- หน้าแรก
- มัจจุราชใบสั่งเลือด
- บทที่ 45 - โทษทัณฑ์อันเบาหวิว
บทที่ 45 - โทษทัณฑ์อันเบาหวิว
บทที่ 45 - โทษทัณฑ์อันเบาหวิว
บทที่ 45 - โทษทัณฑ์อันเบาหวิว
มิลตันกลับมาที่บังเกอร์ใต้ดินร้านยา เดินวนเวียนลูบคลำเจ้าปืนกล PKM อยู่หลายรอบ
จนกระทั่งแบรนดอนกับเวโรนิกาเริ่มมองด้วยสายตาแปลกๆ มิลตันถึงยอมตัดใจวางปืนลง โบกมือสั่งการ "เวโรนิกา เธอเฝ้าร้านยาต่อไป แบรนดอน นายไปงานรับรางวัลได้แล้ว อย่ามัวเดินเตร็ดเตร่"
"ลูกพี่ พี่จะเอารถผมไปใช้ไหม? รถพี่ให้ฮอร์นไปแล้วนี่"
"ไม่ล่ะ" มิลตันปฏิเสธที่จะใช้รถบุโรทั่งที่ยังไม่ได้ซ่อมของแบรนดอน "เดี๋ยวฉันซื้อใหม่ นายรีบเอารถนายไปซ่อมเถอะ"
เวโรนิกากับลูซขี่มอเตอร์ไซค์ มิลตันยิ่งไม่มีทางใช้
พวกเขามีเงินพอซื้อรถใหม่แล้ว แต่เพราะเงินมันเยอะเกินไป ตอนนี้เลยเกิดอาการเลือกไม่ถูก
สุดท้าย มิลตันก็ต้องเลือกรถด้วยตัวเอง
ยังไงซื้อรถบ้านก็ไม่ต้องใช้แต้มสีแดง มิลตันเลยเปิดระบบขึ้นมาเริ่มเลือกดู
แบรนดอนหน้าตาสดใส "ได้ งั้นผมไปก่อนนะ ไปดูซิว่ารอบนี้สถานีตำรวจจะให้โบนัสผมเท่าไหร่... หึๆ ไม่แน่ผมอาจจะได้เลื่อนยศเป็นจ่าก็ได้นะ ฮ่าๆ"
มองส่งรถโทรมๆ ของแบรนดอนแล่นออกไป มิลตันก้มหน้าเปิดหน้าต่างระบบ ไล่ดูตลาดรถยนต์
"มีแต่รถมือสอง รุ่นก็ไม่ครบ... อิทธิพลเรายังน้อยเกินไป ของรางวัลหลายอย่างยังล็อกอยู่"
มิลตันกวาดตามอง ส่วนใหญ่เป็นรุ่นที่คุ้นตา
ฟอร์ด เชฟโรเลต โตโยต้า บูอิค...
แต่ส่วนใหญ่เป็นรถเก๋งกับรถกระบะ
มิลตันอยากได้รถออฟโรดแท้ๆ สักคันมาเป็นพาหนะคู่กาย ในประเทศที่สาธารณูปโภคยังไม่พัฒนาแบบนี้ รถที่สมรรถนะดีๆ บางทีก็ช่วยชีวิตได้มหาศาล
"ออฟโรดมีของน้อยมาก นิสสัน พาโทรล ฟอร์ด บรองโก..." ขณะที่มิลตันกำลังเลือก จู่ๆ เขาก็สะดุดตากับรถคันหนึ่ง
แลนด์โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์ 90! ยางออลเทอร์เรนของ BFG แถมวางเครื่อง 5.0L V8 มาแล้วด้วย!
นี่มันรถเทพชัดๆ แถมศักยภาพในการแต่งต่อสูงมาก อย่างน้อยติดแท่นปืนกลบนหลังคาก็ไม่ใช่ปัญหา
ถึงจะเป็นรถมือสอง มีตำหนินิดหน่อย แต่โดยรวมถือว่าสภาพนางฟ้า!
ปัญหาจุกจิกอย่างเดียวที่แก้ไม่ได้คือ เจ้านี่กินน้ำมันดุเหมือนกะหรี่กระดกเตกีล่า... วิ่งทางเรียบยังซดน้ำมันถึง 18 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร
"ไม่สิ ไม่ถูก ที่ว่าแพงมันปัญหาของฉัน ไม่ใช่ปัญหาของรถ"
สายตาหยุดอยู่ที่มันนานขนาดนี้ มิลตันรู้ตัวแล้วว่าแลนด์โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์คันนี้คือรถในฝันของเขา
มิลตันกัดฟัน กดดูรายละเอียดของรถ แล้วมองไปที่ราคา
ต่อให้เตรียมใจมาแล้ว มิลตันก็ยังอึ้งไปพักใหญ่
"เกือบ 5 แสนแต้ม?! ต่อให้ไม่ใช่แต้มสีแดง ราคานี้มันไม่เวอร์ไปหน่อยเหรอวะ?!"
หักแต้มสีแดงที่ห้ามแตะต้อง (ต้องเก็บไว้ซื้อยานพาหนะหุ้มเกราะ) มิลตันมีแต้มธรรมดาเหลืออยู่ในมือราวๆ 5 แสนกว่าแต้ม
ในตลาดมืด แลนด์โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์ปีนี้สภาพนี้ อย่างมากก็ไม่เกิน 8 หมื่นดอลลาร์ แน่นอนว่าปกติมันเป็นของหายากมีเงินก็ซื้อไม่ได้
ราคา 5 แสนแต้มมันน่าตกใจจริงๆ
"...ก็ยังดีกว่าเอาแต้มติดตัวลงหลุมไป" มิลตันปวดใจจี๊ด แต่สุดท้ายก็กดแลก "ถือว่าสมเหตุสมผลละกัน ของที่แลกจากระบบเป็นของถูกกฎหมายมีทะเบียนถูกต้อง แค่ข้อนี้ก็คุ้มค่ามหาศาลแล้ว"
หลังจากลังเลอยู่ไม่นาน มิลตันก็ยอมจ่าย 5 แสนแต้ม
[แลกเปลี่ยนสำเร็จ เนื่องจากโรงจอดรถปัจจุบันมีผู้อื่นอยู่ รถจะปรากฏในพื้นที่ว่างชั่วคราว กรุณานำรถออกภายใน 20 นาที สถานที่อยู่ที่...]
มิลตันแทบรอไม่ไหว บอกลาเวโรนิกาอย่างลวกๆ แล้วรีบจ้ำอ้าวไปยังจุดรับรถที่ระบบระบุไว้
ไม่กี่นาทีต่อมา ในป่าละเมาะเล็กๆ มิลตันเห็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่คลุมด้วยผ้าใบ
ข่มความตื่นเต้นไว้ มิลตันทรกระชากผ้าใบออก เผยให้เห็นแลนด์โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์ สีเขียวมะกอกใหม่เอี่ยมอ่อง
เหมือนคนเพิ่งออกรถใหม่ทุกคน มิลตันเดินวนสำรวจรอบรถหนึ่งรอบ โรลบาร์จากโรงงาน กันชนหน้าเหล็ก กันชนหลังแบบท่อ สน็อกเกิ้ลที่ติดเพิ่มมา เยี่ยม!
คานแข็งหน้าหลัง สปริงขด โช้กอัพพวงมาลัย Bilstein เยี่ยม เยี่ยมยอด!
แอร์กับเครื่องเล่นซีดีเหมือนจะติดเพิ่ม แต่แอร์เย็นเฉียบ เครื่องเล่นซีดีก็ของโซนี่ คุณภาพคับแก้ว
พอบิดกุญแจสตาร์ต เสียงคำรามจากหัวใจ V8 ก็ไพเราะเสนาะหูเหลือเกิน
มองมุมไหนก็เจริญหูเจริญตา
นี่สินะความรู้สึกของคน "รักรถ"!
"หลังคาผ้าใบเปิดประทุน... อนาคตอาจจะดัดแปลงกันกระสุนได้ แต่ตอนนี้ทั้งแต้มทั้งเงินเกลี้ยงกระเป๋าแล้ว เอาแค่นี้ไปก่อน"
มิลตันรู้ว่าธุระสำคัญคืออะไร เขาดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว ขับรถคันใหม่มุ่งหน้าไปยังร้านอาหารจีน "ฟาสต์ช็อปสติกส์"
รูปลักษณ์บึกบึน เสียงเครื่องยนต์กระหึ่ม และราคาที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าแพงระยับ เรียกสายตาผู้คนตลอดสองข้างทาง
จอดรถเสร็จ มิลตันเดินเข้าไปในร้าน
เจ้าของร้านเป็นลูกครึ่งที่มีเชื้อสายจีน พอเห็นมิลตันเดินเข้ามาก็รีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มประจบประแจง "คุณลูกค้า วันนี้รับอะไรดีครับ?"
ต่อให้ไม่รู้จักมิลตัน แต่เห็นคนขับรถระดับนี้มา ก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่คนที่ควรไปตอแยด้วย
เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะโดนกินฟรี
มิลตันคิดถึงบ้านเกิด ไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษอะไรกับคนจีนโพ้นทะเล เขาควักแบงก์ 200 เกตซาลออกมา พูดเสียงเรียบ "เหมาเรร้านคุณสองชั่วโมง ให้คนอื่นออกไปเดี๋ยวนี้ ค่าอาหารฉันจัดการเอง"
ได้กินฟรีใครจะไม่ชอบ ลูกค้าคนอื่นไม่มีใครคัดค้าน รีบห่ออาหารใส่ถุงพลาสติกแล้วเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว
เห็นเงิน 200 เกตซาล เจ้าของร้านก็ยิ้มแก้มปริ แค่ 2 ชั่วโมงได้ตั้ง 200 คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
"เชิญครับเชิญคุณลูกค้านั่งก่อน เดี๋ยวผมเอาน้ำมาเสิร์ฟ อยากทานอะไรบอกได้เลยครับ รีโมตทีวีอยู่นี่ อยากดูช่องไหนกดได้เลยครับ!"
เฮ้อ... สุดท้ายก็หนีไม่พ้นอาหารจีนสไตล์อเมริกัน
มิลตันมองเมนูที่ไม่ชวนเจริญอาหาร แล้วสั่งผัดหมี่ไก่กับเนื้อผัดบลอกโคลีที่พอกินได้มา
ส่วนทีวี มิลตันไม่ได้เปลี่ยนช่อง พอดีมันกำลังเสนอข่าวท้องถิ่น
"โลเปซ เดอ เมนโดซา สมาชิกสภาท้องถิ่นให้คำมั่นว่า หากเขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกรัฐสภา เขาจะผลักดันการปฏิรูปยาในพื้นที่ เขาจะปกป้องสิทธิบัตรและผลประโยชน์ของบริษัทยา เพื่อให้บริษัทยาพัฒนาตัวยาใหม่ๆ ในการรักษาโรค ขณะเดียวกัน เขาจะเร่งผลักดันกระบวนการแปรรูปประกันสุขภาพให้เป็นเอกชน"
"เขาอ้างว่าการทำเช่นนี้จะเพิ่มประเภทยาและลดต้นทุนการใช้ยาได้อย่างมีนัยสำคัญ"
"ปัจจุบัน คะแนนนิยมของโลเปซพุ่งสูงกว่า 48%..."
"เกิดเหตุแหกคุกที่เรือนจำเมืองมาราแคน ยังไม่พบตัวนักโทษ..."
"..."
"เมืองมาราแคนทลายขบวนการลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายเสียชีวิตจากการโจมตีของแก๊งอันธพาล มีรายงานว่ามูลนิธิการกุศลไอวี่พัวพันกับเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ ผู้บริหารหลายรายถูกจับกุม"
"ศาลท้องถิ่นแถลงว่า พวกเขาขอประณามการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรง และจะไม่ยอมอ่อนข้อให้อาชญากรรมนี้ ผู้บริหารมูลนิธิไอวี่อาจเผชิญโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับเงินจำนวนมาก และต้องวางเงินประกันตัวสูงลิบลิ่ว"
"ผู้บริหารหลายรายอ้างว่าไม่รู้เห็นกับการกระทำของพนักงาน และจะจ้างทนายเพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของตน"
"สถานีตำรวจเตรียมจัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่เจ้าหน้าที่ผู้กล้าหาญ..."
"..."
มิลตันม้วนเส้นหมี่เข้าปาก ส่ายหน้าเบาๆ "เรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่" ที่ทำให้คนตายไปไม่รู้เท่าไหร่ รวมทั้งเด็กและคนท้อง สุดท้ายกลับโดนลงโทษแค่นี้
1 ปี? มิลตันมั่นใจเลยว่า คนพวกนี้ไม่ต้องเข้าไปนอนในคุกด้วยซ้ำ
ด่านตรวจ ตำรวจ ศาลในพื้นที่ ล้วนเป็นคนของพวกมัน ต่อให้จับได้คาหนังคาเขา ต่อให้หลักฐานมัดตัวแน่นหนาแล้วไง? สำหรับพวกมัน ก็แค่เสียโปรเจกต์ไปตัวนึงเท่านั้นเอง
มิลตันดูข่าวต่ออีกพักใหญ่ เมื่อเวลาใกล้ 15:30 น. ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งก็เดินเข้ามา นั่งลงที่โต๊ะ
"คุณมิลตัน 'สรรพากรจากนรก' ใช่ไหม? ผมมาสัมภาษณ์งาน"