- หน้าแรก
- มัจจุราชใบสั่งเลือด
- บทที่ 41 - ความฉิบหายที่พวกมันก่อ
บทที่ 41 - ความฉิบหายที่พวกมันก่อ
บทที่ 41 - ความฉิบหายที่พวกมันก่อ
บทที่ 41 - ความฉิบหายที่พวกมันก่อ
เม็กซิโก รัฐเชียปาส โรงแรมเรดเบย์
ณ งานเลี้ยงฉลองชัยชนะของแก๊งฟานคัง ผ้าม่านกำมะหยี่ทิ้งตัวลงขนาบข้างห้องโถง โคมไฟระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับขับเน้นความหรูหราให้สว่างไสวไปทั่วงาน
กลางเวทีมีร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวหลายรายถูกแขวนห้อยลงมา พร้อมกับชายฉกรรจ์อีกหลายคนที่ถูกตัดแขนตัดขา สภาพร่างกายบิดเบี้ยวจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นมนุษย์
ราอูล มอนโตยา ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าขึ้นสู่จุดสูงสุดของเวที เขาตวัดมีดพับเหล็กดามัสกัสลวดลายวิจิตรราวกับงานศิลปะออกมา ตัดริบบิ้นที่ผูกรอบทาวเวอร์แชมเปญ ให้สายน้ำสีทองไหลรินลงมาตามขั้นบันไดหินอย่างนุ่มนวล
"แด่พี่น้องที่หลับใหลอยู่ก้นแม่น้ำกรีฮัลวาตลอดกาล!"
ฉัวะ!
สิ้นเสียงคำราม วินาทีถัดมาเขาก็ตวับมีดปาดคอหัวหน้าแก๊งโคโค่อย่างเลือดเย็น ยืนมองร่างนั้นล้มลงชักกระตุกด้วยรอยยิ้มมุมปาก เลือดสีแดงฉานพุ่งทะลักออกมาผสมปนเปกับแชมเปญที่กำลังไหลลงสู่พื้นเบื้องล่าง
ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นหอมหวานของสุรา เสียงโห่ร้องยินดีก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
"ชัยชนะ!"
ในขณะที่เสียงเชียร์ดังกระหึ่ม บรรดาพนักงานเสิร์ฟต่างพากันตัวสั่นงันงกขณะยกจานอาหารเข้ามาวางบนโต๊ะ
คาลอส คนสนิทของหัวหน้าด่านตรวจ นั่งจิบไวน์รสเลิศอยู่ที่โต๊ะพลางส่งยิ้มให้ราอูลที่เดินตรงเข้ามา
"ช่างเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่จริงๆ"
"แด่มิตรภาพ" ราอูลชนแก้ว "แล้วสินค้าที่พวกคุณอายัดไว้ จะคืนให้เราได้เมื่อไหร่?"
คาลอสยิ้มตอบ "กำลังดำเนินการขั้นตอนสุดท้าย ผมเดาว่าอย่างช้าไม่เกินสองวัน"
"คุณก็รู้ว่าสินค้าล็อตนั้นมูลค่าที่แท้จริงมันเท่าไหร่" สีหน้าของราอูลจริงจังขึ้นเล็กน้อย "ในรถบรรทุกไม่ได้มีแค่ยา แต่ยังมีเครื่องมือแพทย์... การที่เราหาของราคาถูกมาได้ ไม่ได้แปลว่ามูลค่าของมันจะต่ำเตี้ยเรี่ยดิน มันสำคัญกับเรามาก ผมต้องเอามันคืนมา"
แม้น้ำเสียงจะแฝงแววข่มขู่ แต่คาลอสยังคงรักษาท่าทียิ้มแย้ม "ผมรับประกัน พรุ่งนี้เย็นคุณจะได้เห็นรถบรรทุกของคุณ แค่จ่ายภาษีนำเข้าตามมูลค่าสินค้าห้าหมื่นดอลลาร์ใหม่อีกรอบก็เรียบร้อย เชื่อว่าเงินแค่นี้คงไม่ระคายขนหน้าแก๊งฟานคังในตอนนี้หรอก"
"เยี่ยม"
เมื่อข้อตกลงบรรลุผล บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็ผ่อนคลายลง ความสนใจของทุกคนมุ่งไปที่อาหารรสเลิศตรงหน้า
สิบนาทีต่อมา ลูกน้องคนหนึ่งของแก๊งฟานคังก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในงาน ตรงดิ่งมาที่โต๊ะของราอูลด้วยท่าทีร้อนรน
"มีเรื่องอะไร?" ราอูลไม่ได้เงยหน้ามอง จิ้มเนื้อลูกหมูย่างเข้าปากอย่างใจเย็น
ลูกน้องคนนั้นเหลือบมองคาลอสแวบหนึ่งแล้วเงียบไป
ราอูลวางมีดและส้อมลง หันไปจ้องหน้า "ฉันสั่งให้พูด"
ลูกน้องคนนั้นถึงยอมเปิดปาก "มิลตัน... เมื่อคืนมิลตันพาพวกบุกโจมตีคลินิกเซนต์ลูเซีย บุกเข้าไปถึงห้องดับจิต แล้วก็หนีรอดไปได้ครับ"
สีหน้าของราอูลเปลี่ยนไปทันที เขาหันขวับกลับมาตวาดลั่น "ไอ้ลูกเวร! มันบ้าไปแล้วหรือไง มันรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรลงไป!"
แต่เพียงชั่วครู่อารมณ์เกรี้ยวกราดก็สงบลง "อืม... ช่วงนี้เราไม่ได้ยุ่งกับพวกศพ มิลตันคงไม่เจออะไรหรอก ไม่ต้องตื่นตูม ปิดข่าวให้เงียบ อย่าให้เรื่องแพร่งพรายออกไปก็พอ"
ธุรกิจแบบนี้ แก๊งฟานคังเป็นเพียงแค่ถุงมือคู่หนึ่งของกลุ่มผลประโยชน์ที่ใหญ่กว่า หรืออาจเป็นแค่ถุงมือข้างเดียวจากนับพันข้าง หากเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา แก๊งเล็กๆ ชายขอบอย่างพวกเขาคงถูกขยี้ทิ้งในพริบตา
เมื่อเห็นลูกพี่อารมณ์เย็นลง ลูกน้องคนเดิมจึงกลั้นใจรายงานต่อด้วยเสียงสั่นเครือ "แล้วก็... มิลตัน พาคน... ไป... ไปที่โรงงานกำจัดขยะ..."
"..."
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงชั่วขณะ
"ว่าไงนะ!"
ถ้าบอกว่าตอนได้ยินเรื่องบุกโรงพยาบาล ราอูลแค่ตึงเครียด แต่พอได้ยินคำว่า "โรงงานกำจัดขยะ" เหงื่อเย็นเยียบก็ผุดซึมเต็มหน้าผากทันที!
ดวงตาของเขาแดงก่ำแทบถลน กระเด้งตัวลุกจากเก้าอี้ พุ่งเข้าไปจิกเล็บลงบนเนื้อแขนลูกน้องจนเลือดซิบ
"แกพูดว่าอะไรนะ?! พูดอีกทีซิ! ไอ้คนบ้านั่นมันไปที่ไหนนะ!"
"เปโดรมันเป็นหมูหรือไง! มันเป็นถึงผู้กำกับไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงปล่อยให้มิลตันเจอที่นั่นได้ สินค้าล็อตนั้นเป็นของกลุ่มซีนาโลอาเชียวนะ! แกเข้าใจไหมว่ากลุ่มซีนาโลอาคือใคร! พวกมันคือกองทัพขนาดย่อมๆ เลยนะเว้ย!"
"ต่อให้พวกค้ายาไม่มาเล่นงานเรา ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป พวกกบฏซาปาตาที่กำลังบ้าคลั่งไล่ปราบยาเสพติดได้แห่มาถล่มเราเละแน่! พวกมันกำลังไล่ล่าเรื่องนี้อย่างกับหมาบ้า!"
"ไอ้มิลตัน ไอ้คนวิปลาส ถ้ามันอยากตายนักก็อย่ามาลากพวกเราไปตายด้วยสิวะ!"
ราอูลที่เพิ่งกวาดล้างศัตรูมาหมาดๆ กลับต้องมาสัมผัสถึงความตายที่จ่อรดต้นคอในวินาทีนี้!
ลูกน้องคนนั้นไม่เคยเห็นลูกพี่สติแตกขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยเห็นแววตาที่เต็มไปความหวาดกลัวอย่างแท้จริงฉายชัดในดวงตาของราอูล
เขาส่ายหน้าด้วยความกลัวไม่แพ้กัน "เปโดร... เปโดรบอกว่า... ก่อนมิลตันจะบุกเข้าไป หลักฐานทั้งหมดถูกทำลายไปแล้ว พวกมันเจอแค่ยาโตรกลิทาโซนจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น"
"ลูกพี่... พี่น้องเราทำเต็มที่แล้วจริงๆ... พวกเขา... พวกเขาถูกมิลตันฆ่าเรียบ ไม่เหลือเลยสักคน! แม้แต่... แม้แต่ตำรวจที่เราซื้อตัวไว้ก็ตายไปหลายศพ! ไอ้บ้านั่นมันเก่งเกินคน!"
"ลูกพี่รู้ไหม มัน... มันกล้าถึงขนาดยิงปืนใหญ่ใส่รถตำรวจกลางถนน! แถมยังออกใบสั่งให้โรงงานกำจัดขยะอีก มันคือปีศาจเก็บภาษีจากขุมนรกชัดๆ!"
พอได้ยินว่าหลักฐานไม่หลุดรอด ราอูลถึงค่อยๆ ดึงสติกลับมาจากความหวาดผวา มือที่กำแน่นค่อยๆ คลายออก
ได้ยินว่าลูกน้องตายไปมากมาย ได้ยินว่ารากฐานของแก๊งฟานคังในเมืองมาราแคนถูกถอนรากถอนโคน เดิมทีเขาควรจะโกรธจนตัวสั่น
แต่ตอนนี้ ในใจของราอูลกลับมีแต่ความโล่งอก!
"ในเมื่อเรื่องไม่บานปลาย งั้นเรื่องนี้ต้องเหยียบให้มิด!" ราอูลสูดหายใจลึก โบกมือสั่งการ "ห้ามให้เบื้องบนรู้เด็ดขาด"
ส่วนลูกน้องที่ตายไป ส่วนใหญ่ก็แค่พวกปลายแถว ตายไปก็ช่างมัน
ลูกน้องคนนั้นพยักหน้ารับ "คนที่รู้เรื่องโดนเก็บหมดแล้วครับ"
ราอูลถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความอยากอาหารหายไปจนหมดสิ้น เขาหันไปมองคาลอสแล้วแค่นหัวเราะ "ด่านตรวจของพวกแกนี่ สร้างตัวตึงขึ้นมาได้แสบทรวงจริงๆ นะ หือ? 'สรรพากรจากนรก' ฆ่าคนเป็นผักปลา ฟังดูน่ากลัวพิลึก"
คาลอสวางมาดผู้ดี ยิ้มอย่างเสียดาย "พรรคพวกของเขา จะต้องชดใช้ในไม่ช้า"
ราอูลยิ้มเยาะ "ไอ้พวกนั้นมันเป็น 'ฮีโร่' ของฝั่งพวกแกไม่ใช่หรือไง นายจะให้พวกมันชดใช้ยังไง? นายมีปัญญาทำอะไรพวกมันด้วยเหรอ?"
สุดท้ายก็ไม่พ้นต้องยืมมือแก๊งมาจัดการไม่ใช่หรือไง
"พวกเราย่อมแตะต้อง 'ฮีโร่' ไม่ได้อยู่แล้ว" คาลอสเช็ดปากอย่างเชื่องช้า "แต่ถ้าเป็นนักโทษอุกฉกรรจ์ที่แหกคุกออกมาล่ะ? ถ้ามันเกิดอยากแก้แค้นมิลตันที่ทำลายธุรกิจของมันขึ้นมาล่ะ?"
ราอูลเทอาหารที่เหลือทั้งหมดลงบนโต๊ะ "เท่าที่ฉันรู้ ไม่มีนักโทษคนไหนมีเอี่ยวกับธุรกิจนี้ แล้วจะมีผลประโยชน์อะไรมาเกี่ยวข้อง? ออกจากคุกมาได้ จะมีเหตุผลอะไรต้องไปฆ่ามิลตันที่ไม่เคยมีความแค้นต่อกัน ทำไมไม่ฉวยโอกาสหนีไปซะล่ะ?"
คาลอสยิ้มไร้อารมณ์ "พวกเราตัดนิ้วน้องสาวมันไปหนึ่งนิ้ว แล้วยัดใส่ไว้ในมื้อเที่ยงของมัน"
คำตอบนั้นทำเอาราอูลส่ายหน้า ก่อนจะถามต่อ "แล้วมันจะลงมือยังไง? ตัวคนเดียวจะไปสู้มิลตันได้เรอะ?"
"พรุ่งนี้ ที่สถานีตำรวจจะมีงานมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ"
ราอูลชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "คาลอสเอ๋ย... บางทีฉันก็รู้สึกว่าพวกแกน่ะ เหมือนมาเฟียยิ่งกว่าฉันซะอีก"
คาลอสลุกขึ้นจัดเสื้อผ้า "คุณราอูล ไม่คิดจะทำอะไรหน่อยเหรอ?"
สงครามระหว่างแก๊งจบลงแล้ว ราอูลสามารถแบ่งกำลังคนมาจัดการมิลตันได้แล้ว
ราอูลเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ "รถฮัมวีหุ้มเกราะ M1114 หนึ่งคัน พร้อมรถเอสยูวีสองคัน ปืนกล M2 บราวนิงก์สองกระบอก เครื่องยิงลูกระเบิด MGL Y2 อีกหนึ่งกระบอก ระเบิดแรงสูงอีก 300 กิโลกรัม คนอีก 15 คน ทั้งหมดเป็นมือดีที่ผ่านการฆ่าคนมาแล้วในสนามจริง... ภายในสามวัน กองกำลังนี้จะพร้อมรบ"
สำหรับแก๊งเล็กๆ อานุภาพการยิงระดับนี้ถือว่าเป็นการเทหมดหน้าตัก!
ถ้าไม่ใช่เพราะเพิ่งถล่มแก๊งโคโค่จนยึดอาวุธมาได้เพียบ ราอูลคงไม่มีปัญญาควักอาวุธหนักขนาดนี้มาจัดการมิลตันแค่คนเดียว
เว้นเสียแต่เขาจะขนอาวุธออกมาจนเกลี้ยงฐานบัญชาการ
การส่งกองกำลังขนาดนี้ออกไป แสดงให้เห็นชัดเจนว่าความมุ่งมั่นที่จะกำจัดมิลตันของราอูลนั้นแรงกล้าเพียงใด
คาลอสยังคงลังเลเล็กน้อย "ผมได้ยินมาว่า มิลตันยิงปืนแม่นมาก"
"ในแก๊งยังมีเสื้อเกราะหนักเก็บไว้อีกสามชุด" ราอูลงัดของดีก้นหีบที่สะสมมานานหลายปีออกมา "คนคุมปืนกลกับเครื่องยิงลูกระเบิดสามคนนั้น จะได้ใส่เสื้อเกราะพวกนี้อย่างคุ้มค่าแน่นอน"
"เยี่ยมมาก" คาลอสวางใจในที่สุด "งั้นถือว่า... ความร่วมมือราบรื่น? หัวหน้าด่านตรวจ คุณวัลตา อดใจรอจะมาพบคุณแทบไม่ไหวแล้ว"
หัวหน้าด่านตรวจมาด้วยตัวเอง แสดงว่ารายละเอียดทุกอย่างลงตัว ความร่วมมือถือเป็นอันเสร็จสมบูรณ์
ราอูลฉีกยิ้มกว้าง "ความร่วมมือราบรื่น!"