- หน้าแรก
- มัจจุราชใบสั่งเลือด
- บทที่ 32 - บุกทะลวง
บทที่ 32 - บุกทะลวง
บทที่ 32 - บุกทะลวง
บทที่ 32 - บุกทะลวง
หลังจากได้ยินคำตอบยืนยันและมั่นใจว่าคนตรงหน้าคือ "สรรพากรจากนรก" เจ้าของร้านยาก็ดูเหมือนจะหมดอาลัยตายอยาก ยิ้มขื่นๆ ออกมา "แกอยากรู้อะไรก็ถามมาเถอะ... อ้อ คำตอบสำหรับคำถามเมื่อกี้คือ ไม่มี ที่นี่ไม่มีขวดยาต้นฉบับ"
นี่โดนฉายาห่วยๆ นั่นขู่จนกลัวหัวหดเลยเหรอ? เขาคงตระหนักได้ว่าตัวเองและครอบครัวมีสิทธิ์โดนฆ่าจริงๆ เลยยอมจำนนโดยสิ้นเชิง?
มิลตันทำหน้านิ่ง "แกไปรับของมาจากไหน ฉันต้องการตำแหน่งที่แม่นยำที่สุด"
ขืนบอกตำแหน่งกว้างๆ อย่าง "โรงพยาบาล" กว่ามิลตันจะไล่ค้นทีละห้องจนเจอเบาะแส ตำรวจคงมาล้อมตึกไว้หมดแล้ว
ปฏิบัติการทั้งหมดต้องใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที!
"คลินิกเซนต์ลูเซีย ชั้นใต้ดิน เข้าห้องดับจิตแล้วเลี้ยวขวาสุดทาง แต่ทางฝั่งนั้นดูเหมือนจะไม่มีขวดยาต้นฉบับเหมือนกัน"
เมืองมาราแคนมีโรงพยาบาลสองแห่ง คือโรงพยาบาลรัฐบาลมาราแคน และคลินิกเอกชนเซนต์ลูเซีย
แห่งแรกคนแน่นเอี๊ยด ทรัพยากรขาดแคลน สกปรกซกมก ขนาดเล็ก และค่ารักษาถูก ส่วนแห่งหลังตรงกันข้ามทุกอย่าง
พอได้ข้อมูลนี้มา หน้าจอระบบของมิลตันก็เด้งรายการข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องขึ้นมาให้ซื้อทันที
มิลตันไม่ลังเล จ่าย 2,000 แต้มสีแดงซื้อทันที
[ในห้องดับจิตของคลินิกเซนต์ลูเซียมีคดีลักลอบค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ซ่อนอยู่]
ข้อมูลถูกต้อง เยี่ยม
แค่ได้ข้อมูลนี้ก็พอแล้ว
บางทีเจ้าของร้านอาจจะรู้อะไรมากกว่านี้ แต่มิลตันแยกแยะออกว่าอะไรสำคัญเร่งด่วน อะไรที่ไม่เกี่ยวกับเป้าหมายตรงหน้าล้วนไม่สำคัญ!
สิ่งที่ต้องทำต่อไปง่ายนิดเดียว ไปโรงพยาบาล จับคนที่รู้เรื่องสักคนมาเค้นถามสถานที่เปลี่ยนขวดยา หรือหาเบาะแสที่เกี่ยวข้อง แล้วบึ่งรถไปจับให้ได้คาหนังคาเขา!
มิลตันลุกขึ้นยืน โบกมือ เตรียมให้เพื่อนร่วมทีมจัดการเก็บงาน
ทันใดนั้น เจ้าของร้านที่ร่อแร่เต็มทีก็เงยหน้าขึ้นตะโกน "เดี๋ยวก่อน!"
มิลตันชะงักฝีเท้า ดูนาฬิกา แล้วมองลงไปที่เจ้าของร้าน "มีอะไรอีก?"
เจ้าของร้านถอนหายใจยาว พูดว่า "ตู้เซฟอยู่ใต้เครื่องคิดเงิน รหัส 013099 เงินทั้งหมดแกเอาไป แต่ครอบครัวฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ได้โปรดปล่อยพวกเธอไป"
"ที่อยู่พวกเธอคือ..."
เขารู้จุดจบของตัวเองดี แต่หวังจะใช้เงินก้อนนี้ซื้อชีวิตครอบครัวจากปากกระบอกปืนของ "สรรพากรจากนรก"
มิลตันมองเขาลึกซึ้ง แล้วเขียนใบสั่งและใบเสร็จรับเงินวางไว้บนตัวเจ้าของร้าน รับปากคำขอร้องที่ไม่มากเกินไปนี้
"ได้"
เจ้าของร้านยึดคติว่าถ้าตัวเองไม่ได้เงินชั่วๆ นี้ก็อย่าหวังว่าคนอื่นจะได้ บวกกับเศษเสี้ยวความดีงามสุดท้ายในใจ จึงพูดต่อว่า "อีกอย่าง ยาโตรกลิทาโซนมีปัญหา ลูกค้าคนท้องของฉันกินแล้วตาย อย่าซื้อไปใช้"
มิลตันยกปืนขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ "ฉันรู้"
เจ้าของร้านขยับท่านั่งให้สบายขึ้น พยักหน้า "ฉันไม่มีอะไรจะพูดแล้ว"
ปัง
กระสุนเจาะเข้าสมอง ปลิดชีพทันทีโดยไร้ความเจ็บปวด
แบรนดอนและลูซในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย เห็นเรื่องแบบนี้มาเยอะแล้ว พวกเขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปรับอารมณ์ หันไปมองมิลตันเพื่อรอคำสั่งต่อไป
มิลตันเก็บปืน เดินดุ่มๆ ออกไปนอกร้าน พร้อมสั่งการ "แบรนดอนไปเก็บเงิน ลูซไปสตาร์ตรถ ฉันจะเปลี่ยนชุด"
"เร็วเข้า เราไม่มีเวลาแล้ว"
การใส่ชุดเกราะหนักในรถเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและทุลักทุเลมาก แต่เพื่อประหยัดเวลา มิลตันกับแบรนดอนต้องปีนไปเบาะหลังแล้วช่วยกันใส่ชุดเกราะอย่างทุลักทุเล
ส่วนลูซกระโดดขึ้นเบาะคนขับ ขับรถมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาล
แกรกๆ... เสียงมิลตันใส่เกราะและแบรนดอนช่วยขยับดังมาจากเบาะหลัง
เดี๋ยวจะต้องปะทะกันแล้วสินะ...
บรรยากาศเริ่มตึงเครียด
ลูซอดไม่ได้ที่จะหาเรื่องคุยเพื่อคลายเครียด "เอ่อ ว่าแต่ เราได้เงินมาเท่าไหร่?"
แบรนดอนควักปึกธนบัตรดอลลาร์ออกมา ยัดใส่ช่องเก็บของด้านหลัง "ฉันกวาดมาหมดเลย ไม่มีเวลานับ ดูจากความหนา น่าจะเกือบๆ 10,000 ดอลลาร์มั้ง"
มิลตันรัดสายรัดเกราะแผ่นสุดท้ายเสร็จ ก็เหลือบมองการแจ้งเตือนในระบบ
[กองกำลังของโฮสต์ยึดทรัพย์ได้ 10,385 ดอลลาร์ ได้รับรางวัลแต้มคูณห้า (สีแดง) แต้มสีแดงคงเหลือปัจจุบัน 58,975]
หมื่นกว่าดอลลาร์ แบรนดอนกะได้แม่นยำทีเดียว
ลูซคนขับดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที "งั้นตามกฎ ผมจะได้ส่วนแบ่งเท่าไหร่?"
แบรนดอนเริ่มนับนิ้ว "10,000 ดอลลาร์ หักเข้ากองกลาง 20% ก็เหลือ... เอ่อ เดี๋ยวฉันคิดก่อน..."
มิลตันตอบสวนทันทีโดยไม่ต้องคิด "พวกนายได้คนละ 2,000 ดอลลาร์"
"..."
ลูซตกตะลึงกับความไวในการคิดเลขอีกครั้ง "ลูกพี่ ผมเริ่มรู้สึกว่าพี่เทพจริงๆ นะ เลขซับซ้อนขนาดนี้พี่คิดออกในวิเดียวได้ไง!"
คนสู้เก่งมีถมเถไป!
แต่คนที่เก่งคณิตศาสตร์หายาก และคนที่ทั้งสู้เก่งทั้งเก่งคณิตศาสตร์ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่!
แบรนดอนนับนิ้วอยู่นานกว่าจะแน่ใจว่ามิลตันคิดไม่ผิด แล้วก็บ่นอุบ "ผมว่าฉายาลูกพี่มันกระจอกไป เหมือนหัวโจกเด็กแว้น ไม่สมกับความเก่งของพี่เลย เราเปลี่ยนมาเรียกพี่ว่า 'ก็อดฟาเธอร์' ดีไหม ผมเห็นพวกมาเฟียเก๋าๆ เขาเรียกกันแบบนี้"
"ฉันเป็นแค่เจ้าหน้าที่ตรวจการ ไม่ใช่พ่อทูนหัวใคร" มิลตันเพลียจิต เขาใส่หมวกยุทธวิธี ตัดบทสนทนาไร้สาระ "เลิกพล่ามได้แล้ว... มาวางแผนบุกโรงพยาบาลกันคร่าวๆ ก่อน"
แบรนดอนไม่ค่อยเข้าใจ "แค่โรงพยาบาล ต้องวางแผนด้วยเหรอ? เราสู้แก๊งฟานคังไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลว่าจะสู้พวกหมอพยาบาลไม่ได้นี่?"
มิลตันนั่งรับแรงสะเทือนของรถ หัวเราะหึๆ "นี่มันโรงพยาบาลเอกชน เข้าใจคำว่าเอกชนไหม? ข้างในต้องมีรปภ.ติดอาวุธ เผลอๆ อาจมีพวกเดนตายของแก๊งฟานคังด้วย ถ้าไม่เตรียมตัว บุกเข้าไปก็มีแต่ตายกับตาย"
ค่าผ่าตัดครั้งเดียวอาจจะมากกว่าเงินที่ชาวบ้านหาได้ทั้ง 10 ปี... คนรวยขี้กลัวพวกนั้นยอมจ่ายเงินขนาดนี้ มีหรือจะไม่จ้างคนมาคุ้มกันความปลอดภัย?
ยิ่งตอนนี้คลินิกเซนต์ลูเซียกำลังทำเรื่องผิดกฎหมาย ยิ่งต้องมีกองกำลังคุ้มกันตัวเอง
แบรนดอนนึกภาพไม่ออกจริงๆ ว่าโรงพยาบาลจะมีคนถือปืนเดินกันให้ว่อนได้ยังไง เขาได้แต่ส่ายหน้า "ความจนมันจำกัดจินตนาการผมจริงๆ บ้าเอ๊ย ไว้มีเงินเมื่อไหร่ผมจะไปรักษาที่โรงพยาบาลแบบนี้บ้าง... ลูกพี่ แล้วเราจะบุกยังไง?"
มิลตันหมุนคอคลายกล้ามเนื้อ "ใช้ความได้เปรียบจากการจู่โจมทีเผลอ บุกเข้าไปตรงๆ เก็บพวกถืออาวุธให้เรียบ แล้วนายคุมเชิงที่บันได ฉันกับลูซจะลงไปหาเบาะแสสถานที่เปลี่ยนขวดยา หน้าที่นายคือระวังหลังให้พวกเรา และพยายามขัดขวางไม่ให้ใครไปแจ้งตำรวจ"
"ได้เบาะแสแล้วเรารีบขึ้นรถชิ่งทันที ไม่ต้องรบยืดเยื้อ"
แบรนดอนคิดตามแล้วทวนคำ " 'พยายาม' ขัดขวาง?"
"ใช่ โรงพยาบาลใหญ่ขนาดนั้น เราไม่คุ้นพื้นที่ จะบุกเข้าไปเงียบๆ เป็นไปไม่ได้หรอก" มิลตันอธิบาย "แถมคนเราก็น้อย จะให้คุมทางออกทุกทางไม่ให้ใครไปแจ้งตำรวจมันเป็นไปไม่ได้ ทำได้แค่ยื้อเวลา... จำไว้ ยิ่งนายยื้อเวลาได้นานเท่าไหร่ โอกาสสำเร็จเรายิ่งมากเท่านั้น"
ก่อนจะได้หลักฐานมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด พวกเขาห้ามโดนตำรวจจับเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ หรือร้ายแรงถึงขั้นเป็นผู้ก่อการร้าย
แต่หลังจากได้หลักฐานแล้ว พวกเขาจะเป็นวีรบุรุษผู้กล้าท้าชนอิทธิพลมืด
แบรนดอนคิดแล้วถามต่อ "แล้วถ้า... ฝั่งตำรวจเขาระวังตัว จัดกำลังคนไปเฝ้าจุดเปลี่ยนขวดยาไว้ก่อนแล้วล่ะ เราจะทำไง?"
"ก็ไม่เห็นเป็นไร" มิลตันยักไหล่ "ที่ฉันกลัวคือตำรวจยกโขยงไปปิดล้อมที่เกิดเหตุก่อนเรา แย่งซีน แย่งผลงาน แล้วใช้วิธีตัดหางปล่อยวัด สละเบี้ยเพื่อรักษาขุน"
"ถ้าแค่มีตำรวจเฝ้าอยู่คนสองคน เราก็เก็บพวกมันซะ แล้วบอกว่าเป็นฝีมือผู้ก่อการร้ายแก๊งฟานคังที่ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต ก็จบเรื่องไม่ใช่เหรอ?"
"...โหดสัส!"
ลูซคนขับถึงกับอุทาน แล้วบอกว่า "ข้างหน้าก็โรงพยาบาลแล้ว เราจะขับพุ่งเข้าไปเลย หรือจอดแล้วย่องเข้าไป?"
มิลตันสูดหายใจลึก "ขับรถ พุ่งเข้าไปเลย"
[จบแล้ว]