- หน้าแรก
- เกิดใหม่รับวันสิ้นโลก พร้อมมรดก สองพันล้านจากแฟนเก่า
- บทที่ 22 : แจ้งเบาะแส
บทที่ 22 : แจ้งเบาะแส
บทที่ 22 : แจ้งเบาะแส
บทที่ 22 : แจ้งเบาะแส
เจ้าหมาพุ่งตัวออกไปอย่างตื่นเต้น ท่าทางพร้อมรบเต็มที่ แล้วเห่าเสียงดังใส่หยางเหวินเจี๋ย!
"อันอัน"
หมาบำเพ็ญเพียรที่เมื่อกี้พร้อมจะฟาดปากกับชาวบ้าน หงอลงทันที มันเดินวนรอบตัวหลี่ฮวนแล้วนั่งลงแทบเท้าเธออย่างสงบเสงี่ยม
หลี่ฮวนกวาดตามองหยางเหวินเจี๋ย เมื่อเห็นชายหนุ่มที่ยังคงรักษาเนื้อตัวให้สะอาดสะอ้านได้หลังจากหิมะตกหนักมาหนึ่งเดือน เธอก็เพิ่มระดับความระแวดระวังขึ้นทันที
หยางเหวินเจี๋ยเองก็กำลังลอบประเมินหญิงสาวตรงหน้าเช่นกัน
ทันทีที่ประตูเปิดออก ไออุ่นก็ปะทะใบหน้า เขารู้ดีว่าห้องตรงข้ามมีไฟฟ้าใช้ และในสถานการณ์ตอนนี้ หนทางเดียวที่จะผลิตไฟฟ้าได้ก็คือพลังงานแสงอาทิตย์
แม้หญิงสาวจะแต่งกายเรียบง่าย แต่หยางเหวินเจี๋ยก็ดูออกทันทีว่าเสื้อผ้าที่หลี่ฮวนสวมใส่นั้นทำจากวัสดุพอลิเมอร์คุณภาพสูง แถมผิวพรรณของเธอยังดูสดใสเปล่งปลั่ง
หลังจากต่างฝ่ายต่างประเมินกันอยู่ครู่หนึ่ง หลี่ฮวนก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน
"มีธุระอะไรหรือเปล่า?"
หยางเหวินเจี๋ยขยับแว่นตาบนสันจมูกขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ "ทหารที่อยู่ข้างล่างมาแจกจ่ายเสบียงครับ ผมกลัวคุณจะไม่ได้ยินเลยมาแจ้งให้ทราบ พวกเขาพกอาวุธมาด้วยนะครับ"
เมื่อเขาเน้นเสียงตรงคำว่า "อาวุธ" หลี่ฮวนสังเกตเห็นการจงใจเน้นคำของเขา และเข้าใจความหมายแฝงได้ทันที
"ขอบคุณ"
หยางเหวินเจี๋ยยิ้มบางๆ หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไป
การสื่อสารกับคนฉลาดนั้นช่างง่ายดาย
หลี่ฮวนปิดประตู ปืนของเล่นจำลองปรากฏขึ้นในมือเธอ
เธอเจาะจงออกไปหาของสิ่งนี้มาเมื่อสองสามวันก่อน
ในขณะเดียวกัน ศพสองศพที่ควรจะถูกฝังอยู่ใต้หิมะลึก กลับมาปรากฏอยู่ในมิติดอกท้อของเธอ
ป้าจ้าวยังคงต้องการตามหาร่างของจ้าวต้าหลง แกอยากจะออกไปหาแต่ก็ไม่กล้า กลัวจะไปทำให้กลุ่มคนโหดเหี้ยมพวกนั้นขุ่นเคือง เรื่องจึงยังค้างคาอยู่อย่างนั้น
คืนนั้น หลังจากที่หวังหลินลากร่างคนแล้วโยนทิ้งลงไปในกองหิมะข้างล่าง หลี่ฮวนได้แอบลงไปกลางดึกอย่างเงียบเชียบเพื่อจัดการเก็บกวาดร่องรอยของตัวเองให้เรียบร้อย
ในช่วงแรกของวันสิ้นโลก ทางที่ดีที่สุดคืออย่าไปยุ่งกับอำนาจรัฐจะดีกว่า
พอกลับเข้ามาในห้อง เธอกดเจ้าอันอันลงบนเตียง บีบหูนุ่มๆ ของเจ้าหมาบำเพ็ญเพียรเล่น "แกคิดว่าเขาต้องการอะไรถึงได้มาแสดงความหวังดีแบบนี้?"
"โฮ่ง?" เจ้าหมาบำเพ็ญเพียรส่งสายตาบอกว่า ข้าสนแต่เรื่องกินเท่านั้น! เรื่องซับซ้อนของมนุษย์ข้าไม่เข้าใจหรอก
หลี่ฮวนที่ไม่ได้รับคำตอบก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังแต่อย่างใด
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินลงไปข้างล่างพร้อมบัตรประชาชน
ยังไงเธอก็ต้องไปรับเสบียง ไม่มีใครบ่นว่าของกินเยอะเกินไปหรอก และถ้าเธอไม่ไป มันจะดูผิดสังเกตว่าเธอมีของกินตุนไว้แล้ว ซึ่งอาจนำภัยมาสู่ตัวได้หากคนอื่นรู้เข้า
แม้ว่าเธอจะมีอาวุธป้องกันตัว แต่สองหมัดย่อมยากจะต้านทานสี่มือ และมวยวัดก็อาจฆ่าครูมวยตายได้
ตอนเดินลงไป เธอจงใจหยิบหน้ากากอนามัยออกมาจากมิติมาสวม และทิ้งเจ้าอันอันไว้ที่บ้าน
เจ้าอันอันที่กำลังโมโหคาบกระดูกวัวชิ้นโตไว้ในปาก แต่ก็ไม่ลืมที่จะตะกุยประตูประท้วง
มันเห่าไม่หยุด คงกำลังสบถคำหยาบคายออกมาแน่ๆ
ด้วยการพรางตัว หลี่ฮวนจึงไม่เป็นจุดสนใจของผู้คนรอบข้าง
"คนต่อไป"
หลี่ฮวนยื่นบัตรประชาชนให้
"หลี่ฮวน?"
หลี่ฮวนพยักหน้า
"ถอดหน้ากากออกหน่อย เราต้องตรวจสอบหน้า อย่าคิดจะเนียนสวมรอยคนอื่น"
หลี่ฮวนเงยหน้ามองหม่าเหวินเลี่ยง แล้วยกมือขึ้นถอดหน้ากากออก
ดวงตาของหม่าเหวินเลี่ยงเป็นประกาย หญิงสาวคนนี้ช่างงดงามเหลือเกิน สวยกว่าในรูปถ่ายบัตรประชาชนเสียอีก
ผู้คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ หลี่ฮวนต่างขยับตัวถอยห่างจากเธอโดยไม่รู้ตัว จนเกิดเป็นวงกลมว่างเปล่ารอบตัวเธอ
แววตาหวาดหวั่นฉายวาบผ่านใบหน้าของหลี่ฮวน
ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังจำหลี่ฮวนได้ ในฐานะพยานคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์สังหารโหด ชายคนนั้นตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว รีบก้าวถอยหลังไปหลายก้าว ทันทีที่เขาอ้าปาก "สหายทหารครับ ผู้หญิงคนนี้มีปืนและฆ่า... อื้ออื้ออื้อ...! อื้อ!" ภรรยาของเขารีบตะครุบปากเขาไว้แน่น
หม่าเหวินเลี่ยงมองไปที่คู่สามีภรรยา "มีอะไรหรือเปล่าครับ?"
ภรรยาของชายคนนั้นรีบพูดขึ้น "ไม่มีอะไรค่ะ! ไม่มีอะไร! อีตานี่แค่ตาฝาดน่ะค่ะ"
ชายคนนั้นโดนภรรยาหยิกเนื้อเอวเข้าอย่างจังจนตัวงอด้วยความเจ็บปวด หญิงสาวกระซิบเสียงลอดไรฟัน "แจ้งบ้าอะไร? อยากตายหรือไง? ถ้าแกอ้าปากพูด แกนั่นแหละจะโดนยิงก่อนเพื่อน"
ชายคนนั้นสบตาอันนิ่งสงบของหลี่ฮวนแล้วตัวสั่นด้วยความกลัว ทั้งเจ็บทั้งกลัว เขาพยักหน้าให้ภรรยารัวๆ เป็นเชิงว่าเข้าใจแล้ว
หญิงสาวยิ้มให้หลี่ฮวน "คุณหนู เชิญรับของก่อนเลยค่ะ เชิญเลย"
หลี่ฮวนเลิกคิ้ว แล้วหันไปทางจุดแจกจ่ายเสบียง
หวังหลินยืนอยู่ข้างหลังหลี่ฮวนไปสามคน เมื่อเห็นว่าเป็นหลี่ฮวน แล้วมองไปที่ทหารติดอาวุธรอบๆ รอยยิ้มที่มีเลศนัยก็ผุดขึ้นที่มุมปากของเขา
หม่าเหวินเลี่ยงมองดูพื้นที่ว่างเปล่าที่เกิดขึ้นกะทันหันรอบตัวหลี่ฮวนด้วยความแปลกใจ เสน่ห์ของสาวงามมันรุนแรงขนาดนี้เชียวหรือ?
หลังจากคิดครู่หนึ่ง เขาก็บอกหลี่ฮวน "ใส่หน้ากากกลับเข้าไปเถอะ แล้วไปรับของได้เลย"
"คนต่อไป"
ชายคนที่ยังโดนภรรยาหยิกเอวอยู่ รีบประคองบัตรประชาชนด้วยสองมือยื่นให้หม่าเหวินเลี่ยง
หลี่ฮวนหิ้วเสบียงที่เพิ่งได้รับมา มันเยอะกว่าที่เธอคาดไว้เสียอีก
ผักรวมสามชั่ง ข้าวสารสิบชั่ง น้ำมันถั่วลิสงหนึ่งชั่ง และแอปเปิ้ลสี่ลูก—นี่เป็นปริมาณสำหรับครึ่งเดือน
ในชาติก่อน หิมะตกหนักปิดตายทุกอย่างอยู่นานถึงสองเดือนกว่าเสบียงช่วยเหลือล็อตแรกจะมาถึง และทุกคนได้รับแค่ข้าวสารสามชั่งกับมันฝรั่งหนึ่งชั่งเท่านั้น
หลังจากหน่วยกู้ภัยกลับไป ผู้จัดการตึกก็นำพวกพรรคพวกเดินเคาะประตูรีดไถค่าคุ้มครอง โดยหักข้าวสารไปคนละหนึ่งชั่งครึ่งจากทุกครัวเรือน
ไม่ให้งั้นหรือ? ได้!
กลุ่มชายฉกรรจ์ก็จะบุกเข้ามาปล้นทุกอย่างไปจนเกลี้ยง
แม้ว่าตอนนี้เธอจะย้ายบ้านมาแล้ว และที่นี่ไม่มีผู้จัดการตึก แต่ก็ยังมีคนประเภทหวังหลินที่ชอบถือไก่รองบ่อนทำตัวเป็นผู้มีอำนาจ
พอกลับถึงบ้าน
สิ่งที่ต้อนรับเธอคือก้นอวบอ้วน
"อันอัน?"
สายตาของเจ้าหมาบำเพ็ญเพียรบ่งบอกว่ามันไม่รู้จักเจ้านายคนนี้ เจ้านายที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวสมควรได้รับแค่ก้นของมันเท่านั้น
ในขณะที่หลี่ฮวนกำลังง้อเจ้าหมาขี้งอน หวังหลินหลังจากรับเสบียงเสร็จ ก็แอบย่องเข้าไปหาหม่าเหวินเลี่ยงเงียบๆ
ทว่าทันทีที่เขาพยายามจะเข้าใกล้หม่าเหวินเลี่ยง สายตาดุดันเพียงแวบเดียวของอีกฝ่ายก็ทำให้หวังหลินชะงักฝีเท้า
"มีธุระอะไร?"
"สหายทหารครับ! ผมมีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ทราบครับ!"
จากนั้นเขาก็ยื่นซองบุหรี่ให้ด้วยสองมือ
ดวงตาของหม่าเหวินเลี่ยงเป็นประกายวูบหนึ่ง ก่อนจะหม่นแสงลง "มีอะไรก็พูดมา! ห้ามติดสินบนเจ้าพนักงานทหาร"
หวังหลินถูมือไปมาและถอนหายใจ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร หม่าเหวินเลี่ยงก็ขัดขึ้นเสียก่อน
"มีอะไรก็รีบพูด! คนอื่นเขารอรับของกันอยู่!"
"นั่นสิ! พวกเรารอกันตั้งนานแล้วนะ!"
"มันไม่ได้จะมาแซงคิวใช่ไหมเนี่ย?"
"เห็นถือของอยู่ คงไม่ใช่หรอกมั้ง!"
..."ชู่ว! นั่นหวังหลินจากนิติบุคคลไม่ใช่เหรอ? ระวังปากหน่อย เดี๋ยวจะโดนหาเรื่องทีหลัง"
"อ้าว! เป็นเขาจริงๆ ด้วย! เบาเสียงลงหน่อย!"
หน้าของหวังหลินดำคล้ำ ช่วงนี้เขาพาพรรคพวกตระเวนเคาะประตูรีดไถอาหารชาวบ้าน แถมก่อนหน้านี้ยังไปก่อเรื่องกับจ้าวต้าหลงมาอีก
หม่าเหวินเลี่ยงไม่ใช่คนโง่ เมื่อเห็นปฏิกิริยาของผู้คนรอบข้างที่ชี้ไม้ชี้มือมาทางหวังหลิน เขาจึงส่งสัญญาณให้ลูกทีมสองคนที่อยู่ใกล้ๆ เข้าจับกุมทันที
"เฮ้ย! เฮ้ย! เฮ้ย! มาจับผมทำไมเนี่ย!"
"จับได้ดี!"
ใครบางคนในฝูงชนปรบมือร้องเชียร์
"สหายทหารครับ! ไอ้สารเลวนี่ช่วงนี้เที่ยวเคาะประตูบ้านผม ขู่รีดไถเงินค่าคุ้มครองทั้งทางตรงทางอ้อม!"
ทันใดนั้นเสียงอื่นๆ ก็ตามมา
"ใช่ครับสหายทหาร! ไอ้ชั่วนี่ผลักคนแก่บ้านตรงข้ามผมล้ม กระดูกหักคาที่ ตอนนี้ยังนอนซมอยู่เลย!"
"ลูกสาวผมที่อยู่ชั้นล่างโดน... พวกมันรังแก! ฮือๆๆ..."
...