- หน้าแรก
- มัจจุราชใบสั่งเลือด
- บทที่ 8 - ใช้เสร็จก็เขี่ยทิ้ง
บทที่ 8 - ใช้เสร็จก็เขี่ยทิ้ง
บทที่ 8 - ใช้เสร็จก็เขี่ยทิ้ง
บทที่ 8 - ใช้เสร็จก็เขี่ยทิ้ง
ซ่า...
ในตรอกที่เต็มไปด้วยกองขยะ ทั้งทรุดโทรมและส่งกลิ่นเหม็นเน่า มีเงาร่างหลายสายเดินขวักไขว่ ถือขวดหรือกระป๋อง ย่ำเท้าผ่านน้ำเสียสีดำเมี่ยมด้วยความเร่งรีบ
พวกเขาทุกคนจงใจเดินหลังค่อม ห่อตัว ไม่อยากให้ใครเห็นหน้า และตั้งท่าระวังตัวโดยสัญชาตญาณ
ที่นี่คือแหล่งที่จนที่สุด สกปรกที่สุด วุ่นวายที่สุดของเมืองมาราแคน... แต่ขณะเดียวกันก็เป็นตลาดมืดที่มีของครบครันที่สุด
คนที่นี่เรียกมันว่า "ถนนสายเก่า"
สินค้ามากมายที่หาซื้อตามช่องทางปกติไม่ได้ หรือของผิดกฎหมาย จะถูกพวกนักลักลอบขนของหาทางเอามาปล่อยที่นี่
ลูกค้าหลายคนถึงขนาดยอมเดินทางข้ามเมืองมาที่นี่
ตัณหา เงินตรา ความสิ้นหวัง การคอร์รัปชัน อาชญากรรม...
ล้วนเติบโตและแพร่กระจายอยู่ในกลิ่นเหม็นเน่านี้
ในตลาดมืด ไม่มีอะไรที่ซื้อขายไม่ได้
ทุกสิ่ง รวมทั้งชีวิตคน ล้วนมีราคาค่างวด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ชายสวมเสื้อโค้ทเดินย่ำน้ำเน่ามาหยุดหน้าประตูเหล็กขึ้นสนิม เคาะเป็นจังหวะสามครั้ง
ห้าหกวินาทีผ่านไป ช่องเล็ก ๆ บนประตูเหล็กก็ถูกเลื่อนเปิดออกพร้อมเสียงดังเอี๊ยดบาดหู
เสียงแหบพร่ายังคงแฝงความระมัดระวังดังลอดออกมา "ใคร?"
"ฉันเอง"
"แบรนดอน?!" คนข้างในคาดไม่ถึงว่าจะเป็นเขา "ทำไมวันนี้มาเร็วนัก? ไม่กลัวเพื่อนร่วมงานจับได้เหรอ?"
แบรนดอน! ตำรวจที่เพิ่งเจอกับมิลตันที่แผงผลไม้นั่นเอง!
เขาไม่ได้ไป "ลาดตระเวน" ที่ไหน พอออกจากตรงนั้นก็ดิ่งมาที่นี่ทันที!
ท่าทาง "หื่นกาม" และ "ขี้ฉ้อ" บนหน้าแบรนดอนหายวับไปจนหมดสิ้น เขาพูดเสียงขรึม "วันนี้มีเหตุสุดวิสัย เพื่อนร่วมงานฉันโดนภารกิจด่วนเรียกตัวออกไปแล้ว"
คนข้างในบ่นอุบอิบขณะเปิดประตูเหล็ก มองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใครตามมา ถึงยอมให้แบรนดอนเข้ามา พร้อมบ่นว่า "ต่อให้คู่หูนายไม่อยู่ ก็ยังมีตำรวจคนอื่นนะ"
"ไม่มีหรอก กำลังตำรวจส่วนใหญ่กำลังจะโดนเรื่องใหญ่กว่าดึงความสนใจไป" แบรนดอนตอบรับ "เราปลอดภัย ฌอน ฉันเป็นมืออาชีพกว่าแกเยอะ อย่ามาสงสัยฉัน"
ทั้งสองคุยกันพลางเดินมาถึงปากทางลงท่อระบายน้ำ
"ก็ได้ ๆ..." เฒ่าฌอนยิ้มขื่นส่ายหัว ก้มลงไขกุญแจ "เรื่องใหญ่ที่ว่า คือเรื่องอะไร?"
สิ้นเสียง ระเบิดตูมใหญ่จากที่ไกล ๆ ก็ดังเข้าหูทุกคน
เฒ่าฌอนหันขวับด้วยความตกตะลึง เห็นควันดำและเปลวไฟพุ่งขึ้นฟ้า!
ตามมาด้วยเสียงไซเรนหวีดหวิวแสบแก้วหู!
ฌอนมองแบรนดอนเหมือนมองคนแปลกหน้า ถามเสียงสั่น "นาย... นะ นี่ฝีมือนายเหรอ?"
"ไม่ใช่ฉัน แต่ฉันได้ข่าวมาจากแก๊งฟานคังล่วงหน้าแล้ว" ตำรวจแบรนดอนกล่าว "ยังไงหมอนั่นก็คนเลว ลูกสาวแกได้ยินข่าวนี้คงดีใจ ไม่ใช่เหรอ?"
ก่อนหน้านี้ที่แบรนดอนพูดถึง "ลูกสาวตาเฒ่าฌอน" ที่แผงผลไม้ แล้วคู่หูทำหน้าหื่นกามใส่ ก็เพราะไอ้คู่หูคนนั้นแหละที่เป็นคนข่มขืน
ตำรวจคนนั้นคือตัวการที่ทำให้ลูกสาวของฌอนยังต้องกินยารักษาตัวจนถึงทุกวันนี้
ฌอนได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปมา มีทั้งความเจ็บปวด ความซาบซึ้ง แต่กลับไม่มีความสะใจที่ศัตรูตายเลยสักนิด
มันสายไปแล้ว
แถมตำรวจน้ำดีที่หายากคนนี้ ดูเหมือนจะถลำลึกจนกู่ไม่กลับแล้ว
"แบรนดอน นายอยู่ห่าง ๆ พวกแก๊งฟานคังไว้จะดีกว่า... ไม่งั้นสักวันนายจะโดนลากลงนรกไปด้วย พวกมันไม่ใช่คนดี"
"ถ้าฉันถอยออกมา ใครจะไปเอายา ใครจะคอยถามข่าว ใครจะเป็นเกราะคุ้มกันให้พวกแกในโรงพัก? ด่านตรวจมีปัญหา ตอนนี้ราคายาพุ่งไปกี่เท่าแล้ว? ฝั่งฉันจะให้มีอะไรผิดพลาดอีกไม่ได้" แบรนดอนส่ายหน้า "อีกอย่าง มันสายไปแล้ว ฉันลงเรือลำเดียวกับพวกมันไปแล้ว"
ด่านตรวจมีปัญหา...
ยาเถื่อนเข้าไม่ได้—เจ้าหน้าที่ที่เพิ่งเจอเมื่อกี้ ก็เพิ่งยึดยาเถื่อนไปห่อหนึ่ง
ยาที่เข้ามาทางอื่น นอกจากราคาจะแพงหูฉี่แล้ว ของยังขาดตลาดอีก
ทุกคนสัมผัสได้ว่า พายุกำลังจะมา
เดินผ่านทางเดินแคบ ๆ ที่คดเคี้ยวซับซ้อน ลึกเข้าไปจนถึงห้องสุดท้ายในท่อระบายน้ำ แบรนดอนก็โบกมือ "ส่งแค่นี้แหละ ที่เหลือฉันจะคุยกับ 'บอส' เอง"
ฌอนเดินหลังค่อมจากไปช้า ๆ "คุณตำรวจ รักษาสุขภาพด้วย..."
แบรนดอนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะผลักประตูเข้าไป
ตรงหน้าคือร่างที่ซ่อนอยู่ในเงามืด มองไม่เห็นหน้าค่าตา
พ่อค้ายารายใหญ่ที่สุดในย่านนี้ ไม่มีใครรู้ชื่อจริง รู้แค่รหัสเรียกขานว่า "บอส"
"บอส" ถามสั้น ๆ "เรื่องนำเข้ายา เป็นไงบ้าง? เมื่อไหร่จะกลับมาปกติ?"
"สถานการณ์เริ่มนิ่ง แต่กำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น เป็นเรื่องภายในด่านตรวจ" แบรนดอนถอนหายใจ "ปัญหาคือเครือข่ายเส้นสายของเราในด่านตรวจ อาจจะใช้การไม่ได้ทั้งหมดแล้ว"
ก็เพราะไปผูกมิตรกับเมนาร์ดและแก๊งฟานคัง พวกเขาถึงขนยาได้เยอะขนาดนี้
จนกระทั่งรถขนยาโดนยึด เมนาร์ดกับแก๊งฟานคังเสียหายหนัก ส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนภายในด่านตรวจ ต้นทุนการขนของเลยพุ่งปรี๊ด
เสียงของ "บอส" ไร้ความรู้สึก "ตั้งแต่วันนี้ ราคายาขึ้น 20% ถือเป็นค่าดำเนินการสร้างเครือข่ายใหม่ เป็นรายจ่ายที่จำเป็น ยาของเราเป็นของก๊อปเกรดเอ นำเข้าตามระบบไม่ได้"
"ช่วงนี้ราคายาก็พุ่งไปเกือบสามเท่าแล้วนะ... ฉันกลัวว่า..."
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
ขณะทั้งสองกำลังคุยกัน ประตูข้างหลังก็ถูกเคาะ เด็กสาวตัวเล็ก ๆ เดินเข้ามาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
เห็นคนมาใหม่ สีหน้าของแบรนดอนก็อ่อนโยนลงบ้าง
"ลิอา มาซื้อยาอีกแล้วเหรอ?"
นี่คือเด็กสาวร้านผลไม้เมื่อกี้นี่เอง!
"น้าแบรนดอน!" ลิอายิ้มพยักหน้า อารมณ์ดีขึ้นมาก "สวัสดีตอนบ่ายค่ะ! เมื่อกี้หนูแสดงละครเก่งไหม?"
แบรนดอนยิ้ม "มีหลุดนิดหน่อย แต่ไม่ชัดเจนหรอก"
"บอส" ดูจะรู้จักลิอาดี เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง บอกราคาเลย "ลิอา ยาเกลานิเบนคาไมด์ 160 เกตซัล"
"160?!" ลิอาหันขวับ ร้องเสียงหลง "ทำไมแพงขึ้นอีกแล้วคะ"
พอหลุดปากถาม ภาพ "ของกลาง" ที่โดนคุณเจ้าหน้าที่ยึดไปก็ผุดขึ้นมาในหัว
จริง ๆ เธอรู้ว่าน้าแบรนดอนกับ "บอส" ไม่ได้เอากำไรจากพวกเธอเท่าไหร่
แต่คุณเจ้าหน้าที่ก็เป็นคนดี...
ไม่มีใครผิดเลย... แล้วตกลงใครผิดกันแน่?
เด็กสาวหน้าจ๋อยลง ถามเสียงอ่อย "20 ดอลลาร์... ได้ไหมคะ?"
แบรนดอนโพล่งขึ้นมา "เธอไปเอาดอลลาร์มาจากไหน?"
"คุณ... เจ้าหน้าที่คนนั้นให้มาค่ะ บอกว่าเป็นค่าเสียหายแผงผลไม้" ลิอารีบอธิบาย "น้าแบรนดอน คุณเจ้าหน้าที่เขาก็เป็นคนดีนะ เขาไม่ได้รังแกหนู"
ดูออกแล้ว... ตัวเธอไม่มีรอยขีดข่วน แถมแค่ร้องไห้ขี้มูกโป่ง มีแต่ไอ้โง่สมองมีแต่น้ำกามอย่างไอ้ตำรวจที่เพิ่งโดนระเบิดตายห่าไปนั่นแหละ ที่จะคิดว่ามิลตันทำเรื่องระยำ
"บอส" ตัดบท "ดอลลาร์ก็ได้"
เขาตรวจสอบแบงก์ว่าเป็นของจริง แล้วยื่นขวดยาให้
"รีบกลับบ้านไป คืนนี้แถวนี้ไม่ปลอดภัย"
ลิอารับขวดยามาอย่างทะนุถนอม พยักหน้าหงึกหงัก แล้วเดินออกจากห้องไป
"หนูกินข้าวเสร็จจะรีบกลับบ้านเลย!"
ประตูเหล็กปิดลง ความมืดเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง
สิบกว่าวินาทีผ่านไป แบรนดอนถึงแค่นหัวเราะสมเพชตัวเอง "คนดีงั้นเหรอ?"
เสียงของ "บอส" ดังแว่วมา "คนดีอยู่ที่นี่ได้ไม่นานหรอก"
"หวังว่าพายุจะผ่านไปเร็ว ๆ นะ" แบรนดอนส่ายหน้า "สิ่งที่เราต้องทำมีแค่อย่างเดียว ซ่อนตัวให้ดี รอให้เรื่องจบ การนำเข้ายากลับมาปกติ แล้วหาคนคุ้มกันคนใหม่"
เจ้าหน้าที่ "คนดี" คนเดียว แก้ปัญหาอะไรไม่ได้หรอก
ต่อให้เขาฆ่านักฆ่าของแก๊งฟานคังได้จริง ต่อให้รอดจากการล้างไพ่ในด่านตรวจได้จริง แล้วยังไง?
หมดแก๊งฟานคัง ก็มีแก๊งฟานอื่น
หมดหัวหน้าวัลตา ก็มีหัวหน้าเมนาร์ด
นอกจากเปลี่ยนชื่อเรียก ทุกอย่างก็เหมือนเดิม
ระหว่างคุยกัน ชายสวมเสื้อผ้าเก่าขาด แววตาเหนื่อยล้า ก็เดินเข้ามาซื้อยาเหมือนปกติ
"บอส" เก็บเงิน หยิบยาให้ พูดเสียงเรียบ "อาการนายเริ่มดีขึ้นแล้ว ต่อไปเน้นบำรุงก็พอ ไม่ต้องมาแล้ว"
"ครับ! ครับ! ขอบคุณครับบอส! ขอบคุณครับจ่าแบรนดอน!"
ชายคนนั้นขอบคุณยกใหญ่ รับยาแล้วเดินจากไป ปิดประตูเบา ๆ
กริ๊ก
ตึก ตึก ตึก...
ได้ยินเสียงกลอนล็อกประตู และเสียงมอเตอร์ไซค์คำรามจากนอกถนน สีหน้าของชายคนนั้นก็ดำทะมึนลงทันที อารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวลังเล เดี๋ยวขัดแย้ง
บทสนทนาระหว่าง "บอส" กับแบรนดอนเมื่อกี้ เขาแอบฟังอยู่หน้าประตู
ได้ยินเยอะเลยล่ะ
อาการป่วยเขาดีขึ้นแล้วก็จริง แต่เพื่อซื้อยา เขาเทหมดหน้าตัก เป็นหนี้ท่วมหัว
ดังนั้น เขาเลยเกิดความคิดบ้าบิ่นขึ้นมา
ถ้าเอาเรื่อง "บอส" กับร้านยาเถื่อนนี้ไปแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ จะได้เงินรางวัลหรือค่าข่าวไหมนะ?
ถ้าสำเร็จ นอกจากจะใช้หนี้หมด อาจจะมีเงินเหลือพอให้หนีไปอเมริกาด้วยซ้ำ!
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาไม่กล้าคิดเรื่องนี้เลย—ทั้งในสถานีตำรวจ ทั้งในด่านตรวจ ร้านยาเถื่อนมีคนคุ้มกัน ใครจะกล้าหือ?
แต่ตอนนี้ ด่านตรวจมีปัญหา เส้นสายของร้านยาเป็นอัมพาตชั่วคราว!
นี่เป็นโอกาสทองที่หาได้ยากยิ่ง ถ้าพลาดไป รอให้ "บอส" ซื้อเส้นสายใหม่ได้ นอกจากจะแจ้งจับไม่ได้ผล อาจจะเอาชีวิตไปทิ้งเปล่า ๆ
ชายคนนั้นกัดฟันแน่น สีหน้าเหี้ยมเกรียม "เอาวะ!"
ส่วน "บอส" กับแบรนดอนจะเป็นยังไง คนป่วยที่ขาดยาช่วยชีวิตจะต้องทรมารแค่ไหน เด็กสาวคนนั้นถ้าเสียพ่อไปจะอยู่อย่างไร จะต้องไปขายตัวให้ผู้ชาย นอนแบให้พวกแก๊งรีดไถจนติดโรคตายไหม เขาไม่สน
ไม่ได้คิดด้วยซ้ำ
เรื่องของคนอื่นเกี่ยวอะไรกับเขา?
คนดีอยู่ที่นี่ได้ไม่นานหรอก
[จบแล้ว]