- หน้าแรก
- ข้ามภพมาเป็นเซียนหญิง แต่ดันเป็นตัวแสบ
- บทที่ 25 สามกำเนิดสรรพสิ่ง
บทที่ 25 สามกำเนิดสรรพสิ่ง
บทที่ 25 สามกำเนิดสรรพสิ่ง
แม้เคล็ดวิชาที่นี่จะเหมาะกับผู้บำเพ็ญเพียรธาตุดิน แต่ไม่รู้ทำไม เฉินฉู่ม่านกลับรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป
จู่ๆ นางก็นึกอยากเข้าไปในประตูที่มีจารึกคำว่า "หยินหยาง" บานนั้น
ทว่าคนผู้หนึ่งสามารถเข้าหอคัมภีร์ได้เพียงหนึ่งครั้งต่อการเลื่อนระดับขั้นย่อย หากคาดเดาผิด นางคงต้องรอจนกว่าจะทะลวงเข้าสู่ช่วงกลางของระดับกลั่นลมปราณจึงจะมีโอกาสเข้ามาได้อีกครั้ง
เดิมทีนางอยากปรึกษาหนานปัวหวัน แต่เจ้านั่นกลับเงียบกริบไม่ตอบสนอง ดูเหมือนหอซ่อนวิญญาณแห่งนี้จะตัดขาดการเชื่อมต่อระหว่างนางกับหนานปัวหวันเช่นเดียวกับบันไดสวรรค์
ต่อไปคงต้องระวังให้มากขึ้นและลดการพึ่งพาหนานปัวหวันลง โลกใบนี้มีสิ่งลึกลับและเรื่องที่ยังไม่รู้อีกมาก การฝากอนาคตไว้กับหนานปัวหวันดูจะเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดนัก
จากการตรวจสอบเคล็ดวิชาเหล่านี้ เฉินฉู่ม่านพบว่าแม้ทั้งหมดจะสามารถฝึกฝนได้ตั้งแต่ระดับกลั่นลมปราณ แต่บางวิชาสามารถฝึกต่อเนื่องไปจนถึงระดับสร้างรากฐาน และมีเพียงส่วนน้อยที่ฝึกได้ถึงระดับจินตานหรือหยวนอิง
ทว่าวิชาเหล่านี้มีจุดร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง คือไม่เงื่อนไขการฝึกฝนโหดหินเป็นพิเศษ ก็มีความต้องการเฉพาะเจาะจงต่อตัวผู้ฝึก และยังมีกฎเหล็กอีกข้อ คือต้องเป็นวิชาแรกที่ผู้บำเพ็ญเพียรเริ่มฝึกในระดับกลั่นลมปราณ มิฉะนั้นจะต้องทำลายวรยุทธ์เดิมที่เคยฝึกทิ้งไปเสียก่อน จึงจะเปลี่ยนมาฝึกวิชานี้ได้
ดังนั้นจึงอนุมานได้ว่าวิชาประเภทนี้ต้องเป็นวิชาชั้นสูงอย่างแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ความคิดเดิมที่ว่าจะเลือกวิชาอะไรก็ได้มาฝึกไปก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นวิชาที่ดีกว่าในภายหลัง จึงกลายเป็นเรื่องเพ้อฝันไปเสียแล้ว
เฉินฉู่ม่านออกจากห้องคัมภีร์ปฐพีโดยไม่ลังเล และกลับมายืนอยู่ที่โถงหลักซึ่งมีประตูแสงเพียงไม่กี่บาน
นางยืนอยู่หน้าประตูที่มีคำว่า "หยินหยาง" จารึกไว้ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าไป
ทันใดนั้น เท้าของนางก็เหยียบโดนความว่างเปล่า ตามมาด้วยความรู้สึกไร้น้ำหนัก ต่างจากประตูธาตุดิน ที่นี่คือมิติไร้แรงโน้มถ่วง
หลังจากทรงตัวได้ นางมองไปรอบๆ เห็นลูกแก้วหลากสีลอยคว้างอยู่ในความมืด นางเข้าไปใกล้ลูกแก้วที่อยู่ใกล้ที่สุด ภายในมีแผ่นหยกสลักคำว่า "เคล็ดวิชาใจธิดาเร้นลับ" นางพยายามยื่นมือไปหยิบ แต่กลับถูกม่านแสงรอบแผ่นหยกดีดกลับออกมา
คิดไม่ถึงเลยว่าวิชาเซียนจะเลือกเจ้าของด้วย!
เฉินฉู่ม่านยักไหล่ "ในเมื่อไม่ยอมให้ข้าดู ก็แปลว่าเจ้าไม่เหมาะกับข้า"
จากนั้นนางก็ยื่นมือไปยังลูกแก้วแสงสีฟ้าจางๆ อีกลูก แต่ยังไม่ทันแตะโดน มันก็ลอยหนีไป ตอนแรกเฉินฉู่ม่านยังไม่ยอมแพ้ แต่หลังจากลองอีกหลายครั้ง นางก็แน่ใจว่าลูกแก้วแสงนั้นจงใจหลบหน้านาง
ช่างเถอะ ที่นี่มีลูกแก้วแสงตั้งมากมาย นางไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่เจออันที่ถูกใจนางสักอัน
จากนั้นฉากไล่ล่าจับลูกแก้วก็เปิดฉากขึ้นภายในประตูมิติอันมืดมิด
แม้จะอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนัก แต่การไล่ล่าก็ผลาญพลังกายไปไม่น้อย เฉินฉู่ม่านต้องหยุดพักชั่วคราวเพื่อหาอะไรกินเติมพลัง
หลังจากจัดการขาแพะหินเสร็จ เฉินฉู่ม่านก็ถูกดึงดูดด้วยแสงสีขาว นางจำไม่ได้ว่าเคยเห็นลูกแก้วแสงสีขาวมาก่อน
นางเช็ดปากอย่างลวกๆ โดยไม่สนภาพลักษณ์ แล้วลอยตัวไปยังทิศทางของแสงสีขาว มันคือลูกแก้วที่มีขนาดใหญ่กว่าลูกอื่นถึงสองเท่า เปล่งแสงสีขาวนวลตา โดดเด่นท่ามกลางลูกแก้วหลากสี
เฉินฉู่ม่านเข้าไปใกล้ลูกแก้วแสงอย่างระมัดระวัง แผ่นหยกภายในเขียนว่า "เคล็ดวิชาสามกำเนิดสรรพสิ่ง" นางลองยื่นมือเข้าไปในลูกแก้วแสง แล้วก็พบว่าไม่มีแรงต่อต้านเลยแม้แต่น้อย!
ด้วยความดีใจ นางคว้าแผ่นหยกนั้นไว้ ทันใดนั้นพลังมหาศาลก็กระแทกเข้าใส่ร่าง ยังไม่ทันตั้งตัว เฉินฉู่ม่านก็กลับมายืนอยู่ที่โถงหลักตอนขาเข้าเสียแล้ว พร้อมกันนั้นก็มีเสียงดังขึ้นว่า "เลือกวิชาเรียบร้อยแล้ว กรุณาออกจากหอคัมภีร์ทันที!"
"ข้าไปเลือกตอนไหนกัน?!"
ขณะที่ยังมึนงง เฉินฉู่ม่านก็ได้ยินเสียงเตือนนั้นอีกครั้ง "เลือกวิชาเรียบร้อยแล้ว กรุณาออกจากหอคัมภีร์ทันที!"
สัญชาตญาณบอกว่าหากไม่ทำตามคำสั่งคงเกิดเรื่องไม่ดีแน่ เฉินฉู่ม่านจึงจำใจต้องเดินออกจากหอซ่อนวิญญาณ
ภายนอกหอคัมภีร์ ดวงจันทร์สว่างนวลตา ดวงดาวระยิบระยับราวกับอัญมณีประดับท้องฟ้า
ดูท่าจะเลยเวลากลับเสียแล้ว เมื่อไร้ทางเลือก นางจึงได้แต่เอ่ยถามชายชราที่กำลังส่งยิ้มให้นางจากหน้าต่าง
"คารวะท่านอาจารย์อา ศิษย์เลยเวลากลับแล้ว ไม่ทราบว่าพอจะมีที่ไหนให้ศิษย์พักค้างแรมรอเวลาได้บ้างเจ้าคะ?"
ชายชรายิ้มอย่างใจดีแล้วตอบว่า "ไม่เป็นไร ที่นี่มีห้องพักรับรองเตรียมไว้สำหรับศิษย์ที่เลยเวลาโดยเฉพาะ เจ้าสามารถเช่าพักได้หนึ่งคืน"
พูดจบเขาก็ชี้ไปที่ป้ายด้านหลัง ซึ่งเขียนไว้ว่า ห้องพักสิบคนราคาคนละหนึ่งหินวิญญาณ ห้องห้าคนราคาคนละสองหินวิญญาณ และห้องเดี่ยวราคาห้าหินวิญญาณ
แม้จะปวดใจอยู่บ้าง แต่เฉินฉู่ม่านไม่อยากนอนรวมกับคนแปลกหน้า จึงกัดฟันจ่ายค่าห้องเดี่ยวไปห้าหินวิญญาณ
เมื่อเข้าห้อง สิ่งแรกที่ทำคือนั่งขัดสมาธิบนเตียง หลับตาทำสมาธิ ทันทีที่ออกจากหอคัมภีร์ จู่ๆ ก็มีวัตถุขนาดเล็กปรากฏขึ้นในทะเลจิตสำนึกของนาง เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่าเป็นแผ่นหยก "สามกำเนิดสรรพสิ่ง" ที่เห็นในหอนั่นเอง
จากนั้นหนังสือเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวและเปิดหน้าแรกโดยอัตโนมัติ "เต๋าให้กำเนิดหนึ่ง หนึ่งให้กำเนิดสอง สองให้กำเนิดสาม สามให้กำเนิดสรรพสิ่ง สรรพสิ่งแบกหยินโอบหยาง ผสานลมปราณให้กลมเกลียว"
นี่คือวิชาที่ไม่ได้ระบุระดับขั้น ประกอบด้วยสามเล่ม คือ ต้น กลาง และปลาย เล่มต้นเหมาะสำหรับระดับกลั่นลมปราณและสร้างรากฐาน เล่มกลางและเล่มปลายยังอ่านไม่ได้เนื่องจากระดับการบ่มเพาะยังไม่ถึง แต่จากการคาดการณ์ วิชานี้สามารถฝึกฝนไปได้ถึงระดับหยวนอิงเป็นอย่างน้อย
เคล็ดวิชานี้เชื่อว่าเต๋าให้กำเนิดฟ้าดิน ฟ้าดินให้กำเนิดสรรพสิ่ง การโอบอุ้มฟ้าดินและสรรพสิ่งเท่านั้นจึงจะเข้าถึงวิถีแห่งเต๋า แม้เฉินฉู่ม่านจะยังไม่เข้าใจถ่องแท้นัก แต่หลังจากอ่านเนื้อหาส่วนการบ่มเพาะระดับกลั่นลมปราณ นางก็พอจับใจความได้ว่า ผู้บำเพ็ญเพียรไม่ควรยึดติดกับการใช้ธาตุใดธาตุหนึ่ง แต่ควรเข้าใจแก่นแท้และความสัมพันธ์ของธาตุเหล่านั้นแล้วผสานมันเข้าด้วยกัน มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นจึงจะสอดคล้องกับวิถีแห่งเต๋า
พูดง่ายๆ ก็คือ ในช่วงเริ่มต้นของการฝึกปราณ ผู้ฝึกจะต้องฝึกฝนคาถาของทั้งห้าธาตุ ได้แก่ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน เพื่อบ่มเพาะกายาห้าธาตุ ข้อดีคือการใช้คาถาจะไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงธาตุเดียวอีกต่อไป สามารถสับเปลี่ยนได้อย่างอิสระตามใจนึก ทำให้มีความยืดหยุ่นและทรงพลังยิ่งขึ้น ข้อเสียคือต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่าการฝึกธาตุเดียวอย่างน้อยห้าเท่า
อานุภาพของวิชานี้ชัดเจน แต่ข้อเสียก็ร้ายแรงเช่นกัน หากปราศจากพรสวรรค์หรือวาสนาที่เหมาะสม อาจต้องติดแหง็กอยู่ที่ระดับกลั่นลมปราณไปตลอดชีวิต
ยังไม่ทันที่เฉินฉู่ม่านจะทำความเข้าใจได้ทะลุปรุโปร่ง ท้องฟ้าก็เริ่มสาง นางร่ายคาถาชำระล้างใส่ตัวเองแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังท่าเรือเหาะ
เมื่อมาถึงท่าเรือ นางก็พบว่าเต็มไปด้วยผู้บำเพ็ญเพียรนั่งสมาธิอยู่เต็มไปหมด หลังจากสอบถามศิษย์ระดับกลั่นลมปราณขั้นสองคนหนึ่ง นางก็ได้รู้ว่าเพราะค่าห้องที่หอซ่อนวิญญาณแพงหูฉี่ ศิษย์ระดับกลั่นลมปราณที่พลาดเที่ยวเรือส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะค้างแรมที่ท่าเรือแทน
เฉินฉู่ม่านกัดฟันกรอด "โดนฟันหัวแบะเข้าให้แล้ว! พนันได้เลยว่าแม้แต่ห้องพักรวมสิบคนก็คงไม่มีใครอยู่! มิน่าล่ะตาแก่นั่นถึงสัปหงกตอนกลางวันแต่ตาสว่างตอนกลางคืน ที่แท้ก็รอเชือดหมูอ้วนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างข้านี่เอง"
เมื่อกลับถึงยอดเขารั่วซู เฉินฉู่ม่านก็อดใจไม่ไหวที่จะเล่าเรื่องราวในหอซ่อนวิญญาณให้หนานปัวหวันฟัง เนื่องจากหนานปัวหวันมองไม่เห็นวิชาในทะเลจิตสำนึกของนาง นางจึงอธิบายข้อดีข้อเสียให้ฟังคร่าวๆ ความจริงนางตัดสินใจไปแล้ว แต่ความสามารถในการวิเคราะห์ที่แม่นยำและความรู้อันกว้างขวางของหนานปัวหวัน แม้จะเป็นมือใหม่ในโลกนี้เหมือนกัน ก็ยังช่วยให้นางสังเกตเห็นจุดที่มองข้ามไปได้
ผิดคาด หลังจากฟังคำบรรยายของเฉินฉู่ม่าน หนานปัวหวันไม่เพียงแต่เห็นด้วยกับวิชานี้อย่างยิ่ง แต่ยังแนะนำอย่างแข็งขันให้นางฝึกฝนอีกด้วย