เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28  หม้อไฟท่ามกลางฝนกรด

บทที่ 28  หม้อไฟท่ามกลางฝนกรด

บทที่ 28  หม้อไฟท่ามกลางฝนกรด


บทที่ 28  หม้อไฟท่ามกลางฝนกรด

"นี่มัน... หม้อไฟแบบอุ่นร้อนในตัว..."

ผู้มีพลังพิเศษด้านการดมกลิ่นสูดหายใจฟุดฟิดเพียงไม่กี่ครั้งก็จำแนกกลิ่นได้ทันที หนำซ้ำยังระบุยี่ห้อและรุ่นได้อย่างแม่นยำ

ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยลิ้มรสของแบบนี้ แต่นั่นมันเรื่องเมื่อสมัยวันสิ้นโลกเพิ่งอุบัติขึ้นได้เพียงวันสองวันแรก

ทว่าในเวลาต่อมา เมื่อต้องระหกระเหินหนีตาย คงไม่มีใครหน้าไหนเลือกพกพาเสบียงอาหารที่กินพื้นที่ในกระเป๋าขนาดนี้ติดตัวไปด้วยแน่

"พักผ่อนกันเถอะ การมีชีวิตรอดสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด"

ชายผู้นำกลุ่มเอ่ยปากบอกให้ทุกคนพักผ่อน

ส่วนเรื่องหม้อไฟหรืออาหารเลิศรสอะไรนั่น ในเมื่อไม่มีปัญญาหากินได้ ก็ป่วยการที่จะเก็บมาคิดให้ฟุ้งซ่าน

แม้หม้อไฟแบบอุ่นร้อนจะสะดวกสบายก็จริง แต่พื้นที่สำหรับเก็บหม้อไฟเพียงถ้วยเดียว กลับสามารถยัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแห้งลงไปได้ถึงสองสามจิน

หากพกบะหมี่แห้งไปคนละครึ่งกระเป๋า พวกเขายังประทังชีวิตเดินเท้าต่อไปได้อีกหลายวัน แต่ถ้าเป็นหม้อไฟ...

อาหารประเภทที่กินพื้นที่มหาศาลแต่หนักกระเป๋าเพียงน้อยนิดเช่นนั้น อาจทำให้เสบียงของพวกเขาหมดเกลี้ยงภายในวันเดียว

ในขณะที่เพื่อนบ้านใหม่ชั้นล่างกำลังขัดแย้งในใจ เย่หลิงกลับกำลังนั่งกินหม้อไฟอย่างสบายอารมณ์

ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้หม้ออุ่นร้อนสำเร็จรูป แต่แกะเอาเฉพาะเครื่องปรุงและวัตถุดิบข้างในออกมาต้มในหม้อธรรมดาบนระเบียง ค่อยๆ เติมผักสดลงไปทีละนิด

ข้างกายมีเก้าอี้พังๆ วางอยู่ตัวหนึ่ง ยามเห็นไฟใต้ม้อเริ่มมอดลง เขาก็หักขาเก้าอี้โยนใส่เข้าไปเป็นเชื้อเพลิง

มืออีกข้างคอยหยิบเมล็ดพันธุ์ออกมา เร่งการเจริญเติบโตจนกลายเป็นผักสด เด็ดใบใส่ลงในหม้ออย่างใจเย็น

เขาพึงพอใจกับมื้ออาหารรสเลิศนี้เป็นอย่างมาก

กว่าเย่หลิงจะเก็บกวาดเรียบร้อยและเตรียมตัวพักผ่อน สายฝนด้านนอกก็โหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ฝนกรดอาจทำลายล้างพืชพรรณบนโลกใบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็นำมาซึ่งวิวัฒนาการของพืชกลายพันธุ์

ทันทีที่ล้มตัวลงนอน ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว

หากเขารองรับน้ำฝนกรดพวกนี้เข้าไปเก็บไว้ในมิติ แล้วนำพืชกลายพันธุ์ไปปลูกในบริเวณนั้น อัตราการรอดชีวิตของพวกมันจะเพิ่มขึ้นหรือไม่?

เขาเองก็ไม่แน่ใจ เพราะไม่เคยทดลองมาก่อน

อย่างไรเสีย มิติแห่งนั้นก็แห้งแล้งกันดารจนพืชผลไม่อาจดำรงชีพได้อยู่แล้ว จะเลวร้ายไปกว่านี้สักแค่ไหนเชียว

เมื่อตัดสินใจได้ เย่หลิงยกมือขึ้น ส่งเถาวัลย์เลื้อยออกไปนอกหน้าต่าง

เถาวัลย์หนาทึบแผ่ขยายออกท่ามกลางสายฝนกรด กางออกเป็นรูปพัดขนาดใหญ่ รองรับน้ำฝนที่ตกลงมาให้ไหลย้อนกลับตามแนวเถาวัลย์มุ่งตรงมายังเย่หลิง

สิ่งที่เย่หลิงต้องทำในตอนนี้ มีเพียงการส่งต่อน้ำที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเหล่านี้เข้าไปเก็บไว้ในมิติ

เพียงชั่วข้ามคืน เขาก็สามารถกักเก็บน้ำไว้ในพื้นที่ส่วนขอบของมิติได้แอ่งใหญ่ ขนาดกว้างขวางกว่าสระว่ายน้ำเสียอีก

รุ่งเช้าวันถัดมา เมื่อเห็นว่าฝนกรดด้านนอกซาลงเหลือเพียงละอองฝอย เย่หลิงจึงตัดสินใจพักผ่อนก่อน

เขาไม่รู้ว่ามันจะได้ผลหรือไม่ แต่ปริมาณที่เก็บได้ก็เพียงพอสำหรับการทดลองแล้ว

หลังจากรองท้องด้วยขนมปังง่ายๆ เย่หลิงก็ผล็อยหลับไปภายใต้การคุ้มครองของเถาวัลย์ที่เลื้อยปกคลุมไปทั่วห้อง

กว่าจะตื่นจากการงีบหลับ เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงพลบค่ำ

เย่หลิงเปิดหน้าต่าง กลิ่นเหม็นเน่าเปรี้ยวของกรดลอยคละคลุ้งเข้ามาปะทะจมูก

เขาควบคุมเถาวัลย์ให้เลื้อยมาพันรอบไหล่ บังคับให้มันผลิบานดอกไม้ดอกเล็กๆ สองสามดอกเพื่อช่วยขจัดกลิ่นเหม็นชวนคลื่นไส้นั้น

ฝนกรดหยุดตกแล้ว แต่พืชพรรณบนโลกนี้ได้รับความเสียหายไปกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์

พื้นที่สีเขียวด้านล่างที่เมื่อวานยังเต็มไปด้วยดอกไม้ใบหญ้า บัดนี้เน่าเปื่อยกลายเป็นโคลนตมไปหมดสิ้น

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

ขณะที่เย่หลิงกำลังนึกเสียดายอานุภาพการทำลายล้างของฝนกรด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

"มีธุระอะไร?"

เย่หลิงเปิดประตู มองดูหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอก เธอคือคนเดียวกับที่ปรากฏตัวเมื่อวาน

"ขอโทษนะคะ คือคนในกลุ่มเรามีอาการไข้ขึ้นสูง เลยอยากจะมาถามว่าคุณพอจะมียาลดไข้แบ่งปันบ้างไหม พวกเรายินดีแลกเปลี่ยนด้วยอาหารหรือแกนผลึกซอมบี้..."

น้ำเสียงของหญิงสาวสั่นเครือเล็กน้อยขณะเอ่ยปาก เธอตื่นกลัว

เมื่อคืนวาน ฝนกรดไม่ได้สาดกระเซ็นใส่ผนังด้านหนึ่ง คนที่เข้าเวรเฝ้ายามจึงแอบชะโงกหน้าออกไปดูเงียบๆ

ผลก็คือ พวกเขาได้เห็นภาพเถาวัลย์น่าสยดสยองเลื้อยยื่นออกมาจากห้องชั้นบน

แม้จะพยายามไม่ส่งเสียงร้อง แต่คนเฝ้ายามคนนั้นก็รีบปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้นมาดู

และอาจเป็นเพราะการชะโงกหน้าออกไปดูเมื่อคืน พอตกบ่ายวันนี้ สมาชิกหลายคนจึงเริ่มมีอาการจับไข้

จบบทที่ บทที่ 28  หม้อไฟท่ามกลางฝนกรด

คัดลอกลิงก์แล้ว