เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - เธอก็ต้องจ่ายภาษี

บทที่ 6 - เธอก็ต้องจ่ายภาษี

บทที่ 6 - เธอก็ต้องจ่ายภาษี


บทที่ 6 - เธอก็ต้องจ่ายภาษี

สามก้าว!

ขอแค่เดินเข้ามาอีกก้าวเดียว อีกแค่ก้าวเดียว...

ทว่า ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงเด็กผู้หญิงตะโกนเตือนอย่างอ่อนแรงดังมาจากด้านหลังตาลุง

"คุณเจ้าหน้าที่ระวัง! มันมีมีด!"

แม่งเอ๊ย นังเด็กเปรต... เดี๋ยวพ่อจะเล่นให้ตาย คั่นศพส่งไปรษณีย์ไปให้ครอบครัวแกเลย!

ตาลุงเม็กซิกันคิดอะไรไม่ทันแล้ว ชักมีดผลไม้ออกมา เตรียมจะกระโจนใส่มิลตัน

แล้วเขาก็ได้สบตากับดวงตาคู่หนึ่งที่สงบนิ่งจนน่ากลัว

พร้อมกับปากกระบอกปืนดำมืด

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

ปฏิกิริยาของมิลตันเร็วกว่าเสียงเตือนของเด็กสาวเสียอีก!

ตั้งแต่วินาทีที่สังเกตเห็นว่ามือข้างหนึ่งของคนร้ายไม่อยู่ในสายตา มิลตันก็เตรียมแตะปืนไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาเตือน

ภายในสองวินาที ปืน M29 ก็สาดกระสุน .44 แม็กนั่มทั้งหกนัดในโม่จนหมดเกลี้ยง!

กลิ่นดินปืนฉุนกึกตลบอบอวลไปทั่วถนน

ตาลุงรู้สึกเหมือนโดนยุงกัดจึ๊ก ๆ ที่ตัว จากนั้นสติก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ภาพตรงหน้าดับวูบ แล้วเขาก็ร่วงลงไปกองกับพื้น

ตายสนิท

ภาพจินตนาการการต่อสู้ด้วยมีดสุดเท่ในหัวของเขา ถูกส่งไปลงนรกพร้อมกับวิญญาณด้วยความเร็วแสง

เขาได้ใช้ชีวิตพิสูจน์แล้วว่า ต่อให้เป็นระยะสามก้าว ปืนก็ยังเร็วกว่าอยู่ดี

มิลตันสะบัดโม่ปืน เทปลอกกระสุนทิ้ง ขณะบรรจุกระสุนใหม่ก็เหลือบมองไปทางต้นเสียงเมื่อครู่

เด็กสาวตัวผอมแห้งกับชายวัยกลางคนหน้าตากรำแดด ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของแผงผลไม้กับลูกสาว

ถึงเสียงเตือนนั้นจะไม่ได้ช่วยอะไรมาก แต่มิลตันก็ยังพยักหน้าให้เพื่อเป็นการขอบคุณ

พลเมืองดีนี่หว่า!

แค่ซวยไปหน่อย ดันมาขายผลไม้แล้วโดนรถกวาดเรียบ

มิลตันถอนหายใจ บรรจุกระสุนเสร็จ ง้างนกสับ มองซ้ายมองขวา แล้วเริ่ม "ลูทของ" จากศพ

มีรถบังสายตา ด้านหน้าเป็นที่โล่ง ไม่น่าจะโดนลอบกัด

"เชี่ย ตาลุงนี่พกเงินสดมาเยอะเหมือนกันนี่หว่า 120 กว่าดอลลาร์! แถมบุหรี่อีกซอง... เอ้อ ซองนี้เหมือนจะถูกกฎหมายแฮะ... ช่างเถอะ ยึดแม่งให้หมด!"

"ของจุกจิกอีกเพียบ น่าจะแลกเงินได้บ้าง"

"ในปากมีฟันทองด้วย?! โห งั้นในท้องจะมียัดอะไรมาหรือเปล่าเนี่ย? ช่างเถอะ แผงระบบไม่ขึ้นเตือนก็คงไม่มี..."

"เงินแค่นี้ไม่พอจ่ายค่าปรับ งั้นฉันขอยึดรถของแกไว้เป็นหลักประกันแล้วกันนะ คุณ... เอ่อ คุณลุงเม็กซิกัน"

เงินสดรวม 123.21 ดอลลาร์ ทองคำ 1.5 กรัม ของมีค่าอื่น ๆ ราว 20 ดอลลาร์ ยาผิดกฎหมายหนึ่งห่อ และรถกระบะโตโยต้า SR5 สภาพเก่าแต่เสียหายไม่มากอีกหนึ่งคัน

อ้อ ยังมีมีดผลไม้อีกเล่ม เอามางัดฟันทองได้พอดี

รวยเละ!

อย่างน้อยก็มีรถใช้แล้ว เอาไปเข้าอู่เปลี่ยนกระจก จ่ายเงินทำทะเบียนท้องถิ่น ก็ขับได้สบายหายห่วง

มีรถเป็นของตัวเองแล้วชีวิตสะดวกขึ้นเยอะ

ตึกตัก...

ขณะที่มิลตันกำลังเช็กของ จู่ ๆ เงาร่างเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

พร้อมกับเสียงฝีเท้าเบา ๆ!

หืม?!

มีคนเข้ามา?!

มิลตันที่เพิ่งผ่านประสบการณ์ชักปืนเร็วแบบคาวบอยมาหมาด ๆ ไม่คิดอะไรทั้งนั้น ทันทีที่เห็นเงา เขาก็ถอยหลังครึ่งก้าว ชักปืนเล็งเป้าเสร็จสรรพในพริบตา

แค่ปลายนิ้วชี้กระดิกนิดเดียว เขาก็พร้อมจะลั่นไกส่งกระสุนเจาะร่างสิ่งมีชีวิตคาร์บอนตรงหน้าให้พรุน!

ปืนลูกโม่ยิงได้โดยไม่ต้องง้างนก แต่ต้องออกแรงเหนี่ยวไกเยอะ แต่ถ้าง้างนกไว้ก่อน แค่แตะไกเบา ๆ กระสุนก็ลั่นแล้ว ช่วยประหยัดเวลาได้นิดหน่อย

และไอ้เวลาแค่นิดหน่อยนี่แหละ คือเส้นแบ่งความเป็นความตาย

"คะ คุณเจ้าหน้าที่คะ..."

พอได้ยินเสียง มิลตันถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นลูกสาวเจ้าของแผงผลไม้ดวงซวยนั่นเอง

เด็กสาววัยสิบห้าสิบหกมองดูศพสภาพดูไม่ได้บนพื้น เลือดที่นองเต็มถนน และชายคนที่ก่อเรื่องทั้งหมดซึ่งกำลังถือปืนจ่อมาที่เธอ แววตาของเธอฉายความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด

เธอเหลือบมองห่อสินค้าต้องห้ามกองเบ้อเริ่มที่แทบเท้ามิลตันด้วยหางตาอย่างระแวดระวัง แล้วรีบชักสายตากลับ ถามเสียงสั่นเครือ "คุณเจ้าหน้าที่คะ มีดผลไม้เล่มนั้นเป็นของพวกหนู... ขะ ขอคืนได้ไหมคะ?"

ยังไม่ทันที่มิลตันจะพูดอะไร ชายวัยกลางคนก็รีบวิ่งเข้ามา ดึงลูกสาวตัวเองออกไป พร้อมตะคอกใส่ "พูดบ้าอะไรของแกนังหนูลิอา? รีบขอโทษท่านเดี๋ยวนี้!"

ไม่เห็นปืนยาวที่สะพายอยู่เหรอ? ไม่เห็นศพคนตายหรือไง?!

ยังจะไปทวงมีดผลไม้กับมันอีก?

ไอ้พวกเจ้าหน้าที่ ตำรวจ หรือสรรพสามิตในที่กันดารแบบนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับโจรหรอก

แค่รีดไถรับส่วยยังพอทน แต่ถ้ามันเกิดอยากได้ตัวคนขึ้นมาล่ะ?

ถ้าโดนอุ้มไป โชคดีหน่อยก็อาจจะมีคนเก็บขยะไปเจอศพในถังขยะสักที่ในอีกไม่กี่วัน

ถ้าโชคร้าย ก็อาจจะกลายเป็นอะไหล่มนุษย์ไปอยู่ในตัวคนอื่น หาไม่เจออีกเลยตลอดกาล

ลิอาโดนพ่อดึงตัวออกมา แต่สายตายังไม่ละไปจากมิลตัน จ้องมองเขาเขม็ง แววตาแฝงความอ้อนวอนและความดื้อรั้น

มิลตันมองเสื้อผ้าของทั้งสองคน แล้วมองผลไม้เละ ๆ บนพื้น เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งมีดเปื้อนเลือดคืนให้เด็กสาว แล้วถามขึ้น "ผลไม้พวกนี้ ราคาเท่าไหร่?"

ชายคนพ่อได้ยินคำถามก็สะดุ้งโหยง รีบโบกไม้โบกมือ "ไม่คิดเงินครับ ไม่คิดเงิน! ท่านอยากได้อะไรหยิบไปเลยครับ ถือว่าเป็นคำขอบคุณจากเรา!"

เขานึกว่ามิลตันอยากกินผลไม้ฟรี เลยแกล้งถามลองเชิง

เวลาคนถือปืนที่มีตราเจ้าหน้าที่ถามราคาสินค้า คำตอบที่ดีที่สุดคือ "ฟรี"

มิลตันกำลังจะอ้าปากพูด หน้าต่างระบบตรงหน้าก็เด้งแจ้งเตือนขึ้นมา

[ได้รับเบาะแส สินค้าหนีภาษีระดับสาม "ประเภทผลไม้" มูลค่าประมาณ 20 ดอลลาร์]

[คุณบังเอิญพบแผงขายผลไม้หนีภาษี สามารถดำเนินการติดตามทวงคืนได้ สามารถค้นหาเบาะแสเพิ่มเติมด้วยตนเองหรือใช้แต้มซื้อข้อมูล (รายการนี้ถูกเพิ่มลงในช่อง "ติดตามทวงคืน" แล้ว สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา)]

ในหน้าต่างระบบ จะแสดงรายชื่อผู้หลบหนีภาษีที่มิลตันรู้เบาะแส ให้มิลตันเลือกล่าได้ตามใจชอบ แน่นอนว่าพวกที่ไม่มีข้อมูลเลยจะไม่ขึ้นในลิสต์

เบาะแสที่สายข่าวหรือลูกน้องของมิลตันรู้ ก็จะขึ้นในระบบด้วย

แต่ถ้านอกเหนือจากนั้นจะมองไม่เห็น เช่น ข้อมูลที่วัลตารู้แต่ปิดบังไว้ ระบบจะไม่แสดง มิลตันต้องไปสืบเอง

นี่มันกะจะให้ฉันสร้างอิทธิพล หาข่าว สร้างเครือข่ายสายลับสินะ...

มิลตันมองเด็กสาวด้วยสายตานิ่งเฉย หยิบธนบัตร 100 ดอลลาร์ออกมาปึกหนึ่ง ยื่นให้ลิอา แล้วพูดเสียงเรียบ "เขาทำลายทรัพย์สินส่วนตัวของเธอ ตามกฎหมายต้องชดใช้ เท่านี้พอไหม?"

100 ดอลลาร์?!

ชดใช้?!

คำศัพท์ที่ไม่คุ้นหูเอาซะเลย

รายได้ทั้งวันของพวกเขายังแค่ 15 เกตซัล หรือประมาณ 2 ดอลลาร์เองนะ!

100 ดอลลาร์ มันคือเงินก้อนโตที่ฝันยังไม่กล้าฝันถึง!

เจ้าหน้าที่จะเล่นเกมอะไรก่อนฆ่าหรือเปล่า?

ในที่เฮงซวยแบบนี้ ไม่มีใครเชื่อเรื่องลาภลอยหรอก มีแต่ตอนที่เงินตัวเองโดนปล้นไปนั่นแหละ ถึงจะแปลว่ารักษาชีวิตไว้ได้

ความกลัวเกาะกุมหัวใจคนพ่อจนตัวสั่น เขารีบปฏิเสธพัลวัน "คุณเจ้าหน้าที่... ไม่ต้องครับ ไม่ต้องจริง ๆ! เด็กมันยังเล็กพูดไม่คิด ท่านอย่าถือสาแกเลยนะครับ!"

มิลตันไม่สน ยัดเงินปึกนั้นใส่มือเด็กสาว แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ "เรื่องค่าเสียหายจบแล้ว ทีนี้ เรามาคุยเรื่องที่พวกเธอลักลอบนำเข้าผลไม้กันบ้าง"

ซวยแล้ว...

พอได้ยินคำว่าลักลอบนำเข้าผลไม้ คนพ่อแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น

ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะลักลอบ แต่ผลไม้ที่เสียภาษีถูกต้องมันแพงหูฉี่ ขายไม่ออกหรอก!

สู้ราคาคนอื่นไม่ได้เลย!

เรื่องนี้รู้กันทั้งบาง เจ้าหน้าที่พูดออกมาโต้ง ๆ แบบนี้ แปลว่าจะหาเรื่องกันชัด ๆ?

จบเห่แล้ว...

ความสิ้นหวังถาโถมเข้ามาในใจทั้งสองคน ลิอาเริ่มนึกเสียใจ เธอไม่น่าไปทวงมีดกับเจ้าหน้าที่เลย...

แต่พวกเธอจนเหลือเกิน วันนี้ผลไม้ก็เสียหายไปเยอะ ไม่รู้จะต้องเป็นหนี้อีกเท่าไหร่

มีดเล่มเดียว ก็ถือเป็นทรัพย์สินมีค่า

เธอแค่อยากมีชีวิตรอด...

ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมา ขอบตาของเด็กสาวเริ่มแดงก่ำ

มิลตันถอนหายใจยาวในใจ แต่ยังคงปั้นหน้านิ่ง ดึงเงิน 70 ดอลลาร์กลับมาจากปึกเงินในมือเด็กสาว แล้วเขียนใบสั่งพร้อมใบเสร็จยัดใส่มือเธอ "ตามกฎหมาย ฉันต้องปรับพวกเธอ 500 เกตซัล"

พร้อมกับขู่เสียงเย็นทิ้งท้าย "เก็บไว้ให้ดี! ระวังตัวด้วย วันหลังอย่าให้ฉันจับได้อีก"

ลิอาที่น้ำตาปริ่มขอบตาเงยหน้ามองมิลตันด้วยความตกตะลึง

จ่ายค่าปรับแล้ว... ในมือเธอยังเหลือเงินอีก 30 ดอลลาร์?!

ต่อให้ช่วงที่ขายดีที่สุด มีความสุขที่สุด ทั้งเดือนพวกเธอยังหาเงินได้ไม่ถึง 100 ดอลลาร์เลย...

เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปล้นเธอ?

สมองของลิอารวนไปหมด จากสิ้นหวังกลายเป็นงุนงง ปรับอารมณ์ไม่ทัน

"คุณเจ้าหน้าที่คะ..."

"หุบปาก ฉันไม่ชอบให้ใครมาต่อรอง! รีบเก็บเงินไปซะ!"

มิลตันไม่อยากอยู่นาน การอยู่คนเดียวในที่เดิมนานเกินไปมันอันตราย เขาตวาดเสียงดังแล้วเตรียมจะหันหลังเดินจากไป

รีบเอาตะขอเกี่ยวรถ ลากรถสองคันกลับด่านดีกว่า

ทันใดนั้น เสียงไซเรนก็ดังแว่วมาจากด้านหลัง!

ตำรวจในเมืองได้ยินเสียงปืนเลยแห่กันมาแล้ว!

นี่มัน...

สายตาของมิลตันชะงัก มือขวาเลื่อนไปแตะซองปืนโดยอัตโนมัติ

เขาไม่ได้กลัวตำรวจ แต่กลัวว่าตำรวจพวกนี้จะมีเอี่ยวกับใครบางคนในด่านตรวจหรือเปล่า

วัลตา? หรือเมนาร์ด?

ไกลออกไป ตำรวจสองนายถือปืนพก เปิดประตูลงจากรถ ตะโกนถามเสียงเข้ม "ตรงนั้นน่ะ เกิดอะไรขึ้น?!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 6 - เธอก็ต้องจ่ายภาษี

คัดลอกลิงก์แล้ว