- หน้าแรก
- พลิกสวรรค์ล่าวิถีเซียน ข้าก็แค่จอมโจรขโมยโชค
- บทที่ 17 พี่น้องตระกูลหลิน
บทที่ 17 พี่น้องตระกูลหลิน
บทที่ 17 พี่น้องตระกูลหลิน
บทที่ 17 พี่น้องตระกูลหลิน
"หลินหยาง!"
ร่างของใครอีกคนกระโดดข้ามขอบหน้าต่างชั้นหกเข้ามา ครั้งนี้ผู้มาเยือนเจาะจงเรียกชื่อหลินหยางโดยเฉพาะ
"หลินสวี ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้?"
หลินหยางหันขวับไปมองด้วยความประหลาดใจ ทำไมน้องชายต่างแม่ของเขาถึงโผล่มาที่นี่?
ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ถือว่าดีนัก เขาเป็นถึงเจ้าของโรงงานที่มีทรัพย์สินไม่ต่ำกว่าสิบล้านหยวน แต่อีกฝ่ายกลับเลือกที่จะไปขี่รถส่งอาหารเดลิเวอรี่มากกว่าจะยอมรับความช่วยเหลือจากเขา
เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกเสียหน้าทุกครั้งที่มีคนพูดถึง จนไม่อยากจะสนใจไยดีน้องชายคนนี้อีก
แต่ทว่า...
ที่นี่มันชั้นหกนะ!
คนก่อนหน้านี้กระโดดเข้ามาทางหน้าต่างเพราะมีพลังพิเศษที่แข็งแกร่ง นั่นพอเข้าใจได้ แต่เจ้าน้องชายของเขาก็สามารถกระโดดขึ้นมาบนชั้นหกได้อย่างง่ายดายเหมือนกันงั้นหรือ?
น้องชายที่เขาเคยดูถูกกลายเป็นยอดยุทธ์ไปแล้ว หรือว่ากำแพงตึกนี้มันปีนง่ายขนาดนั้นกันแน่?
"เย่หลิง? เย่หลิง นายยังไม่ตายงั้นเหรอ!"
หลินสวีทักทายหลินหยางเพียงสั้นๆ ก่อนจะกวาดสายตาสำรวจคนอื่นๆ ในโถงกว้าง แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเย่หลิงที่เขาคิดว่าตายไปนานแล้ว
"ทักทายกันแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ เดี๋ยวฉันก็คิดว่านายแช่งให้ฉันตายอยู่ที่นั่นจริงๆ หรอก"
เย่หลิงปรายตามองหลินสวี ส่ายหน้าเบาๆ แล้วโยนแอปเปิ้ลไปให้ลูกหนึ่ง
ความสัมพันธ์ของเจ้าของร่างเดิมกับหลินสวีไม่ได้ดีหรือแย่ เป็นเพียงความสัมพันธ์แบบลูกค้ากับไรเดอร์ส่งของ ถือว่าน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า
คนหนึ่งจ่ายเงินซื้อความสะดวก อีกคนลงแรงแลกเงิน เวลาจะฝากซื้ออะไรก็สะดวกกว่าคนอื่นหน่อย
ส่วนเรื่องที่หลินสวีทำตัวเป็นพ่อค้าคนกลาง กินกำไรส่วนต่างนอกเหนือจากค่าส่งเวลาฝากซื้อของ เจ้าของร่างเดิมรู้เรื่องนี้มาตลอดแต่ไม่เคยพูดอะไร เพราะมันก็แค่เงินหยวนสองหยวนเท่านั้น
"จะเป็นไปได้ยังไง! ฉันอุตส่าห์ไปดูที่ห้องพักนายมาแล้ว ประตูห้องถูกถอดออก มีซากซอมบี้นอนตายอยู่ แถมยังเจอโทรศัพท์ของนายตกอยู่แถวนั้น..."
หลินสวีรีบแก้ตัว เขาอธิบายเหตุผลที่สงสัยว่าเย่หลิงน่าจะตายไปแล้ว เพราะเห็นซอมบี้หัวขาดตัวนั้น
"ซอมบี้ตัวนั้นฉันเป็นคนฆ่า โทรศัพท์นั่นฉันก็เป็นคนทำลายทิ้งเอง ในวันที่สามหลังวันสิ้นโลก เย่เหิงโทรมาหาฉัน..."
เย่หลิงจ้องมองประกายวูบไหวในดวงตาของหลินสวี เขายอมรับเรื่องฆ่าซอมบี้ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยปิดบังมาตั้งแต่ต้น
และที่สำคัญ เขาจงใจเอ่ยชื่อเย่เหิงขึ้นมา
เป็นไปตามคาด ทันทีที่เอ่ยถึงเย่เหิง แม้หลินสวีจะพยายามเก็บอาการ แต่รังสีความแค้นที่ปิดไม่มิดก็แผ่ออกมาอย่างชัดเจน
"เจ้าหมอนั่นคิดว่าฉันซ่อนสมบัติเอาไว้ เดิมทีฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรพวกมันหรอก แต่เขากับผู้หญิงคนนั้นล้ำเส้นเกินไป ฉันเลยต้องกลับไปเยือนหมู่บ้านสักรอบ..."
เย่หลิงพูดถึงเย่เหิงต่อไปเรื่อยๆ แอปเปิ้ลในมือถูกบีบจนบุบเบี้ยวเล็กน้อย
พอพูดถึงเรื่องกลับไปที่หมู่บ้าน ดวงตาของหลินสวีก็เบิกกว้างขึ้นทันที
"ผู้หญิง? เย่เหิงไม่เคยแต่งงานไม่ใช่หรือไง? หมอนั่นมีผู้หญิงด้วยเหรอ?"
หลินสวีจำได้ว่าในช่วงเวลานี้ เย่เหิงกับซุนเหยายังไม่ได้เกี่ยวข้องกันนี่นา
อย่างน้อยในความทรงจำของเขา สองคนนั้นน่าจะมาเจอกันหลังจากวันสิ้นโลกผ่านไปแล้ว
"ก็ซุนเหยาไง ลูกพี่ลูกน้องของเย่เหิง หลานสาวฝั่งบ้านป้าสะใภ้ เธอน่าจะเป็นเพื่อนสมัยเรียนประถมของนายไม่ใช่เหรอ? หรือว่าเป็นรุ่นน้องสักปีหนึ่งนี่แหละ..."
เย่หลิงยิ้มมุมปากพลางอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างซุนเหยากับเย่เหิง
ส่วนเรื่องที่ว่าซุนเหยากับหลินสวีเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันหรือไม่นั้น...
ซุนเหยาย้ายเข้ามาเรียนในเมืองตอนประถมสามหรือประถมสี่ จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นหรือไม่ก็ไม่สำคัญเท่าไหร่
เขาเพียงแค่อยากให้หลินสวีรู้ว่า จริงๆ แล้วซุนเหยากับพวกเขารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กต่างหาก