- หน้าแรก
- นักเรียนพลังเหนือโลก บทเรียนที่หวนคืน สู่การเป็นอัจฉริยะ
- บทที่ 27 การแข่งขันคณิตศาสตร์สถาบันต๋าโม๋!
บทที่ 27 การแข่งขันคณิตศาสตร์สถาบันต๋าโม๋!
บทที่ 27 การแข่งขันคณิตศาสตร์สถาบันต๋าโม๋!
บทที่ 27 การแข่งขันคณิตศาสตร์สถาบันต๋าโม๋!
คืนนั้น
ลู่หยวนนอนค้างที่สถาบันกวดวิชา 'หยวนฟางคณิตศาสตร์' จริงๆ
เพื่อนร่วมห้องอย่างไช่จ้าวและหลี่เจียจวินก็ทำแบบเดียวกัน
คืนนั้นลู่หยวนหลับไม่สนิทเท่าไหร่นัก เขารู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอตลอดเวลา เหมือนมีใครจ้องจะเอามีดมาเสียบ
กว่าจะรู้ตัวในช่วงค่อนรุ่งว่าเป็นเพราะไม่ได้ปิดหน้าต่าง เขาถึงได้โล่งใจและหลับต่อได้
วันรุ่งขึ้น ลู่หยวนถูกปลุกด้วยเสียงโทรศัพท์
เขาเหลือบมองหน้าจอ เป็นเบอร์แปลกที่ไม่รู้จัก
"ฮัลโหล~" ลู่หยวนรับสาย
"ลู่หยวน นี่ฉันเอง หงจวิน อาจารย์ที่ปรึกษาเธอไง"
อาจารย์ที่ปรึกษา?
ลู่หยวนพยักหน้า พลางนวดต้นคอที่แข็งเกร็งเพราะท่านอนที่ผิดท่า "อาจารย์หงจวิน มีอะไรหรือเปล่าครับ?"
"คืออย่างงี้นะ รีบมาที่ห้องพักอาจารย์เดี๋ยวนี้เลย"
น้ำเสียงของอาจารย์หงจวินที่ปลายสายฟังดูเร่งรีบมาก สีหน้าของลู่หยวนเปลี่ยนไปทันที
หรือว่าเกิดเรื่องกับไช่จ้าว?
หรือเพราะเมื่อคืนห้อง 306 ไม่มีคนอยู่ ไช่จ้าวเลยเกิดคลุ้มคลั่งไปไล่ฟันคนห้องข้างๆ?
"ฉิบหาย เรื่องใหญ่แล้ว!"
ในหัวของลู่หยวนจินตนาการพาดหัวข่าววันพรุ่งนี้ไปไกลลิบ
[หนุ่มมหาลัยแซ่ไช่ ก่อเหตุใช้มีดไล่ฟันเพื่อนร่วมสถาบัน เหตุเพราะอิจฉาความหล่อของรูมเมท!]
ลู่หยวนรีบแต่งตัวอย่างลวกๆ แล้วผลักประตูห้องนอนเปิดออก
"นักเรียนลู่!"
เฉาฉวงที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องติวบริเวณห้องนั่งเล่น เงยหน้าขึ้นทักทายเมื่อเห็นลู่หยวน
"อืม" ลู่หยวนพยักหน้าตอบรับส่งๆ ไม่มีเวลามาสนใจ
เขาเดินออกจากห้อง ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันเก่ง แล้วบึ่งตรงไปยังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเหอเฝยทันที
ตลอดทาง ความเร็วของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่เคยต่ำกว่า 50 กม./ชม.
ทว่า เมื่อลู่หยวนผลักประตูห้องพักอาจารย์ที่อาจารย์ที่ปรึกษาประจำอยู่เข้าไป เขาก็ต้องตะลึง
คนที่ยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มรุ่นพี่ปี 3 และปี 4 ของมหาวิทยาลัย จะเป็นใครไปได้นอกจากไช่จ้าว?
ลู่หยวนเปิดประตูเสียงดังไปหน่อย ไช่จ้าวที่ยืนอยู่ท้ายแถวจึงหันมามองตามเสียง
"นายไม่ได้ฆ่าใครตายใช่ไหม?" ลู่หยวนถามเสียงอ่อย
"..." ไช่จ้าวมองหน้าเหวอ "คนอย่างฉันเนี่ยนะ ขนาดไก่ยังไม่กล้าเชือด จะไปฆ่าใครได้?"
"นายบ้าปะเนี่ย?"
"ค่อยยังชั่ว" ลู่หยวนถอนหายใจอย่างโล่งอก
ดูเหมือนว่าความเป็นเด็กเก่งคณิตศาสตร์จะทำให้เขาคิดมากเกินไป จนกลายเป็น 'การคิดแบบฟุ้งซ่าน' ซะแล้ว
"แล้วนายมาทำอะไรที่นี่?" ไช่จ้าวถามเมื่อเห็นลู่หยวนรีบร้อนเข้ามา
"ไม่มีอะไร อาจารย์ที่ปรึกษาโทรเรียกให้มาน่ะ"
"อ้อ งั้นไปหาอาจารย์เถอะ"
ไช่จ้าวหันกลับไป
จริงๆ แล้วเมื่อวานไช่จ้าวรู้สึกหดหู่มาทั้งวัน และมัวแต่ขบคิดคำถามข้อหนึ่ง
ทำไมคนที่เคยเป็นเทพเจ้าแห่งโรงเรียนมัธยม ผู้บดขยี้พวกหัวกะทิในห้องเรียนจนราบคาบ ถึงได้หายตัวไป?
ทำไมคนที่เคยหว่านเสน่ห์ใส่สาวๆ จนหลงใหลหัวปักหัวปำ ถึงได้สูญเสียความมั่นใจไป?
หลังจากขบคิดมาทั้งคืน ในที่สุดไช่จ้าวก็ค้นพบต้นตอของปัญหา
มันเป็นเพราะลู่หยวน
การปรากฏตัวของลู่หยวนบดบังรัศมีของเขา ที่ควรจะเป็นผู้โดดเด่นในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเหอเฝย
เมื่อรู้สาเหตุ ไช่จ้าวก็หาวิธีแก้ไขได้
วิธีแก้นั้นง่ายนิดเดียว: เมินการมีตัวตนของลู่หยวนซะ
หรือพูดง่ายๆ คือ อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับลู่หยวน
ไช่จ้าวรู้สึกว่าคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยกว่า 650 คะแนนของเขา ซึ่งดีพอจะยื่นเข้ามหาวิทยาลัยฟูตันได้ ไม่ได้มีไว้แค่ให้มาใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเหอเฝยเท่านั้น
ฟ้าส่งจิโลนมาเกิดแล้ว ไยต้องส่งขงเบ้งมาเกิดด้วย?
แต่ถึงจะไม่มีขงเบ้ง จิโลนก็ยังเป็นยอดกุนซือแห่งยุคสามก๊กอยู่ดี
...
อีกด้านหนึ่ง
ลู่หยวนเดินมาถึงโต๊ะทำงานของอาจารย์หงจวิน
"มาแล้วเหรอ" หงจวินเห็นลู่หยวนเดินเข้ามาแล้ว
"ครับ"
ลู่หยวนพยักหน้าอย่างสุภาพแล้วถาม "อาจารย์เรียกผมมามีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?"
"ไม่ใช่ฉันหรอกที่เรียก ศาสตราจารย์ถังซื่อข่ายต่างหาก"
หงจวินชี้ไปที่ศาสตราจารย์ถังซื่อข่าย ซึ่งกำลังดุด่านักศึกษาที่เข้าร่วม 'การแข่งขันแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ระดับปริญญาตรีแห่งชาติ' อยู่อีกฟากหนึ่งของห้องพักอาจารย์
"อ๋อ เรื่องงานวิจัยเหรอครับ?"
"น่าจะใช่นะ"
เขารออยู่ประมาณสิบนาที นั่งฟังศาสตราจารย์ถังซื่อข่ายเทศนาสั่งสอนนักศึกษากลุ่มนั้นอยู่สิบนาทีเต็มๆ
จะว่าไป ศาสตราจารย์ถังซื่อข่ายนี่อารมณ์ร้อนจริงๆ
นักศึกษาพวกนั้นยืนก้มหน้านิ่งราวกับหลานโดนปู่ดุ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา
"พวกไม้ผุ!!!"
"เวลาผ่านไปตั้งคืนนึง แค่แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ง่ายๆ อย่าง 'ปัญหาพ่อค้าข้ามสะพานทองคำ' พวกคุณยังสร้างไม่ได้ แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนไปแข่งกับเด็กชิงหัว? จะไปโบกธงขาวยอมแพ้หรือไง?"
"พอๆ รีบไสหัวไปซะ"
"ถ้าพรุ่งนี้เช้าผมยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ทีมโมเดลลิ่งนี้ยุบไปเลย"
พูดจบ ศาสตราจารย์ถังซื่อข่ายก็โบกมือไล่ ส่งสัญญาณให้นักศึกษาทีมโมเดลลิ่งออกไป
"ลู่หยวน มานี่หน่อย" หลังจากไล่นักศึกษากลุ่มนั้นไปแล้ว ศาสตราจารย์ถังซื่อข่ายก็เรียกหาลู่หยวน
"มาแล้วครับ" ลู่หยวนเหยาะๆ เข้าไปหา
ศาสตราจารย์ถังซื่อข่ายหยิบแฟลชไดรฟ์ออกมาจากลิ้นชักโต๊ะ แล้วพูดว่า "ผมตรวจทานงานวิจัย 'ฟังก์ชันความไวของบูลีน' ของคุณเสร็จแล้วนะ"
"นอกจากเรื่องการจัดรูปแบบนิดหน่อย ผมยังปรับแก้สำนวนและการอ้างอิงบางจุดให้ด้วย แล้วก็แปลเป็นภาษาอังกฤษให้เรียบร้อยแล้ว"
"คุณลองหาวารสารรายสัปดาห์ที่เหมาะสม แล้วส่งตีพิมพ์ได้เลย"
"ขอบคุณมากครับศาสตราจารย์ถัง อุตส่าห์ช่วยแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ด้วย" ลู่หยวนรับแฟลชไดรฟ์มาด้วยความซาบซึ้งใจอย่างแท้จริง
งานวิจัยของลู่หยวนไม่ได้ยาวมาก มีแค่ 6 หน้า แต่การแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ออกมาดีต้องใช้เวลาพอสมควร
จากขอบตาดำคล้ำของศาสตราจารย์ถังซื่อข่าย ลู่หยวนดูออกไม่ยากเลยว่าศาสตราจารย์ต้องอดหลับอดนอนทำให้อย่างแน่นอน
"ไม่ต้องขอบคุณหรอก"
ศาสตราจารย์ถังโบกมือปฏิเสธ "คุณเป็นนักศึกษาที่มีพรสวรรค์ทางคณิตศาสตร์ที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในรอบหลายปี อย่าทำให้พรสวรรค์ของคุณเสียของล่ะ"
"ไม่แน่นอนครับ ผมจะตั้งใจเรียน รับใช้มาตุภูมิ ถือเอาการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของชาติจีนเป็นความรับผิดชอบของตนเอง ปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด..."
ยังไม่ทันที่ลู่หยวนจะพูดจบ ศาสตราจารย์ถังก็ขัดขึ้นทันควัน "พอๆ หยุดพล่ามคำพูดสวยหรูได้แล้ว"
"มันต้องดูที่การกระทำ"
"โอเคครับ" ลู่หยวนพยักหน้าหนักแน่น เขาเองก็ตื่นเต้นกับสิ่งที่เพิ่งพูดไปเหมือนกัน
ศาสตราจารย์ถังซื่อข่ายหยิบเอกสารอีกฉบับออกมาจากลิ้นชัก โยนลงบนโต๊ะแล้วพูดว่า "ลองดูอันนี้หน่อยไหม?"
นี่คืออะไร?
ลู่หยวนหยิบเอกสารขึ้นมาดู ศาสตราจารย์ถังซื่อข่ายก็พูดขึ้นพร้อมกันว่า "คุณไม่อยากลงแข่งการแข่งขันแบบจำลองทางคณิตศาสตร์แห่งชาติ แต่คุณลงแข่งการแข่งขันคณิตศาสตร์สถาบันต๋าโม๋ของอาลีบาบาได้นะ"
"ผมขอปฏิ..."
ยังไม่ทันที่ลู่หยวนจะพูดคำว่า 'ปฏิเสธ' จบ ศาสตราจารย์ถังก็ขัดขึ้นว่า "อย่าบอกนะว่าไม่มีเวลา นี่เป็นการแข่งขันออนไลน์ ไม่ต้องฝึกซ้อมเก็บตัวอะไรทั้งนั้น วัดกันที่ความสามารถทางคณิตศาสตร์ล้วนๆ"
"งั้น... ก็ได้ครับ"
ในเมื่อพูดมาขนาดนี้ ลู่หยวนก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
ครั้งนี้ ศาสตราจารย์ช่วยแก้ไขงานวิจัยให้ ถือว่าเขาติดหนี้บุญคุณท่านจริงๆ
"ดี" ศาสตราจารย์ถังซื่อข่ายพยักหน้า คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายลงเล็กน้อย
จริงๆ แล้ว เขาไม่ได้จำเป็นต้องให้ลู่หยวนลงแข่งรายการของสถาบันต๋าโม๋หรอก
เพราะยังไงซะ นี่ก็เป็นแค่การแข่งขันที่จัดโดยเอกชน คุณค่าของมันก็งั้นๆ
แต่ปีที่แล้ว สถาบันต๋าโม๋รับบัณฑิตจบใหม่จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเหอเฝยเข้าทำงานหลายคน แถมยังบริจาคเงินให้มหาวิทยาลัยอีก 5 ล้านหยวน
ตามมารยาทแล้ว ทางมหาวิทยาลัยก็ควรส่งคนเข้าร่วมการแข่งขันบ้าง
ทางมหาวิทยาลัยมอบหมายหน้าที่นี้ให้เขา และศาสตราจารย์ถังซื่อข่ายไม่ใช่คนประเภทชอบทำอะไรลวกๆ หรือขอไปที
ดังนั้น เขาจึงนึกถึงลู่หยวนเป็นคนแรก