- หน้าแรก
- มัจจุราชใบสั่งเลือด
- บทที่ 12 - กลับไปรอฟังข่าวเถอะ
บทที่ 12 - กลับไปรอฟังข่าวเถอะ
บทที่ 12 - กลับไปรอฟังข่าวเถอะ
บทที่ 12 - กลับไปรอฟังข่าวเถอะ
หืม?
มีคนขวางรถ?
ประสาทของมิลตันตึงเครียดถึงขีดสุด มือขวาคว้าหมับไปที่ปืนพกข้างเอวโดยอัตโนมัติ
พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีคุกคามอะไร เขาถึงค่อย ๆ จอดรถเทียบข้างทาง ลดกระจกลง แล้วพูดอย่างระวังตัว "นาย เอามือวางไว้ในที่ที่ฉันมองเห็น แล้วบอกธุระของนายมา!"
มิลตันกวาดตามองรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว ยืนยันว่าไม่มีการดักซุ่ม
จริง ๆ ตอนนี้มิลตันไม่มีกะจิตกะใจจะไปยุ่งเรื่องชาวบ้านหรอก แต่เขายิ่งไม่กล้าปล่อยให้มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
นี่คือผลพวงของการเป็นฝ่ายเสียเปรียบและพลาดไม่ได้
เทียบกับการเสียเวลานิดหน่อย เหตุการณ์ไม่คาดฝันจะทำให้เสียสมาธิมากกว่า
หลายคนคงเคยเจอ—ตอนกำลังจดจ่อกับเรื่องยาก ๆ ซับซ้อน แค่มีคนมากวนนิดเดียว ก็หงุดหงิดแทบบ้า
มิลตันข่มอารมณ์นั้นไว้ จ้องมองมือของชายคนนั้น มองเขาเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว
ชายคนนั้นชูมือสูง ยิ้มประจบประแจง "คุณตะ... คุณเจ้าหน้าที่ครับ ผมมีเบาะแสครับ ผมมีเบาะแสสำคัญมาก!"
หลังจากตัดสินใจจะขายเพื่อนร้านขายยา เขาก็มายืนวัดดวงแถวแผงผลไม้นี้ เพราะได้ยินมาว่าเมื่อกี้มีเจ้าหน้าที่มาจัดการคดีลักลอบขนของที่นี่
แล้วก็เจอเจ้าหน้าที่จริง ๆ!
มิลตันพิจารณาชายคนนั้นสองวินาที แล้วเอ่ยปาก "ว่ามา อย่าตุกติก"
"ผมรู้แหล่งกบดานของแก๊งลักลอบขนของรายใหญ่ รายใหญ่มาก!"
ชายคนนี้กะจะเล่นลิ้นนิดหน่อย พูดให้ดูเวอร์วัง เพื่อล่อให้เจ้าหน้าที่ซักถาม จะได้โก่งค่าข่าวได้เยอะ ๆ
แต่มิลตันไม่มีอารมณ์มาสืบคดี พอรู้ว่าเรื่องที่จะพูดไม่เกี่ยวกับแก๊งฟานคัง ก็ตอบส่ง ๆ ไปประโยคหนึ่ง "รับทราบ กลับไปรอฟังข่าวเถอะ"
พูดจบก็จะกดกระจกขึ้น
ชายคนนั้นร้อนรนทันที กลัวว่าขืนช้ากว่านี้ ร้านยาเถื่อนจะหาคนคุ้มครองใหม่ได้ทัน เลยไม่กล้าเล่นลิ้นอีก ตะโกนลั่น "คุณเจ้าหน้าที่ครับ ที่นั่นเป็นหนึ่งในรายใหญ่ที่สุดของถนนสายเก่าเลยนะ ท่านไปทีเดียว อาจจะยึดได้หลายแสนเกตซัลเลยนะ!"
ท่ามกลางความคาดหวังและความกังวล กระจกรถหยุดเลื่อนขึ้น—มิลตันได้ยินคำว่า "ถนนสายเก่า"!
จากข้อมูลของตำรวจ นักฆ่าซ่อนตัวอยู่ที่ถนนสายเก่า!
ชายคนนั้นดีใจจนเนื้อเต้น—ว่าแล้ว ไม่มีใครปฏิเสธเงินแสนเกตซัลได้ลง!
ทว่า ยังไม่ทันที่เขาจะเรียกราคา ก็เห็นปากกระบอกปืนดำมืดโผล่ออกมาจากหน้าต่างรถ
พร้อมเสียงเรียบเฉยของมิลตัน "ขึ้นรถ อย่าให้เห็นว่าล้วงกระเป๋า"
ชายที่แค่อยากขายเพื่อนกินเคยเจอพฤติกรรมเถื่อนดิบแบบนี้ที่ไหน ตกใจจนไม่กล้าพูดสักคำ ฝืนลากขาที่อ่อนเปลี้ยเดินอ้อมไปอีกฝั่ง แล้วนั่งลงที่เบาะข้างคนขับด้วยสมองที่ว่างเปล่า
นี่เหรอเจ้าหน้าที่?
มาเฟียยังคุยรู้เรื่องกว่านี้เลย...
มิลตันถือปืนที่พร้อมยิงได้ทุกเมื่อ ค้นตัวชายคนนี้อย่างละเอียด พอมั่นใจว่าไม่พกอาวุธร้ายแรง ถึงหยิบกุญแจมือออกมาล็อกข้อมือเขาไว้กับรถ
จริง ๆ เขาไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้น แต่ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ระวังไว้ก่อนย่อมดีกว่า
มิลตันกำลังจะไปหาตัวนักฆ่าที่ถนนสายเก่า จู่ ๆ ก็มีคนมาแจ้งเบาะแสเรื่องยาเถื่อนที่ถนนสายเก่า แล้วแก๊งฟานคังก็ดันทำธุรกิจค้ายาพอดี...
มิลตันยังเชื่อมโยงเบาะแสกระจัดกระจายพวกนี้ไม่ได้ เลยสมมติไปก่อนเลยว่าเรื่องพวกนี้เป็นกับดัก อาจจะเป็นภัยต่อตัวเขา!
"หลังจากยืนยันความถูกต้องของเบาะแสแล้ว ฉันจะพิจารณาจ่ายส่วนแบ่งที่นายควรจะได้ให้" มิลตันเก็บอาวุธ ขับรถมุ่งหน้าสู่ถนนสายเก่าต่อ "ตอนนี้ คายทุกอย่างที่นายรู้ออกมาให้หมด"
ชายคนนั้นเห็นปืนเก็บไปแล้วแต่ก็ยังไม่กล้าต่อรอง รีบเล่าเรื่องร้านยาเถื่อนอย่างละเอียดทันที
ในใจก็เริ่มหวาด ๆ... สไตล์การทำงานของเจ้าหน้าที่คนนี้ ไม่ต่างอะไรกับโจรเลยนะเนี่ย
บังคับใช้กฎหมายเข้มข้นไปไหมพี่?
ฟังคำให้การจบ มิลตันก็พึมพำเสียงเบา "ร้านยาเถื่อน ยอดเงินหมุนเวียนสูง ถนนสายเก่า..."
ฟังดูแล้ว น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งฟานคัง
เพราะแก๊งฟานคังทำธุรกิจค้ายา
และหลังจากรับ "แจ้งเหตุ" นี้ มิลตันก็พบว่าในช่อง "เบาะแส" ของระบบ มีข้อมูล "นักฆ่าแก๊งฟานคังลักลอบขนอาวุธผิดกฎหมาย" ขึ้นมาให้ซื้อ
กัดฟันจ่าย 2,000 แต้มซื้อข้อมูล ระบบก็ขึ้นข้อความ
[ในร้านยาเถื่อนลึกลับแห่งหนึ่งในย่านถนนสายเก่า อาจพบเบาะแสเกี่ยวกับกลุ่มนักฆ่า]
คลุมเครือมาก... แต่อย่างน้อยก็ยืนยันทิศทางคร่าว ๆ ได้ และยืนยันว่าชายคนนี้ไม่ได้แจ้งความเท็จ
ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง มิลตันตัดสินใจจะลองไปดูร้านยาเถื่อนที่ถนนสายเก่าตามเบาะแสของชายคนนี้และระบบดูก่อน
ดีกว่าไปเดินสุ่มหาแบบแมลงวันไร้หัวในย่านถนนสายเก่าอันกว้างใหญ่
ยังไงนักฆ่าก็ซ่อนตัวอยู่ในบริเวณนี้ ทางผ่านพอดี ไม่เสียเวลามาก
ถ้าร้านยาเถื่อนกับแก๊งฟานคังเป็นแค่คู่ค้าธรรมดา ก็ลองบังคับถามเจ้าของร้านดูว่ารู้อะไรเกี่ยวกับแก๊งฟานคังบ้าง รู้ไหมว่าเซฟเฮาส์ของพวกมันในถนนสายเก่าอยู่ที่ไหน รู้ไหมว่าในเซฟเฮาส์มีอาวุธอะไรบ้าง และผังห้องเป็นยังไง
ต่อให้ได้ข้อมูลคลุมเครือมานิดหน่อย ก็คุ้มค่า
ความสำคัญของข้อมูลในการรบ CQB มีคนใช้ชีวิตพิสูจน์มาแล้วนับไม่ถ้วน
แถมยังได้ปั๊มแต้มไประหว่างทางด้วย
ถ้าพบว่าร้านยาเถื่อนกับแก๊งฟานคังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ก็หาทางจัดการคนข้างในซะ จะได้ไม่เป็นเสี้ยนหนามตอนบุกถล่มรังนักฆ่า
ขอแค่จัดการเรื่องนี้ให้จบภายในหนึ่งชั่วโมง ก็ไม่น่าส่งผลกระทบต่อแผนการใหญ่
บรึ้ม!
รถกระบะออกตัวอีกครั้ง
สิบนาทีต่อมา ทั้งสองก็มาถึงถนนสายเก่าที่คับแคบและสกปรก
เพื่อไม่ให้สะดุดตาเกินไป มิลตันยอมจ่ายแต้มแลกชุดลำลองเก่า ๆ มาเปลี่ยนแทนชุดเจ้าหน้าที่ แล้วค่อยเดินตามชายคนนั้นเข้าไปในถนนสายเก่า
กันเหนียวไว้ก่อน มิลตันไม่พกปืนลูกโม่ M29 กระบอกเดิม แต่เปลี่ยนมาใช้ปืนพกรูกอร์ มาร์ค 2 แทน
เผื่อต้องใช้ความรุนแรง เสียงปืนจะได้ไม่ดังไปไกลจนพวกนักฆ่ารู้ตัวก่อน
ชายคนนั้นเห็นเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมแล้ว ก็พูดอย่างกระตือรือร้น "ทางนี้ครับท่าน ตามผมมา! ที่นี่ไม่มีคนดีหรอก มีแต่พวกปลิงดูดเลือด ท่านไม่ต้องปรานีพวกมันครับ!"
มิลตันเดินตามชายคนนั้นเข้าไปในตรอก กวาดตามองสภาพแวดล้อมรอบตัว
สกปรก รกรุงรัง และยากจน ทุกที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นน่าสงสัย คนที่นี่ดูเหนื่อยล้าและสุขภาพย่ำแย่ ขอทาน ขโมย โสเภณี นักพนัน ขี้เมา นักต้มตุ๋น อันธพาล มีให้เห็นทั่วไปหมด ริมทางยังมีมอเตอร์ไซค์จอดอยู่เพียบ...
"มิน่าถึงเลือกมาซ่อนตัวที่นี่ ยังดีที่ฉันใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ ทำงานมาทั้งวันตัวก็มอมแมม เลยไม่ดูเด่นเกินไป"
เดินไปได้แค่สักนาทีสองนาที ยังไม่ทันลึกเข้าไปในตรอก ชายคนนั้นก็หยุดอยู่หน้าประตูเหล็กขึ้นสนิม
หลังประตูคือบ้านโทรม ๆ ที่ดูธรรมดามาก บางส่วนพังถล่มลงมา ส่วนที่เสียหายก็แค่เอาสังกะสีเกรดต่ำมาปิดไว้ ปล่องไฟผุ ๆ มีควันขาวลอยออกมา ได้กลิ่นอาหารและคราบน้ำมันจาง ๆ
ไม่มีอะไรผิดปกติ
มิลตันพยักหน้า ยืนหลบอยู่ในจุดบอดสายตาของประตู ส่งสายตาบอกชายคนนั้นว่าเริ่มได้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เคาะประตูสามครั้ง ช่องเล็กบนประตูเหล็กก็เปิดออก
แววตาเหนื่อยล้าของเฒ่าฌอนฉายแววสงสัย กลบความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ เมื่อครู่ "โอลิโว? กลับมาทำไม? ซื้อยาไปแล้วไม่ใช่เหรอ?"
โอลิโวทำหน้าหงุดหงิด "เมื่อกี้ตอนกินข้าว ฉันลืมไขควงทิ้งไว้ที่นี่ นายก็รู้ ถ้าไม่มีไขควงอันนั้น พรุ่งนี้ฉันทำงานไม่ได้แน่!"
ฌอนดูเหมือนจะใจลอย คิดอะไรเพลิน ๆ อยู่ แถมโอลิโวก็เป็นคนคุ้นเคย ปกติก็ขี้ลืมอยู่แล้ว พอได้ยินแบบนั้นเลยไม่ได้คิดอะไรมาก เอื้อมมือไปเปิดประตูเหล็ก
"โอลิโว ขอบอกไว้ก่อนนะ เข้าไปหยิบของแล้วรีบออกมา นายไม่รู้หรอกว่าข้างในเกิ... อุ๊บ! อื้อออ!!!"
ตาเฒ่าผู้น่าสงสารยังพูดไม่ทันจบ มิลตันที่ดักซุ่มอยู่ก็พุ่งชาร์จ ยัดก้อนผ้าเข้าปากแก
พร้อมกับบิดแขนอย่างแรง ความเจ็บปวดแล่นพล่านจนฌอนร้องอู้อี้ ล้มคว่ำหน้าคะมำพื้น
กริ๊ก!
มิลตันใส่กุญแจมือฌอนอย่างชำนาญ ลากเขาเข้าไปในห้องเก็บของเล็ก ๆ ขนาดสองสามตารางเมตร แล้วมัดไว้ด้วยเชือก
โอลิโวมองดูฌอนที่นอนกองกับพื้น ส่งสายตาโกรธแค้นมาให้ เขาไม่รู้สึกผิดเลยสักนิดกับชายชราที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้
รอให้ตาแก่นี่ตาย ร้านยาเถื่อนนี้เจ๊ง แล้วเขาได้เงินรางวัลจากเจ้าหน้าที่ เผลอ ๆ อาจจะได้ชิมรสชาติลูกสาวแกก่อนหนีไปอเมริกา... ยังไงยัยนั่นก็เคยโดนข่มขืนมาแล้ว ไม่เสียหายอะไรถ้าจะโดนอีกสักที
เงิน ผู้หญิง อเมริกา... อิสรภาพและอนาคตที่สดใส!
คิดได้ดังนั้น โอลิโวก็ยิ่งกระดี๊กระด๊า หันไปพ่นภาษาอังกฤษใส่มิลตัน "เซอร์ ดีส เวย์! (ทางนี้ครับท่าน!)"
ปล. ภาษาราชการของกัวเตมาลาคือภาษาสเปน
[จบแล้ว]