- หน้าแรก
- พลิกสวรรค์ล่าวิถีเซียน ข้าก็แค่จอมโจรขโมยโชค
- บทที่ 19 เป้าหมายที่สูญหายและเพลิงแค้นที่ปะทุ
บทที่ 19 เป้าหมายที่สูญหายและเพลิงแค้นที่ปะทุ
บทที่ 19 เป้าหมายที่สูญหายและเพลิงแค้นที่ปะทุ
บทที่ 19 เป้าหมายที่สูญหายและเพลิงแค้นที่ปะทุ
"เย่หลิง ทำไมฉันรู้สึกว่านายมีของวิเศษอยู่จริงๆ..."
หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง หลินสวี่ก็ได้สติกลับคืนมา เขาก้มหน้าลงซ่อนแววตาพลางหัวเราะในลำคออย่างขมขื่น
ความโกรธเกรี้ยวอัดแน่นอยู่เต็มอก สติสัมปชัญญะแทบแตกกระเจิง เขาแทบอยากจะกระโจนเข้าไปสับคนตรงหน้าให้แหลกเป็นชิ้นๆ ด้วยความบ้าคลั่ง!
แต่เขาก็ทำไม่ได้...
หลังจากเห็นข้อมูลที่ 'ระบบ' แจ้งเตือนเข้ามาอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับการตายของเย่เหิงและซุนเหยา เขาก็มั่นใจได้ทันทีว่าคนผู้นี้ไม่ใช่คนที่เขาจะต่อกรด้วยได้ง่ายๆ
ไม่ว่าสาเหตุของความเปลี่ยนแปลงนี้คืออะไร เขาจำต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้นไปอีก ตราบใดที่อีกฝ่ายยังไม่เผยเจตนาที่แท้จริง เขาจะแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์ก่อนไม่ได้เด็ดขาด
ทว่า...
เย่เหิงและซุนเหยา พวกมันคือคู่แค้นจากชาติปางก่อน คือศัตรูที่เคยฆ่าเขามาแล้วหนหนึ่ง!
เขาอุตส่าห์ได้กลับชาติมาเกิดใหม่ ภารกิจแรกคือการล้างแค้น ตั้งใจจะทรมานชายหญิงสารเลวคู่นั้นให้สาสมหลายๆ ครั้งเพื่อระบายความคับแค้นในใจ!
แต่ตอนนี้พวกมันกลับชิงตายไปเสียก่อน ความอัดอั้นและความเคียดแค้นชิงชังยามสิ้นใจในชาติที่แล้วคงไม่มีวันจางหายไปได้อีก...
"อันที่จริง ฉันก็ไม่รังเกียจหรอกนะถ้าจะมีใครคิดมาแย่งชิงของไป เผลอๆ อาจจะช่วยเพิ่มสีสันให้ชีวิตหลังจากนี้ได้บ้าง ก่อนวันสิ้นโลกฉันไม่มีโอกาสได้แก้แค้นพวกมัน แต่พอหนี้แค้นเก่าชำระสะสางได้ง่ายดายปานนี้ แม้จะรู้สึกตัวเบาสบายขึ้น แต่จู่ๆ ก็เหมือนขาดเป้าหมายในชีวิตไปเสียอย่างนั้น..."
เย่หลิงแสดงท่าทีชัดเจนว่าเขาไม่ยี่หระต่อการถูกแย่งชิง
ทั้งยังย้ำอีกว่าการล้างแค้นนั้น เมื่อทำสำเร็จแล้วก็เป็นเพียงเรื่องผ่านเลยไป
หากทำไม่สำเร็จก็คงไม่มีวันปล่อยวาง แต่ครั้นทำสำเร็จแล้ว กลับกลายเป็นเพียงการสูญเสียเป้าหมายไปหนึ่งอย่างเท่านั้น
ทัศนคตินี้กลับยิ่งตอกย้ำให้หลินสวี่รู้สึกย่ำแย่หนักกว่าเก่า เพราะเขาไม่มีโอกาสได้ล้างแค้นด้วยมือตัวเองอีกต่อไปแล้ว
"จริงสิ นั่นพี่ชายของนาย หลินหยางใช่ไหม? เมื่อกี้ฉันได้ยินพวกเขาโต้เถียงกันเสียงดัง ดูเหมือนว่าจะพูดถึงน้องสาวกับหลานชายของนายที่ถูกคนทางฝั่งนั้นจับโยนลงไปเป็นอาหารซอมบี้ ฝูงซอมบี้ข้างนอกนั่นถูกล่อให้มารวมตัวกันด้วยกลิ่นเลือดเนื้อสดๆ ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าพวกเขามีความแค้นส่วนตัวหรือแค่อยากตาย แต่ดูเหมือนจะตั้งใจลากทุกคนลงนรกไปด้วยกัน"
เย่หลิงพูดจบในสิ่งที่ต้องการสื่อแล้ว และไม่ได้มีเจตนาจะยั่วยุหลินสวี่ไปมากกว่านี้
เขาเพียงต้องการเตือนให้อีกฝ่ายหันกลับไปมองสถานการณ์การเผชิญหน้าของคนสองกลุ่มทางด้านนั้น เพราะมัวแต่ยืนคุยกัน บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่จึงผ่อนคลายลงไปมาก
"เมื่อกี้แกพูดว่าใครนะ? ใครถูกโยนออกไปให้ซอมบี้กิน?"
ความโกรธแค้นที่หลินสวี่พยายามข่มกลั้นเอาไว้ ในที่สุดก็พบเป้าหมายระบายออก
พริบตาเดียว ความเดือดดาลก็ระเบิดออกมา เมื่อครู่เขายังนั่งอยู่บนโซฟา แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าชายร่างท้วมแซ่หวัง พร้อมกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายลากถูลู่ถูกังไปที่ริมหน้าต่าง
"หลินหยาง อธิบายมาให้ชัดเจนนะว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่!"
ครอบครัวพวกเขามีพี่น้องสามคน หลินสวี่รู้ดีว่าเจ้าของร่างเดิมไม่ได้สนิทสนมกับน้องสาวคนนี้นัก แต่ถึงอย่างไรก็เป็นสายเลือดเดียวกันที่มีพ่อคนเดียวกัน
แม้เขาจะไม่ใช่หลินสวี่ตัวจริง แต่ในยามที่ต้องระบายโทสะผ่านตัวตนนี้ ก็คงไม่มีใครรู้สึกผิดสังเกตแต่อย่างใด
"เมื่อวานนี้พวกเราหนีตายมาด้วยกัน แล้วเกิดมีเรื่องขัดแย้ง หลินเมิ่งกับเสี่ยวอวี่ถูกพวกมันจับโยนออกไป กว่าพี่จะรู้ตัวก็สายเกินไปแล้ว มันไม่ทันการจริงๆ..."
ยามเอ่ยถึงน้องสาวและหลานชาย หลินหยางก็หลั่งน้ำตาแห่งความโศกเศร้าออกมา แสดงออกถึงความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างสุดซึ้ง
"นั่นมันน้องสาวแท้ๆ ของแก แต่แกกลับปกป้องเธอไม่ได้ หลินหยาง แกมันก็แค่... ช่างเถอะ ฉันจะยังไม่ด่าแกตอนนี้ แกยังมัวยืนบื้อทำซากอะไรอยู่! ต่อหน้าไอ้เวรนี่ จับครอบครัวมันโยนออกไปให้หมด ให้มันเบิกตาดูให้ชัดๆ ว่าคนในครอบครัวมันต้องตายยังไง!"
หลินสวี่ชี้หน้าชายร่างท้วมแซ่หวังที่เขาลาตัวมาเหยียบอกเอาไว้ พลางกลืนคำด่าทอที่จะมีต่อหลินหยางลงคอ แล้วเร่งเร้าให้อีกฝ่ายรีบลงมือ
ในชาติก่อน เขาเองก็เคยรู้สึกว่าการกระทำเช่นนี้ช่างโหดร้ายป่าเถื่อน แต่เมื่อถูกคนอื่นใช้วิธีการเดียวกันเล่นงานเขาหรือครอบครัว ทางออกที่ดีที่สุดคือการตอบโต้กลับไปในแบบเดียวกัน และต้องเอาคืนให้สาสมเป็นเท่าทวีคูณ!