เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 - พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

บทที่ 42 - พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

บทที่ 42 - พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ


บทที่ 42 - พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

ถนนสายเก่า ร้านยาเถื่อน

"เติมน้ำมันดีเซลเครื่องปั่นไฟเรียบร้อย... เครื่องกรองน้ำกับปั๊มน้ำทำงานปกติ"

แบรนดอนตรวจเช็กอุปกรณ์ต่างๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ

เขาล้วงธนบัตรใบละ 100 ดอลลาร์ออกมาจากกระเป๋า เพ่งมองใบหน้าบูดบึ้งของเบนจามิน แฟรงคลิน บนธนบัตรอย่างพินิจพิเคราะห์ สีหน้าบ่งบอกถึงความอาลัยอาวรณ์สุดขีด ก่อนจะหมุนตัวขวับ ยัดเงินใส่มือลิอาที่กำลังทำความสะอาดอยู่ใกล้ๆ

"หนูรับไว้นะ"

ลิอาตกใจกับเงินก้อนโตจนหน้าถอดสี เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธ "น้าแบรนดอน หนู... หนูรับไว้ไม่ได้หรอก... น้า... น้าจะไล่หนูออกเหรอคะ?"

หรือนี่จะเป็นค่าชดเชยเลิกจ้าง?

มิลตันที่นั่งครุ่นคิดอยู่ข้างๆ พูดแทรกขึ้นมาลอยๆ "เขาเพิ่งรวยมา ให้ก็รับไว้เถอะ"

แบรนดอนพยายามไม่หันไปมองแบงก์ร้อยดอลลาร์นั่นอีก เขามุดหน้าเข้ามาหามิลตันแล้วถามว่า "ว่าแต่ลูกพี่ พี่กำลังคิดอะไรอยู่?"

มิลตันจิบน้ำก่อนตอบ "ฉันกำลังคิดว่า ทีมเราตอนนี้คนน้อยเกินไป จะทำยังไงถึงจะหาคนเพิ่มได้ แล้วต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ด้วย"

"ลูซกับเวโรนิกาก็เพิ่งเข้าทีมมาไม่ใช่เหรอ? คนยังไม่พออีก?"

มิลตันแค่นเสียงหัวเราะ "สองคนนั้นนับเป็นหน่วยรบไม่ได้หรอก... ให้พวกเขารับมือการต่อสู้ระดับเมื่อวานก็เต็มกลืนแล้ว ถ้าเจอหนักกว่านี้ฝีมือแค่นั้นรับมือไม่ไหวแน่"

ตำแหน่งของสองคนนี้ในทีม ยังคงเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ช่วยมิลตันจัดการเรื่องภาษีจุกจิก รับมือพวกลูกกระจ๊อกข้างถนน ไม่ใช่หน่วยรบเต็มตัว

งานเอกสาร งานภาคสนาม และงานสู้รบ สามอย่างนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

แบรนดอนพอจะถูไถรับงานหนักๆ ไหว แต่อีกสองคนนั้นยังห่างชั้น

แถมต่อให้ฝืนเข็นลูซกับเวโรนิกาลงสนาม แค่สี่คนก็ยังน้อยเกินไปอยู่ดี

ลำพังแค่จะจัดเวรยามเฝ้าร้านยาตลอด 24 ชั่วโมง ก็ต้องใช้คนผลัดละ 2 คนแล้ว

แล้วอีกสองคนที่เหลือจะเอาแรงที่ไหนไปสู้?

"งั้นเสริมความแข็งแกร่งให้บังเกอร์เราดีไหม?" แบรนดอนเสนอไอเดีย "ล่อพวกมันเข้ามาสู้ในตึกเหมือนเดิม?"

มิลตันส่ายหน้าทันที น้ำเสียงหนักแน่น "ลูกไม้เดิมๆ พวกมันไม่หลงกลซ้ำสองหรอก คราวหน้าถ้ามา พวกมันต้องขนระเบิดมาถล่มยับแน่ กันไม่อยู่หรอก"

แบรนดอนเสนออีกทางเลือก "อืม... ได้ยินว่าสงครามกลางเมืองฝั่งเราใกล้จบแล้ว มีทหารรับจ้างหลายคนที่ถ้าไม่ว่างงาน ก็คงอยากผ่านทางเราขึ้นเหนือไปหาเงินกับพวกกบฏ... ลองหาทหารรับจ้างดูไหม?"

"ข่าวเรื่องเราถล่มโรงพยาบาลแพร่ออกไป หลายคนเริ่มจ้างการ์ดคุ้มกัน ช่วงนี้พวกทหารรับจ้างค่าตัวถูกเลยขายดีเป็นเทน้ำเทท่า... ส่วนพวกที่เคยเรียกค่าตัวแพงๆ ถ้าไม่ยอมลดค่าตัวก็คงตกงาน ฮ่าๆ!"

พูดถึงทหารรับจ้าง มิลตันก็นึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นใบปลิวโฆษณาแปะหาลูกค้าไปทั่ว ชวนให้สังเวชใจกับความเละเทะของประเทศเล็กๆ แห่งนี้

แต่มิลตันก็ยังส่ายหน้า "ทหารรับจ้างแถวนี้ มีแต่พวกหน้าเงิน ทำงานตามค่าจ้าง อาจจะมีความเป็นมืออาชีพอยู่บ้าง แต่ความน่าเชื่อถือต่ำติดดิน"

ถ้าศึกร้านยาครั้งก่อน เปลี่ยนจาก 'บอส' เป็นทหารรับจ้าง ป่านนี้คงยอมแพ้ไปนานแล้ว ดีไม่ดีอาจหันกระบอกปืนกลับมาเล่นงานพวกเดียวกันเองด้วยซ้ำ

แถมทหารรับจ้างส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีอุปกรณ์ดีเด่อะไร ภาพจำในหนังที่แต่งตัวเต็มยศ อาวุธครบมือ สู้ตายถวายหัว นั่นมันส่วนน้อยชัดๆ

แบรนดอนจนปัญญาแล้ว เขาหัวเราะแห้งๆ "งั้นก็หมดหนทาง สถานการณ์เราตอนนี้แย่เกินไป แถมไม่มีอำนาจรัฐในมือ... ถ้าผมคุมสถานีตำรวจ หรือลูกพี่คุมด่านตรวจได้ เรื่องคงง่ายกว่านี้เยอะ"

มิลตันนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนถาม "นายกับ 'บอส' คลุกคลีในตลาดมืดมานาน พอจะมีช่องทางที่ไว้ใจได้บ้างไหม? เราคิดวิธีหาคนไม่ออก คนอื่นอาจจะหาได้ก็ได้"

"อาจจะมี" แบรนดอนครุ่นคิดอย่างละเอียด "แต่วงคงไม่กว้างมาก ถ้าข่าวรั่วออกไป คนไม่หวังดีแห่กันมายังพอทน แต่ถ้าเผลอรับสายลับแก๊งฟานคังเข้ามา เราจบเห่แน่"

มิลตันพยักหน้า "วงแคบหน่อยก็ช่างมัน ลองดู เผื่อฟลุค"

พูดตามตรง สำหรับ 'เพื่อนร่วมทีม' ที่ใช้เงินจ้างมา มิลตันไม่ได้คาดหวังอะไรสูงส่ง

เวลาเพลี่ยงพล้ำจะหนีก็หนีไป อย่างน้อยอย่าหันปืนกลับมาใส่กัน อย่างน้อยอย่าให้ใครเอาเงินฟาดหัวแล้วทรยศนายจ้างง่ายๆ ก็พอ

พูดง่ายๆ คือขอแค่สู้ตอนสถานการณ์ได้เปรียบได้ก็พอแล้ว

"ได้... งั้นลองดู" แบรนดอนตอบตกลง "ไปร้านปืนเถื่อนกันเลยไหม เจ้าของร้านอาจมีช่องทางหาคน แถมเราจะได้ซื้ออาวุธเพิ่มด้วย"

เจ้าของร้านปืนเถื่อนเป็นคนที่ 'บอส' รู้จักและไว้ใจ อีกอย่างตอนนี้มิลตันไม่ได้อยู่ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนั้น การจะไปติดต่อก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

มิลตันนับเงินสดในมือแล้วลุกขึ้น "ไปกัน เอาทองแท่งนั่นไปด้วย ฉันเชื่อว่าร้านปืนคงไม่ปฏิเสธของแข็งอย่างทองคำหรอก"

รวมทองคำแล้ว หักค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาบังเกอร์ใต้ดินและเงินสำรองฉุกเฉิน มิลตันมีเงินทุนให้ใช้สอยราวๆ 8 หมื่นกว่าดอลลาร์

แบรนดอนรีบลุกขึ้น เดินออกจากร้านยาไปพร้อมกับมิลตัน

ตอนนี้เวโรนิกาเป็นคนเฝ้าร้านยา ส่วนลูซไปเช่าบ้านวิวดีใกล้สถานีตำรวจไว้ล่วงหน้า เพื่อคุ้มกันเส้นทางที่แบรนดอนจะไปร่วมงานมอบรางวัล

พอออกจากร้านยา แบรนดอนก็เดินนำหน้ามิลตันทันที

"ลูกพี่ ทางนี้ ทางมันซับซ้อนหน่อย..."

มิลตันแกล้งถามลอยๆ "ตลาดมืดแถวนี้ ยังมีธุรกิจอะไรอีกบ้าง?"

"ลึกเข้าไปหน่อยก็ร้านปืน ซ่องโสเภณี... ลึกกว่านั้นผมก็ไม่ค่อยรู้แล้ว อืม ถ้าไม่ได้รับความไว้วางใจ พี่จะไม่มีทางรู้เลยว่ามีร้านอะไรตั้งอยู่บ้าง อย่าว่าแต่ทำธุรกิจด้วยเลย" แบรนดอนอธิบาย ก่อนจะเริ่มระแวง "เอ่อ ลูกพี่ พี่คงไม่ได้คิดจะไปเก็บภาษีพวกมันใช่ไหม?"

มิลตันถอนหายใจ "นายเห็นฉันเป็นคนโง่หรือไง?"

อย่าว่าแต่ความยากลำบากในการเก็บภาษีที่นี่ หรือเวลาที่ต้องเสียไป... แค่ศัตรูที่มีอยู่ตอนนี้ก็เยอะพอแล้ว การไปประกาศศึกกับตลาดมืดทั้งระบบเป็นทางเลือกที่โง่บรม

อีกอย่าง ตลาดมืดไม่ได้แปลว่าจะชั่วร้ายเสมอไป โดยเฉพาะในที่ที่ขาดแคลนทรัพยากร

เมื่อระเบียบสังคม การผลิต และการนำเข้ากลับสู่ภาวะปกติ ธุรกิจตลาดมืดหลายอย่างจะหายไปเอง หรือไม่ก็กลายสภาพเป็นธุรกิจถูกกฎหมาย กลายเป็นฐานภาษีที่มั่นคง ส่วนพวกที่ยังดื้อดึงทำผิดกฎหมายอยู่ นั่นแหละคือหนองร้ายที่ต้องกำจัด

ขืนบ้าเลือดไล่ฆ่าไม่เลือกหน้าตอนนี้ เท่ากับขุดรากถอนโคนแหล่งภาษีในอนาคตทิ้งไปเปล่าๆ

เก็บภาษีได้แค่รอบเดียว เผลอๆ เงินที่ได้จะไม่คุ้มกับต้นทุนทำสงครามกับตลาดมืดด้วยซ้ำ

แบรนดอนหัวเราะ "แหะๆ ลูกพี่มาทางนี้ ข้างในนี้แหละ เจ้าของร้านชื่อ 'โกสต์วูล์ฟ' ไม่ต้องเกรงใจมันมากก็ได้"

ร้านปืนตั้งอยู่ในจุดที่ลับตาคนมาก ชัยภูมิเหมาะแก่การตั้งรับยากแก่การโจมตี

ยามเฝ้าประตูจำแบรนดอนได้ จึงปล่อยให้เข้าไปโดยไม่ซักถาม

"แบรนดอน กฎเดิมนะ พวกนายสองคนต้องฝากอาวุธไว้ที่เคาน์เตอร์"

หือ?!

มิลตันตวัดสายตามองอย่างไม่เป็นมิตร

ถ้าบังคับให้ส่งปืน เขาขอยกเลิกการซื้อขาย ยอมกัดฟันใช้แต้มสีแดงแลกอาวุธยังดีกว่า

รอให้เขาว่างมือเมื่อไหร่ ร้านปืนเถื่อนนี่เตรียมโดนตรวจสอบจนเจ๊งได้เลย

แบรนดอนรีบไกล่เกลี่ย "คนกันเองน่า ครั้งนี้หยวนๆ หน่อยเถอะ"

ยามจ้องกลับด้วยสายตาเย็นชา ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว คลังแสงอันทรงพลังของร้านทำให้เขามีสิทธิ์จะมองข้ามหัวสองคนนี้ "นี่คือกฎ หรือจะพูดให้ถูกคือ พวกนายยังไม่มีเพาเวอร์พอให้คุณ 'โกสต์วูล์ฟ' ยอมแหกกฎ"

มิลตันจ้องหน้ายามนิ่งๆ แล้วหันหลังเตรียมเดินออกไป

ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังออกมาจากในร้าน "ให้เพื่อนทั้งสองเข้ามาเถอะ"

"ฉันเชื่อว่าคุณ 'สรรพากรจากนรก' ผู้กล้ายิงปืนใหญ่ถล่มรถตำรวจ การที่เขายืนอยู่ตรงนี้ได้ แปลว่าเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายกับเรา"

ยามได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป สีหน้าเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกทันที

"คุณ... คุณคือ... 'สรรพากรจากนรก' คนนั้น?! เอ่อ ขอโทษครับ ขอโทษ... เมื่อกี้ผมจำท่านไม่ได้ ท่านกับคุณแบรนดอนเชิญด้านในเลยครับ เชิญครับเชิญ!"

มิลตันสูดหายใจลึก

ไอ้ฉายาบ้าบอ ฟังดูน่าเกลียดพิลึกนี่ มันดังมาถึงตลาดมืดแล้วเหรอ?

แล้วเขาก็ไม่ได้ยิงปืนใหญ่ใส่รถตำรวจด้วย ข่าวลือบ้าๆ นี่มันหลุดมาจากไหนกัน?

มิลตันข่มความรู้สึกอยากเดินหนีกลับบ้าน แล้วจ้องมองยามคนนั้นเขม็ง ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในร้านปืน

จบบทที่ บทที่ 42 - พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว