เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 ความสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้น

บทที่ 18 ความสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้น

บทที่ 18 ความสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้น


บทที่ 18 ความสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้น

"ซุนเหยาคือเพื่อนร่วมชั้นของฉันงั้นหรือ... ซุนเหยา... ตอนเด็กๆ เธอชื่อซุนเหมยใช่ไหม?"

หลินสวี่เองก็เป็นผู้ข้ามมิติมาเช่นกัน เขาจึงทำได้เพียงค้นหาความทรงจำ และก็พบเพื่อนสมัยประถมคนหนึ่งที่ตรงกับข้อมูลนี้จริงๆ

"ตอนเด็กๆ เธอชื่อซุนเหมย ต่อมาย่าทวดของฉันบอกว่าชื่อเหมยไม่เป็นมงคล เลยเปลี่ยนเป็นซุนเหยาตอนอายุประมาณสิบขวบ"

เย่หลิงช่วยยืนยันตัวตนของซุนเหยาให้หลินสวี่ จากนั้นก็กัดแอปเปิ้ลเคี้ยวตุ้ยๆ รอให้ตัวเอกผู้กลับชาติมาเกิดเรียบเรียงความสัมพันธ์ให้กระจ่าง

เขาแอบคิดในใจว่ามันดูปลอมไปหน่อยที่หลินสวี่จะไม่รู้ว่าซุนเหยากับเย่เหิงเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน พูดได้แค่ว่าสองคนนั้นปิดบังข้อมูลได้แนบเนียนมาก เพื่อที่จะฆ่าหลินสวี่และแย่งชิงสมบัติ

"หึ... อายุเธอก็รุ่นราวคราวเดียวกับฉัน ส่วนเย่เหิง... ด้วยอายุของเย่เหิง ถ้าแต่งงานเร็วหน่อย เขาเป็นพ่อของซุนเหยาได้สบายๆ เลยนะ!"

หลินสวี่แค่นเสียงหัวเราะ ในที่สุดเขาก็เข้าใจความสัมพันธ์ของชายหญิงคู่นั้น

แต่ด้วยอายุที่ห่างกันกว่าสิบปี ซุนเหยายังกล้าทำลงไปได้!

"พอนายพูดขึ้นมา มันก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ย่าทวดรักครอบครัวเดิมของตัวเองมาก ผู้หญิงคนนั้นไปอาศัยอยู่ที่บ้านเย่เหิงตั้งแต่อายุสองขวบกว่า จนกระทั่งย้ายไปเรียนต่อในเมือง ถึงได้แยกออกไป..."

เย่หลิงเองก็เริ่มหัวเราะออกมา เมื่อลองคิดทบทวนดูดีๆ ซุนเหยาก็เหมือนถูกเย่เหิงเลี้ยงต้อยมากับมือนั่นแหละ

"จะว่าไป นายบอกว่าชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้นมาตามหาสมบัติของนาย พวกมันสติฟั่นเฟือนไปแล้วหรือเปล่า? ตอนที่นายถูกไล่ออกจากบ้าน ฉันได้ยินมาว่านายเอาออกมาแค่ทะเบียนบ้านที่ขึ้นทะเบียนกับหมู่บ้าน แล้วก็รูปถ่ายพ่อแม่ไม่ใช่เหรอ?"

เมื่อปะติดปะต่อความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ได้แล้ว หลินสวี่ก็เดินมานั่งลงบนโซฟาตรงข้ามเย่หลิง ตั้งใจจะซักไซ้เรื่องสมบัติ

เขาโยนโทรศัพท์ที่พังยับเยินทิ้งไปแล้ว ตอนนั้นเขาทำได้เพียงใช้ระบบตรวจจับสัญญาณหลังวันสิ้นโลก แต่ไม่รู้เนื้อหาการสนทนาที่แน่ชัด

เขาไม่ได้กังวลเรื่องการกลับชาติมาเกิดของเย่เหิงและซุนเหยา แต่เขายังไม่แน่ใจว่าสองคนนั้นจะแพร่งพรายความลับของเขาออกไปหรือไม่

"เรื่องนี้แหละที่ฉันลืมไป ถ้ารู้ก่อนฉันคงเค้นคอถามพวกมันก่อนตาย แต่ก็ช่างเถอะ ช่วงนี้ฉันลองสำรวจดูรอบๆ แล้ว อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็น่าจะพอปกป้องตัวเองได้"

ปากบอกว่าลืม แต่สีหน้าของเย่หลิงกลับไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังดูได้ใจนิดๆ ด้วยซ้ำ

แต่เขาก็มีต้นทุนให้ลำพองใจจริงๆ เถาวัลย์รอบกายเขาเพียงพอที่จะฉีกร่างทุกคนในห้องโถงนี้เป็นชิ้นๆ

แล้วไงถ้าเขามีสมบัติ? ใครหน้าไหนจะกล้ามาแย่ง?

ในทางกลับกัน หลินสวี่ที่เพิ่งได้ยินว่าเย่เหิงและซุนเหยาตายไปแล้ว ราวกับถูกกระแทกอย่างจังจนตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะ

'เจ้านาย ระบบของหลินสวี่กำลังเชื่อมต่อกับเส้นเวลาปัจจุบัน ค้นหาข้อมูลช่วงก่อนและหลังการตายของสองคนนั้นครับ'

อาเป่ารีบส่งกระแสจิตบอกเย่หลิงทันทีที่จับความเคลื่อนไหวของระบบฝ่ายตรงข้ามได้

'ฉันรู้แล้ว ปล่อยให้เช็กไปเถอะ สิ่งที่ฉันทำลงไปไม่มีอะไรต้องปิดบัง เขาตรวจสอบได้สบายๆ อยู่แล้ว'

เย่หลิงกัดแอปเปิ้ลดัง กร้วม กร้วม นี่เป็นลูกที่สามแล้วตั้งแตตื่นนอน เขาคงไม่ต้องกินมื้อเช้าแล้วกระมัง

เย่หลิงรู้อยู่แล้วว่าระบบของหลินสวี่จะต้องตรวจสอบ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาไม่เปิดโอกาสให้สองคนนั้นได้พล่ามอะไรออกมาตอนที่ลงมือจัดการ

เมื่อระบบตรวจสอบการตายของตัวละครสำคัญในเนื้อเรื่อง มันจะสามารถมองเห็นสาเหตุการตายและเหตุการณ์ช่วงก่อนและหลังได้

ความแข็งแกร่งของระบบที่อาเป่าจำลองขึ้นมาในตอนนี้เทียบเท่ากับระบบของหลินสวี่ทุกประการ ดังนั้นขอบเขตการตรวจสอบของอาเป่าคือหนึ่งชั่วโมงก่อนและหลังเกิดเหตุ ระบบของหลินสวี่ก็เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เรื่องพรรค์นี้จำกัดอยู่แค่ตัวละครในเนื้อเรื่องเท่านั้น ส่วนตัวตนปัจจุบันของเขา เป็นเพียงตัวประกอบฉากในความทรงจำของตัวร้าย แทบไม่มีตัวตนอยู่ในสายตาของระบบด้วยซ้ำ

จบบทที่ บทที่ 18 ความสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้น

คัดลอกลิงก์แล้ว