- หน้าแรก
- มัจจุราชใบสั่งเลือด
- บทที่ 7 - การลอบสังหารที่คลาดกันไป
บทที่ 7 - การลอบสังหารที่คลาดกันไป
บทที่ 7 - การลอบสังหารที่คลาดกันไป
บทที่ 7 - การลอบสังหารที่คลาดกันไป
โดนดักจนได้...
มิลตันถอนหายใจในใจ บิดแขนตวัดปืนกล 56 มาถือมั่น ปลดเซฟตี้ปรับโหมดเป็นยิงออโต้
ต่างจากในหนังหรือเกม อำนาจการกดดันของปืนไรเฟิลจู่โจมอัตโนมัติเทียบกับปืนพกกึ่งอัตโนมัติไม่ได้เลย คนละชั้นกัน
เว้นแต่จะมีคนหลายคน มีที่กำบังดี ๆ และรู้จักใช้เทคนิคยิงประสาน ถึงจะมีโอกาสยิงสวนได้
ไอ้ประเภทพระเอกถือปืนพกกระบอกเดียวดวลกับศัตรูถือไรเฟิลถือปืนกลแล้วยิงกันสนั่นหวั่นไหว นั่นมันรนหาที่ตายชัด ๆ
มิลตันมีรถเป็นที่กำบัง ถ้าปะทะกัน เขาสามารถกดหัวตำรวจสองนายที่ดูท่าทางไม่ค่อยระวังตัวได้สบาย ๆ
ไม่ว่ายังไง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าศัตรูมาด้วยเจตนาร้าย!
ตำรวจสองนายเห็นมิลตันงัดปืนกลออกมาก็ชะงักกึก
พอมองเห็นศพสภาพเละเทะบนพื้น ก็ชะงักไปอีกรอบ
สีหน้าดุร้ายของทั้งคู่เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงทันตาเห็น แถมยังส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้อีกต่างหาก "เฮ้ย ๆ ใจเย็นไอ้น้อง! ไม่ต้องตื่นเต้น!"
"นายเป็นคนของด่านตรวจใช่ไหม? พวกเราแค่มาดูเฉย ๆ นี่บัตรตำรวจของฉัน!"
"ยิงแม่นดีนี่หว่า ไอ้พวกทางเหนือนี่ตายอย่างกับหมาเลย ฮ่าฮ่า!"
"นั่นสิ ไอ้พวกทางเหนือเหม็นเน่า มาแย่งข้าวพวกเรากินชัด ๆ"
"..."
พูดไปพวกเขาก็เก็บปืนพกเข้าซอง แสดงเจตนาว่ามาดี
เปลี่ยนสีหน้าเร็วจนมิลตันเกือบจะชะงักตามไม่ทัน
มี "เหตุผล" (อาวุธ) อยู่ในมือ ทำให้คนอื่นยอมฟัง "เหตุผล" ง่ายขึ้นจริง ๆ สินะ?
"ฉันกำลังปฏิบัติภารกิจ แจ้งจุดประสงค์ของพวกนายมา" มิลตันไม่หลงกลท่าทีเป็นมิตร ยังคงเล็งปืนและถามเสียงเย็น "เดี๋ยวนี้"
พร้อมกันนั้น เขาสังเกตสีหน้าอีกฝ่าย เพื่อดูว่าใครเป็นคนหนุนหลัง
ถึงรู้ไปก็เท่านั้น เพราะไม่ว่าฝ่ายไหนก็อยากเอาชีวิตเขาอยู่ดี... ฮ่าฮ่า
มิลตันยังพอมีอารมณ์ขันในเรื่องร้าย ๆ เพื่อประคองสติ
"นายเครียดเกินไปแล้ว เราแค่มาตรวจสอบสถานการณ์เฉย ๆ" ตำรวจสองนายถอยหลังไปอีกก้าว หันมามองหน้ากันแล้วยิ้มแหย ๆ "ดูท่าทางเรียบร้อยดี งั้นพวกเราไปละ ไปละ"
ไม่ใช่ว่าไม่อยากถ่วงเวลา แต่กลัวว่าขืนช้าไปวินาทีเดียว มิลตันจะลั่นไกจริง ๆ
ในที่แบบนี้ ตำรวจตายไปสักคนสองคนไม่ใช่เรื่องใหญ่ เครื่องแบบไม่ได้ช่วยคุ้มกันอะไรได้เลย
พวกเจ้าพ่อค้ายายังกล้าแปะประกาศจับตำรวจหรากลางถนน!
โจรประกาศจับตำรวจ เชื่อเขาเลยไหมล่ะ?
กินเงินเดือนตอกบัตรเข้างาน จะไปมีเรื่องกับคนถือปืนไรเฟิลจู่โจมทำซากอะไร?
ใครจะไปรู้ว่าไอ้หมอนี่มันบ้าหรือเปล่า?
เงินเดือนไม่กี่ร้อยเกตซัล จะเอาชีวิตมาทิ้งทำไม
คนที่กล้าขับรถไล่ล่ากลางถนน กราดยิงคนร้ายแบบไม่ยั้ง ดูยังไงก็ตอแยด้วยยาก ไม่คุ้มจะไปปะทะซึ่งหน้า
ไอ้พวกเพื่อนร่วมงานที่ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ป่านนี้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงในสุสานหลังโบสถ์กลางเมืองกันหมดแล้ว
ขณะยกมือสองข้างถอยหลัง พวกเขาก็กวาดตามองรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว
พอเห็นเด็กสาวร้องไห้ตาบวมอยู่ข้างถนน ผลไม้เน่าเกลื่อนพื้น และเงินในมือมิลตัน ตำรวจสองนายก็ยิ้มออกมา
สายตาที่มองมิลตันเริ่มแฝงความ "หื่นกาม" และ "พวกเดียวกัน" มากขึ้น ถึงขนาดลดมือที่ชูขึ้นลงมาหน่อยหนึ่ง
"ตามสบาย ตามสบาย!" ตำรวจพวกนั้นถอยหลังพลางหัวเราะร่า "ตอนพวกฉันเพิ่งเข้าวงการ มาทำเรื่องแบบนี้แรก ๆ ก็ตื่นเต้นกว่านายอีก! ดูสิ เดี๋ยวก็ผ่านไปได้เองแหละ"
"เชิญนายสนุกให้เต็มที่ ฮี่ ๆ พวกเราไม่กวนแล้ว"
ท่าทีของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไปในทางที่ไม่คาดคิดทำเอามิลตันอึ้งไปอีกรอบ
หรือว่าไอ้สองคนนี้คิดว่ามิลตันฉวยโอกาสปล้นร้านผลไม้ แถมกำลังจะข่มขืนลูกสาวเจ้าของร้าน?!
และพอเดาแบบนี้ ดันรู้สึกเป็นกันเองขึ้นมาซะงั้น? พยายามจะตีซี้ซะงั้น?
ทฤษฎีแรงดึงดูดระหว่างคนเลวสินะ?
สองคนนี้ไม่ได้มากำจัดเขา และไม่มีทีท่าว่าจะทำ... ดูเหมือนจะแค่มาดูลาดเลา เก็บข้อมูลจริง ๆ?
แถมยังคิดว่ามิลตันน่าจะดึงมาเป็นพวกได้
ไม่ใช่ศัตรูคู่อาฆาต?
งั้นใครหนุนหลังพวกมัน?
อืม พูดอีกอย่างคือ เรื่องปล้น จี้ ข่มขืน หรือฆ่าคน ตำรวจสองคนนี้คงทำมาจนชิน...
โจรในเครื่องแบบชัด ๆ
สายตาของมิลตันหม่นลง แต่ไม่ได้แก้ต่างอะไร—ในสถานการณ์ตอนนี้ ความเข้าใจผิดแบบนี้อาจจะช่วยคุ้มครองสองพ่อลูกนี้ได้บ้าง
ตัวเขาเองยังเอาตัวไม่รอด ขืนพูดมากไปจะพาคนบริสุทธิ์ซวยไปด้วย
"เดี๋ยว" มิลตันไม่วางใจจะปล่อยตำรวจสองคนนี้ไปเฉย ๆ และอยากลองเชิงดูด้วย "ฉันมีเรื่องวานให้พวกนายช่วยหน่อย"
ตำรวจสองคนหันมองหน้ากัน ไม่ได้รับปากทันที "พวกเรามีงานต้องทำ ท่านพูดมาก่อน ถ้าทางเดียวกันเราอาจจะช่วยได้"
เมืองชายแดนที่ไม่มีอุตสาหกรรมอะไรเลยแบบนี้ รายได้หลักมาจากการค้าชายแดน
ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ไม่มีใครอยากมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจ
แต่มิลตันก็เป็นแค่เจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ไม่ใช่ตัวแทนของด่านตรวจทั้งหมด ถ้างานมันลำบากใจเกินไป พวกเขาก็หาข้ออ้างปฏิเสธได้
มิลตันจ้องหน้าตำรวจทั้งสอง เขม็ง ชี้ไปที่รถบิวอิคก์ของฮอร์น แล้วพูดเน้นทีละคำ "ช่วยขับรถคันนี้กลับไปที่ด่านตรวจให้หน่อย นี่รถของหัวหน้าเมนาร์ด ฉันแนะนำว่าอย่าให้มีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว"
คำโกหกนี้ไม่มีผลกับเจ้าของรถตัวจริง แต่ปฏิกิริยาของตำรวจจะบอกข้อมูลที่มีประโยชน์ได้
ตำรวจสองคนมองหน้ากันอีกรอบ ลังเลนิดหน่อย แล้วพยักหน้า "ได้... แบรนดอน นายไปหรือฉันไป?"
ตำรวจที่ชื่อแบรนดอนมองห่อสินค้าต้องห้ามที่เท้าของมิลตัน แล้วบอกว่า "นายไปเถอะ ฉันต้อง 'ลาดตระเวน' แถวนี้ต่อ... ฮี่ ๆ จะบอกให้นะ แถวถนนสายเก่า ลูกสาวตาเฒ่าฌอนเด็ดมาก!"
"ฮี่ ๆ... นายนี่มันจริง ๆ เลย ได้ ๆ ไม่มีปัญหา"
"..."
มิลตันสังเกตสีหน้าของทั้งคู่ แล้วอนุมานในใจอย่างรวดเร็ว—ถ้าเดาไม่ผิด สองคนนี้น่าจะเป็นคนของฝั่งเมนาร์ด
เพราะมีความลังเล มีความสงสัย... แต่ไม่มีความต่อต้านหรือดูถูกเลย
และดูทรงแล้วน่าจะเป็นแค่ระดับล่าง ๆ ประมาณ "สายข่าว"
ไม่งั้นคงไม่ทำหน้าดีกับมิลตันขนาดนี้
ตำรวจสองคนนี้น่าจะแค่ได้รับคำสั่งให้มาจับตาดู สังเกตการณ์ หรือเก็บข้อมูล
แต่ทำไมล่ะ?
ตามหลักแล้วเมนาร์ดน่าจะเป็นคนที่มีแค้นกับเขา อยากจะรีบกำจัดเขาให้เร็วที่สุดไม่ใช่เหรอ?
หรือมันกลัวว่าการที่เขาออกมาคนเดียวแบบนี้เป็นกับดัก เลยระวังตัว?
ข้อมูลยังไม่พอ อย่าเพิ่งเดามั่ว เดี๋ยวจะหลงทางเอง...
มิลตันส่ายหัวเบา ๆ เลิกฟุ้งซ่าน โยนกุญแจรถที่ยืมเพื่อนมาให้ตำรวจ
รอดูจนตำรวจแยกย้ายกันไปจนลับสายตา มิลตันถึงค่อยเก็บอาวุธ แล้วแบกศพขึ้นท้ายรถกระบะ
เด็กสาวที่ชื่อลิอาดูผ่อนคลายลง น่าจะปลอดภัยแล้ว
มิลตันขับรถออกไป หาที่ทิ้งศพ แล้วตรงไปอู่ซ่อมรถในเมือง กะว่าจะไปเปลี่ยนกระจกที่แตก
ไม่นาน มิลตันก็มาถึงอู่ "ลาเมเซียราชันย์แต่งรถ" จอดรถเข้าซองอย่างนิ่มนวล
เจ้าของอู่เห็นป้ายทะเบียนต่างประเทศ ตอนแรกกะจะฟันหัวแบะ แต่พอเห็นเครื่องแบบของคนขับ ก็รีบดับความคิดรนหาที่ตายทันที
อู่ซ่อมรถในเมืองชายแดนแบบนี้ ข้างในเต็มไปด้วยอะไหล่เถื่อน ซากรถหนีภาษี ของมีตำหนิผิดกฎหมาย...
ทำธุรกิจสีเทาแล้วไปงัดข้อกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจ ไม่ฉลาดเลย
"คุณเจ้าหน้าที่? กระจกแตกเหรอครับ? เปลี่ยนใหม่ไหมครับ รับรองเนียนกริบเหมือนรถป้ายแดง!"
มิลตันกวาดตามองสินค้าต้องห้ามระดับสามสีเขียวเต็มร้าน หัวเราะหึ เลือกที่จะปล่อยผ่านไปก่อน "มีของไหม?"
"มีครับ มี! ท่านโชคดีมาก สัปดาห์ก่อนมีลูกค้าสั่งของไว้ แต่เมื่อวานโดนแก๊งค้ายายิงตายที่ฝั่งเม็กซิโก ได้ข่าวว่าหาศพไม่เจอด้วยซ้ำ..."
มิลตันไม่มีอารมณ์มาคุยสัพเพเหระ "เท่าไหร่ นานไหมกว่าจะเสร็จ?"
"ไม่คิดเงินครับ ไม่คิดเงิน! เดี๋ยวผมล้างรถแถมให้ด้วย ครึ่งชั่วโมงเสร็จ!"
คิดจะใช้กระจกแผ่นเดียวมาบุญคุณกับฉันเหรอ?
ฝันไปเถอะ
มิลตันหัวเราะหึ ๆ ประเมินราคาจากในระบบ แล้วโยนแบงก์ 30 ดอลลาร์ไปให้ "เร็ว ๆ ให้เวลา 20 นาที"
เจ้าของอู่เสียดายนิดหน่อย แต่ก็รับเงินไว้ "รับรองท่านประทับใจแน่นอน ถ้ามีปัญหาผมซ่อมให้ฟรีเลยครับ"
มิลตันพยักหน้า เดินออกมานอกอู่ เตรียมจะเปิดระบบดูว่าจะแลกไอเท็มอะไรมาป้องกันตัวดี
ศัตรูใกล้ลงมือแล้ว มองโลกในแง่ดีสุด เวลาที่เหลือคงไม่เกินสามวัน รอบหน้าที่ออกปฏิบัติงาน คงโดนซุ่มโจมตีแน่...
ทันใดนั้นเอง จากทิศทางของถนนรอบนอกเมือง ทิศทางเดียวกับด่านตรวจ ก็มีเสียงดังรัวเบา ๆ เหมือนคนคั่วถั่ว
ปังๆๆ... ปังๆๆ!
ปังๆๆๆๆๆ...
ตามมาด้วยลูกไฟขนาดมหึมาและควันดำทมึนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ปลายสายตา พร้อมเศษชิ้นส่วนรถยนต์ที่ปลิวว่อน
สายตาของเขาแข็งค้าง
ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงระเบิดกึกก้องก็ดังตามมา!
ตูม!
[จบแล้ว]