- หน้าแรก
- นักเรียนพลังเหนือโลก บทเรียนที่หวนคืน สู่การเป็นอัจฉริยะ
- บทที่ 28 คืนนี้เราจะทำการใหญ่กัน!
บทที่ 28 คืนนี้เราจะทำการใหญ่กัน!
บทที่ 28 คืนนี้เราจะทำการใหญ่กัน!
บทที่ 28 คืนนี้เราจะทำการใหญ่กัน!
ลู่หยวนเดินออกมาจากห้องพักอาจารย์ ในมือถือเอกสารเกี่ยวกับ 'การแข่งขันคณิตศาสตร์สถาบันต๋าโม๋' เขากำลังคิดอยู่ว่าจะทำเนียนปล่อยผ่านมันไปเลยดีไหม
เพราะยังไงซะ การตระเวนแข่งคณิตศาสตร์รายการต่างๆ มันจะมีประโยชน์อะไร?
ไม่ใช่เพื่อฝึกฝนทักษะและกระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์หรอกหรือ?
แต่ถ้าพูดถึงการฝึกฝนทักษะและกระบวนการคิด ลู่หยวนไม่จำเป็นต้องลงแข่งอะไรเลย เขาแค่อัปเกรดระดับวิชาคณิตศาสตร์ไปทีละขั้นก็พอแล้ว
ที่สำคัญที่สุดคือ ไอ้นี่มันได้เงินหรือเปล่า?
ค่าตัวลู่หยวนแพงมากนะ นาทีหนึ่งทำเงินได้หลายดอลลาร์ เขาจะเอาเวลามาทิ้งขว้างได้ยังไง?
แต่พอลองคิดดูอีกที ลู่หยวนก็รู้สึกว่าบางทีเขาอาจจะต้องการเหรียญรางวัลก็ได้
ในฐานะเด็กเทพ ไม่สิ ในฐานะนักเรียนคนหนึ่ง จะไม่มีเหรียญรางวัลติดตัวได้ยังไง?
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เอาเหรียญพวกนี้ไปแขวนโชว์ไว้ที่สถาบันกวดวิชา 'คณิตศาสตร์หยวนฟาง' ก็ช่วยสร้างบารมีได้ไม่มากก็น้อย
ลู่หยวนเดินไปพลางเปิดดูเอกสารในมือไปพลาง
หือ???
ลู่หยวนตาโตขึ้นมาทันที
รางวัลเหรียญทอง (อันดับ 1-5) ของการแข่งขันคณิตศาสตร์สถาบันต๋าโม๋ มีเงินรางวัลถึง 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ
สามหมื่นดอลลาร์ ตีเป็นเงินหยวนก็ตั้ง 200,000 หยวน
เงินขนาดนี้ ต่อให้กินกับข้าวสามอย่างแกงจืดหนึ่งถ้วยแบบจัดเต็มในโรงอาหาร ก็กินได้จนพุงกาง
ลู่หยวนจำได้ว่าการแข่งคณิตศาสตร์รายการอื่นๆ ในต้าเซี่ย อย่างรายการแข่งสร้างโมเดลคณิตศาสตร์ระดับปริญญาตรีที่ไช่จ้าวรูมเมทของเขาไปแข่ง นอกจากเกียรติบัตรแล้วก็ไม่มีเงินรางวัลอะไรเลย
แน่นอนว่าถ้าได้อันดับดีๆ ทางมหาวิทยาลัยอาจจะมอบเงินรางวัลให้เป็นพิธีสักไม่กี่ร้อยหรือพันหยวน
แต่เมื่อเทียบกับเงินรางวัลกว่าสองแสนของสถาบันต๋าโม๋แล้ว เงินหลักร้อยหลักพันมันช่างน่าละอายจริงๆ
ลู่หยวนเกิดกิเลสขึ้นมาทันที
เขา... ลู่หยวน ต้องลงแข่งรายการนี้ให้ได้
ไม่ใช่เพื่อเงินรางวัลสองแสนกว่าหยวนนั่นหรอกนะ แต่เป็นเพราะความรักในการเรียนล้วนๆ
"ดูอะไรอยู่น่ะ?"
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้น ทำเอาลู่หยวนสะดุ้งโหยง พอเงยหน้าขึ้นดูก็เห็นว่าเป็นไช่จ้าว รูมเมทของเขานั่นเอง
"ทำไมนายยังไม่ไปอีก?"
เมื่อเงยหน้ามองไช่จ้าวที่ยืนอยู่ข้างรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของเขา ความคิดเชิงคณิตศาสตร์ของลู่หยวนก็เริ่มฟุ้งซ่านอีกครั้ง เขาเริ่มสงสัยว่ารูมเมทคนนี้จะแอบวางยาวงจรรถเขาหรือเปล่า
การลอบสังหารเมื่อคืนล้มเหลว เลยเปลี่ยนแผนเป็น 'ฆาตกรรม' แทนงั้นเหรอ?
ในหัวของลู่หยวนฉายภาพฉากในหนังที่รถเบรกแตกจนชนวินาศสันตะโรขึ้นมาทันที
ถึงมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของเขาจะวิ่งไม่เร็วเท่ารถยนต์ แต่ความเร็วสูงสุดก็ปาไป 60 กม./ชม. เชียวนะ
"รูมเมท C กับหลี่เจียจวินล่ะ?"
หรือว่าจะวางแผนเก็บพวกเรายกก๊วน?
เดือนมีนาคม แต่อากาศเย็นสบาย ลู่หยวนกลับเหงื่อตก
โชคดีที่ประโยคถัดมาของไช่จ้าวทำให้ลู่หยวนเบาใจลง
"เมื่อวานฉันผิดเองแหละ ที่รบกวนเวลาพักผ่อนของทุกคน หลังจากกลับไปนอนคิดทบทวนมาทั้งคืน ฉันก็เข้าใจแล้ว"
"เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน ฉันไม่ควรไปยึดติดกับการเปรียบเทียบหรือแพ้ชนะมากเกินไป"
"วันนี้ฉันจะเลี้ยงข้าวไถ่โทษทุกคนเอง"
น้ำเสียงของไช่จ้าวดูจริงใจ และสีหน้าก็ดูสำนึกผิดจริงๆ
"พี่น้องหอเดียวกัน ไม่เห็นต้องขอโทษเลย"
ลู่หยวนยิ้มพร้อมกับก้าวขาคร่อมมอเตอร์ไซค์ แล้วตบเบาะหลัง "แต่เรื่องเลี้ยงข้าวน่ะ พวกเราไม่ขัดศรัทธาอยู่แล้ว"
"โอเค!" ไช่จ้าวนั่งซ้อนท้าย สีหน้ากลับมาร่าเริงอีกครั้ง
"ไปกินร้าน 'เกี๊ยวตงเป่ย' ที่เปิดใหม่หน้าโรงเรียนกันไหม?"
"ทำไมต้องร้านนั้น?" ลู่หยวนไม่ค่อยชอบกินเกี๊ยวเท่าไหร่
"เพราะฉันเปรียบเทียบดูอย่างละเอียดแล้ว ร้านนี้ไม่ได้แค่ให้เยอะและอร่อย แต่ราคายังเป็นมิตรสุดๆ คุ้มค่าที่สุดในบรรดาร้านรอบมหาวิทยาลัยแล้ว"
"อ้อ"
"ว่าแต่เสี่ยวหยวน เอกสารในมือนายเมื่อกี้ คือการแข่งขันคณิตศาสตร์สถาบันต๋าโม๋ใช่ไหม?"
"ใช่ ทำไมเหรอ?"
"ฉันอยากลงสมัครด้วย"
ลู่หยวนขมวดคิ้ว "นายไม่ได้ลงแข่งโมเดลคณิตศาสตร์ระดับปริญญาตรีไปแล้วเหรอ?"
"ลงแล้ว แต่จะเกี่ยวอะไรกันล่ะ? รุ่นน้องในคณะเรายังมีคนลงแข่งตั้ง 3 รายการพร้อมกันเลย เขาทำได้ ฉันก็ต้องทำได้สิ"
ลู่หยวน: "......"
ลู่หยวนรู้สึกทะแม่งๆ แปลกพิกล
เพราะเมื่อกี้ไช่จ้าวเพิ่งจะยอมรับผิดไปหยกๆ แต่ดูเหมือนนิสัยจะไม่เปลี่ยนเลยสักนิด
ใช้คำฮิตๆ ก็คงต้องบอกว่า: รู้ว่าผิด แต่ไม่คิดจะแก้
ทว่ายังโชคดีที่เป้าหมายการเปรียบเทียบของไช่จ้าวไม่ใช่ลู่หยวนอีกต่อไป แต่เป็น... คนอื่นแทน
............
ตกกลางคืน
ณ สถาบันกวดวิชาคณิตศาสตร์หยวนฟาง เวลา 23:40 น.
หลังจากส่งนักเรียนห้องสิบกลับไปหมดแล้ว ลู่หยวนก็หันไปมองรูมเมทของเขา
"ทำไมพวกนายยังไม่กลับกันอีก?"
หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จ รูมเมททั้งสามคนก็ตามมาที่นี่
ลู่หยวนนึกว่าพองีบเสร็จพวกนั้นจะกลับกันไปแล้ว แต่นี่จะเที่ยงคืนแล้วยังอยู่กันครบ
"คืนนี้พวกเราไม่กลับหรอก"
"ที่นี่มีห้องนอน มีแอร์ มีเตียงใหญ่ สบายจะตาย"
รูมเมท C นอนแผ่หลากระดิกเท้าอยู่บนเตียงในห้องนอนรอง ดูท่าทางจะไม่ยอมกลับง่ายๆ
"ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้วว่าทำไมคู่รักวัยรุ่นถึงชอบออกมาเช่าห้องอยู่ข้างนอก" หลี่เจียจวินก็นอนหงายอยู่ข้างๆ รูมเมท C ด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ
รูมเมท C: "ทำไมวะ?"
"เตียงมันใหญ่น่ะสิ ดิ้นได้เต็มที่!"
"ขยายความหน่อยซิ!"
หลี่เจียจวิน: "ก็แบบนั้น แบบนี้ แล้วก็แบบโน้น..."
"พอเลย ฉันขี้เกียจฟังพวกนายแล้ว"
"เหลือห้องว่างอีกแค่สองห้อง พวกนายสามคนไปตกลงกันเองนะ"
ลู่หยวนคร้านจะใส่ใจ บ้านเช่านี้มี 3 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น ยังไงก็พอกันอยู่แล้ว
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ขณะที่ลู่หยวนกำลังจะเข้าห้อง ไช่จ้าวก็เดินเข้ามาหาด้วยท่าทางกระอักกระอ่วน
"เสี่ยวหยวน ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ?"
"ว่ามา"
"ฉันขอมาเรียนพิเศษ... เอ้ย ไม่สิ ขอมาช่วยติวให้นักเรียนห้องสิบที่นี่ได้ไหม?"
เมื่อช่วงหัวค่ำ ไช่จ้าวเห็นลู่หยวนยืนอธิบายโจทย์ให้นักเรียนฟัง แล้วเด็กๆ ก็มองลู่หยวนด้วยความเคารพศรัทธา
ไช่จ้าวคิดว่ามันเท่และดูดีสุดๆ
เขารู้สึกว่าตัวเองก็ทำได้เหมือนกัน
ถึงยังไงคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเขาก็ตั้ง 650 กว่าเชียวนะ!
"แน่ใจนะว่าจะมา?" ลู่หยวนมองหน้าไช่จ้าว
"แน่ใจ แถมฉันไม่คิดค่าแรงด้วย"
ไช่จ้าวตัดสินใจแน่วแน่ เขาต้องการตามหาตัวตนสมัยมัธยมปลายที่เคยโดดเด่นและคอยสอนการบ้านเพื่อนๆ กลับคืนมา
ไม่คิดค่าแรง?
มุมปากขวาของลู่หยวนกระตุกยิกๆ คิดในใจว่าของดีแบบนี้ก็มีด้วย
ด้วยหลักการที่ไม่ควรปล่อยให้แรงงานฟรีสูญเปล่า ลู่หยวนจึงตบไหล่ไช่จ้าวแล้วพูดว่า "สัมภาษณ์ผ่าน พรุ่งนี้เริ่มงานได้เลย"
ถึงแม้ทักษะการสอนของไช่จ้าวจะเทียบกับลู่หยวนที่มีระบบคอยช่วยไม่ได้
แต่ยังไงหมอนี่ก็เป็นถึงคนที่มีคะแนนสอบเข้า 650 กว่าคะแนน ในยามที่ลู่หยวนยุ่งมากๆ ไช่จ้าวก็ยังพอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง
หลังจากอาบน้ำเสร็จ
ลู่หยวนก็ฮัมเพลงเดินกลับเข้าห้อง
แม้จะปาเข้าไปเที่ยงคืนแล้ว แต่ลู่หยวนก็ยังไม่คิดจะนอน
เพราะคืนนี้ เขาจะทำการใหญ่!
เขาลุกไปที่โต๊ะทำงานมือสองในห้องนอน เปิดแล็ปท็อปและเสียบแฟลชไดรฟ์
คืนนี้ เขาจะส่งอีเมลวิทยานิพนธ์ที่เพียรพยายามทำมาอย่างยาวนานออกไปเสียที