- หน้าแรก
- มัจจุราชใบสั่งเลือด
- บทที่ 27 - "บอส" ผู้ใส่ใจ
บทที่ 27 - "บอส" ผู้ใส่ใจ
บทที่ 27 - "บอส" ผู้ใส่ใจ
บทที่ 27 - "บอส" ผู้ใส่ใจ
มิลตันใช้เวลาพลิกดูสมุดบัญชีอยู่นานพอสมควร กว่าแบรนดอนและลูซสองผีอดอยากจะกวาดจานจนเกลี้ยงแล้วตามลงมาที่ห้องประชุม
พอเห็นสีหน้าประหลาดๆ ของมิลตันพวกเขาก็รีบชะโงกหน้าไปดูสมุดบัญชีบ้าง
จุดที่มิลตันกำลังจ้องอยู่แสดงรายการยาเบาหวานสองชนิด ดูเหมือนสรรพคุณจะใกล้เคียงกันแต่ราคากลับต่างกันลิบลับ
ทว่าสองเกลอจ้องอยู่นานก็ยังมองไม่เห็นความผิดปกติจึงถามขึ้นอย่างงงๆ "เอ่อ ยาสองตัวคนละชนิดกัน ราคาทุนไม่เท่ากัน... มันก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ? มีปัญหาตรงไหน?"
เวลาสั่งซื้อยาตัวอื่นก็มักจะเจอกรณีที่คนละยี่ห้อ ส่วนผสมต่างกันแต่ผลลัพธ์คล้ายกัน ราคาไม่เท่ากันอยู่บ่อยๆ
ไม่เห็นจะมีอะไรแปลกเลยนี่นา
มิลตันใช้นิ้วเคาะลงบนหน้ากระดาษบัญชีแล้วพูดว่า "ตอนที่ 'บอส' เขียนตัวหนังสือพวกนี้เขาลงน้ำหนักมือมากจนรอยปากกาทะลุไปถึงหน้าถัดไปเลย... แสดงว่าเขาก็กำลังสงสัยเหมือนกัน"
"ฮะ?!" แบรนดอนตกใจ "แบบนี้ก็ได้เหรอ? ดูออกขนาดนั้นเลย?"
ดูไม่ออกหรอก
มิลตันแอบบ่นในใจ... ข้ออ้างข้างๆ คูๆ แบบนี้ก็เอาไว้หลอกยอดนักสืบสมองทึบสองคนนี้เท่านั้นแหละ
สาเหตุหลักที่ทำให้เขาเห็นความผิดปกติไม่ใช่ความสงสัยของ "บอส" แต่เป็นชื่อยาตัวนี้ต่างหาก
โตรกลิทาโซน ยาที่ใช้รักษาเบาหวานประเภทที่ 2 เป็นหลัก... ปัญหาใหญ่ที่สุดของยาตัวนี้คือมันวางจำหน่ายในปี 1997!
พูดง่ายๆ คือมันเป็นยาจากอนาคต ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทดลอง ถ้ามิลตันไม่ใช่ผู้ข้ามเวลามาจากอนาคตเขาเองก็คงไม่รู้ถึงความผิดปกตินี้เหมือนกัน!
แถมตามข้อมูลที่มิลตันรู้มา การใช้ยาตัวนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ตับวาย ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากหลังจากใช้ยา จนไม่นานหลังจากนั้นยาตัวนี้ก็ถูกสั่งระงับการจำหน่าย
นี่ยังเป็นเวอร์ชันวิจัยระยะแรกๆ ความเสี่ยงน่าจะยิ่งสูงกว่า ผลข้างเคียงน่าจะรุนแรงกว่า
นี่มันเอาคนมาเป็นหนูทดลองชัดๆ!
น่าเสียดาย ถ้า "บอส" ยังอยู่ตอนนี้อย่างน้อยก็มีกุนซือช่วยปรึกษาแผนการได้อีกคน... ตอนนี้มิลตันต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น
มิลตันชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามว่า "ตอนนี้มีคำถามหนึ่ง ทำไม 'บอส' ถึงสงสัย เขาคิดว่าตรงไหนมันไม่ถูกต้อง?"
ตามหลักแล้วข้อมูลที่ "บอส" รับรู้ไม่น่าจะต่างจากแบรนดอนมากนัก เขาไม่น่าจะรู้ถึงปัญหาของยาตัวนี้ได้
แสดงว่า "บอส" ไม่ได้เอะใจจากราคาหรือชื่อยา... แล้วเขาไปเจอจุดน่าสงสัยมาจากไหน?
เขาคงแค่รู้สึกตะหงิดใจว่ามีอะไรแปลกๆ แต่ยังไม่ถึงขั้นรู้ว่าปัญหาอยู่ที่จุดไหน
แบรนดอนกับลูซพยักหน้าหงึกหงักอย่างงุนงง "นั่นสิ 'บอส' ไปเจออะไรเข้าล่ะ?"
พวกนายสองคนนี่มาทำไมกันเนี่ย...
มิลตันคร้านจะสนใจพวกเขา เขาเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเตรียมจะพลิกหน้าต่อไปเพื่อดูว่าในช่องหมายเหตุเบ็ดเตล็ดของบอสจะมีเบาะแสอะไรไหม
แต่จู่ๆ มิลตันก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาเงยหน้ามองแบรนดอนแล้วถามว่า "ยาในใบสั่งซื้อของ 'บอส' ทุกตัวมีการสั่งของเข้ามาจริงใช่ไหม? เขาจะจดชื่อยาที่ไม่ได้สั่งซื้อลงไปหรือเปล่า?"
แบรนดอนพยักหน้าอย่างมั่นใจ "ถ้าอยู่ในใบสั่งซื้อ ไม่ว่าจะมากจะน้อยต้องมีการสั่งของเข้ามาแน่นอน"
สิ้นเสียงทั้งสองมองหน้ากันหนึ่งวินาที
แล้วก็ลุกพรวดพราดวิ่งไปยังห้องยาที่ชั้นใต้ดินสองพร้อมกัน!
ยา!
หายาขวดนั้นออกมาให้เจอ ไม่แน่มันอาจจะเป็นเบาะแสสำคัญ ในสถานการณ์ของมิลตันตอนนี้เขาไม่มีทางทำแบบตำรวจที่ค่อยๆ สืบสวน ใช้อำนาจรัฐระดมทรัพยากร ควบคุมตัวคนของมูลนิธิ เก็บหลักฐาน ตรวจสอบส่วนผสมทางเคมีของยา ยืนยันการลักลอบนำเข้ายาผิดกฎหมาย แล้วค่อยสั่งฟ้องได้
ต้องจับให้ได้คาหนังคาเขาแล้วออกใบสั่งให้มูลนิธิไอวี่มันตรงนั้นเลย!
แบรนดอนรื้อค้นในตำแหน่งที่น่าจะเป็นอยู่พักหนึ่งก็พูดขึ้นอย่างแปลกใจว่า "ผมหาดูแล้ว... ไม่เจอเลย มีแต่พวกของคุ้นตาเดิมๆ ทั้งนั้น"
มิลตันขี้เกียจใช้ตาหา เขาเปิดระบบแผงควบคุมขึ้นมากวาดสแกนกองสินค้าต้องห้ามสีแดงพวกนี้ทันที
ไม่นานเขาก็เจอเป้าหมายที่มีชื่อว่า "โตรกลิทาโซน" ปะปนอยู่ในรายชื่อยา
ขวดยาถูก "บอส" เก็บรักษาไว้อย่างดีในช่องแยกต่างหาก มีอยู่เพียงขวดเดียวเท่านั้น
แต่ว่า...
แบรนดอนชะโงกหน้าเข้ามาดูขวดยาในมือมิลตันแล้วถามอย่างครุ่นคิด "ขวดนี้เหรอ? เม็ดยามันดูแปลกๆ ก็จริง แต่ทำไมข้างขวดถึงเขียนว่ากลิเบนคลาไมด์ล่ะ?"
มิลตันเขย่าขวดยาแล้วหัวเราะหึๆ "ก็เพราะยาตัวนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตให้วางขายที่ไหนในโลกเลยไง ขืนเอามาขายในร้านยาโต้งๆ ก็โดนจับสิ ต้องเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เดิมออกก่อน"
"...ลูกพี่ ผมรู้สึกเหมือนพี่กำลังดูถูกสติปัญญาผมอยู่ตลอดเวลาเลยนะ?"
สู้เก่งไม่พอยังจะมีความรู้รอบตัวเยอะอีก?
แถมดูเหมือนมิลตันจะไม่ได้ภูมิใจที่ฆ่านักฆ่าไป 11 ศพ แต่ดันภูมิใจในความรู้ของตัวเองซะงั้น?
หรือว่าในใจของฆาตกรโรคจิตคนนี้จะมีวิญญาณปัญญาชนสิงอยู่?
มิลตันไม่ปิดบังสายตาดูแคลนเลยสักนิด เขาชี้ไปที่ขวดยาแล้วถามต่อ "ยาแบบนี้ปกติพวกนายไปรับของมาจากไหน?"
คราวนี้แบรนดอนตอบเร็วมาก "ปกติก็รับมาจากแก๊งฟานคังนั่นแหละ ถ้ามีเหตุสุดวิสัยรับของไม่ได้ 'บอส' ถึงจะไปติดต่อช่องทางอื่น เช่น ร้านยาถูกกฎหมาย หรือแม้แต่โรงพยาบาล"
มิลตันนั่งลงบนเก้าอี้ค่อยๆ เรียบเรียงความคิด "ไม่ได้รับมาจากพ่อค้าคนกลางเจ้าอื่นแล้วเหรอ?"
"อืม... เราเป็นเจ้าใหญ่ที่สุดในแถบนี้แล้ว..."
"แต่จริงๆ ก็ไม่ต่างกันหรอก เพราะยังไงของก็มาจากด่านตรวจทั้งนั้น แค่ส่วนหนึ่งผ่านพิธีการถูกต้อง อีกส่วนเป็นของหนีภาษี..."
"อย่างน้อยยาในเมืองนี้ผมมั่นใจว่าส่วนใหญ่มาจากด่านตรวจ เพราะถ้ามาจากช่องทางอื่นต้นทุนมันคุมไม่อยู่ แข่งกับเราไม่ได้หรอก"
มิลตันจับจุดได้จากคำตอบของแบรนดอน "หมายความว่ายาขวดในมือฉันนี่ก็ลักลอบเข้ามาผ่านด่านตรวจเหมือนกันงั้นสิ?"
แบรนดอนชะงักไป "เอ่อ อันนี้..."
เขาเองก็เป็นผู้บริหารร้านยาสิทธิ์พอๆ กับ "บอส" แต่เขาไม่เคยได้ยินเจ้าหน้าที่เมนาร์ดพูดถึงยา "โตรกลิทาโซน" มาก่อนเลย... แสดงว่ายาตัวนี้อาจจะไม่ได้มาจากด่านตรวจจริงๆ
"ช่างเถอะ หวังพึ่งนายไม่ได้"
ความจริงมิลตันค่อนข้างมั่นใจแล้วว่ายาตัวนี้ไม่ได้มาจากด่านตรวจ แต่ทางที่ดีควรหาหลักฐานยืนยันอีกหน่อย
ถ้าหาไม่เจอจริงๆ ก็ต้องตั้งสมมติฐานไว้แบบนี้ก่อน
มิลตันส่ายหัวหันกลับไปสนใจสมุดบัญชีอีกครั้ง เมื่อกี้เขาอยากดูหมายเหตุเบ็ดเตล็ดแต่ยังดูไม่ทันจบ
ตอนนี้ได้เวลาดูให้ละเอียดแล้วเผื่อ "บอส" จะโน้ตอะไรไว้
พูดตามตรงสมุดบัญชีสั่งซื้อของ "บอส" เล่มนี้ถึงจะดูหยาบๆ แต่ข้อมูลที่มีประโยชน์จริงๆ ไม่ตกหล่นเลยสักอย่าง
ไม่นานมิลตันก็เจอคำตอบที่ต้องการในบรรทัดหมายเหตุ
"เมนาร์ดบอกว่าเขาไม่เคยขนยาชื่อนี้มาก่อน ไม่เคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำ"
เยี่ยม
อธิบายได้แล้ว... ทำไม "บอส" ถึงเกิดความสงสัย ที่แท้ก็เอะใจมาจากช่องทางการนำเข้านี่เอง
แน่นอนต่อให้ไม่มีโน้ตข้อความนี้มิลตันก็เอนเอียงไปทางคำตอบนี้อยู่แล้ว ตอนนี้มีโน้ตมายืนยันข้อสันนิษฐานของเขาให้ชัดเจนขึ้นไปอีก
"ยืนยันแล้ว ยาตัวนี้ไม่ได้มาจากด่านตรวจ" มิลตันวางสมุดบัญชีลงแล้วพูดว่า "เอาล่ะ เรามาสรุปเบาะแสทั้งหมดที่ได้กันก่อน"
"หนึ่ง ยาใหม่ที่ยังไม่วางตลาดราคาถูกกว่ายาเก่า สอง สันนิษฐานว่ามูลนิธิไอวี่กำลังแอบทดลองยา สาม ช่องทางการนำเข้ายาตัวนี้ไม่ได้ผ่านด่านตรวจที่เป็นเส้นทางที่ถูกที่สุด สี่ เพื่อตบตาคนอื่นพวกมันมีการเปลี่ยนขวดยา"
"จากเบาะแสสี่ข้อนี้เราพอจะสรุปอะไรได้บ้าง หรือพอจะเดาอะไรที่เข้าท่าได้บ้างไหม?"
แบรนดอนทำหน้าเอ๋อ "ผมไม่รู้อะ"
[จบแล้ว]