เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 - คนที่คาดไม่ถึง

บทที่ 34 - คนที่คาดไม่ถึง

บทที่ 34 - คนที่คาดไม่ถึง


บทที่ 34 - คนที่คาดไม่ถึง

มิลตันถอนหายใจยาว พูดเสียงเย็น "คุกเข่าลง เรียงแถวหน้ากระดาน! ข้างในยังมีพวกแกอีกไหม?!"

ถึงจะน่าขยะแขยงแต่เวลาไม่มีแล้ว สอบสวนมันทั้งอย่างนี้แหละ!

ชายคนแรกทั้งหวาดกลัวและอับอาย ปกติเขาเป็นฝ่ายฆ่าตำรวจ จับเมียและลูกสาวตำรวจมาประจานข่มขืนแล้วฆ่า แต่วันนี้เขากลับต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้เสียเอง!

"มะ ไม่มีแล้ว เหลือแค่พวกเราสามคน"

มิลตันพยักหน้า หันไปสั่งลูซ "นายเฝ้าหน้าประตูไว้ อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามเข้าไป ฉันจะสอบปากคำก่อน"

ลูซยกปืนแนบกำแพง "รับทราบ"

ลองดูว่าจะรีดข้อมูลจากเชลยสามคนนี้ได้ไหม แล้วค่อยฆ่าทิ้ง จากนั้นค่อยเข้าไปในห้องสุดท้ายพร้อมกัน

มิลตันกลัวว่าในห้องจะมีกับดัก และเชลยสามคนนี้อาจเป็นภัยคุกคามจากด้านหลัง

"แก ไอ้คนจู๋เล็กที่สุดนั่นแหละ" มิลตันมองไปที่ชายคนแรก "รู้ไหมว่าขวดยาต้นฉบับพวกนี้อยู่ที่ไหน? ตอบเบาๆ ให้ฉันได้ยินคนเดียว"

การไม่ให้ทั้งสามคนรู้คำตอบของกันและกัน ช่วยป้องกันการเตี๊ยมกันได้ดี

"ฉะ ฉันบอกได้ แต่แกต้อง..."

ปัง! ปัง! ปัง!

มิลตันรัวกระสุนใส่หน้าอกชายคนนั้นสามนัด จบปัญหาน้ำท่วมทุ่ง

"คนต่อไป" มิลตันเขี่ยศพที่จมกองเลือดออกไป มองไปที่สมาชิกแก๊งคนที่สอง "คำถามเดิม ตอบเบาๆ"

สิ้นเสียงปืน อีกสองคนที่เหลือหน้าซีดเผือด

น่ากลัวเกินไปแล้ว... ทั้งสองแทบจะลงไปกองกับพื้น ต่อหน้าหัวหน้าแก๊งอย่างราอูล มอนโตยา ยังไม่เคยกดดันขนาดนี้!

คนที่สองตัวสั่นงันงก ตอบเสียงค่อย "ฉันไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอน แต่เหมือนจะอยู่ที่ถนนกรีนลีฟ ทิศนั้นแหละ เพราะของส่งมาจากทางนั้น..."

ถนนกรีนลีฟ... ก็คือสลัมที่เวโรนิกา เจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นหายตัวไป

อยู่แถวนั้นเองเหรอ? ดูน่าเชื่อถืออยู่เหมือนกัน เพราะเวโรนิกาก็หายไปแถวนั้น

ปัญหาคือถนนกรีนลีฟมันกว้างมาก ยิ่งบอกแค่ "ทิศทางถนนกรีนลีฟ" ยิ่งกว้างเข้าไปใหญ่

ถ้าไม่มีเวลาสักสามวันคงค้นไม่เจอแน่... ข้อมูลไร้ประโยชน์สิ้นดี

มิลตันดูนาฬิกาอีกครั้ง หันกระบอกปืนไปที่คนสุดท้าย จ้องหน้ามันแล้วถาม "ตาแกแล้ว ตอบคำถามฉัน"

สมาชิกแก๊งคนที่สามเห็นเพื่อนตอบแล้วไม่โดนยิง ก็รีบกระซิบตอบ "ตำแหน่งคร่าวๆ น่าจะอยู่ทางสลัมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง ชื่อ ชื่อกรีนลีฟ..."

ทันใดนั้น ในห้องที่ลูซเฝ้าอยู่ ก็มีเสียงอู้อี้แผ่วเบาดังลอดออกมา

"อื้อ... อื้ม!!!"

นี่มัน... เสียงคนนี่หว่า!

ข้างในยังมีคนอีก!

ไอ้พวกแก๊งฟานคังมันกล้าหลอกเขา?!

โชคดีที่เขารอบคอบพอให้ลูซเฝ้าหน้าประตูไว้!

มิลตันไม่รอให้คนที่สามพูดจบ เหนี่ยวไกสังหารระยะเผาขนทั้งสองคนทันที แล้วพุ่งไปยืนที่หน้าประตูฝั่งที่ตนถนัดอย่างรวดเร็วที่สุด

"ลูซ เตรียมพร้อมรบ!"

"ลูกพี่ คือว่า..." ลูซขมวดคิ้ว น้ำเสียงมีความลังเล แต่ก็แฝงความตื่นเต้นและดีใจ "เสียงนี้ ผมฟังดูคุ้นๆ นะ!"

มิลตันชะงัก "คุ้นยังไง?"

พอถามจบมิลตันก็นึกขึ้นได้ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นแปลกใจ "นายหมายถึง เวโรนิกา?"

ความจริงแล้วในใจของทุกคนต่างคิดว่าเวโรนิกาตายไปแล้ว เจ้าหน้าที่รัฐที่โดนแก๊งเม็กซิกันจับตัวไปจะมีจุดจบดีๆ ได้ยังไง?

ลูซก็แค่หวังว่าจะได้ศพเพื่อนกลับไปเท่านั้น

"ใช่ครับ!"

"ดี ฟังคำสั่งฉัน ระวังตัวตอนเข้าไป" มิลตันเลือกที่จะเชื่อสัญชาตญาณเพื่อนร่วมทีม เขาวางระเบิดแสงลง "ข้างในอาจจะยังมีศัตรู"

"รับทราบ"

"สาม สอง หนึ่ง"

ตึง ทั้งสองผลักประตูเข้าไปพร้อมกัน แยกกันเคลียร์พื้นที่คนละฝั่ง

มิลตันก้าวเท้าเข้าห้อง สายตากวาดไปไม่เจอศัตรู... แต่ที่มุมห้องมีเตียงพยาบาลที่ถูกดัดแปลงเป็นเครื่องทรมานวางอยู่

บนเตียงนั้นมีร่างหญิงสาวหุ่นดี สวมเศษผ้าที่ดูเหมือนชุดเจ้าหน้าที่ตรวจการขาดวิ่น เธอกำลังดิ้นรนอย่างสุดชีวิต จนนิ้วเท้าจิกเกร็งและคลายออกสลับกัน

บนตัวเธอมี "อุปกรณ์การแพทย์" ยัดอยู่หลายจุด บนพื้นก็มีตกเกลื่อน

เห็นได้ชัดว่าเธอถูกจับมาเป็นเครื่องบำเรอกามอยู่ที่นี่นานพอสมควรแล้ว

"อื้อ... อื้ม!"

เห็นภาพนี้มิลตันถึงเข้าใจว่าทำไมไอ้สามคนข้างนอกถึงแก้ผ้า... ไอ้พวกแก๊งฟานคังสมองกลวงพวกนี้ เพื่อสนองตัณหาตัวเอง ถึงกับเก็บคนที่ควรจะถูกฆ่าปิดปากไว้จนถึงตอนนี้ แล้วดันดวงซวยโดนเขามาเจอเข้าพอดี!

"เวโรนิกา!" ลูซแทบอยากจะหันกลับไปยิงศพไอ้สามตัวข้างนอกซ้ำอีกรอบ เขารีบเข้าไปดึงของต่างๆ ออกจากตัวเธอ "บ้าเอ๊ย... พวกมันทำอะไรกับเธอเนี่ย?"

พอได้ยินเสียงคนคุ้นเคย เวโรนิกาก็ดิ้นน้อยลง พอปากเป็นอิสระพูดได้ เธอก็ถามด้วยความตกตะลึง "ลูซ? นายเหรอ?! เชี่ย นายหาที่นี่เจอได้ไง?"

หรือว่าเสียงระเบิดและเสียงปืนเมื่อกี้ เป็นฝีมือของเพื่อนร่วมงานคนนี้?

ลูซมันจนกรอบไม่ใช่เหรอ ไปเอาความเก่งกาจและอุปกรณ์พวกนี้มาจากไหน?

ไม่สิ ลูซไม่มีปัญญาหรอก ต้องเป็นคนที่อยู่ข้างๆ เขาแน่!

เขาเป็นใคร?

มิลตันมั่นใจว่าเวโรนิกาพ้นขีดอันตรายแล้ว จึงพูดแทรกขึ้น "เก็บเรื่องรำลึกความหลังไว้ก่อน เวโรนิกา เธอรู้ไหมว่ามูลนิธิไอวี่เปลี่ยนขวดยาโตรกลิทาโซนที่ไหน?"

เจ้าหน้าที่สาวดูอ่อนเพลียและบอบช้ำมาก แต่โชคดีที่จิตใจยังไม่แตกสลาย

"โรงงานกำจัดขยะหลังถนนกรีนลีฟ ฉันเผลอไปสืบเจอเรื่องนี้เข้าเลยโดนพวกมันหมายหัว" เวโรนิกาโซซัดโซเซลงจากเตียง เธอมองมิลตันแวบหนึ่งแล้วถอนหายใจ "นายต้องเป็น 'สรรพากรจากนรก' มิลตันแน่ๆ? พวกแก๊งฟานคังพูดถึงแต่นายตั้งแต่เมื่อวาน... พี่ชาย ฉันได้ยินชื่อเสียงนายมาแล้ว นายแม่งเจ๋งว่ะ ของจริง!"

"..." มิลตันกำหมัดแน่น ข้ามหัวข้อนี้ไป "ในห้องนี้มีเบาะแสสำคัญอย่างอื่นอีกไหม?"

โรงงานกำจัดขยะ จริงๆ แล้ว "บอส" เคยเปรยๆ ไว้เหมือนกัน แต่มิลตันกับแบรนดอนไม่ได้ใส่ใจ และถึงใส่ใจตอนนั้นก็วิเคราะห์อะไรไม่ได้อยู่ดี

ถ้า "บอส" ยังอยู่ ภารกิจนี้คงง่ายกว่านี้เยอะ...

เวโรนิกาส่ายหน้า "ไม่มีแล้ว เท่าที่ฉันรู้นะ"

เธอดูออกว่าเวลากระชั้นชิด อีกฝ่ายเสี่ยงตายมาช่วยเธอ ผ่านความดีใจที่รอดตายมาได้ เธอก็กลับมามีสติ ไม่พูดพร่ำทำเพลง

"เหลือเวลา 1 นาที 36 วินาที ถอนตัวทันที" มิลตันดูนาฬิกา เปิดวิทยุสื่อสาร "ลูซพยุงคนเจ็บตามฉันมา แบรนดอนสตาร์ตรถ เปิดประตูรอ เราจะไปโรงงานกำจัดขยะ"

"แบรนดอนรับทราบ... พวกนายเจอเพื่อนที่หายไปแล้วเหรอ? เธอยังไม่ตาย?"

"ใช่"

มิลตันกลับขึ้นมาที่ชั้นหนึ่ง กำลังจะเดินไปที่ประตู หางตาก็เหลือบไปเห็นพยาบาลที่นั่งสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ข้างๆ

เขาดูเวลา แล้วยื่นมือขวาออกไปจับพยาบาลคนนั้นบิดแขนไพล่หลัง ปิดปากกดลงกับผนัง กระชากเสื้อผ้าเธอออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วโยนให้เวโรนิกาที่อยู่ข้างหลัง

ปิดท้ายด้วยการสับสันมือเข้าที่ต้นคอพยาบาลจนสลบเหมือด

กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาแค่สามวินาที

"ขึ้นรถ" มิลตันนั่งลงที่เบาะหน้าข้างคนขับ โยนเสื้อเกราะอ่อนที่ถอดทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ไปที่เบาะหลัง "ใส่ซะ กันกระสุนปืนพกได้ คาดเข็มขัดด้วย"

เสื้อเกราะตัวนี้ทำจากเส้นใยเคฟลาร์ พื้นผิวไม่เรียบเนียน ถ้าใส่เลยจะเสียดสีจนผิวหนังถลอกปอกเปิก

มิลตันถึงได้ลอกคราบเสื้อผ้ามาให้เวโรนิกาก่อนจะออกมา

รถสตาร์ตเครื่องยนต์แล้ว เลี้ยวกลับรถออกจากโรงพยาบาล มุ่งหน้าสู่โรงงานกำจัดขยะด้วยความเร็วเต็มพิกัด

ปฏิบัติการบุกจู่โจมตั้งแต่เริ่มจนถอนตัว ใช้เวลาไปทั้งหมด 4 นาที 21 วินาที ถือว่าสมบูรณ์แบบ

พอโรงพยาบาลลับสายตาไป ทุกคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เวโรนิกาที่นั่งเบาะหลังใส่เสื้อผ้าและอุปกรณ์เสร็จ คาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย ก็เปรยขึ้นมา "ผู้ชายอะไรโคตรเท่"

"นี่ลูกพี่พวกเรา มิลตัน"

"คนขับคือหมวดแบรนดอน"

"ขอบใจพวกนายมากที่ช่วยชีวิตฉัน ซาบซึ้งใจจริงๆ... ตั้งแต่โดนจับมาฉันโดนเวียนเทียนตลอด ไอ้พวกเม็กซิกันนี่มันสัตว์นรกชัดๆ!"

โดนขนาดนั้นยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ เธอก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน...

มิลตันไม่รู้จะต่อบทสนทนายังไง เลยสั่งเสียงเรียบ "ใส่อุปกรณ์เสร็จแล้วก็หยิบ TEC-9 มากระบอกนึง"

"ว้าว ผู้ชายโคตรเท่!"

"..."

ภารกิจดำเนินมาถึงขั้นตอนสุดท้าย แถมยังช่วยเพื่อนกลับมาได้อีกคน ศัตรูก็โดนอัดอยู่ฝ่ายเดียว บรรยากาศในรถเลยผ่อนคลายขึ้นเยอะ เริ่มมีการพูดคุยหยอกล้อกัน

แต่มิลตันยังคงตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

เขาเคยเห็นความเร็วในการปฏิบัติการของแก๊งฟานคังมาแล้ว จึงไม่ประมาทเด็ดขาด

มิลตันไม่สนใจเวโรนิกา หันไปถามแบรนดอนที่กำลังขับรถ "เมื่อกี้มีอะไรผิดปกติไหม?"

"ไม่มี" แบรนดอนส่ายหน้า "แต่อย่างที่ลูกพี่บอก โรงพยาบาลมันใหญ่เกินไป ผมคุมได้แค่ประตูหน้า แต่ความเป็นไปได้ที่จะมีคนหนีออกทางประตูหลังมีสูงมาก ถึงเราจะยื้อเวลาได้บ้าง แต่ก็ต้องสมมติว่าตอนนี้ศัตรูรู้ข่าวแล้ว..."

ทันใดนั้น ทางขวาของสี่แยกข้างหน้า ก็มีเสียงเครื่องยนต์คำรามดังแว่วมา

หืม?!

มิลตันคว้าพวงมาลัยข้างๆ แล้วหักเลี้ยวไปทางซ้ายอย่างแรงโดยสัญชาตญาณ!

เอี๊ยดดด!

หน้ารถสะบัดไปทางซ้ายอย่างรุนแรง ยางรถเสียการยึดเกาะบางส่วนส่งเสียงเสียดสีบาดหู!

ตัวมิลตันกระแทกเข้ากับประตูรถฝั่งขวาอย่างจัง

ทันใดนั้น รถจี๊ป แกรนด์ เชอโรกี ZJ สีดำสนิทที่ปิดไฟหน้า ก็พุ่งออกมาจากถนนทางขวา เฉียดกันชนหน้าของรถเชฟโรเลต คาไพรซ์ ไปแค่นิดเดียว!

จบบทที่ บทที่ 34 - คนที่คาดไม่ถึง

คัดลอกลิงก์แล้ว