- หน้าแรก
- พลิกสวรรค์ล่าวิถีเซียน ข้าก็แค่จอมโจรขโมยโชค
- บทที่ 15 ตะวันออก
บทที่ 15 ตะวันออก
บทที่ 15 ตะวันออก
บทที่ 15 ตะวันออก
"วันที่เก้าแล้ว ได้เวลามุ่งหน้าไปทางตะวันออก..."
เย่หลิงจัดการหม้อไฟพกพาตรงหน้า พลางหยิบข้อมูลเวลาและสถานที่ที่จดบันทึกไว้ออกมาดู เขาเริ่มคำนวณว่าจะกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวให้ได้มากที่สุดได้อย่างไร
แม้สิ่งที่เขาช่วงชิงมาคือ วาสนา แต่หากไร้ซึ่งความแข็งแกร่ง ต่อให้วาสนากองอยู่ตรงหน้าก็ไม่อาจคว้าไว้ได้
เหมือนอย่างเย่เหิงและซุนเหยา สองคนนั้นต่างก็ได้ย้อนเวลากลับมาเหมือนกัน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา กลับไม่มีแม้แต่แรงจะต่อต้าน
ดังนั้นเขาจำเป็นต้องเร่งระดับของตัวเองให้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเลเวลส่วนตัวหรือระดับพลังพิเศษ
เย่หลิงกางแผนที่ออกมาขีดเขียนหาเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด แล้วจึงเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง
ภาพของชายหนุ่มในชุดวอร์ม มือถือกระทะเหล็กหล่อ เดินดุ่มๆ ไปตามท้องถนน ทำให้ผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ละแวกนั้นรู้สึกประหลาดใจ
แต่เมื่อเห็นเย่หลิงใช้ก้นกระทะฟาดหัวซอมบี้จนแบนเละ แล้วจัดการสังหารมันได้ในสองสามที บางคนก็เริ่มหันกลับไปมองเครื่องครัวในบ้านตัวเองตาเป็นมัน
เย่หลิงไม่รู้ตัวเลยว่าการมุ่งหน้าไปทางตะวันออกและไล่กวาดล้างซอมบี้ตลอดทางได้สร้างแรงกระเพื่อมอะไรไว้บ้าง ตอนนี้เขากำลังดื่มด่ำกับค่าสถานะใหม่หลังเลเวลอัพด้วยความเบิกบานใจ
【ชื่อ: เย่หลิง
พลังชีวิต: 500 / 500
พลังงาน: 500 / 500
ความอิ่ม: 65 / 100
เลเวล: 5 (60 / 8000)
ค่าสถานะ: พละกำลัง (8), ความเร็ว (6), ความอึด (5), จิตวิญญาณ (11)
ความสามารถพิเศษ: พลังธาตุไม้ (เลเวล 3 / ต้องการแต้มพลังงาน 25000 เพื่ออัปเกรด), พลังธาตุทอง (เลเวล 2 / ต้องการแต้มพลังงาน 5000 เพื่ออัปเกรด)
แต้มพลังงาน: 40
ช่องเก็บของ 98 / 110: ดาบยักษ์ (ดาเมจการโจมตีหนัก + 200%, อัตราการใช้พลังงาน / 30), กระทะเหล็กหล่อ, แอปเปิ้ลหนึ่งลัง / 283 ...】
หลังจากเลื่อนเป็นเลเวล 5 ไม่เพียงค่าสถานะส่วนตัวจะเพิ่มขึ้นอย่างรอบด้าน ช่องเก็บของยังขยายเพิ่มขึ้นอีกสิบช่อง
พลังธาตุทองที่อัปเกรดเป็นเลเวล 2 สามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กระทะเหล็กในมือได้ ผลลัพธ์ถือว่ายอดเยี่ยม อย่างน้อยเวลาทุบเพื่อลดเลือดซอมบี้ก็ทำได้เร็วขึ้นอีกนิด
เย่หลิงมุ่งหน้าไปทางตะวันออก จากชานเมืองเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ตั้งแต่วันแรก
ระยะทางไม่ถึงสิบกิโลเมตรนี้ เขาเจอฝูงซอมบี้ เจอทีมผู้รอดชีวิตที่เริ่มรวมกลุ่มกัน และเห็นร้านค้ามากมายถูกปล้นสะดมจนเกลี้ยง
ยิ่งคนเยอะ เสบียงยิ่งหายาก ยุคโกลาหลที่ผู้คนต้องดิ้นรนแย่งชิงอาหารเพื่อเอาชีวิตรอดได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
ตกกลางคืน เย่หลิงไม่ออกไปเพ่นพ่าน เขาหาห้องว่างสะอาดๆ ปล่อยเถาวัลย์ออกมาเลื้อยพันรอบห้องเพื่อป้องกันภัย แล้วเปิดข้าวกล่องอุ่นร้อนกับอาหารซีลสูญญากาศกินรองท้อง
พอกินอิ่มนอนหลับ เขาก็ได้ยินเสียงอึกทึกจากถนนด้านนอก แต่คนพวกนั้นไม่เกี่ยวกับเขา จึงไม่ส่งผลต่อการนอนหลับแต่อย่างใด
ทว่าเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เมื่อตื่นมามองออกไปนอกหน้าต่าง เขาก็เห็นศพจำนวนหนึ่งและซอมบี้นับร้อยที่ถูกกลิ่นเลือดชักนำมา
นอกจากนี้ยังมีเสียงคุยโวและเสียงโวยวายดังมาจากตึกที่เขาพักอยู่
เขาอยู่ชั้นสิบสอง ฟังจากเสียงแล้วคาดว่าคนกลุ่มนี้น่าจะอยู่แถวชั้นหกหรือชั้นเจ็ด
ส่งเสียงโวยวายด่าทอกันไม่หยุดหย่อนในวันสิ้นโลกแบบนี้ คนพวกนี้ไม่กลัวตายหรือจงใจเรียกแขกกันแน่?
"ไอ้แซ่หวัง ถ้าแกไม่คุกเข่าสารภาพผิดกับฉันเดี๋ยวนี้ วันนี้ฉันจะโยนลูกเมียแกออกไป! จะให้แกดูพวกมันถูกซอมบี้ข้างล่างรุมทึ้งทั้งเป็น!"
ภายในโถงกว้างชั้นหก ชายร่างกำยำที่มีเลือดไหลอาบแขนถือมีดเหล็กกล้า ด้านหลังมีหญิงสาวหน้าตาดีสองคนกำลังคุมตัวหญิงวัยกลางคนแขนหักและเด็กชายสองคนที่อายุไม่ถึงสิบขวบ
ไม่ไกลออกไปคือเป้าหมายที่เขากำลังจ้องเขม็ง ชายคนนั้นคือพ่อของเด็กชายทั้งสอง
ส่วนหญิงวัยกลางคนแขนหักคือภรรยา ทว่าเวลานี้สามีกลับไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอเลย