เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - มิเช่นนั้นต้องมีคนตายอีกเพียบกว่าจะจบเรื่อง

บทที่ 33 - มิเช่นนั้นต้องมีคนตายอีกเพียบกว่าจะจบเรื่อง

บทที่ 33 - มิเช่นนั้นต้องมีคนตายอีกเพียบกว่าจะจบเรื่อง


บทที่ 33 - มิเช่นนั้นต้องมีคนตายอีกเพียบกว่าจะจบเรื่อง

บุกเข้าไป!

ลูซกดหมวกยุทธวิธีของตัวเองให้แน่นขึ้นตามสัญชาตญาณ ก่อนจะหักพวงมาลัยพารถไปจอดที่หน้าประตูโรงพยาบาล

ที่หน้าประตูมีประตูรั้วไฟฟ้าแบบยืดหดได้ขวางทางอยู่ ข้างๆ กันเป็นป้อมรปภ.ที่ก่อด้วยอิฐและปูน

ในสายตาของมิลตัน ชายคนหนึ่งที่เอวเหน็บปืน TEC-9 และมีรอยสักสไตล์แก๊งฟานคังเต็มตัว เดินหาววอดๆ ออกมาจากป้อมรปภ.อย่างเชื่องช้า เขาเดินมาที่รถเชฟโรเลต คาไพรซ์ แล้วเคาะกระจก

"มาทำอะไร? ลดกระจกลงซิ!"

ท้องฟ้ามืดแล้ว แถมกระจกรถยังติดฟิล์มดำ คนข้างนอกแทบจะมองไม่เห็นสภาพภายในรถเลย

โรงพยาบาลมักจะไม่ใช่เป้าหมายของการโจมตี ส่วนพวกนักเลงแก๊งฟานคังที่ถูกจ้างมาเป็นรปภ.ก็แค่มาเดินเบ่งบารมี ไม่เคยเจอการบุกถล่มจริงๆ สักครั้ง ความระมัดระวังตัวจึงต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

แถมเมื่อคืนแก๊งเพิ่งปะทะกับเจ้าหน้าที่ตรวจการไปหมาดๆ คนส่วนใหญ่เลยคิดว่าคงไม่มีทางเกิดเรื่องซ้ำสองเร็วขนาดนี้แน่

ดีมาก... จัดการมันซะก่อนที่มันจะรู้ตัว!

มิลตันเอื้อมมือไปหมุนกระจกลงเล็กน้อย พร้อมกับยกปากกระบอกปืนรูกอร์ มาร์คทู ขึ้น แล้วเหนี่ยวไกติดต่อกันทันที

แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก!

ความง่วงในแววตาของ "รปภ." ยังไม่ทันจะเปลี่ยนเป็นความกลัว ก็ถูกกระสุนเจาะทะลุหน้าผาก แรงปะทะของกระสุนปั่นสมองของมันจนเละในพริบตา

บรืน! ตูม!

แทบจะพร้อมกันนั้น เครื่องยนต์ V8 ใต้ฝากระโปรงรถก็คำรามก้องอย่างเกรี้ยวกราด นี่คือเสียงของรอบเครื่องที่พุ่งแตะขีดแดงในเสี้ยววินาที!

แรงกระชากมหาศาลกดหลังมิลตันติดเบาะ รถพุ่งชนประตูรั้วไฟฟ้าจนกระเด็น ก่อนจะพุ่งเข้าไปจอดปิดทางเข้าโรงพยาบาล!

รถยังไม่ทันจอดสนิทมิลตันก็กระชากประตูรถเปิดออก คว้าปืน FN FAL อันหนักอึ้ง แล้วพุ่งเข้าไปในโรงพยาบาลพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมอีกสองคน ตามแผนคือเขารับผิดชอบเคลียร์ทางเดินตรงกลาง ส่วนอีกสองคนจัดการปีกซ้ายและขวา

พอเข้าประตูมา มิลตันก็เห็นนักเลงสองคนที่เอวห้อยปืนกลมือ กำลังมองมาที่ประตูด้วยความงุนงง

ปัง ปัง ปัง!!!

มิลตันเหนี่ยวไกใส่สองคนนั้นโดยไม่ลังเล!

กระสุนอานุภาพสูงเจาะทะลุกระดูกหน้าอกของคนแรก เลือดสาดกระจายพร้อมกับชิ้นส่วนอวัยวะและเศษกระดูกที่พุ่งออกมาจากแผ่นหลัง

คนที่สองโดนกระสุนระเบิดกะโหลกหายไปครึ่งซีก ศพของมันล้มฟาดลงบนเคาน์เตอร์พยาบาลดังตึง

ศัตรูทางปีกซ้ายขวาก็ถูกเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนเก็บเรียบ

เสียงปืนดังขึ้นไม่ถึงหนึ่งวินาที

รปภ.ที่ถูกลอบโจมตีตายเรียบวุธ อย่าว่าแต่จะต่อสู้เลย ไม่มีใครทันได้ตอบโต้ด้วยซ้ำ!

หมอและพยาบาลที่เข้าเวรอยู่ถึงกับช็อก จนกระทั่งเสียงปืนสงบลงและรปภ.ล้มลงไปกองกับพื้น พวกเขาถึงได้สติแล้วรีบมุดลงไปหลบใต้โต๊ะด้วยความหวาดกลัว

มิลตันไม่มีเวลามาสนใจพวกเขา พอเคลียร์ภัยคุกคามเสร็จ เขาก็รีบเดินจ้ำไปทางบันได ระหว่างผ่านลิฟต์ก็ยิงใส่แผงปุ่มกดจนพังยับเพื่อตัดระบบลิฟต์

นี่เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูชั้นบนลงลิฟต์มา ทำให้แบรนดอนที่เฝ้าชั้นหนึ่งทำงานง่ายขึ้น

โทรศัพท์บนโต๊ะประชาสัมพันธ์ก็โดนยิงจนเละเป็นเศษพลาสติกเช่นกัน

ยังดีที่นี่ไม่ใช่อเมริกา... ไม่อย่างนั้นใครจะรู้ว่าจะมีระบบแจ้งเตือนภัยแปลกๆ อะไรซ่อนอยู่อีกไหม

ทันใดนั้น พยาบาลคนหนึ่งที่โดนเลือดกระเด็นใส่หน้าก็กรีดร้องขึ้นมา!

"กรี๊ดดด—"

หมอและพยาบาลคนอื่นในโรงพยาบาลแม้จะไม่ได้ร้องออกมา แต่ทุกคนก็ตัวสั่นเทา หน้าซีดเผือด

มิลตันหยุดเดินทันที กวาดสายตามองหมอและพยาบาลที่สั่นกลัว โดยเฉพาะพยาบาลคนเมื่อกี้ที่ส่งเสียงดัง

พยาบาลคนนั้นทรุดลงกับพื้น มองมิลตันด้วยความสยดสยอง ไม่กล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่นิดเดียว

เธอเคยเห็นคนตายมาเยอะ แต่ไม่เคยเห็นแววตาของใครที่ดูเหมือนผ่านทะเลเลือดและภูเขาศพมาขนาดนี้ เขาฆ่าคนมามากมาย และดูเหมือนจะไม่รังเกียจที่จะฆ่าเพิ่มอีกสักคนสองคน

"คนฉลาดจะไม่เอาชีวิตตัวเองมาทิ้งเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้เจ้านาย อยู่เฉยๆ อย่าขยับ"

มิลตันทิ้งคำพูดไว้แค่นั้น แล้วรีบพาลูซมุ่งหน้าไปทางบันได พวกเขาต้องลงไปที่ห้องดับจิตชั้นใต้ดิน เพื่อหาตัวคนที่น่าจะรู้เรื่อง หรือเบาะแสที่ซ่อนอยู่ที่นั่น

พวกหมอไม่น่าจะรู้ข้อมูลลึกๆ อย่างจุดเปลี่ยนขวดยาหรอก

แบรนดอนรับหน้าที่คุมเชิงบันไดและประตูทางเข้า เขามองพวกหมอพยาบาลแล้วพูดเสียงเหี้ยม "ลูกพี่ผมบอกว่า ถ้าใครกล้าแหกปากหรือขยับตัว โรงพยาบาลนี้จะต้องมีคนตายอีกเพียบเพื่อดับความโกรธของเขา"

กูไม่ได้หมายความแบบนั้น ไอ้เวรเอ๊ย อย่ามาแปลคำพูดกูมั่วซั่ว!

มิลตันแทบจะสะดุดขาตัวเอง แต่เวลาเร่งรัด เขาทำได้แค่ด่าลูกน้องจอมใส่ไข่ในใจ แล้วรีบบุกลงชั้นใต้ดินไปพร้อมกับลูซ

ลงมาหนึ่งชั้น ถึงหน้าประตูบานคู่ของโถงบันได มิลตันไม่ได้ผลีผลามบุกเข้าไป

ไม่ว่าข้างในจะมีศัตรูหรือไม่ ก็ต้องสมมติว่ามีไว้ก่อน

มิลตันย่อตัวลงที่ด้านขวาของประตู เปิดวิทยุสื่อสารกระซิบสั่งลูซ "ยิงกลอนประตูให้พัง ถีบประตูเปิด แล้วโยนระเบิดเข้าไปทันที"

"สาม สอง หนึ่ง"

ปังปัง! ตึง!

มิลตันยิงกลอนประตูพังแล้วถีบประตูเปิดออก พร้อมกับขว้างระเบิดรุก MK3A2 เข้าไปทางด้านซ้าย หางตาเขาเห็นลูซทำแบบเดียวกัน

ระเบิดตกถึงพื้นผ่านไปสองวินาทีเต็มๆ ถึงมีเสียงฝีเท้าเร่งรีบสองคู่ดังมาจากหลังกำแพง!

แต่หนีตอนนี้ก็สายไปแล้ว!

ตูม! ตูม!

สิ้นเสียงระเบิดกัมปนาทสองครั้ง มิลตันก็พุ่งตัวเข้าไปทันที แล้วยิงซ้ำใส่สมาชิกแก๊งฟานคังที่นอนกองอยู่บนพื้นแบบเน้นๆ สามนัด

เสียงลูซที่มีคลื่นแทรกดังมาจากวิทยุ "ซ้ายเคลียร์"

มิลตันพยักหน้า "ขวาเคลียร์... ห้องดับจิตนี่ใหญ่มาก อาจจะมีศัตรูอีก ค้นให้ละเอียด"

พวกลูกกระจ๊อกแก๊งฟานคังพวกนี้ดูปุ๊บก็รู้ว่าเป็นพวกปลายแถว ฝีมือการรบเทียบกับพวกนักฆ่าที่มาถล่มเขาเมื่อคืนไม่ได้เลยสักนิด

พวกนักฆ่าก่อนหน้านี้ถึงจะไม่ใช่มืออาชีพจ๋า แต่ก็ไม่รอให้ระเบิดตกพื้นตั้งสองวินาทีค่อยหนีหรอก ป่านนั้นพวกมันคงถอยไปตั้งหลักกันหมดแล้ว

"ศัตรูฝีมืออ่อนหัด เร่งความเร็วในการเคลียร์พื้นที่ได้"

ลูซยกปืนเดินระวังหน้า พลางขมวดคิ้วบ่น "โรงพยาบาลแค่นี้ต้องใช้ห้องดับจิตใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ... แปลกชะมัด"

มิลตันก็คิดว่าน่าสงสัย แต่ในระบบแจ้งว่าตู้เก็บศพแถวนั้นว่างเปล่า เขาเลยไม่เสียเวลาไปสนใจ "ที่กว้างขนาดนี้ ไม่น่าจะมีคนเฝ้าแค่สองคนหรอก เวลาค้นห้องอย่าประหยัดระเบิด เวลาเรามีค่า"

"ครับ... รับทราบ"

เจอจุดอับสายตา หรือจุดที่น่าจะมีคนซุ่มยิง ก็ปาระเบิดแสงหรือระเบิดมือเข้าไปก่อนเลย การบุกทะลวงจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ไม่ถึงหนึ่งนาที ทั้งสองก็เคลียร์พื้นที่ห้องดับจิตไปได้กว่าสามในสี่ มั่นใจได้ว่าตอนที่มุ่งหน้าไปทางขวาซึ่งเป็นจุดที่น่าจะมีเบาะแสซ่อนอยู่ จะไม่โดนยิงตลบหลัง

เพียงแต่ตลอดทางพวกเขาไม่เจอศัตรูคนอื่นเลย...

มิลตันดูนาฬิกา "ศัตรูที่เหลือน่าจะซ่อนอยู่ในจุดเป้าหมาย ระวังแนวยิงและกับดัก เรามีเวลาถอนตัวอีก 3 นาที 26 วินาที"

"รับทราบ!"

ทั้งสองรุกคืบไปทางขวาอย่างระมัดระวัง ไม่นานก็เห็นประตูบานหนึ่งที่ไม่มีป้ายระบุอะไรเลยอยู่ที่สุดทางเดิน

นี่น่าจะเป็นจุดรับยาเถื่อนที่เจ้าของร้านยาบอกสินะ?

"ในห้องมีเบาะแสสำคัญ ใช้ระเบิดมือไม่ได้" มิลตันสั่งการอย่างใจเย็น "เตรียมระเบิดแสง บุกแบบไดนามิก ถ้ามีศัตรู ให้พยายามใช้วิธีที่ไม่ถึงตายจัดการ แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองเป็นหลัก"

"ฉันจะเข้าทางด้านถนัด นายเข้าทางด้าน..."

ยังพูดไม่ทันจบ หลังประตูก็มีเสียงตื่นตระหนกดังออกมา

"คนข้างนอก พี่ชายข้างนอก ได้ยินไหม? เราจะออกไป! เรายอมแพ้ เฮ้ เพื่อนใจเย็นๆ นะ อย่าเพิ่งยิง!"

มิลตันชะงัก ยอมแพ้ง่ายๆ งี้เลยเหรอ?

แต่ไม่ต้องสู้ก็ดีที่สุดแล้ว มิลตันตะโกนกลับไปทันที "ชูมือเหนือหัว หันหลัง เดินถอยหลังออกมาช้าๆ ถ้าไม่ทำตาม ฉันจะยิงทิ้งทันทีโดยไม่เตือน!"

"พวกแกมีเวลา 10 วินาที จบนับถอยหลังฉันจะบุกทันที!"

มิลตันไม่อยากโดนพวกแกล้งยอมแพ้หลอกตลบหลัง แถมที่บอกว่า 10 วินาที จริงๆ เขาจะให้เวลาแค่เจ็ดแปดวินาทีเท่านั้น กันพวกมันเตรียมตัวทัน

ข้างในห้องเกิดความโกลาหลขึ้นทันที

"เฮ้! เดี๋ยวก่อน..."

"เก้า"

"ไม่ เดี๋ยว..."

"แปด"

"ได้! ได้ เราจะออกไปเดี๋ยวนี้!"

คนข้างในไม่กล้าลองดีกับความอดทนของมิลตัน ประตูค่อยๆ ถูกผลักเปิดออก... แต่เสียงของพวกมันดูเหมือนจะเจือไปด้วยความอัปยศ?

จากนั้น ชายคนหนึ่งที่เปลือยล่อนจ้อน มีรอยสักแก๊งฟานคังเต็มตัว ก็ชูมือเดินถอยหลังขากะเผลกออกมา ตัวของมันเหนียวเหนอะหนะอย่างน่าสงสัย

ตามมาด้วยคนที่สอง คนที่สาม...

ผู้ชายหลายคน สภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ราวกับเพิ่งผ่านศึกกามกิจอันเร่าร้อนมา

มิลตัน: "..."

ภาพตรงหน้าทำเอามิลตันคลื่นไส้และงงเป็นไก่ตาแตก ไอ้พวกแก๊งฟานคังพวกนี้มันทำบ้าอะไรกันอยู่ข้างใน?

จบบทที่ บทที่ 33 - มิเช่นนั้นต้องมีคนตายอีกเพียบกว่าจะจบเรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว