- หน้าแรก
- เกิดใหม่รับวันสิ้นโลก พร้อมมรดก สองพันล้านจากแฟนเก่า
- บทที่ 23 : การป้องกันตัว
บทที่ 23 : การป้องกันตัว
บทที่ 23 : การป้องกันตัว
บทที่ 23 : การป้องกันตัว
หวังหลินไม่คิดเลยว่าการที่เขาจะแจ้งความจับหลี่ฮวนจะกลับกลายเป็นการสร้างปัญหาใหญ่ให้ตัวเองขนาดนี้
เขารีบถอยกรูด "ไม่ ไม่ ไม่! เข้าใจผิด! เข้าใจผิดแล้ว! ตอนนั้นผมทำตามคำสั่งของจ้าวต้าหลง! ผมไม่ได้อยากทำ! พวกเราไม่มีอาหารกิน! จะให้นั่งรอความตายหรือไง!"
ความผิดถูกโยนไปให้จ้าวต้าหลงทันที
"งั้นแกก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกันนั่นแหละ!"
หวังหลินถูกกดให้นอนราบกับพื้น เขาพยายามดิ้นรนสุดชีวิต
เขาตะโกนลั่น "คุณทหาร! คุณทหาร! ผมขอแจ้งความ! ผู้หญิงชื่อหลี่ฮวน ที่อยู่ชั้น 23 ตึก A หล่อนมีปืน! แถมยังฆ่าคนตายไปสองศพ! จ้าวต้าหลงกับหวังซื่อถูกหล่อนยิงตายคาที่เลยนะครับ"
แววตาของหม่าเหวินเลี่ยงเปลี่ยนเป็นคมกริบ "คุณว่าใครนะ?"
"หลี่ฮวน! คนที่ชื่อหลี่ฮวนเมื่อกี้นั่นแหละ!"
หลี่ฮวน... หม่าเหวินเลี่ยงจำเธอได้แม่น เด็กสาวหน้าตาสะสวยคนนั้น!
ตอนนี้มีคนมาบอกว่าสาวน้อยหน้าตาดีคนนั้นฆ่าคนตาย!?
แวบแรกเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกหลอก
คนรอบข้างดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้จากคำพูดของหวังหลิน จึงเริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส
หม่าเหวินเลี่ยงฟังเสียงซุบซิบรอบข้างแล้วอนุมานว่าหวังหลินน่าจะพูดความจริง
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง-ปัง-ปัง!
หูของอันอันตั้งชันทันที หน้าสุนัขหันขวับไปทางประตู พร้อมตั้งท่าเตรียมจู่โจม
หลี่ฮวนตบหัวมันเบาๆ
เธอเปิดกล้องวงจรปิดดู
แขกที่ไม่คาดคิด
ทหาร?
ไม่ใช่สิ ทหารสามนายต่างหาก
ปืนของพวกเขาเล็งตรงมาที่ประตูห้องเธอ
เธอเพิ่งจะเจอหนึ่งในนั้นเมื่อกี้นี้เอง
หลี่ฮวนลุกขึ้นไปเปิดประตู
ทันทีที่ประตูเปิดออก ปากกระบอกปืนสามกระบอกก็เล็งมาที่เธอ
แม้หลี่ฮวนจะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่หัวใจก็ยังกระตุกวูบ
เมื่อเผชิญหน้ากับปืนที่จ่อมาอย่างโจ่งแจ้งและทหารสามนาย หลี่ฮวนมั่นใจว่าเธอไม่มีทางชนะได้ในตอนนี้ และไม่อาจป้องกันตัวเองจากการถูกรุมล้อมโดยคนสามคน
ดังนั้น เธอต้องดำเนินแผนการอย่างรอบคอบ
รอจนกว่าเธอจะได้ดื่มน้ำพุวิญญาณมากกว่านี้ก่อนเถอะ
เธอมองพวกเขา แสร้งทำเป็นหวาดกลัว "มี...มีอะไรเหรอคะ?"
หม่าเหวินเลี่ยงจ้องมองสีหน้าของหลี่ฮวนไม่วางตา สังเกตความตกใจเมื่อเธอเปิดประตู ความตื่นตระหนกเมื่อเห็นปืนสามกระบอก และตอนนี้ คำถามที่ว่า "มีอะไรเหรอคะ?" ซึ่งถูกเค้นออกมาจากใบหน้าที่ซีดเผือดและตึงเครียด
เมื่อหม่าเหวินเลี่ยงไม่พบพิรุธในท่าทีของเธอ เขาจึงขยิบตาให้เพื่อนร่วมทีม ทั้งสามคนจึงลดปืนลง
"ขอโทษครับ! พวกเราทำให้คุณตกใจ เราได้รับแจ้งจากพลเมืองดีหลายรายว่าคุณครอบครองอาวุธปืน ยิงคนตายไปหนึ่งศพ และตัดมือคนอีกหนึ่งคน พวกเรามาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงครับ"
หลี่ฮวนยืนนิ่งค้างไปครึ่งนาที ราวกับเพิ่งประมวลผลคำพูดของพวกเขาได้
จากนั้นเธอก็ชะโงกหน้าเล็กๆ ออกมานอกประตู มองซ้ายมองขวา
แล้วถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
อันอันงุนงง
จากนั้นมันก็เลียนแบบหลี่ฮวน ชะโงกหัวออกมาดูที่ประตู ทำท่าทางลับๆ ล่อๆ เหมือนหมาขี้ระแวง
ดูตลกดีพิลึก
ในกองทัพก็มีสุนัขทหาร แต่ไม่ค่อยมีตัวไหนขนมันเงาและอ้วนท้วนสมบูรณ์เหมือนอันอัน เมื่อแรกเห็น รูปลักษณ์ของอันอันจึงดูน่าเอ็นดูมาก
หลี่ฮวนมองพวกเขา ทำท่าเหมือนพยายามข่มใจให้สงบ "คนที่พวกเขาหาว่าฉันฆ่า คือใครคะ? ศพอยู่ที่ไหน? พวกคุณมีหลักฐานไหม? จับโจรต้องได้ของกลาง จับคนลักลอบได้เสียกันต้องคาเตียง! ไหนล่ะคะหลักฐาน?"
ทหารสองนายข้างๆ สบตากัน เห็นด้วยกับประเด็นที่หลี่ฮวนยกขึ้นมา
เมื่อเจอคำถามย้อนกลับ หม่าเหวินเลี่ยงไม่ได้โกรธ เขาเพียงยิ้มและกล่าวว่า "แล้วเรื่องปืนล่ะครับ? มีพยานเห็นหลายคน คงไม่ใช่ทุกคนหรอกมั้งที่ตาฝาด"
หลี่ฮวนปรายตามองเขา ก่อนจะหยิบปืนจากตู้รองเท้าข้างๆ ส่งให้หม่าเหวินเลี่ยง
เมื่อเขารับมา น้ำหนักในมือก็ฟ้องว่าไม่ใช่ของจริง แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเหมือนมากก็ตาม
เขาเปิดแม็กกาซีนดู และก็เป็นไปตามคาด ในนั้นบรรจุกระสุนพลาสติกเม็ดเล็กๆ ที่เด็กเล่นกัน
ถ้าดูแค่รูปลักษณ์ภายนอก เขาเองก็อาจจะเข้าใจผิดได้ในทันที
"นี่มัน?" หม่าเหวินเลี่ยงงุนงง
หลี่ฮวนยิ้ม "แฟนเก่าคนหนึ่งของฉันเขาคลั่งไคล้เรื่องทหารน่ะค่ะ นี่ก็ใกล้วันเกิดเขาแล้ว ฉันเลยเตรียมของขวัญชิ้นนี้ไว้ให้ วันนั้นตอนที่คนพวกนั้นบุกขึ้นมา ฉันก็แค่ควักเจ้านี่ออกมาขู่จนพวกมันหนีไปได้"
หม่าเหวินเลี่ยงส่งปืนคืนให้เธอ "ต้องขอโทษที่รบกวนครับ ผมชื่อหม่าเหวินเลี่ยง ถ้าคุณไปถึงศูนย์พักพิงแล้วมีปัญหาอะไร อ้างชื่อผมได้เลย ผมเสียใจจริงๆ ที่ทำให้คุณเดือดร้อน"
หลี่ฮวนส่ายหน้า "รบกวนอย่าบอกใครเรื่องปืนปลอมนะคะ ฉันยังต้องใช้มันป้องกันตัว"
หม่าเหวินเลี่ยงไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ เพียงแค่ออกคำสั่งว่า "กลับฐาน!"
หลังจากทั้งสามคนหายลับไปในบันได หลี่ฮวนก็สลัดคราบความหวาดกลัวทิ้งทันที กลับมาเยือกเย็นสุขุมดั่งเดิม
สิบปีในวันสิ้นโลก เธอเชี่ยวชาญเรื่องการตบตาคนเป็นที่สุด
อันอันยังคงกระตือรือร้นอยากออกไปข้างนอก มันหมอบอยู่หน้าประตูทำท่าลับๆ ล่อๆ หลี่ฮวนจึงคว้าหนังคอแล้วลากมันกลับเข้ามา
"ข้างนอกคนเยอะเกินไป! ยังไม่ใช่เวลา!"
"โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!" หมาไม่ได้วิ่งเล่นมานานแล้วนะ!
"โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!" ขาจะขึ้นสนิมอยู่แล้วเนี่ย!
ขณะเห่า มันก็ยกขาที่แทบจะขึ้นสนิมให้หลี่ฮวนดูเป็นหลักฐาน
หลี่ฮวนลูบหัวสุนัขของเธอ
"อยากโดนจับไปทำเนื้อตุ๋นหรือไง?"
เจ้าหมาเงียบกริบ
ในชาติที่แล้ว มันถูกคนไล่ล่าเพื่อจะจับกินอยู่ตลอดเวลา ชีวิตช่วงนั้นช่างรันทดเหลือเกิน
จนกระทั่งได้เจอกับหลี่ฮวนและสานสัมพันธ์กันด้วยไส้กรอกครึ่งชิ้น ชีวิตที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันของทั้งคู่จึงค่อยดีขึ้นมาบ้าง
ชีวิตมันเศร้า โฮ่ง เฮ้อ
ถึงเวลาของกระดูกชิ้นโตอีกแล้ว
หลี่ฮวนตักน้ำพุวิญญาณออกมาอีกแก้ว เทใส่กะละมังให้เจ้าอันอันจนเต็ม
อันอันวิ่งดุ๊กดิ๊กกลับไปกินน้ำอย่างมีความสุข
หลังจากหลี่ฮวนดื่มน้ำเสร็จ เธอก็รู้สึกได้ทันทีว่าความปวดเมื่อยและความเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกายอย่างหนักหายไปเป็นปลิดทิ้ง
ดูเหมือนจะไม่มีผลข้างเคียงอื่นใด
น้ำนี้ดูเหมือนยาบำรุงกำลัง ช่วยคลายความเหนื่อยล้าทางกายและเพิ่มพละกำลัง
แต่ผลที่เกิดกับอันอันนั้นชัดเจนกว่ามาก อันอันในวัยสี่เดือนตัวโตราวกับสุนัขโตเต็มวัย และฟันของมันก็คมกริบจนขบเคี้ยวกระดูกวัวแตกได้อย่างง่ายดาย
นอกจากนี้ ใต้ชั้นขนหนานุ่มยังมีชั้นไขมันหนา และกล้ามเนื้อขาที่แข็งแกร่ง ตอนแรกหลี่ฮวนนึกว่ามันอ้วนขึ้น แต่พอลองบีบดูถึงรู้ว่าเป็นกล้ามเนื้อล้วนๆ
มิน่าล่ะ เจ้าหมาอันอันถึงได้มีพลังเหลือล้นทุกวัน จนต้องมากระโดดโลดเต้นปานเล่นปาร์กูร์บนตัวเธอเวลาออกกำลังกาย
ตกดึก
หลี่ฮวนนึกขึ้นได้ว่าเมื่อตอนกลางวันได้ยินมาว่าถนนสายหลักส่วนใหญ่ถูกกวาดหิมะออกแล้ว เธอจึงพาอันอันออกจากห้องพัก
ช่างบังเอิญเสียจริง
หยางเหวินเจี๋ยจากห้องตรงข้ามก็เปิดประตูออกมาพอดี เขายิ้มและพยักหน้าให้หลี่ฮวน
หลี่ฮวนพยักหน้าตอบ แล้วเดินนำหน้าอันอันไป
เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง มองดูกองหิมะที่สูงท่วมหัวถึงสี่ห้าเมตร สายเลือดในกายอันอันเหมือนจะตื่นตัว มันกำลังจะอ้าปากหอน
หลี่ฮวนยัดหมั่นโถวเข้าปากมันทันควัน อุดเสียงเงียบสนิท
ดวงตาของเจ้าหมาเต็มไปด้วยความตัดพ้อ
หลี่ฮวน... ถึงมันจะเป็นหมาพันทางจีนแท้ๆ แต่ทำตัวอย่างกับฮัสกี้ ชอบหอนพร่ำเพรื่อไปทั่ว
"ไม่ใช่ตอนนี้ เรามีธุระต้องทำ"
สายตาเจ้าหมาสื่อความหมายว่า 'การมีชีวิตอยู่ช่างน่าเบื่อหน่ายสิ้นดี'
เฮ้อ!
ต้องปลอบใจกันหน่อย
หลี่ฮวนนั่งยองๆ ลงเจรจากับเจ้าหมาอยู่นานสองนาน กว่าจะตกลงกันได้ว่าเดี๋ยวพอไปถึงชานเมืองแล้วจะปล่อยให้หอนได้เต็มที่
เธอหยิบสายจูงแบบดัดแปลงพิเศษออกมาจากเป้ สวมเข้ากับหลังของอันอัน แล้วจึงติดตั้งสโนว์บอร์ดที่แบกมาด้วยจนเสร็จเรียบร้อย