- หน้าแรก
- มัจจุราชใบสั่งเลือด
- บทที่ 22 - ใบสั่งทางไปรษณีย์
บทที่ 22 - ใบสั่งทางไปรษณีย์
บทที่ 22 - ใบสั่งทางไปรษณีย์
บทที่ 22 - ใบสั่งทางไปรษณีย์
สามสิบนาทีต่อมา
แซ่ก... แซ่ก...
ภายในห้องใต้ดินอันกว้างขวาง ทั้งสองคนเก็บรวบรวมของดูต่างหน้าอย่างเงียบเชียบ
สำหรับมิลตันการต่อสู้ครั้งนี้ถือว่าเสียหายหนักหนาสาหัส เสื้อเกราะหนักราคาแพงสามชุด พังยับไปหนึ่ง เสียหายไปสอง เอาแผ่นเกราะดีๆ มารวมกันแล้วก็เหลือสภาพสมบูรณ์แค่ชุดครึ่งเท่านั้น
ปืน MP5 พัง กระสุนปืนใหญ่ไร้แรงสะท้อนถอยหลังสองนัดถูกใช้ไป กระสุนปืนและระเบิดนับไม่ถ้วน... ที่สำคัญที่สุดคือการสูญเสียเพื่อนร่วมทีมที่ไว้ใจได้ในการรบและรู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับพื้นที่และตลาดมืด ซึ่งเป็นสิ่งที่หาวัตถุสิ่งของใดมาทดแทนไม่ได้
มิลตันถอนหายใจด้วยความเสียดายพลางคำนวณของสงครามที่ยึดมาได้
อย่างแรกคือเกราะ ABA รุ่น Xtreme IV ระดับสี่ครึ่งชุดที่แผ่นหลังยังสมบูรณ์ดี และปืนไรเฟิลอัตโนมัติ FN FAL รุ่น 50.00 อีกหนึ่งกระบอก
เจ้าปืนนี่มีอัตราการยิง 650 นัดต่อนาที ระยะหวังผลไกลกว่า 600 เมตร แม่นยำ รุนแรง ดูแลรักษาง่าย... ถึงจะหนักเทอะทะและควบคุมยากไปหน่อย แต่พลังทำลายล้างนี่ของจริง
ในบางสถานการณ์แม้จะเป็นรุ่นมาตรฐาน 50.00 ไม่ใช่รุ่นปืนกลหนัก 50.41 แต่ถ้าเอามาโมดิฟายใส่แม็กกาซีนแบบตลับกลม ก็เอามาใช้แทนปืนกลประจำหมู่ยามฉุกเฉินได้เลย!
ถ้าเปลี่ยนไปใช้กระสุนเจาะเกราะ M61 เจ้าปืนนี้ถึงขั้นจัดการเป้าหมายหุ้มเกราะเบาได้ด้วยซ้ำ
ช่วยแก้ปัญหาเรื่องอำนาจการยิงของมิลตันได้เยอะมาก
ในตอนนี้ถือว่าเป็นปืนที่ดีและช่วยอุดรอยรั่วของทีมได้
"ปืนกระบอกนี้ในตลาดมืดน่าจะขายได้ราวๆ 10,000 ดอลลาร์ ยังดีที่ระบบคำนวณราคาตามจริงในพื้นที่ไม่ใช่ราคาจัดซื้อของกองทัพ" มิลตันคำนวณแต้มในใจอย่างรวดเร็วเพื่อดูว่าขาดทุนหรือกำไร "เกราะระดับสี่ครึ่งชุดราคาน่าจะประมาณ 25,000 ดอลลาร์ แต่ของพวกนี้ถือเป็นสินค้าต้องห้ามระดับสอง ไม่ได้แต้มสีแดง ขาดทุนยับ..."
ส่วนปืนห่วยๆ อย่าง AK-74 ที่เหลือก็แทบไม่มีราคา อะไรที่แพงที่สุดในปืนน่ะเหรอ ก็พวกอุปกรณ์แต่งปืนไฮเทคไง แต่น่าเสียดายที่ปืนพวกนี้ไม่มีเลย
สรุปตัวเลขออกมา มิลตันใช้แต้มสีแดงไป 150,000 แต้มเพื่อรบครั้งนี้ แต่ได้คืนมาไม่ถึง 60,000
ไม่ได้การ! การขาดทุนครั้งนี้เขาจะยอมแบกรับไว้คนเดียวไม่ได้!
แก๊งฟานคังต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด
คิดได้ดังนั้นมิลตันก็หยิบใบสั่งออกมา เขาเริ่มเขียนรายการค่าปรับให้แก๊งฟานคังที่เคาน์เตอร์ ตอนนี้ยังทวงเงินไม่ได้ แต่ในอนาคตต้องทวงให้ได้!
ขณะที่มิลตันกำลังจรดปากกาเซ็นชื่อ แบรนดอนที่กำลังเก็บของอยู่บนพื้นก็ทำลายความเงียบขึ้นมา "นาย... จะเอายังไงต่อ?"
เสียงปลายปากกาของมิลตันขูดกับกระดาษดัง "แกรกๆ" ตอบกลับไปว่า "แก๊งฟานคังทำเรื่องเลวร้ายเกินไป พวกมันต้องชดใช้ให้สาสม"
แบรนดอนเตือนสติ "ไม่คิดจะหนีเหรอ? ครั้งนี้พวกมันเสียหายหนักขนาดนี้ต้องคลั่งแน่ เชื่อฉันเถอะ พวกมันไม่มานั่งคุยเรื่องกฎหมายกับนายหรอก และพวกมันก็ไม่ใช่สุภาพบุรุษด้วย ตอนนี้พวกมันอาจจะยังไม่มีกำลังพอจะแก้แค้นนาย แต่พวกมันต้องเล่นงานครอบครัวนายแน่"
มิลตันตอบเสียงเย็น "ฉันไม่มีครอบครัว"
"..." แบรนดอนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง "งั้นพวกมันคงไปฆ่าล้างบางที่บ้านเกิดนาย แล้วโยนความผิดให้นาย"
มิลตันเงียบไปสักพักก่อนตอบว่า "ฉันไม่มีบ้านเกิด"
แน่จริงก็ไปเมืองจีนสิ
แบรนดอนไปต่อไม่ถูกเลยได้แต่เดินไปรองน้ำประปามาดื่มแก้เก้อ
"แล้วนายล่ะ?" มิลตันถามกลับขณะที่มือยังคงเขียนยิกๆ "จะเอาไงต่อ?"
"ฉัน... ฉันไม่รู้" แบรนดอนยิ้มขื่นส่ายหน้า "ฉันไปกระตุกหนวดเสือแก๊งฟานคังเข้าแล้ว ทั้งในกรมตำรวจและด่านตรวจก็มีหนอนบ่อนไส้ระดับสูง ร้านยาก็เจ๊ง... ฉัน ฉันคงจบเห่แล้วล่ะ"
"งั้นก็มาทำงานกับฉัน" มิลตันทำหน้าหนา ตีเนียนรักษาโทนเสียงให้ราบเรียบมั่นคง "นี่คือทางรอดเดียวของนาย"
แบรนดอนอึ้งไป น้ำเสียงขมขื่น "เพื่อน ฉันยอมรับว่านายเก่ง แต่ลำพังนายคนเดียวจะไปทำอะไรได้? แก๊งฟานคังตัดท่อน้ำเลี้ยงเรา ด่านตรวจกับตำรวจอาจจะทำอะไรนายซึ่งหน้าไม่ได้ แต่ถ้าเล่นลับหลังล่ะ? ไม่มีเงิน ไม่มีเส้นสาย นายก็มีแต่จะค่อยๆ ขาดใจตาย"
มิลตันไม่อธิบายอะไรมาก เขาเพียงแค่ชี้ให้เห็นความจริงข้อหนึ่ง "แต่นายไม่มีพันธมิตรแล้ว มีแต่ตามฉันมาเท่านั้นถึงจะมีทางออก ถึงจะรอดชีวิต ลองนึกถึง 'บอส' นึกถึงลิอา นึกถึงครอบครัวนายดูสิ นายมีทางเลือกแค่ทางเดียว"
"..." แบรนดอนค้นพบอย่างน่าเศร้าว่ามันคือเรื่องจริง "นายพูดถูก ฉันกับนายลงเรือลำเดียวกันแล้ว แต่น่าเสียดายที่เรือลำนี้มันรั่วอยู่ตลอดเวลา"
มิลตันเซ็นใบสั่งเสร็จพอดีเขาวางปากกาลงบนโต๊ะ "งั้นก็อุดรูรั่วซะสิ แก๊งฟานคังขวางทางเรา ก็จัดการแก๊งฟานคัง ด่านตรวจเพ่งเล็งเรา ฉันก็จะควบคุมด่านตรวจ ส่วนนาย... แค่แผ่อิทธิพลให้ทั่วโรงพัก นายยังจะต้องกลัวเพื่อนร่วมงานยิงหลังอีกเหรอ?"
"ลองคิดดูสิ จะยอมเป็นหมาคอยกินเศษอาหารที่หล่นจากปากคนอื่นเหมือนเมื่อก่อน หรือจะเลื่อนยศรวยเละ แล้วคุมทุกอย่างไว้ในมือ"
"อำนาจกับความมั่งคั่งก็เหมือนโรคเอดส์ มันแพร่ได้แค่ทางเลือดและเซ็กซ์... ยกเว้นนายจะมีปืนในมือ"
ห้องใต้ดินตกอยู่ในความเงียบไปกว่าสิบวินาที
"ได้! ไหนๆ ก็จะตายอยู่แล้ว ก่อนตายขอพาพวกมันลงนรกไปด้วยสักสองสามคน!" แบรนดอนดูเหมือนจะยังมองโลกในแง่ร้าย เขาคิดแค่ว่าจะแลกชีวิตกับศัตรู "ว่ามาเลย เราจะไปถล่มใครต่อ?"
มิลตันเดินไปที่ศพชายร่างยักษ์แล้วเริ่มถอดเสื้อเกราะของมันออก
"เชลยคนก่อนบอกฉันว่าช่วงนี้แก๊งฟานคังกำลังเปิดศึกกับแก๊งอื่นในเม็กซิโก ส่วนทางฝั่งเราฟานคังเสียคนไปตั้ง 11 คนพร้อมอาวุธครบมือ ในระยะสั้นพวกมันคงไม่มีปัญญาจัดตั้งทีมที่เก่งกว่านี้มาจัดการเราได้แล้ว" มิลตันปลดทรัพย์ชายร่างยักษ์จนเกลี้ยงแล้วเดินกลับไปที่ร้านขายยา เสียงของเขาลอยมาเนิบๆ "หัวหน้าแก๊งฟานคังทำงานรอบคอบ มันไม่ส่งลูกน้องมาตายเปล่าหรอก"
"อย่างที่นายบอก เรื่องนี้มันดังมาก ในนามเราคือฮีโร่ที่ปราบกลุ่มผู้ก่อการร้าย เพราะฉะนั้นด่านตรวจกับตำรวจคงไม่กล้าทำอะไรเราซึ่งหน้า"
"พูดง่ายๆ ก็คือเรามีเวลาหายใจหายคอสักพัก ไม่ต้องไปรบกับใคร แน่นอนว่าการบุกโจมตีซึ่งหน้าคงไม่มี แต่ไม่ได้แปลว่าพวกมันจะไม่ลองส่งมือสังหารมาลอบฆ่า เรื่องนี้นายต้องระวังตัวไว้"
พูดจบมิลตันก็หยิบมีดเล่มหนึ่งขึ้นมาแล้วเดินกลับไปหาศพชายร่างยักษ์
"นายหาทางสร้างอิทธิพลในสถานีตำรวจ ไต่เต้าให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้... ส่วนฉันจะหาคนเพิ่ม พวกเจ้าหน้าที่ตรวจการภาคสนามไม่ค่อยได้รับความสำคัญเท่าไหร่ ฉันน่าจะลองดึงตัวมาได้ เราต้องรวมกลุ่มสร้างกองกำลังของตัวเอง เพื่อให้พวกแก๊ง ตำรวจเลว และด่านตรวจต้องเกรงใจ"
"สุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือเงิน เราต้องการเงินจำนวนมหาศาล ขอแค่มีเงินเราก็แก้ปัญหาได้ตั้งเยอะ และเราก็จะไล่แก๊งฟานคังออกไปจากเมืองมาราแคนได้"
สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือไล่บี้อิทธิพลที่เหลืออยู่ของแก๊งฟานคังในเมืองนี้ให้มากที่สุด พร้อมกับกอบโกยเงินจากพวกมันมาด้วย
ฉับ... ฉับ...
แบรนดอนเงียบไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะคำพูดของมิลตัน
แต่เป็นเพราะการกระทำของเขา
"เอ่อ คือ เหตุผลฉันเข้าใจนะ แต่... นายจะไปเล่นกับศพทำไม?"
เมื่อกี้แบรนดอนโกรธจัดยังแค่ต่อยไปไม่กี่หมัด... ทำไมมิลตันพูดไม่กี่คำก็ลงมือเฉือนหัวไอ้ยักษ์นั่นออกมาทีละนิด แล้วยังไปง้างปากมันอีก?!
มิลตันใช้มีดงัดปากศพชายร่างยักษ์แล้วยื่นมือไปหาแบรนดอน "ขอถุงพลาสติก ใบเล็กๆ แบบใส"
แบรนดอนหยิบถุงพลาสติกส่งให้มิลตันอย่างกล้าๆ กลัวๆ... ตอนนี้เขารู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ตรวจการคนนี้น่ากลัวกว่าพวกนักฆ่าเมื่อกี้เสียอีก
ฉากโหดๆ ในหนังฆาตกรรมยังเทียบไม่ได้กับภาพตรงหน้าเลย!
"นาย... นายจะทำอะไรน่ะ?"
มิลตันยัดใบสั่งที่ใส่ถุงพลาสติกเรียบร้อยแล้วเข้าไปในปากของชายร่างยักษ์ แล้วตอบว่า "ส่งใบสั่งทางไปรษณีย์ ให้แก๊งฟานคัง หาที่อยู่ธุรกิจหลักของพวกมันสักที่ แล้วส่งไป"
แบรนดอนได้ยินแล้วก็ต้องยกน้ำขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ แล้วก็ตามด้วยอึกที่สอง อึกที่สาม...
บ้าคลั่ง แข็งแกร่ง และยึดติดกับการเก็บภาษีในระดับที่น่าขนลุก
เจอศัตรูอย่างแก๊งฟานคังที่เกือบจะฆ่าตัวเองตาย สิ่งแรกที่มิลตันคิดคือการเขียนใบสั่งให้พวกมันเนี่ยนะ?
ผ่านไปสองนาทีมิลตันก็แพ็ค "ใบสั่ง" เสร็จเรียบร้อย
"ไปกันเถอะ ออกไปข้างนอก" มิลตันหิ้วหัวคนเดินนำ "เพื่อนร่วมงานของนายน่าจะรออยู่ข้างนอกแล้ว"
ระเบิดปืนใหญ่สองนัด นัดหนึ่งระเบิดที่หน้าประตู เสียงคงดังสนั่นไปทั้งเมือง
ผ่านไป 30 นาที ตำรวจก็น่าจะมาถึงกันแล้ว
มิลตันหิ้วหัวที่ยังมีเลือดหยด ตะเกียกตะกายขึ้นมาจากปากท่อระบายน้ำที่ถูกระเบิดจนกลายเป็นซากปรักหักพัง
แสงรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องลงมาที่ถนนสายเก่า
...
สารวัตรตำรวจที่เคยมาตรวจสอบเหตุระเบิดรถยนต์ก่อนหน้านี้ พร้อมด้วยลูกน้อง เป็นกลุ่มแรกที่มาถึงที่เกิดเหตุ พวกเขากั้นแถบเหลืองปิดล้อมพื้นที่ถนนไว้
แชะ... แชะ... นอกแถบกั้นมีนักข่าวสาวผมบลอนด์กำลังหามุมถ่ายรูปอย่างขะมักเขม้น
ไกลออกไปมีเสียงไซเรนตำรวจดังแว่วมา นั่นคือกำลังเสริมที่กำลังเดินทางมา
สารวัตรถอนหายใจด้วยความเสียดาย
จากสายข่าวรายงานว่ามีกลุ่มติดอาวุธอย่างน้อย 11 คนพร้อมอาวุธหนักบุกเข้าไปในบ้านหลังนี้ มีทั้งเสื้อเกราะและอาวุธสงคราม
เสียงที่ดังสนั่นเมื่อครู่ราวกับเกิดสงครามขนาดย่อม! หน้าประตูนั่นเหมือนโดนปืนใหญ่ถล่มชัดๆ!
เจ้าหน้าที่ตรวจการคนนั้นคงไม่รอดแล้วมั้ง... ไม่รู้ข้างในเป็นยังไงบ้าง คงต้องรอให้หน่วยสวาทมาถึงก่อนถึงจะเข้าไปดูได้
คนร้ายตั้ง 11 คน ถ้าพวกมันพุ่งออกมา สารวัตรเองก็คงต้องวิ่งหนีเหมือนกัน!
ทันใดนั้นสารวัตรก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากซากปรักหักพังจึงหันไปมองโดยสัญชาตญาณ
เจ้าหน้าที่ตรวจการคนหนึ่งที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด สภาพดูไม่ได้ อ่อนล้าโรยแรง กำลังค่อยๆ ปีนออกมาจากซากตึก
ในมือของเขาหิ้วศีรษะคนที่มีเลือดหยดติ๋งๆ
เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตา แววตานั้นช่างราบเรียบ
วินาทีนั้นสารวัตรถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว
[จบแล้ว]