ "แนะนำตัวหน่อยสิ คิดว่าคุณคงรู้เงื่อนไขของฉันแล้ว"
"เคยประจำการกองพลทหารราบที่สอง กองทัพบกกัวเตมาลา ยศจ่าสิบตรี เพิ่งปลดประจำการ เคยผ่านแนวหน้า มีประสบการณ์รบจริงโชกโชน ชำนาญการใช้ปืนไรเฟิล ทั้งอาวุธค่ายโซเวียตและนาโต้ ถ้ามีการสอนงาน อาวุธประเภทอื่นผมก็พร้อมเรียนรู้ครับ"
แนวหน้าของพวกคุณนี่มันเหมือนไปเดินเล่นกันมากกว่ามั้ง...
อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าไอ้สงครามกลางเมืองที่พวกคุณคุยโวน่ะ จริงๆ ก็แค่การไล่ฆ่าชาวบ้านในเขตต่อต้าน เป็นการสังหารหมู่ชัดๆ
แต่จะไปคาดหวังอะไรมากก็คงไม่ได้... มิลตันถอนหายใจ พยักหน้าให้สัญญาณ "ว่าต่อสิ"
ผู้สมัครรายแรกนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ "ผมขอค่าจ้างเดือนละ 400 ดอลลาร์ หรือเงินพื้นฐาน 3,500 เกตซาล ทุกครั้งที่ออกรบ ผมขอค่าเบี้ยเลี้ยงการรบอย่างน้อย 100 ดอลลาร์ ถ้าเป็นภารกิจที่ไปตายแน่ๆ ผมมีสิทธิ์ปฏิเสธงาน"
"แล้วก็ ผมขอเบิกเงินเดือนเดือนแรก... ไม่สิ ขอเบิกค่าจ้างสัปดาห์แรกล่วงหน้า ได้ไหมครับ?"
ข้อเรียกร้องดูสมเหตุสมผล แต่ทำไมค่าตัวถูกจัง?
มิลตันระแวงคำว่า "ถูก" มาแต่ไหนแต่ไร เขาไม่รีบรับปาก แต่กวาดสายตาสำรวจผู้สมัครรายนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง
คราวนี้เขาเริ่มเห็นความผิดปกติ
นิ้วมือของหมอนั่นกระตุกเบาๆ ตลอดเวลา เวลาพูดมีกลิ่นหอมแปลกๆ ลอยออกมาจากปาก เหมือนพยายามกลบกลิ่นอะไรบางอย่าง แถมเหงือกยังมีสีคล้ำผิดปกติ
ข้อสันนิษฐานหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวมิลตันทันที
ต่างจากที่คนส่วนใหญ่จินตนาการไว้ พวกขี้ยาที่ผอมแห้งจนเหมือนศพเดินได้ พวกนั้นคือระยะสุดท้ายที่ใกล้ตายแล้ว
แต่พวกระยะแรก หรือระยะกลาง ตราบใดที่ยังไม่ลงแดง รูปลักษณ์ภายนอกแทบไม่ต่างจากคนปกติเลย
มิน่าล่ะถึงขอเบิกล่วงหน้า ที่แท้ก็ร้อนเงินนี่เอง!
มิลตันโพล่งถามออกไป "คุณเล่นยาเหรอ?!"
สีหน้าของผู้สมัครเปลี่ยนไปทันที เขาเริ่มลุกลี้ลุกลน น้ำเสียงตะกุกตะกัก "ผม... ผม..."
มิลตันมั่นใจในความคิดตัวเองทันที สีหน้าเคร่งขรึมลง "ขอโทษด้วย ทีมของฉันไม่รับพวกขี้ยา"
ชายคนนั้นหน้าถอดสีทันตา เขาถอนหายใจแล้วลุกขึ้นเดินจากไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก
ก่อนพ้นประตู เขาอดไม่ได้ที่จะหันกลับมาพูด "ผม... จริงๆ ผมไม่ได้อยากใช้ยาพวกนั้นเลย กองทัพต่างหาก... พวกเขาเอามันมาให้เราใช้เพื่อให้ตื่นตัวตลอดเวลา กว่าผมจะรู้ตัวมันก็สายไปแล้ว ผมไม่มีทางเลือก"
มิลตันหยุดกินบะหมี่ พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ฉันเชื่อคุณ แต่ฉันเชื่อยิ่งกว่าว่าเวลาลงแดง ความเป็นคนมันจะไม่เหลืออยู่เลย"
ผู้สมัครรายแรกเดินคอตกจากไป
ห้าหกนาทีต่อมา ผู้สมัครรายที่สองก็มาถึง เป็นกลุ่มทหารรับจ้างที่มีสมาชิก 5 คน
หัวหน้าทีมเดินเข้ามาจับมือมิลตัน "สวัสดีครับ ผมหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแมนทิส"
เสื้อยืดสีขาวซีดจนเหลือง แถมยังมีรอยปะ... กลิ่นคาวเลือดบนตัวแรงหึ่ง
เบื้องต้นยังไม่เห็นปัญหาอะไร
มิลตันถามคำถามเดิมๆ หัวหน้าทีมคนนี้ก็ตอบได้ดี... ทั้งเรื่องการแบ่งหน้าที่ในทีม อาวุธยุทโธปกรณ์ และรายละเอียดอื่นๆ
แถมพวกเขายังไม่ขอเบิกเงินล่วงหน้า ขอแค่จ่ายรายสัปดาห์ก็พอ
ดูเหมือนจะเข้าท่านะ?
มิลตันครุ่นคิด แล้วก็ทำเหมือนเดิม คือสังเกตการแต่งกายและรูปลักษณ์ของหัวหน้าทีมคนนี้ เพื่อหาจุดสังเกตเล็กๆ น้อยๆ
บนหน้าอกเขาห้อยจี้รูปปั้นคนหน้าตาประหลาด งานดูประณีต...
ดูจากการแต่งตัว ฐานะทางการเงินของพวกเขาน่าจะไม่ดีเท่าไหร่ ทำไมถึงเจียดเงินซื้อเครื่องประดับแบบนี้?
มิลตันมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นลูกทีมอีกสี่คนที่เหลือก็ห้อยจี้แบบเดียวกันที่คอ ถึงจะมองไม่ชัดแต่น่าจะเป็นแบบเดียวกันแน่ๆ
หัวหน้าทีมยังคงร่ายยาวต่อไป "กลุ่มเราประสบการณ์โชกโชน สมาชิกที่อาวุโสที่สุดเคยร่วมปฏิบัติการบุกจังหวัดคิเชเมื่อปี 1982 สร้างผลงานไว้มากมาย..."
"เดี๋ยวนะ ขอถามอะไรเสียมารยาทหน่อย" มิลตันขัดจังหวะ "พวกคุณนับถือศาสนาอะไร? คาทอลิก? หรือออร์โธดอกซ์?"
หัวหน้าทีมทำหน้าขึงขัง แก้ความเข้าใจผิดทันที "ไม่ ศรัทธาของเราคือลัทธิวูดูดั้งเดิม"
เวรเอ๊ย ดันนับถือลัทธิประหลาดจริงๆ ด้วย! แถมดูทรงแล้วน่าจะเป็นนิกายที่ดัดแปลงจนเข้าขั้นงมงายและชั่วร้ายกว่าต้นฉบับเสียอีก!
มิลตันขออยู่ห่างๆ พวกคลั่งศาสนา โดยเฉพาะพวกบูชาลัทธิมืด
ขีดจำกัดที่เขารับได้ คือคนที่นับถือศาสนาทั่วไปแบบพอดีๆ เท่านั้น
คนอื่นนอกเหนือจากนี้ ห้ามเข้าทีมเด็ดขาด
อีกอย่าง ไอ้ปฏิบัติการจังหวัดคิเชปี 1982 นั่น ความจริงมันคือการสังหารหมู่พลเรือนนับหมื่นศพ... บูชาลัทธิมืดแถมยังเคยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ นี่มันผู้ก่อการร้ายชัดๆ
คนบ้าที่ไหนจะรับผู้ก่อการร้ายเข้าทีม
มิลตันหาข้ออ้างที่ฟังดูสมเหตุสมผลมาปฏิเสธทันที "ขอโทษด้วย ฉันนับถือพระเจ้า ฉันคงร่วมงานกับพวกคุณไม่ได้"
คนแถวนี้ส่วนใหญ่นับถือคาทอลิกกันทั้งนั้น ข้ออ้างของมิลตันจึงฟังดูปกติมาก
โดยเฉพาะกับพวกที่เคร่งศาสนาจนเข้าเส้น ยิ่งไม่สงสัยในเหตุผลนี้
หัวหน้าทีมคนนั้นฉายแววโกรธเคือง แค่นเสียงฮึในลำคอแล้วลุกขึ้น ถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง ก่อนจะโบกมือเรียกลูกน้องขึ้นรถจากไป
มิลตันมองตามหลังพวกเขาไป พลางคีบบะหมี่เข้าปากแล้วถอนหายใจ "อะไรกันนักกันหนาเนี่ย วันก่อนฉันเพิ่งพูดไปหยกๆ ว่า 'พวกเชื่อพระเจ้ามีแต่คนงี่เง่า' กรรมตามสนองเร็วจริงแฮะ... เฮ้อ เหลือผู้สมัครกลุ่มสุดท้ายแล้ว หวังว่าจะราบรื่นนะ"
ผ่านไปอีกสิบกว่านาที ก็มีเสียงความเคลื่อนไหวดังมาจากหน้าร้าน
มิลตันมองออกไป
รถจี๊ป แรงก์เลอร์ วายเจ คันงามจอดเทียบท่า ชายสองหญิงหนึ่งกระโดดลงจากรถ อุปกรณ์ยุทธวิธีบนตัวพวกเขาอธิบายได้ด้วยคำเดียวว่า หรูหรา
แม้แต่กระติกน้ำสนามธรรมดาๆ ยังใช้ของแบรนด์เนม!
มิลตันทาเป็นประกาย
รถจี๊ป แรงก์เลอร์ รถดีนี่นา นี่คงเป็นคนที่ชื่อฟลอราสินะ? สมแล้วที่เป็นทีมทหารผ่านศึกจากชาติกลุ่มนาโต้ อย่างอื่นไม่รู้ แต่ดูแพงไว้ก่อน
ชายร่างยักษ์สองคนนั้นดูเหมือนกำลังบ่นอะไรกับฟลอราอยู่
"เหมือนเพราะไอ้ 'สรรพากรจากนรก' นี่ไม่ใช่เหรอ เราถึงโดนยกเลิกสัญญา? แล้วตอนนี้จะให้มาทำงานให้เขาเนี่ยนะ?"
"โทษ 'สรรพากรจากนรก' ไม่ได้หรอก ไอ้พวกงี่เง่านั่นบอกว่าค่าจ้างเราเอาไปจ้างอันธพาลได้ตั้ง 30 คน เลยไล่เราออก มันเอามาเทียบกันได้ที่ไหน?"
"เฮ้อ เอาเถอะ... หัวหน้า ผมว่าเราออกจากที่นี่กันเถอะ เราไส้แห้งจะตายอยู่แล้ว สงครามบ้านี่ก็ไม่ได้ทำให้เรารวยขึ้นเลย"
"...เลิกบ่นได้แล้ว เชื่อฉันสิ งานนี้ทำเงินแน่ พวกนายรออยู่นี่แหละ"
หลังจากสั่งลูกน้องเสร็จ ฟลอราก็ปลดปืนประจำกายวางไว้เบาะหลัง แล้วเดินตรงมาที่ร้านอาหารจีน
มิลตันกวาดตามองปืนของพวกเขา เอ็ม 16 สองกระบอก เอ็ม 4 เอ 1 หนึ่งกระบอก ติดอุปกรณ์เสริมสุดไฮเทคครบครัน อุปกรณ์ดีจริงๆ... เอ๊ะ เดี๋ยว?
เดี๋ยวก่อน!
ไอ้นั่นมัน เอ็ม 4 เอ 1 (M4A1) ไม่ใช่เหรอ?!
ไม่สิ ปืนรุ่นนี้เพิ่งจะได้ชื่อรุ่น เพิ่งจะเข้าประจำการไม่ใช่เหรอ?
ไปเอาเอ็ม 4 เอ 1 มาจากไหน?