เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - ลงมือ

บทที่ 28 - ลงมือ

บทที่ 28 - ลงมือ


บทที่ 28 - ลงมือ

มิลตันสูดหายใจลึกเพื่อสงบสติอารมณ์แล้วถามต่อ "ฉันจะพานายคิดตามนะ... นายลองบอกซิว่าทำไมยาใหม่ที่ยังไม่วางขาย ยังไม่ผลิตจำนวนมาก ถึงขายถูกกว่ายาเก่า?"

คำถามนี้ง่ายเกินไปแบรนดอนพอจะตอบได้ "เพราะ... เป้าหมายสูงสุดของบริษัทยาคือการรวบรวมข้อมูลยาตัวใหม่ ก็เลยให้เงินอุดหนุนกับ 'องค์กรการกุศล' ที่ช่วยทำงานสกปรกให้พวกมัน?"

พอมีเงินอุดหนุนราคาก็ย่อมถูกลงเป็นธรรมดา

การทดลองที่ผิดกฎหมายและผิดมนุษยธรรมแบบนี้บริษัทยามักจะไม่ลงมาเล่นเอง แต่จะกระจายงานรวบรวมข้อมูลไปให้ผู้รับเหมารายย่อยหลายๆ เจ้า

เช่น มูลนิธิไอวี่ ก็เป็นหนึ่งในนั้น

แบบนี้ต่อให้เรื่องแดงขึ้นมาบริษัทยาก็ปัดความรับผิดชอบได้ แถมไม่กระทบกับการทดลองในที่อื่นด้วย

บริษัทยาขอแค่ข้อมูลการทดลองและยอมจ่ายยาพร้อมเงินก้อนหนึ่งแลกกับมัน ส่วนมูลนิธิไอวี่ที่รับงานมาจะไปหาข้อมูลมายังไงก็เป็นเรื่องของพวกเขา

เพื่อผลกำไรสูงสุดมูลนิธิไอวี่ย่อมต้องหาทางเปลี่ยนมูลค่าของยาที่ได้มาฟรีๆ ให้เป็นตัวเงิน จะตั้งราคาถูกหรือแพงก็ขอแค่ขายออกไปโกยเงินเข้ากระเป๋าได้ก็พอ

มิลตันพยักหน้า "ถูกต้อง ดังนั้นจริงๆ แล้วพวกมันไม่ได้สนใจต้นทุนของตัวยามากนัก แค่กดราคาให้ต่ำเพื่อตัดคู่แข่ง ขายได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น ขายไม่ออกก็แจกฟรี หรือบริจาคให้โรงพยาบาล... เพราะเงินที่ได้มาคือกำไรล้วนๆ"

แบรนดอนร้องอ๋อ "จริงด้วย... เป้าหมายหลักของพวกมันคือหลอกให้คนกินยา แล้วเก็บข้อมูลหลังกินยา! การรักษาขั้นตอนเหล่านี้ให้ปลอดภัยถึงจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด"

ก็ไม่ได้โง่นี่นา

จับประเด็นคำว่า "ปลอดภัย" ได้ถูกต้อง

จากเบาะแสนี้มิลตันมั่นใจได้ว่าการเข้าไปยุ่งเรื่องนี้จะทำให้เขาปะทะกับแค่ถุงมือเปื้อนเลือดอย่างมูลนิธิไอวี่เท่านั้น ไม่ถึงกับไปกระตุกหนวดกลุ่มทุนยาข้ามชาติของอเมริกา ซึ่งเป็นการเลี่ยงศัตรูที่เขายังต่อกรไม่ได้ในตอนนี้

มิลตันเรียบเรียงความคิดในหัวแล้วพูดต่อ "ทีนี้มาถึงห่วงโซ่เบาะแสที่สอง ฉันถามนายอีกที ถ้าพวกมันไม่ขนของเถื่อนผ่านด่านตรวจ แล้วจะขนมาทางไหน?"

"ทางเครื่องบินแน่นอน" แบรนดอนตอบแบบไม่ต้องคิด "ขนทางเรือใช้เวลานาน ความเสี่ยงสูง ต้องจ่ายส่วยเยอะ โอกาสความแตกก็สูง... ถ้าไม่ผ่านด่านศุลกากรแล้วใช้เรือเร็วขนของ ความเสี่ยงที่ของจะเสียหายก็มีมาก"

ทว่ามิลตันกลับส่ายนิ้วชี้ไปมาปฏิเสธความคิดของเขา "ไม่ ฉันคิดว่าไม่ว่าพวกมันจะเลือกทางไหน ทางฝั่งอเมริกาก็ไม่มีปัญหาทางกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ เพราะงั้นวิธีการขนส่งไม่สำคัญ จะขนมายังไงก็ถูกกฎหมายหมด"

น้ำเสียงของมิลตันหนักแน่น "ด่านศุลกากรอเมริกาค่อนข้างเข้มงวด บทลงโทษรุนแรง ความเสี่ยงสูง เพราะฉะนั้นมูลนิธิไอวี่คงไม่เสี่ยงเปลี่ยนขวดยาในอเมริกาแน่"

"ในอเมริกาขอแค่ทำเอกสารให้ครบ ก็สามารถส่งออกยาทดลองได้อย่างถูกกฎหมาย ขนขึ้นเครื่องบินหรือเรือสินค้าส่งออกนอกประเทศได้อย่างเปิดเผย"

"แน่นอนว่างานสกปรกแบบนี้ยิ่งยื้อเวลานานคนรู้เห็นยิ่งเยอะความเสี่ยงยิ่งมาก ฉันเลยเอนเอียงไปทางขนส่งทางอากาศเหมือนกัน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ"

หลังจากยามาถึงที่นี่แล้วเนื่องจากยาที่ยังไม่ได้รับอนุญาตไม่สามารถวางขายได้อย่างถูกกฎหมาย และการหลอกลวงให้ทดลองยากับคนทั่วไปก็เป็นเรื่องผิดกฎหมาย จึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์และติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อปกปิดความผิด

เมื่อมองในมุมความเสี่ยงมูลนิธิไม่มีทางเปลี่ยนขวดยาเสร็จตั้งแต่อยู่ที่อเมริกา เพื่อต้องมาเสี่ยงโดนตรวจจับที่อเมริการอบหนึ่ง แล้วมาเสี่ยงที่ต่างประเทศซ้ำอีกรอบหรอก

พูดง่ายๆ ก็คือสถานที่เปลี่ยนขวดยาต้องอยู่ในกัวเตมาลา!

ถึงตอนนี้แบรนดอนจะหัวช้าแค่ไหนก็รู้แล้วว่ามิลตันต้องการจะสื่ออะไร

"งั้นก็หมายความว่า... การเปลี่ยนขวดยาทำกันที่นี่?! ขอแค่เราหาสถานที่เปลี่ยนขวดยาเจอ ก็สามารถล็อกตัวคนพร้อมของกลางได้เลยโดยไม่ต้องรอผลตรวจสารเคมีในยา?!"

นี่มัน... เบาะแสทั้งหมดถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันแล้ว!

มิลตันพยักหน้าเบาๆ "ถูกต้อง"

แบรนดอนกำหมัดแน่นโน้มตัวไปข้างหน้า "สนามบินที่ใกล้ที่สุดคือสนามบินนานาชาติเควซัลเทนังโก นั่งรถไป 4 ชั่วโมง แต่นั่นเป็นเมืองใหญ่และไม่ได้อยู่ในเขตจังหวัดเรา เราจะไปหาสถานที่เปลี่ยนขวดยาของพวกมันเจอได้ยังไง?"

"แล้วถ้าเกิดพวกมันเลือกขนทางเรือล่ะ จะไปตรวจท่าเรือยังไง? ระยะทางมันกว้างเกินไป!"

แบรนดอนพูดรัวเร็ว เขาคาดไม่ถึงว่า "สรรพากรจากนรก" ตรงหน้าจะหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้จริงๆ จากเบาะแสสะเปะสะปะใน "ถนนกรีนลีฟ" และสมุดบัญชี!

แต่ดูเหมือนความยากในการสืบสวนจะสูงลิบลิ่ว!

อุตส่าห์จับหางได้แล้วแบรนดอนไม่อยากปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป

"นายก็บอกเองว่าเป็นเมืองใหญ่ นั่นแปลว่าคนเยอะ ตำรวจเยอะ ค่อนข้างสงบ และรายได้สูงกว่า" มิลตันพูดขึ้น "การจะซื้อตัวคนทางโน้นหรือโรงพยาบาลใหญ่ๆ ต้นทุนมันสูงเกินไป"

"อีกอย่างไม่ใช่ทุกคนที่จะซื้อได้ ต้องรู้ไว้นะว่าขนาดในเม็กซิโกก็ยังมีตำรวจที่ยืนหยัดปราบยาเสพติด... ยิ่งในที่ที่กำลังตำรวจเข้มแข็ง โอกาสจะเจอตำรวจตงฉินหรือข้าราชการระดับสูงแบบนั้นก็ยิ่งมาก"

"เพื่อความปลอดภัยและการประหยัดต้นทุน พวกมันน่าจะปล่อยให้สินค้าอยู่ในสถานะถูกกฎหมายในเมืองใหญ่ แล้วขนออกมาอย่างเปิดเผย มายังถิ่นที่พวกมันคุมได้ แล้วค่อยแกะกล่อง เปลี่ยนขวดยา และวางจำหน่าย"

"และความจริงก็ยืนยันคำพูดของฉันได้ เจ้าหน้าที่ตรวจการคนหนึ่งหายตัวไปที่นี่... นายคิดว่าเธอไปรู้อะไรเข้าทางมูลนิธิถึงยอมทุ่มทุนมหาศาล ยอมเสี่ยงอันตรายถึงขนาดทำให้เธอระเหยกลายเป็นไอ?"

"มันต้องเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้พวกมันพังพินาศได้!"

มิลตันสรุปความเห็นของเขา "จากการอนุมานอย่างสมเหตุสมผลและเบาะแสที่มีอยู่ จุดเปลี่ยนขวดยานั้นอยู่ในเมืองมาราแคน! เผลอๆ อาจจะอยู่ใต้จมูกพวกเรานี่เอง!"

แววตาของแบรนดอนฉายแววเลื่อมใสอีกครั้งเขาลุกขึ้นยืน ราวกับยอมรับมิลตันเป็นผู้บังคับบัญชา เป็นผู้นำอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ "ลูกพี่" แก๊งอันธพาลอีกต่อไป

ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ความเยือกเย็น หรือแม้แต่ความสามารถในการต่อสู้ที่เขาแสดงออกมา ล้วนทำให้คนอดแหงนมองด้วยความศรัทธาไม่ได้

"เราต้องไปทางไหน? ตอนนี้ยังทันไหม? มูลนิธิไอวี่ดูเหมือนจะดำเนินการที่นี่มาสักพักใหญ่แล้ว"

"ในเมื่อเจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นเพิ่งหายตัวไปไม่นาน แสดงว่าหลักฐานยังอยู่ ยังทันเวลา" มิลตันตอบอย่างใจเย็น "แต่... พวกมันรู้ตัวแล้วว่ามีคนตามสืบ บางทีตอนนี้พวกมันอาจจะเริ่มทำลายหลักฐานแล้วก็ได้"

แบรนดอนเริ่มลนลาน "แล้ว... แล้วจะทำยังไง? ไม่ใช่ว่าพวกมันทำสำเร็จไปแล้วเหรอ? ถ้าหลักฐานชุดนี้ถูกทำลาย เราก็จะไม่มีทางเอื้อมมือเข้าไปยุ่งได้อีกเลยนะ"

อย่างที่มิลตันบอกพวกเขาต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา... ถ้าต้องรอถึงขั้นตอนตรวจสอบทางเคมี พวกเขาก็จบเห่!

พวกหนอนบ่อนไส้ในกรมตำรวจ โรงพยาบาล และด่านตรวจต้องร่วมมือกันบิดเบือนผลตรวจแน่

ถึงตอนนั้นคนที่ทำผิดกฎหมายจะกลายเป็นพวกมิลตันแทน!

ตอนนี้พวกเขาทุกคนอาศัยชื่อเสียง "ฮีโร่ปราบแก๊งอันธพาล" ถึงยังรักษาสถานะเจ้าหน้าที่รัฐและอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายไว้ได้ ทำให้ด่านตรวจกับตำรวจไม่กล้าเล่นลูกไม้

แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่โดนหาเรื่องปลดออกจากตำแหน่ง สูญเสียสถานะ "ความชอบธรรม" พวกเขาก็จะถูกบดขยี้อย่างง่ายดาย!

มิลตัลลุกขึ้นยืนเช็ดปืน M29 อย่างพิถีพิถัน น้ำเสียงราบเรียบ "ไม่หรอก... ยิ่งงานสกปรกคนยิ่งต้องน้อย ไม่งั้นความแตกง่าย โดยเฉพาะในเมืองเล็กๆ อย่างมาราแคน และด้วยคนจำนวนน้อยนิดแต่ต้องเปลี่ยนขวดยามหาศาล ต้องจัดการขวดยาเก่าอีก ย่อมต้องใช้เวลาพอสมควร"

"เรายังมีเวลาอีกนิดหน่อย... แต่อีกไม่มาก อาจจะสักสองวัน หรือเต็มที่ก็สามวัน"

"ไปเรียกลูซมา เตรียมอาวุธให้พร้อม เราจะไปเก็บภาษีกัน"

วินาทีนี้มิลตันดูเหมือนจะเปลี่ยนจากนักสืบกลับมาเป็นสรรพากรเลือดเย็นที่สังหารนักฆ่า 11 ศพคนเดิมอีกครั้ง!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 28 - ลงมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว