- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนารูโตะ
- EP.6 ปรมาจารย์ดาบที่แข็งแกร่งที่สุด
EP.6 ปรมาจารย์ดาบที่แข็งแกร่งที่สุด
EP.6 ปรมาจารย์ดาบที่แข็งแกร่งที่สุด
EP.6 ปรมาจารย์ดาบที่แข็งแกร่งที่สุด
สีผมคือสิ่งที่เคยถูกล้อเลียนเมื่อตอนที่มินาโตะกับคุชินะยังเด็ก... เพราะนอกจากมินาโตะที่เขานั้นชอบสีผมของคุชินะมากแล้ว ความสนใจของมินาโตะที่มีต่อเด็กชายตรงหน้าก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
"ผมเหรอ ? ฉันชื่ออาโอกิ โซระ ผู้ที่จะกลายเป็นปรมาจารย์ดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนินจา!" อาโอกิตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น พร้อมกับยกตะเกียบที่ถืออยู่ขึ้นราวกับว่ามันนั้นเป็นดาบ
“โอ้ ปรมาจารย์ดาบที่แข็งแกร่งที่สุดงั้นเหรอ ? แต่ทำไมเธอถึงไม่อยากเป็นโฮคาเงะล่ะ ? เพราะมันจริงไม่ใช่เหรอที่เด็กๆในวัยเดียวกับเธอส่วนใหญ่ใฝ่ฝันที่จะเป็นโฮคาเงะน่ะ” มินาโตะถาม โดยคราวนี้เขาได้เข้าร่วมการสนทนาด้วย และดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความสนใจ
อาโอกิยิ้มจางๆจากนั้นตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่ไร้เดียงสา “การเป็นโฮคาเงะนั้นต้องเจอกับปัญหาต่างๆมากมาย ซึ่งคุณนั้นต้องจัดการกับเอกสารกองโต บอกได้เลยว่าพี่ชายไม่เคยเจอนั้นไม่รู้เหรอ เพราะแม้แต่โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ก็ท่านก็แทบจะไม่ได้กลับบ้านเลยเพราะเขาติดงานอยู่ที่ออฟฟิศ ซึ่งก็นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงไม่อยากเป็นโฮคาเงะ... เพราะต้องต่อสู้กับเอกสารกองโต!”
มินาโตะหัวเราะเบาๆในขณะที่คุชินะพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้ เพราะเหตุผลของอาโอกินั้นมันฟังดูเรียบง่ายมาก แต่มันกลับเต็มไปด้วยตรรกะของเด็กๆ
“หลายคนอาจคิดว่าการเป็นโฮคาเงะนั้นยอดเยี่ยม แต่สำหรับผมแล้วมันนั้นยุ่งยาก และนอกจากนี้ ผมนั้นไม่มีจักระมากนัก ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่สามารถเป็นนินจาได้ เพราะมันจะเป็นไปได้ยังไงที่จะมีโฮคาเงะที่ตนนั้นไม่ใช่นินจาและมีจักระเพียงเล็กน้อย” อาโอกิพูดต่ออย่างมั่นใจ
มินาโตะและคุชินะที่ตอนแรกรู้สึกสนุกไปกับความคิดเห็นของอาโอกิเกี่ยวกับงานของโฮคาเงะก็ถึงกับเงียบลงทันทีเมื่อพวกเขานั้นได้ยินเกี่ยวกับเรื่องจักระที่อาโอกิมี ซึ่งมันทำให้ความอยากรู้ของพวกเขาก็เพิ่มมากขึ้นไปอีก
ทั้ง 2 คนนั้นพยายามสัมผัสจักระภายในร่างกายของอาโอกิทันที และเมื่อพวกเขาสัมผัสถึงมันได้สำเร็จใบหน้าของพวกเขาก็ต้องตกตะลึง... เพราะอาโอกินั้นมีจักระเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานปกติของเด็กในวัยเดียวกันมาก นั่นจึงทำให้พวกเขาเงียบไปชั่วขณะเพื่อพิจารณาถึงสิ่งที่พวกเขาสัมผัสได้
“เธอ... มีจักระเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แม้ว่ามันจะต่ำกว่าปกติสำหรับเด็กก็ตาม” คุชินะถามด้วยสีหน้าตกใจและเธอนั้นพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้
“ใช่ แต่มันไม่สำคัญ” อาโอกิพูดอย่างหนักแน่น
“เพราะผมจะกลายเป็นปรมาจารย์ดาบที่แข็งแกร่งที่สุดแม้จะไม่ค่อยมีจักระก็ตาม เพราะหากผมใช้วิชานินจาไม่ได้ ผมจะมุ่งเน้นไปที่กระบวนท่า ซึ่งมันไม่ต้องใช้จักระมากขนาดนั้น ซึ่งจริงๆแล้วผมหวังว่าตัวเองจะมีพลังแบบอื่นที่ผมสามารถใช้ได้... ถ้าหากผมมีพลังอื่นนอกจากจักระก็คงดีสิ” ในตอนท้ายของประโยคอาโอกิได้พึมพำเบาๆ ซึ่งคำพูดสุดท้ายของเขานั้นแทบจะไม่ได้ยินแม้แต่กับคนที่ได้สามารถยินชัดเจนก็ตาม
อย่างไรก็ตาม มินาโตะและคุชินะนั้นไม่ใช่พวกนินจาธรรมดาเพราะพวกเขานั้นได้ยินเสียงพึมพำครั้งสุดท้ายของอาโอกิเกี่ยวกับพลังอย่างอื่นนอกเหนือจากจักระอย่างชัดเจน แต่พวกเลือกที่จะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาทำเพียงแค่สบตากัน ราวกับว่าพวกเขานั้นพยายามทำความเข้าใจเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าพวกเขา
“โอ้! ราเม็งพร้อมแล้วเหรอ ได้เวลาทานแล้ว!” อาโอกิอุทานอย่างตื่นเต้น และเริ่มทานราเม็งตรงหน้าทันที
ในขณะเดียวกัน มินาโตะและคุชินะก็ยังคงมองอาโอกิด้วยความอยากรู้ และเมื่ออาโอกิสัมผัสได้ถึงสายตาของพวกเขา ในที่สุดเขาก็เหลือบมองพวกเขาและรู้สึกแปลกๆเล็กน้อยกับความสนใจที่เขานั้นได้รับ
“เอ่อ พวกพี่ทั้ง 2 คนหิวไหม หรืออาจจะไม่มีเงินกินข้าว เพราะอย่าบอกนะว่าพี่สาวคนสวยโกหกว่าเลี้ยงพวกเราก่อนหน้านี้” อาโอกิถามอย่างไร้เดียงสาซึ่งมันให้นินจาทั้ง 2 สะดุ้งออกจากความคิดทันที
เมื่อคุชินะได้ยินข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง เธอก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นโกรธทันที ก่อนที่ไม่นานคุชินะจะใช้มือทุบไปที่ศีรษะของอาโอกิอย่างรวดเร็วซึ่งมันทำให้เด็กชายต้องผงะถอยขณะที่ลูบศีรษะของเขาด้วยความเจ็บ
“โอ๊ย! พี่สาวคนสวยทุบหัวผมทำไมเนี่ย” อาโอกิบ่นพร้อมขมวดคิ้วขณะลูบหัวที่เจ็บของตัวเอง
“ฮึ... ฉันนั้นมองเธอเพราะความอยากรู้ไม่ใช่เพราะไม่มีเงิน! และแน่นอนว่าฉันมีเงิน! เพราะงั้นอย่าคิดกับฉันแบบนั้นเชีนว เจ้าเด็กเกเร!” คุชินะโต้ตอบด้วยสีหน้าหงุดหงิดแต่ยังคงแสดงความกังวล
“อ๋อ อย่างนั้นเหรอ โอเค อิ่มแล้วครับ!” อาโอกิตะโกนขณะวางชามราเม็งที่ว่างเปล่าลงกับโต๊ะ
โปรดติดตามตอนต่อไป.
_______________