- หน้าแรก
- มัจจุราชใบสั่งเลือด
- บทที่ 29 - สองยอดกุนซือ
บทที่ 29 - สองยอดกุนซือ
บทที่ 29 - สองยอดกุนซือ
บทที่ 29 - สองยอดกุนซือ
"ระบุตำแหน่งเป้าหมายคร่าวๆ ได้แล้ว เตรียมลงมือ"
"เราจะไปตรวจสอบร้านขายยาหลักๆ ที่ 'บอส' เคยสั่งของ เพื่อดูว่ายารักษาเบาหวานตัวนี้มันไหลเข้าสู่ตลาดมาจากทางไหน"
"..."
หลังจากได้ยินคำสั่งของมิลตัน ลูซก็ตกอยู่ในอาการมึนงงไปชั่วขณะ
เดี๋ยวนะ แค่ดูส่วนต่างราคายาในสมุดบัญชี ก็สามารถระบุตำแหน่งคร่าวๆ ของหลักฐานได้แล้วเหรอ?
เขาไม่มีทางรู้หรอกว่ามิลตันอนุมานเรื่องนี้จากการรู้อนาคต ในใจของลูซตอนนี้จึงมีแต่ความยำเกรงต่อเพื่อนร่วมงานคนนี้อย่างสุดซึ้ง
"ไปเจอกันที่โรงรถ มาเตรียมอุปกรณ์กัน"
มิลตันรู้ดีว่าเวลาเป็นเงินเป็นทอง เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบออกคำสั่งลูกทีมทั้งสองทันที "ฉันจะใช้ FN FAL แบรนดอนเปลี่ยนไปใช้ปืน 81 ส่วนลูซใช้ปืน 56 อาวุธรองใช้ TEC-9 เหมือนกันหมด ถ้าอยากพกอะไรเพิ่มก็ตามสบาย ขอแค่อย่าให้เกะกะตอนปฏิบัติงานก็พอ"
"ทุกคนพกกระสุนไปหนึ่งอัตราศึก"
"ระเบิดเอาไปให้หมด พวกนายสองคน เดี๋ยวใส่เสื้อเกราะเดี๋ยวนี้เลย"
บรรยากาศในห้องเคร่งขรึมขึ้นทันตา ทั้งสองคนเข้าสู่โหมดเตรียมพร้อมรบโดยอัตโนมัติ
เนื่องจากเวลากระชั้นชิดมาก และมิลตันกังวลว่าพวกพ่อค้าอาวุธในตลาดมืดอาจจะขายข้อมูลลูกค้าเพื่อแลกเงินรางวัล ก่อนที่จะตั้งหลักได้อย่างมั่นคงเขาจึงเลือกใช้แต้มแลกอุปกรณ์จากระบบไปก่อน
เพื่อสร้างอำนาจการยิงที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง มิลตันยอมลงทุนแลกแม็กกาซีนตลับกลมสำหรับปืน FN FAL มาถึง 4 อัน โดย 3 อันบรรจุกระสุนธรรมดา M80 และอีก 1 อันบรรจุกระสุนเจาะเกราะแกนทังสเตน M993 เอาไว้รับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
นอกจากนี้เพื่อรองรับการรบในเวลากลางคืนที่อาจเกิดขึ้น มิลตันยังยัดกระสุนส่องวิถีลงไปในแม็กกาซีนตลับกลมทุกอันอีกอย่างละ 10 นัด
เนื่องจากปืนรุ่นนี้ไม่มีแม็กกาซีนตลับกลมแบบเป็นทางการ มีแต่ของแต่งจากภาคพลเรือน การแลกของพวกนี้จึงผลาญแต้มสีแดงไปไม่น้อย แต่แลกมาด้วยความจุสะใจถึง 100 นัด!
FN FAL เป็นปืนที่เหมาะกับการยิงทีละนัดอย่างแม่นยำ แต่มิลตันกะจะใช้มันเป็นปืนกลเบาชั่วคราว ต่อให้ปืนจะพังเร็วแค่ไหนเขาก็ไม่สน
เขาไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์ที่โดนกดดันด้วยอำนาจการยิงอีกแล้ว
หลังจากแลกของพวกนี้และแลกชุดเกราะให้ลูซ แต้มสีแดง 7 หมื่นแต้มในมือก็หายวูบไปทันที 4 หมื่น
ยังดีที่ตอนนี้แลกกระสุนใช้แค่แต้มธรรมดา
"ปืนไรเฟิลจู่โจมสองกระบอก 'ปืนกลเบา' หนึ่งกระบอก ปืนกลมือมาตรฐาน ระเบิดเพียบ... ไฟร์พาวเวอร์ขนาดนี้" มิลตันคำนวณอุปกรณ์ในใจ "อำนาจการยิงขนาดนี้... พอใช้งานแน่นอน แต่ยังไม่ถึงขั้นเหลือเฟือ"
ช่วยไม่ได้ โรคกลัวอำนาจการยิงไม่พอของเขามันไม่ได้หายไปพร้อมกับการข้ามเวลา...
"งั้นจัดเครื่องยิงลูกระเบิด M203 แบบติดใต้ปากลำกล้องมาอีกอัน! เอามาติด FN FAL ใครขวางแม่จะเป่าให้กระจุย!" มิลตันกัดฟันยอมจ่ายแต้มสีแดงอีก 2 หมื่น "แลกลูกระเบิดแรงสูง 40 มม. รุ่น M381 มาให้หมดโควตา 6 ลูกเลย!"
แลกเสร็จสรรพ แต้มสีแดงเหลือแค่หมื่นนิดๆ
แต่ความรู้สึกปลอดภัยในใจมิลตันกลับพุ่งปรี๊ด
ไม่นานทั้งสามก็มาถึงโรงรถแห่งใหม่ ข้างในมีรถจอดอยู่สามคัน รถกระบะ SR5 ของมิลตัน รถเก๋งเชฟโรเลต คาไพรซ์ ของแบรนดอน และมอเตอร์ไซค์ของลูซ
"เช็กของก่อนออกเดินทาง อย่าไปเสียดายเวลาแค่ไม่กี่นาที" มิลตันพาลูกทีมมาที่รถกระบะ แล้วลากกล่องอุปกรณ์ออกมาจากท้ายรถ
พอลูซเห็นกองอุปกรณ์พวกนี้ตาลุกวาวทันที
หมวกยุทธวิธี เสื้อเกราะหนัก ปืนไรเฟิลแต่งเต็ม อุปกรณ์เสริมเพียบ!
"นี่มัน..." มือของลูซสั่นระริก "อุปกรณ์พวกหน่วยรบพิเศษของกองทัพบกยังไม่ดีขนาดนี้เลยมั้ง?"
ในที่แบบนี้ แทนที่จะซื้อของแพงๆ ให้ลูกน้อง สู้ปล่อยให้ลูกน้องตายแล้วจ่ายเงินชดเชยยังคุ้มกว่า
ชีวิตคนจะมีค่าสู้ราคาอุปกรณ์ได้ยังไง?
มิลตันตรวจสอบอุปกรณ์ของตัวเองพลางพูดว่า "ขอแค่รักษาชีวิตไว้ได้ จ่ายเท่าไหร่ก็คุ้ม พวกนายมีปัญหาอะไรอีกไหม รีบบอกมาก่อนออกรถ... ฉันไม่ได้มาเล่นบทเจ้านายกับลูกน้อง มีอะไรให้พูดตรงๆ การฝืนทำเก่งมีแต่จะพาพวกเราไปตายกันหมด"
แต่สองหน่อมองดูอุปกรณ์กองโตที่ซื้อชีวิตพวกตนได้ไม่รู้กี่รอบก็นึกไม่ออกแล้วว่าจะขาดอะไรไปได้อีก
ได้ลูกพี่แบบนี้ให้ไปบุกน้ำลุยไฟที่ไหนก็ยอม!
แบรนดอนส่ายหน้าพูดว่า "เรื่องอุปกรณ์จินตนาการผมไปไม่ถึงแล้วครับ... แต่ร้านยาเรามีปัญหานิดหน่อย"
มิลตันดันลำกล้องเครื่องยิงลูกระเบิดเข้าที่ บรรจุลูกระเบิดลงไปพร้อมถาม "ปัญหาอะไร?"
"สต็อกยาเราน่าจะขายได้อีกแค่สามสี่วัน... ถึงตอนนั้นถ้าเราไม่มียามาเติม เรื่องขาดรายได้ยังเป็นเรื่องรอง ที่น่ากลัวคืออาจจะมีคนเสี่ยงขายข้อมูลเราเพื่อแลกเงินรางวัล"
หลังจากโชว์ฟอร์มเก็บนักฆ่าแก๊งฟานคังไป คนที่กล้าหักหลังคงมีน้อยมาก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีความเสี่ยงนี้
มิลตันจำข้อมูลนี้ไว้ พยักหน้าตอบ "รับทราบ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาที่ต้องแก้ตอนนี้ กลับมาค่อยว่ากัน มีเรื่องอื่นอีกไหม?"
ทั้งสองส่ายหน้า "ไม่มีแล้วครับ"
"ดีมาก" มิลตันมองดูพวกเขาใส่เสื้อเกราะ พยักหน้าพอใจ "ทีนี้มาคุยเรื่องค่าตอบแทนของพวกนายกัน"
ค่าตอบแทน?
ในที่ที่เงินสำคัญกว่าชีวิต แค่มีข้าวกิน มีเงินเดือน ได้ใช้อุปกรณ์เทพๆ ขนาดนี้ก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว... ส่วนเงินพิเศษเหรอ? ลูกพี่จะให้เท่าไหร่ก็แล้วแต่เมตตาเลย
"ลูกพี่ แล้วแต่พี่จะจัดให้เลยครับ!"
"พูดตรงๆ นะ... ผมรู้สึกว่าถ้ามาคุยเรื่องเงินกับพี่ ผมจะดูหน้าด้านไปหน่อย"
มิลตันส่ายหน้า "ไม่ได้ ต้องมีกฎเกณฑ์ ตอนนี้คนเราน้อยจะแบ่งกันตามใจฉันก็ไม่มีปัญหา แต่ต่อไปทีมเราต้องใหญ่ขึ้น ต้องมีคนใหม่เข้ามา ดังนั้นต้องมีกฎที่เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่งั้นจะเกิดปัญหาภายในแน่"
"ข้อแรก รายได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะมาจากไหน มากน้อยเท่าไหร่ ต้องหักเข้ากองกลาง 20% เป็นค่าดำเนินการ ทีมต้องจ่ายเงินเดือน ต้องซื้อข่าว ต้องทำอะไรอีกเยอะ จำเป็นต้องมีกระแสเงินสดที่มั่นคง"
ทั้งสองพยักหน้า ไม่มีใครคัดค้านเลยสักนิด แถมในแววตายังมีความซาบซึ้งใจด้วยซ้ำ
อย่าว่าแต่หัก 20% เลย ต่อให้เหลือให้พวกเขาแค่ 20% ก็ถือว่าเป็นลูกพี่ที่ประเสริฐแล้ว!
มิลตันพูดต่อ "ถ้าเป็นภารกิจภาคสนามที่มีการต่อสู้ หลังจากหักเข้ากองกลางแล้ว ให้แบ่งตามส่วน เช่น เรามี 3 คน ของที่ยึดมาได้ก็แบ่งเป็น 4 ส่วน ฉันเอาสองส่วน พวกนายคนละส่วน"
"ถ้ามี 10 คน ก็แบ่ง 11 ส่วน ฉันเอาสองส่วน คนอื่นคนละหนึ่งส่วน เข้าใจตรงกันนะ?"
"ถ้ามีใครตายในหน้าที่ ฉันจะจ่ายเงินชดเชยให้ครอบครัวเป็นจำนวนเท่ากับเงินเดือน 5 ปีในครั้งเดียว"
จริงๆ นี่คือกฎสากลของวงการ มิลตันแค่เอามาพูดซ้ำ
พอพูดจบมิลตันก็มองไปที่ทั้งสองคน
เห็นแบรนดอนกับลูซยืนตัวแข็งทื่อ สายตาดูสับสน ไม่ยอมรับปากทันที ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่
นี่... คิดว่าได้น้อยไปเหรอ?
มิลตันขมวดคิ้ว เริ่มไม่พอใจ "พวกนายมีปัญหาเรื่องส่วนแบ่งก็พูดมาตอนนี้เลย ฉันไม่อยากให้ทีมแตกคอกันเพราะเรื่องเงิน"
ลูซส่ายหน้าอย่างเหม่อลอย "เปล่าครับ... ผมกำลังคิดว่าภารกิจที่เราจะไปทำมันอันตรายขนาดไหน ผมกำลังคิดว่าจะเขียนจดหมายสั่งเสียยังไงดี แต่ลูกพี่วางใจเถอะ ต่อให้ลูกปืนใหญ่ ไม่สิ ต่อให้ระเบิดนิวเคลียร์ลง ผมก็จะเอาตัวไปบังให้พี่แน่นอน!"
แบรนดอนก็ทำหน้าจริงจังเขากำปืนแน่น "เรื่องอื่นผมไม่กล้ารับประกัน แต่ผมกล้าสาบานว่าก่อนพี่จะตาย ผมต้องตายก่อนแน่นอน! ถ้าผมตายเอาเงินไปให้ครอบครัวผมก็พอ"
มิลตันอึ้งไป... ที่แท้สองคนนี้ไม่ได้คิดว่าเงินน้อยไป แต่คิดว่าได้เงินเยอะเกินจนนึกว่าตัวเองกำลังจะไปตายเหรอ?
เงินแค่นี้ซื้อชีวิตพวกนายได้แล้ว?
ไอ้บ้าสองตัวนี้ โดนกดขี่มาขนาดไหนถึงมองว่าแบบนี้คุ้มแล้วเนี่ย!
มิลตันรู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ เหมือนกำลังหลอกคนปัญญาอ่อน เขาทำเสียงแข็ง "เลิกพล่ามไร้สาระได้แล้ว ถ้าไม่มีปัญหาก็รีบขึ้นรถ พวกนายสองคนไปนั่งข้างหลัง ห้ามลดกระจกลง ซ่อนตัวให้มิดชิด"
พูดจบมิลตันก็ขนอุปกรณ์ส่วนใหญ่ของตัวเองไปวางไว้ที่วางเท้าฝั่งคนนั่ง รวมถึงชุดเกราะหนักด้วย
แบรนดอนทักขึ้น "ลูกพี่ ไม่ใส่เกราะหนักเหรอครับ?"
มิลตันตบเสื้อเกราะอ่อนที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าเก่าๆ ส่ายหน้า "ตอนนี้เราไปสืบข่าว ไม่ได้ไปเปิดศึก ใส่เต็มยศแบบนั้นเป้าใหญ่เกินไป จะดึงดูดความสนใจโดยไม่จำเป็น"
"พวกนายคอยสังเกตดูรอบๆ อยู่บนรถ ฉันจะเปิดวิทยุสื่อสารไว้ตลอด ถ้ามีอะไรผิดปกติ เตรียมยิงคุ้มกันฉันได้ทันที"
สั่งเสียเสร็จสรรพ มิลตันก็สตาร์ตเครื่องยนต์ เหยียบคันเร่งพารถเชฟโรเลต คาไพรซ์ พุ่งออกจากโรงรถ มุ่งหน้าสู่โบสถ์กลางเมืองมาราแคน
[จบแล้ว]